สาขาที่จัดการประกวด
สาขาที่จัดการประกวดใน YSC 2027
- คำแนะนำสำหรับการเลือกประเภทสาขาของโครงการเพื่อการประกวด
การพิจารณาเลือกสาขา: เลือกสาขาที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงงาน หรือพิจารณาว่าโครงการวิจัยที่พัฒนาขึ้นว่าสามารถสร้างหรือเพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อช่วยแก้ปัญหา หรือนําไปประยุกต์ใช้งานในด้านใดมากที่สุด โดยหนึ่งโครงงานสามารถเลือกส่งได้เพียง 1 สาขาหลัก และ 1 สาขาย่อยของ YSC 2027 เท่านั้น
รายละเอียดที่แสดงเอาไว้ด้านล่างนี้ คือประเภทสาขาของโครงงานที่ใช้ในการแข่งขัน YSC 2027 การเลือกประเภทสาขาใดสาขาหนึ่งขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความเหมาะสม โครงการ YSC จะมอบหมายผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นคณะกรรมการตามความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดขอให้ผู้พัฒนาตรวจสอบประเภทสาขาของโครงการที่เหมาะสมกับโครงงานของคุณมากที่สุด
หลายโครงงานอาจมีเทคโนโลยีหรือลักษณะที่สามารถจัดให้อยู่ในประเภทสาขาโครงงานได้มากกว่าหนึ่งประเภทดังนั้น ผู้พัฒนาจึงต้องตัดสินใจเลือกประเภทสาขาที่เหมาะสมกับโครงงาน โดยดูวัตถุประสงค์ของโครงงานเป็นหลัก เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้นในการเลือกสาขาโครงงาน ท่านควรคำนึงถึงคำถามเหล่านี้
- ใครคือผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นคณะกรรมการตัดสินโครงงานของฉัน สาขาของความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับกรรมการที่จะพึงมีในการตัดสินโครงงาน (ตัวอย่างเช่น กรรมการมีพื้นหลังเป็นแพทย์ หรือเป็นวิศวกรรม?)
- โครงงานของฉันเน้นอะไร ลักษณะใดในโครงงานของฉันที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นสิ่งที่ความสำคัญมากที่สุด หรือเป็นนวัตกรรมมากที่สุด ตัวอย่างเช่น การประยุกต์ในทางการแพทย์หรือทางวิศวกรรมของเครื่องมือที่ประดิษฐิ์ขึ้น หรือวิธีการทำแผนที่คอมพิวเตอร์เพื่อแสดงให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน)
สาขาที่เปิดแข่งขันใน YSC 2027 จำนวน 9 สาขาหลัก และ 64 สาขาย่อย มีดังนี้
- สาขาชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ (Biology and Biotechnology, BI)
- สาขาเคมี (Chemistry, CH)
- สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science, CS)
- สาขาวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering, EN)
- สาขาวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม (Earth and Environmental Sciences, ES)
- สาขาคณิตศาสตร์และสถิติ (Mathematics and Statistics, MA)
- สาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์ (Medical Sciences and Engineering, MD)
- สาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ (Materials Science and Engineering, MS)
- สาขาฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ (Physics, Energy, and Astronomy, PE)
การศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ หรือพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและระบบชีวภาพ ทั้งในด้านโครงสร้าง หน้าที่ กระบวนการดำรงชีวิต พันธุกรรม วิวัฒนาการ ความหลากหลายทางชีวภาพ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่ระดับชีวโมเลกุล เซลล์ จุลินทรีย์ พืช สัตว์ ประชากร ไปจนถึงระบบชีวภาพในบริบทต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนาเครื่องมือ กระบวนการ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร อาหาร อุตสาหกรรมชีวภาพ สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรชีวภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สาขาย่อย
- จุลชีววิทยาและไวรัสวิทยา (Microbiology and Virology, BIMC)
การศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ หรือพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์ ไวรัส และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ทั้งในด้านโครงสร้าง หน้าที่ การเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ พันธุกรรม วิวัฒนาการ เมแทบอลิซึม ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นหรือสิ่งแวดล้อม การก่อโรค การควบคุม การยับยั้ง และการนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์และไวรัสในระบบชีวภาพ สุขภาพ เกษตร อาหาร สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพ ครอบคลุมการศึกษาแบคทีเรีย อาร์เคีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัว สาหร่ายขนาดเล็ก ไวรัส และอนุภาคติดเชื้อที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแบคทีเรียวิทยา ไวรัสวิทยา จุลชีววิทยาสิ่งแวดล้อม จุลชีววิทยาประยุกต์ จุลชีววิทยาอาหาร จุลชีววิทยาทางการเกษตร พันธุศาสตร์ของจุลินทรีย์ การเพาะเลี้ยงและการจำแนกจุลินทรีย์ การเจริญและการตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อม ฟิล์มชีวภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์กับโฮสต์ สารต้านจุลชีพ การดื้อยาต้านจุลชีพ และการใช้จุลินทรีย์หรือไวรัสเพื่อการตรวจวัด การควบคุม หรือการประยุกต์ใช้ทางชีวภาพ
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: ไบโอชิปและเซนเซอร์ทางชีวภาพ (Biochips and Biosensors) — ในกรณีที่ใช้จุลินทรีย์หรือไวรัสเป็นองค์ประกอบของระบบตรวจวัด
หมายเหตุ: หากโครงการเน้นการผลิต การหมัก หรือผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ ควรพิจารณาเลือกสาขาย่อยชีวนวัตกรรม ชีวกระบวนการ และผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ (BIBP) หากโครงการเน้นกลไกระดับยีน โปรตีน เอนไซม์ หรือ
กระบวนการภายในเซลล์โดยไม่ได้มุ่งศึกษาจุลินทรีย์หรือไวรัสเป็นแกนหลัก ควรพิจารณาเลือกสาขาย่อยชีวเคมีและชีววิทยาระดับเซลล์และโมเลกุล (BIBC) และหากโครงการเน้นโรค การวินิจฉัย การรักษา หรือการประยุกต์ทางคลินิกในมนุษย์โดยตรง ควรพิจารณาสาขาหลักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์ (MD) ร่วมด้วย
สัตวศาสตร์ การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์ (Animal Sciences, Agricultural Science, and Biotechnology, BIAN)
การศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ในมิติต่าง ๆ ทั้งโครงสร้าง หน้าที่ สรีรวิทยา พฤติกรรม การเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ พันธุกรรม วิวัฒนาการ สุขภาพ โรค การจัดการ และการใช้ประโยชน์จากสัตว์ รวมถึงการนำความรู้ทางชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการจัดการสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ครอบคลุมสัตว์เศรษฐกิจ ปศุสัตว์ สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์ทดลอง แมลงที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรหรือสิ่งแวดล้อม การจัดการฟาร์ม สุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ คุณภาพผลผลิตจากสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การใช้จุลินทรีย์หรือผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อสนับสนุนการจัดการสัตว์ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูล เซนเซอร์ ระบบอัจฉริยะ หรือการเกษตรแบบแม่นยำในงานด้านสัตว์
- เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: การเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Agriculture)
พืชศาสตร์ การเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพพืช (Plant Sciences, Agricultural Science, and Biotechnology, BIPT)
การศึกษาเกี่ยวกับพืชในมิติต่าง ๆ ทั้งโครงสร้าง หน้าที่ สรีรวิทยา การสังเคราะห์ด้วยแสง การเจริญเติบโต การสืบพันธุ์ พันธุกรรม วิวัฒนาการ การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม โรคพืช ศัตรูพืช และการจัดการพืช รวมถึงการนำความรู้ทางชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต คุณภาพ ความทนทาน และความยั่งยืนของระบบการปลูกพืช ครอบคลุมพืชไร่ พืชสวน พืชเศรษฐกิจ พืชอาหาร พืชสมุนไพร พืชท้องถิ่น การปรับปรุงพันธุ์พืช การจัดการโรคและศัตรูพืช การตอบสนองต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม การใช้จุลินทรีย์หรือชีวภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการเจริญของพืช การเกษตรแบบแม่นยำ ระบบตรวจวัดพืช และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: การเกษตรแบบแม่นยำ (Precision Agriculture)
ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรชีวภาพ (Biodiversity and Bioresources, BIDV)
การศึกษา สำรวจ จำแนก วิเคราะห์ หรือประเมินความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรชีวภาพ ตั้งแต่ระดับพันธุกรรม ชนิดพันธุ์ ประชากร ชุมชนสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงระบบนิเวศ โดยมุ่งเน้นความเข้าใจองค์ประกอบ การกระจายตัว ความสัมพันธ์ วิวัฒนาการ และศักยภาพการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชีวภาพ ครอบคลุมการสำรวจและจำแนกชนิดสิ่งมีชีวิต อนุกรมวิธาน ชีวภูมิศาสตร์ (Biogeography) ความหลากหลายทางพันธุกรรม ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ความหลากหลายของจุลินทรีย์ พืช สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตในแหล่งธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ การประเมินศักยภาพของสิ่งมีชีวิตหรือชีวมวลเพื่อการใช้ประโยชน์ และการศึกษาแหล่งทรัพยากรชีวภาพที่อาจนำไปต่อยอดด้านอาหาร เกษตร อุตสาหกรรมชีวภาพ หรือสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ: หากโครงการเน้นการนำทรัพยากรชีวภาพไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือเทคโนโลยีเชิงอุตสาหกรรมโดยตรง ควรพิจารณาเลือกสาขาย่อยชีวนวัตกรรม ชีวกระบวนการ และผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ (BIBP) หรือชีววิศวกรรมและชีววิทยาสังเคราะห์ (BIEN) และหากโครงการเน้นผลกระทบของมลพิษ ภูมิอากาศ หรือการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมต่อระบบนิเวศ ควรพิจารณาสาขาหลักวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม (ES) แทน
- วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร (Food Science and Technology, BIFO)
การศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ หรือพัฒนาความรู้ กระบวนการ เทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร วัตถุดิบอาหาร การแปรรูป การถนอมอาหาร คุณภาพ ความปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ และการยอมรับของผู้บริโภค ครอบคลุมสมบัติทางกายภาพ เคมี และชีวภาพของอาหาร การจัดการและแปรรูปอาหาร การถนอมอาหาร การหมักอาหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร การปรับปรุงคุณภาพอาหาร อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) บรรจุภัณฑ์อาหาร ความปลอดภัยทางอาหาร การปนเปื้อนในอาหาร การตรวจสอบคุณภาพอาหาร และการใช้เทคโนโลยีชีวภาพหรือเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มคุณภาพ โภชนาการ หรือความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับมนุษย์หรือสัตว์
ชีววิศวกรรม และชีววิทยาสังเคราะห์ (Bioengineering and Synthetic Biology, BIEN)
การศึกษา ออกแบบ สร้าง หรือพัฒนาระบบชีวภาพหรือองค์ประกอบทางชีวภาพโดยใช้หลักการทางชีววิทยา วิศวกรรม ชีวเคมี ชีววิทยาระดับโมเลกุล ชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) และการออกแบบเชิงระบบ เพื่อปรับปรุงหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต เซลล์ เอนไซม์ วงจรชีวภาพ หรือกระบวนการทางชีวภาพให้มีสมบัติตามต้องการ ครอบคลุมชีววิศวกรรม วิศวกรรมชีวเคมี วิศวกรรมชีวโมเลกุล วิศวกรรมเมแทบอลิซึม ชีววิทยาสังเคราะห์ ระบบเซลล์ที่ออกแบบใหม่ วงจรพันธุกรรม (Genetic Circuits) ระบบไร้เซลล์ (Cell-free Systems) เซลล์หรือจุลินทรีย์ที่ได้รับการออกแบบเพื่อทำหน้าที่เฉพาะ วิศวกรรมเอนไซม์ ไบโอเซนเซอร์ (Biosensors) และระบบชีวภาพที่พัฒนาขึ้นเพื่อการตรวจวัด การผลิต การควบคุม หรือการประยุกต์ใช้งานเฉพาะด้าน
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: ชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology), ชีวสารสนเทศ (Bioinformatics), ไบโอชิปและเซนเซอร์ทางชีวภาพ (Biochips and Biosensors)
หมายเหตุ: หากโครงการเน้นกระบวนการผลิตหรือการแปรรูปชีวมวลเป็นหลัก ควรพิจารณาสาขาย่อยชีวนวัตกรรม ชีวกระบวนการ และผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ (BIBP)
ชีวนวัตกรรม ชีวกระบวนการ และผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ (Bioinnovation, Bioprocesses, and Bio-based Products, BIBP)
การศึกษา ออกแบบ หรือพัฒนานวัตกรรม กระบวนการ หรือผลิตภัณฑ์ที่อาศัยสิ่งมีชีวิต จุลินทรีย์ เอนไซม์ ชีวมวล วัตถุดิบชีวภาพ หรือระบบชีวภาพ เพื่อผลิตสาร ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการที่มีประโยชน์ในด้านเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือเศรษฐกิจชีวภาพ ครอบคลุมชีวกระบวนการ การหมัก การเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพ การผลิตเอนไซม์ สารชีวภาพ สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ชีวภัณฑ์ ปุ๋ยชีวภาพ ผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ การแปรรูปชีวมวล การเพิ่มมูลค่าของเสียชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ ไบโอรีไฟเนอรี และการพัฒนาต้นแบบหรือกระบวนการผลิตที่ใช้หลักการทางชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ
- ชีวเคมีและชีววิทยาระดับเซลล์และโมเลกุล (Biochemistry and Cellular and Molecular Biology, BIBC)
การศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ หรือพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง หน้าที่ ปฏิสัมพันธ์ และกระบวนการพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในระดับชีวโมเลกุล เซลล์ ยีน โปรตีน กรดนิวคลีอิก เม แทบอลิซึม และระบบควบคุมภายในเซลล์ เพื่อทำความเข้าใจกลไกพื้นฐานของการดำรงชีวิต การทำงานของเซลล์ และความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางชีวภาพในระดับโมเลกุล ครอบคลุมชีวเคมี พันธุศาสตร์ ชีววิทยาระดับโมเลกุล ชีววิทยาของเซลล์ การแสดงออกของยีน การควบคุมการทำงานของโปรตีน เอนไซม์และจลนพลศาสตร์ของเอนไซม์ วิถีเมแทบอลิซึม การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแบ่งเซลล์ การเจริญและการตอบสนองของเซลล์ ตลอดจนโครงสร้างและหน้าที่ของสารชีวโมเลกุลและกลไกระดับโมเลกุลหรือระดับเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต
หมายเหตุ: หากโครงการเน้นการศึกษาเชื้อจุลินทรีย์ ไวรัส การเจริญของจุลินทรีย์ ชุมชนจุลินทรีย์ ฟิล์มชีวภาพ สารต้านจุลชีพ หรือไวรัสวิทยาโดยตรง ควรพิจารณาเลือกสาขาย่อยจุลชีววิทยาและไวรัสวิทยา (BIMC) แทน และหากโครงการเน้นการผลิต การหมัก เอนไซม์เชิงอุตสาหกรรม หรือผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ ควรพิจารณาเลือกสาขาย่อยชีวนวัตกรรม ชีวกระบวนการ และผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพ (BIBP)
- อื่น ๆ (Other, BIOT)
การศึกษา ออกแบบ และพัฒนาองค์ความรู้ กระบวนการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบชีวภาพ สิ่งมีชีวิต กระบวนการชีวภาพ หรือการประยุกต์ใช้ความรู้ทางชีววิทยาที่ไม่สอดคล้องโดยตรงกับสาขาย่อยที่กำหนดไว้ข้างต้น แต่ยังมีแกนหลักอยู่ในขอบเขตของการศึกษา วิเคราะห์ หรือพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ
เคมี
(Chemistry, CH)
การศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปรับปรุง หรือพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับสสาร สารเคมี องค์ประกอบ โครงสร้าง สมบัติ ปฏิกิริยา และการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ตั้งแต่ระดับอะตอม โมเลกุล สารประกอบ วัสดุ ไปจนถึงระบบและกระบวนการทางเคมี เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนาวิธีวิเคราะห์ สังเคราะห์สาร ออกแบบวัสดุ พัฒนากระบวนการ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม พลังงาน สุขภาพ วัสดุ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
- เคมีอินทรีย์และอนินทรีย์ (Organic and Inorganic Chemistry, CHOR)
การศึกษาโครงสร้าง สมบัติ ปฏิกิริยา การสังเคราะห์ การสกัด การดัดแปลง หรือการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบอินทรีย์และสารประกอบอนินทรีย์ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของสาร หรือพัฒนาสารที่มีสมบัติตามต้องการสำหรับการใช้งานเฉพาะด้าน ครอบคลุมสารประกอบคาร์บอน ไฮโดรคาร์บอน สารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สารอินทรีย์สังเคราะห์ การเปลี่ยนสารตั้งต้นไปเป็นสารผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ สารประกอบอนินทรีย์ สารเชิงซ้อนโคออร์ดิเนชัน (Coordination Complexes) สารประกอบโลหะและอโลหะ เคมีซุปราโมเลกุล (Supramolecular Chemistry) สารเชิงซ้อนแม่เหล็กหรือเรืองแสง และการศึกษาปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับตัวเร่งปฏิกิริยาแบบเอกพันธุ์หรือวิวิธพันธุ์ (Homogeneous and Heterogeneous Catalysis)
- เคมีเชิงฟิสิกส์และวิเคราะห์ (Physical and Analytical Chemistry, CHPH)
การศึกษาสมบัติทางกายภาพและพฤติกรรมพื้นฐานของระบบเคมี โดยใช้แนวคิด ทฤษฎี และวิธีการทางฟิสิกส์เพื่ออธิบายสมบัติ ปฏิกิริยา และการเปลี่ยนแปลงของสสาร รวมถึงการพัฒนาเทคนิค วิธีการ หรือเครื่องมือสำหรับการแยก จำแนก ตรวจวัด และหาปริมาณสารอย่างถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้ ครอบคลุมจลนพลศาสตร์เคมี อุณหพลศาสตร์เคมี เคมีไฟฟ้า เคมีแสง เคมีพื้นผิว สเปกโทรสโกปี (Spectroscopy) การวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การพัฒนาเทคนิคการตรวจวัด การแยกสาร การจำแนกชนิดสาร การตรวจหาปริมาณสาร เซนเซอร์เชิงเคมี เซนเซอร์เชิงเคมีไฟฟ้า และเทคนิควิเคราะห์สารตัวอย่างในบริบทต่าง ๆ
- เคมีเชิงทฤษฎีและเชิงคำนวณ (Theoretical and Computational Chemistry, CHTH)
การศึกษา พัฒนา หรือประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางเคมี แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ การจำลองเชิงคำนวณ หรือวิธีการทางคอมพิวเตอร์ เพื่ออธิบาย ทำนาย หรือออกแบบโครงสร้าง สมบัติ พลังงาน ปฏิกิริยา และปฏิสัมพันธ์ของสารหรือโมเลกุล ครอบคลุมเคมีควอนตัม การทำนายโครงสร้างโมเลกุล การยึดจับระหว่างโมเลกุล (Molecular Docking) ไดนามิกส์ของพันธะ กลไกปฏิกิริยา สมบัติทางกายภาพ การตอบสนองทางสเปกโทรสโกปี การประยุกต์ใช้ทฤษฎีฟังก์ชันความหนาแน่น (Density Functional Theory, DFT) การจำลองโมเลกุล (Molecular Simulation/Molecular Dynamics) และการใช้คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อแก้ปัญหาทางเคมีที่มีความซับซ้อน
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) — กรณีใช้ AI ช่วยทำนายหรือออกแบบโมเลกุล/ปฏิกิริยา และอาจเกี่ยวข้องกับการประมวลผลแบบควอนตัม (Quantum Computing) หากโครงการประยุกต์ใช้การคำนวณเชิงควอนตัมในการจำลองระบบเคมี
- เคมีสิ่งแวดล้อมและสีเขียว (Environmental and Green Chemistry, CHEV)
การศึกษาสารเคมี ปฏิกิริยา แหล่งกำเนิด การกระจายตัว การเปลี่ยนแปลง และผลกระทบของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกแบบหรือพัฒนาวิธีการทางเคมีที่ช่วยลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้ การเกิด หรือการปล่อยสารที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมเคมีสิ่งแวดล้อม การตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนในน้ำ ดิน อากาศ หรือระบบธรรมชาติ พฤติกรรมของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม ปฏิกิริยาและการเปลี่ยนรูปของมลพิษ การลดสารพิษ การกำจัดหรือบำบัดสารปนเปื้อน การสังเคราะห์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Synthesis) ตัวทำละลายสีเขียวหรือตัวทำละลายทางเลือก (Green Solvents) วัสดุหรือสารเคมีที่ย่อยสลายได้ และกระบวนการทางเคมีที่ลดของเสียหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: การดักจับและจัดเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage) — กรณีโครงการเน้นการดักจับ กักเก็บ หรือแปรรูปคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรง
- เคมีวัสดุและอุตสาหกรรม (Materials and Industrial Chemistry, CHMS)
การศึกษา ออกแบบ สังเคราะห์ ปรับปรุง หรือวิเคราะห์สารเคมี/องค์ประกอบทางเคมี ที่มีเป้าหมายเพื่อการใช้งานด้านวัสดุ อุตสาหกรรม พลังงาน สิ่งแวดล้อม หรือเทคโนโลยีเฉพาะทาง ครอบคลุมเคมีของพอลิเมอร์ คอมโพสิต สารเคลือบ ตัวเร่งปฏิกิริยา สารเติมแต่ง วัสดุพรุน วัสดุดูดซับ วัสดุนาโน วัสดุพลังงาน สารเคมีอุตสาหกรรม การปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ การออกแบบสมบัติของวัสดุจากองค์ประกอบทางเคมี และการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้าง องค์ประกอบ และสมบัติของสารหรือวัสดุเพื่อการใช้งานจริง
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: วัสดุนาโน (Nanomaterials), วัสดุเฉพาะทาง (Functional Materials) และหากเป็นวัสดุพลังงานโดยเฉพาะ อาจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานขั้นสูง (Advanced Energy Storage Technologies), เซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaics), เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cells) หรือท่อนาโนคาร์บอนและกราฟีน (Carbon Nanotubes and Graphene) แล้วแต่ประเภทของวัสดุที่ศึกษา
หมายเหตุ: หากโครงการเน้นที่การศึกษา ออกแบบ และพัฒนาวัสดุเป็นหลัก อาจพิจารณาสาขาวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ (MS) ร่วมด้วย
เทคโนโลยี วิศวกรรม และนวัตกรรมเคมี (Chemical Technology, Engineering, and Innovation, CHEN)
การศึกษา ออกแบบ พัฒนา หรือปรับปรุงวิธีการ กระบวนการ ต้นแบบ ระบบ หรือเทคโนโลยีที่ประยุกต์ใช้หลักการทางเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรม เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความยั่งยืนของกระบวนการทางเคมี ครอบคลุมกระบวนการผลิตทางเคมี การแยกสาร การปรับปรุงกระบวนการ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน การควบคุมคุณภาพ การขยายขนาดกระบวนการ ความปลอดภัยของกระบวนการ การออกแบบต้นแบบหรือระบบทางเคมี และนวัตกรรมที่นำความรู้ทางเคมีไปใช้ในการผลิตหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
เทคโนโลยีหลักเพื่ออนาคต (OECD) ที่เกี่ยวข้อง: การผลิตแบบเติมเนื้อ (Additive Manufacturing) — กรณีโครงการเน้นการขึ้นรูปต้นแบบหรือชิ้นงานทางเคมี/วัสดุด้วยกระบวนการพิมพ์สามมิติหรือการผลิตแบบเติมเนื้อ
- อื่น ๆ (Other, CHOT)
การศึกษา ออกแบบ และพัฒนาองค์ความรู้ กระบวนการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเคมี สารเคมี ปฏิกิริยา การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การออกแบบสาร กระบวนการทางเคมี หรือการประยุกต์ใช้เคมีที่ไม่สอดคล้องโดยตรงกับสาขาย่อยที่กำหนดไว้ข้างต้น แต่ยังมีแกนหลักอยู่ในขอบเขตของการศึกษา วิเคราะห์ หรือพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางเคมี
วิทยาการคอมพิวเตอร์
(Computer Science, CS)
การศึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงการสาธิต วิเคราะห์ หรือควบคุมกระบวนการของข้อมูล การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เพื่อปรับปรุงการสื่อสาร ควบคุม และ/หรือตรวจจับ การศึกษาที่มีการใช้เครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์เป็นสำคัญ เพื่อลดการพึ่งพาหรือช่วยผ่อนแรงมนุษย์ และการศึกษาโดยหลักการและเทคนิคของวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาระบบทางชีววิทยาและการแพทย์
สาขาย่อย
- ชีววิทยาเชิงคำนวณและชีวสารสนเทศ (Computational Biology and Bioinformatics, CSBI)
การศึกษา พัฒนา และรวบรวม เพื่อการจัดเก็บข้อมูลข้อมูลทางชีวภาพ โดยใช้เทคนิคของวิทยาการคอมพิวเตอร์กับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ รวมถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางชีวภาพร่วมกับเทคนิคการคำนวณทางคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างแบบจำลอง ที่เป็นประโยชน์ต่อวิทยาศาสตร์ชีวภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างจำลองแบบจำลองทางชีวภาพ การสร้างแบบจำลองทางระบาดวิทยา ชีววิทยาวิวัฒนาการเชิงคำนวณ ประสาทวิทยาการคำนวณ เภสัชวิทยาเชิงคำนวณ จีโนมิกส์เชิงคำนวณ เป็นต้น - ระบบสมองกลฝังตัว (Embedded Systems, CSEM)
การศึกษาและพัฒนาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่มีการประมวลผลโดยใช้ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) หรือไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุปกรณ์เฉพาะต่าง ๆ โดยข้อมูลถูกส่งผ่านในรูปแบบสัญญาณและคลื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงการสื่อสาร การควบคุม และ/หรือการตรวจจับ อาทิ ระบบวงจร อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things, IoT) ไมโครคอนโทรลเลอร์ เลนส์ เซนเซอร์ การประมวลผลสัญญาณ ระบบเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูล การประมวลผลแบบควอนตัม (Quantum Computing) การประมวลผลบนระบบคลาวด์ (Cloud Computing) และการประมวลผลแบบกริด (Grid Computing) เป็นต้น - วิทยาการหุ่นยนต์และจักรกลอัจฉริยะ (Robotics and Intelligent Machines, CSRO)
การศึกษาและพัฒนาที่มีการใช้เครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) เป็นสำคัญ เพื่อการลดการพึ่งพาของมนุษย์ หรือช่วยผ่อนแรงมนุษย์ อาทิ ระบบการรู้คิด (การศึกษา/เครื่องมือที่ทำงานคล้ายกับวิธีที่มนุษย์คิดและประมวลผลข้อมูล ระบบที่ให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนและเครื่องจักรเพิ่มขึ้น) ชีวกลศาสตร์ (การศึกษาและเครื่องมือที่เลียนแบบบทบาทของกลไกในระบบชีวภาพ) จลนศาสตร์หุ่นยนต์ (การศึกษาการเคลื่อนไหวในระบบหุ่นยนต์) ทฤษฎีการควบคุม (การศึกษาที่สำรวจพฤติกรรมของระบบไดนามิกด้วยอินพุต และวิธีการแก้ไขพฤติกรรมของระบบโดยการป้อนกลับ) และการเรียนรู้ของเครื่อง (การสร้างและ/หรือการศึกษาอัลกอริทึมที่สามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูล) เป็นต้น - ซอฟต์แวร์ระบบ (Systems Software, CSSW)
การศึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ การศึกษากระบวนการของข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) หรือวิธีการต่าง ๆ เพื่อสาธิต วิเคราะห์ หรือควบคุมกระบวนการ/วิธีการแก้ไขปัญหา เช่น การศึกษาและพัฒนาอัลกอริทึม การศึกษาและพัฒนาระบบความปลอดภัยและบล็อคเชน (Blockchain) การศึกษาและพัฒนาฐานข้อมูล การพัฒนาแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่แสดงข้อมูลแก่ผู้ใช้ การศึกษาและพัฒนาภาษาประดิษฐ์ที่ใช้ในการเขียนคำสั่งแล้วดำเนินการโดยคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์พกพา การศึกษาและพัฒนาแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไร้สายขนาดเล็กโดยเฉพาะ การศึกษาที่เน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงหลักสูตรการศึกษานอกห้องเรียน การศึกษาสำรวจการออกแบบกิจกรรมและโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ การศึกษาและพัฒนาแบบจำลองสถานการณ์และการเล่นเกม (Modeling Simulation and Gaming) - อื่น ๆ (Other, CSOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
วิศวกรรมศาสตร์
(Engineering, EN)
การศึกษาที่มุ่งเน้นวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว หรือโครงสร้าง มาพัฒนาเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีเพื่อการใช้งานด้านการผลิตหรือการใช้งานจริงในด้านต่าง ๆ การเคลื่อนไหวจะเป็นผลมาจากแรง และโครงสร้างจะมีเสถียรภาพเนื่องจากความสมดุลของแรง การเคลื่อนไหวสามารถทำได้โดยใช้อุปกรณ์ และการเคลื่อนไหวอาจส่งผลต่ออุปกรณ์
สาขาย่อย
- เทคโนโลยีและวิศวกรรมโยธา (Civil Technology & Engineering, ENCV)
การศึกษากระบวนการการออกแบบ หรือพัฒนาต้นแบบโครงสร้างของระบบสาธารณูปโภคและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น อาคาร สะพาน ถนน ระบบขนส่ง สะพาน เขื่อน ถนน น้ำประปา ท่อระบายน้ำ การควบคุมน้ำท่วม และการจราจร ฯลฯ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และเพื่อให้การขนส่งที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีปริมาณมากขึ้น เช่น การศึกษาความสามารถในการต้านทานแผ่นดินไหวของตึก การพัฒนาแผ่นคอนกรีตป้องกันรอยร้าวสำหรับการใช้งานในเขื่อน เป็นต้น - เทคโนโลยีและวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Technology & Engineering, ENIN)
การศึกษากระบวนการการออกแบบ หรือพัฒนาต้นแบบ เพื่อการสร้างระบบ กระบวนการ หรือสถานการณ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากองค์ประกอบด้านแรงงาน วัสดุ และเครื่องจักร และยังปรับปรุงคุณภาพและผลผลิตของระบบ สำหรับวิศวกรอุตสาหการใช้ความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ และสังคมศาสตร์ ร่วมกับหลักการและวิธีการวิเคราะห์และออกแบบทางวิศวกรรม เพื่อระบุ ทำนาย และประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากระบบและกระบวนการต่าง ๆ - เทคโนโลยีและวิศวกรรมเครื่องกลและระบบควบคุม (Mechanical and Control Technology & Engineering, ENMC)
การศึกษากระบวนการการออกแบบ หรือพัฒนาต้นแบบที่มีการใช้พลังงานความร้อนและพลังงานกล ตลอดจนการพัฒนาเครื่องจักรและเครื่องมือต่าง ๆ หลักการสำคัญของวิศวกรรมเครื่องกล คือ การควบคุมพลังงาน นั่นคือ การถ่ายโอนจากรูปแบบหนึ่งไปยังอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะ นอกจากนี้ยังเป็นการศึกษาหรือพัฒนาระบบไดนามิก รวมถึงตัวควบคุม ระบบ และเซ็นเซอร์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่องานด้านต่าง ๆ อาทิ อากาศพลศาสตร์และกลศาสตร์ของไหล ชีวกลศาสตร์ ระบบการเผาไหม้และพลังงาน เป็นต้น - เทคโนโลยีและวิศวกรรมการสื่อสารและโทรคมนาคม (Communication and Telecommunications Technology & Engineering, ENTE)
การศึกษากระบวนการการออกแบบ หรือพัฒนาต้นแบบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การศึกษาด้านโทรคมนาคม อาทิ ดาวเทียม ดาวเทียมไมโครและนาโน (Micro and Nano Satellites) คลื่นความถี่ เครื่องรับส่ง และสายอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมและเป็นการบูรณาการการสื่อสารในภาพรวม รองรับสถานการณ์ วิกฤตที่กระทบกับการสื่อสารโทรคมนาคม และเป็นการเตรียมความพร้อมให้มีระบบการสื่อสารที่สามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ - เทคโนโลยีและวิศวกรรมยานยนต์ (Vehicle Technology & Engineering, ENVH)
การศึกษากระบวนการการออกแบบ หรือพัฒนาต้นแบบยานพาหนะภาคพื้นดิน เครื่องบิน ยานอวกาศ (ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ) และเรือ (ด้านวิศวกรรมเรือ) รวมถึงขั้นตอนทางเทคนิคสำหรับการผลิตและการใช้งาน เช่น ยานพาหนะไฟฟ้า ยานพาหนะอัตโนมัติ (Autonomous Vehicles) ระบบส่งกำลังและแรงขับ ระบบขนส่ง ความปลอดภัยของยานพาหนะ ระบบการเผาไหม้ ระบบประหยัดเชื้อเพลิง เป็นต้น สำหรับวิศวกรรมยานยนต์ อาศัยองค์ความรู้ผสมผสานทางด้านกลศาสตร์ของไหล และอุณหพลศาสตร์ของเครื่องยนต์ - อื่น ๆ (Other, ENOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักวิศวกรรมศาสตร์ แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
วิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม
(Earth and Environmental Sciences, ES)
การศึกษาธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ การศึกษาปฏิสัมพันธ์พฤติกรรมระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมของสิ่งแวดล้อมต่อมนุษย์ และผลกระทบที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตทางระบบชีววิทยา ตลอดจนการศึกษาระบบของโลกและวิวัฒนาการ นอกจากนี้ยังเป็นการศึกษาโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เพื่อจัดการและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
สาขาย่อย
- วิทยาศาสตร์โลกและวิศวกรรมธรณี (Earth Sciences and Geological Engineering, ESEA)
การศึกษากระบวนการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ และการเปลี่ยนแปลงแผ่นดินของโลก (ด้านธรณีศาสตร์) ชั้นบรรยากาศของโลกหรือบรรยากาศศาสตร์ และระบบน้ำของโลก ได้แก่ น้ำจืด ทะเล และมหาสมุทร (ด้านอุทกศาสตร์และสมุทรศาสตร์) ตั้งแต่กำเนิดโลกจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการสำรวจ เก็บสถิติข้อมูล การศึกษา วิเคราะห์ ซึ่งเป็นการศึกษาทั้งในระดับโครงสร้าง ส่วนประกอบทางกายภาพ เคมี และชีววิทยา และผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำและคลื่น อิทธิพลของลม และเป็นการศึกษาที่ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ธรณีวิทยาและหลักการทางวิศวกรรม เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบสำหรับการดำเนินงานทางวิศวกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมพื้นผิวและใต้พื้นผิว (ด้านวิศวกรรมธรณี) นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์โลก อาทิ ธรณีฟิสิกส์ สมุทรศาสตร์ธรณี สมุทรศาสตร์เคมี อุทกวิทยาเคมี เคมีบรรยากาศ ภูมิอากาศวิทยา เป็นต้น - นิเวศวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพ (Ecology and Biodiversity, ESEC)
การศึกษาปฏิสัมพันธ์และความสัมพันธ์ทางพฤติกรรมระหว่างสัตว์ (รวมถึงจุลินทรีย์) สัตว์และพืช ต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณากระบวนการที่เกิดขึ้นในระดับประชากร ชุมชน และระบบนิเวศ (ด้านนิเวศวิทยา) และการศึกษาการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่สามารถวัดได้จากจำนวนของชนิดพันธ์ุ้ ความสม่ำเสมอของการกระจายพันธุ์ หรือความหลากหลายทางพันธุกรรม ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงชีวนิเวศ รวมถึงการศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมต่อระบบนิเวศ (ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ) นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการศึกษาด้านอื่น ๆ อาทิ บรรพชีวินวิทยา ชีวภูมิศาสตร์ นิเวศวิทยาระดับมหภาค นิเวศวิทยาเชิงประชากร นิเวศวิทยาเชิงชุมชน นิเวศวิทยาของจุลินทรีย์ การบุกรุกทางชีวภาพ การอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น - วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเคมีสิ่งแวดล้อม (Environmental Science and Environmental Chemistry Technology, ESEV)
การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อมต่อมนุษย์ โดยจะเน้นถึงปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยใช้หลักการประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาสาเหตุ แหล่งที่มา ปฏิกิริยาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม) และการศึกษาโดยประยุกต์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคนิคทางเคมี เพื่อการออกแบบ และพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบสำหรับการศึกษาเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณของสารเคมีในสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ (ด้านเคมีสิ่งแวดล้อม) รวมถึงเป็นการออกแบบ และพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบสำหรับการสังเคราะห์วัสดุหรือสารเคมี ที่ลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้หรือสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม (ด้านเคมีสีเขียว) - เทคโนโลยีและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Technology & Engineering, ESEN)
การศึกษาโดยประยุกต์ใช้หลักการทางวิศวกรรม เพื่อการออกแบบ การสร้างแบบจำลอง และพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบสำหรับการจัดการการใช้ และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ น้ำ อากาศ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดิน ป่าไม้ แร่ธาตุ น้ำมัน ถ่านหิน ฯลฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีประสิทธิผลมากขึ้น หรือทำให้อยู่ในสภาพเดิมที่ไม่ถูกรบกวน รวมถึงการป้องกัน แก้ไข หรือควบคุมมลพิษทางอากาศ น้ำ และขยะมูลฝอย กระบวนการจัดการและกำจัดขยะ ของเสีย และสารอันตรายด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การฝังกลบ การบำบัดน้ำเสีย การทำปุ๋ยหมัก การลดของเสีย และการดักจับและจัดเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage) เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นการศึกษาวิธีการบำบัดโดยการใช้สารชีวภาพ (Bioremediation) เช่น แบคทีเรียหรือพืช เพื่อกำจัดหรือทำให้สิ่งปนเปื้อนเป็นกลาง การย่อยสลายทางชีวภาพ ฯลฯ - อื่น ๆ (Other, ESOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
คณิตศาสตร์และสถิติ
(Mathematics and Statistics, MA)
การศึกษาการวัด คุณสมบัติ และความสัมพันธ์ของปริมาณและเซต โดยใช้ตัวเลขและสัญกรณ์คณิตศาสตร์ การคำนวณทางพีชคณิต เรขาคณิต และโครงสร้างนามธรรม รวมถึงการประยุกต์หลักหรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ เพื่อออกแบบหรือสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะทาง
สาขาย่อย
- พีชคณิตและทฤษฎีจำนวน (Algebra and Number Theory, MAAB)
การศึกษาการดำเนินการโดยใช้สัญกรณ์คณิตศาสตร์และ/หรือการศึกษาความสัมพันธ์และโครงสร้างที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวอย่างถูกกำหนดโดย (ระบบของ) สมการที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันพหุนามของตัวแปรหนึ่งตัวหรือมากกว่า พีชคณิตอาจรวมถึงจำนวนจริง จำนวนเชิงซ้อน เมทริกซ์ เวกเตอร์ และรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายของการแทนค่าทางคณิตศาสตร์ รวมไปถึงการศึกษาคุณสมบัติของเลขคณิตที่เป็นจำนวนเต็มและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง อาทิ การเข้ารหัส เป็นต้น - คณิตศาสตร์เชิงวิเคราะห์และเรขาคณิต (Mathematical Analysis and Geometry, MAAN)
การศึกษากระบวนการในคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชั่นต่อเนื่อง ลิมิต แคลคูลัสเชิงอนุพันธ์และเชิงปริพันธ์สำหรับฟังก์ชันของตัวแปรหนึ่งหรือหลายตัวแปร และสมการเชิงอนุพันธ์ รวมไปถึงการศึกษารูปร่าง ขนาด และคุณสมบัติอื่น ๆ ของตัวเลขที่ว่าง และวัตถุเรขาคณิต (หรือโทโพโลยี) เช่น เรขาคณิตแบบยุคลิด เรขาคณิตที่ไม่ใช่แบบยุคลิด (ทรงกลม ไฮเพอร์โบลิก รีมันเนียน ลอเรนเซียน) และทฤษฎีปม (การจำแนกปมในช่องว่าง 3 ช่อง) เป็นต้น - คณิตศาสตร์ไม่ต่อเนื่อง (Discrete Mathematics, MADC)
การศึกษาโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ซึ่งมีลักษณะเป็นค่าเฉพาะเจาะจง และไม่ต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์เชิงการจัด เช่น เซตจำกัด กราฟ และเกม เป็นต้น โดยมักมีมุมมองเกี่ยวกับการจำแนกประเภทและ/หรือการแจกแจงการนับ สำหรับคณิตศาสตร์ไม่ต่อเนื่องจัดเป็นองค์ความรู้พื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาเทคนิคและทำความเข้าใจในระบบคอมพิวเตอร์ - คณิตศาสตร์ประยุกต์และเชิงคำนวณ (Applied and Computational Mathematics, MAAP)
การศึกษาเพื่อสร้างทฤษฎี รวมถึงการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ โดยใช้องค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ สถิติ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ สำหรับแก้ปัญหาเฉพาะทางด้านคณิตศาสตร์กายภาพ (Physical Mathematics) และคณิตศาสตร์ชีวภาพ (Biological Mathematics) เช่น คณิตศาสตร์การเงิน (Financial Mathematics) - สถิติและความน่าจะเป็น (Statistics and Probability, MAST)
การศึกษาทางคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์การสุ่ม และการศึกษาเครื่องมือทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์และตีความข้อมูลที่แสดงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือคำนวณได้จากกลุ่มตัวอย่าง - อื่น ๆ (Other, MAOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักคณิตศาสตร์และสถิติ แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์
(Medical Sciences and Engineering, MD)
การศึกษาธรรมชาติและพื้นฐานด้านเคมีและชีววิทยาที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตและเกี่ยวข้องกับมนุษย์ การนำหลักการทางวิศวกรรมและแนวคิดการออกแบบมาประยุกต์ใช้กับการแพทย์และชีววิทยา รวมถึงการแปลการค้นพบใหม่ในทางการแพทย์ ให้เป็นกิจกรรมและเครื่องมือสำหรับการใช้งานในทางคลินิกและสาธารณสุข เพื่อวัตถุประสงค์ด้านสุขภาพของมนุษย์ ได้แก่ แก้ไขปัญหาสุขภาพของมนุษย์ การปรับปรุงสุขภาพของมนุษย์
สาขาย่อย
- วิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (Basic Medical Sciences, MDSC)
การศึกษาและสำรวจธรรมชาติและพื้นฐานด้านเคมีและชีววิทยาที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต รวมถึงโครงสร้างและหน้าที่ของสารชีวโมเลกุล (ด้านชีวเคมี) ยีน (ด้านพันธุศาสตร์) ชีววิถีภายในเซลล์ การก่อตัวของเซลล์ และกระบวนการของเซลล์ โดยเฉพาะในระดับโมเลกุล (ด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล) ที่นำไปสู่การประยุกต์ใช้งานทางด้านการแพทย์ เช่น การศึกษาด้านสรีรวิทยา และภูมิคุ้มกันวิทยาของเซลล์ การศึกษาด้านประสาทชีววิทยา เป็นต้น รวมถึงการศึกษาจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา โปรคาริโอต ยูคาริโอตอย่างง่าย (ด้านจุลชีววิทยา) ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ - วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์และสุขภาพ (Biomedical and Health Sciences, MDBH)
การศึกษาที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา/รักษาสุขภาพ และโรคของมนุษย์ รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค การรักษา การป้องกันโรค หรือระบาดวิทยาของโรค และความเสียหายอื่น ๆ ต่อร่างกายหรือจิตใจของมนุษย์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการศึกษาการทำงานปกติและอาจตรวจสอบปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เช่น การศึกษาด้านอวัยวะ และด้านสรีรวิทยา การศึกษาระบบภูมิคุ้มกัน การศึกษาด้านโภชนาการและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ การศึกษาด้านพยาธิสรีรวิทยา การศึกษาด้านเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) และการศึกษาด้านประสาทเทคโนโลยี (Neurotechnologies) เป็นต้น - วิทยาศาสตร์การแพทย์ปริวรรตและคลินิก (Translational Medical and Clinical Sciences, MDTM)
การศึกษาเพื่อการปรับปรุงสุขภาพของมนุษย์โดยการแปลการค้นพบใหม่ในทางการแพทย์ ให้เป็นกิจกรรมและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานในทางคลินิกและสาธารณสุข โดยเป็นการใช้แนวคิดแบบสองทิศทางที่สามารถพัฒนาจากการวิจัยขั้นพื้นฐานสู่การทดสอบทางคลินิก (bench-to-bedside) หรือการประยุกต์ใช้การรักษาแบบใหม่และวิธีปรับปรุงให้ดีขึ้น (bedside-to-bench) เช่น การตรวจหาและวินิจฉัยโรค การป้องกันโรค การรักษาและบำบัดโรค การระบุและการทดสอบยา การศึกษายาและการรักษาในขั้นก่อนคลินิก การแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) เป็นต้น - เทคโนโลยีและวิศวกรรมชีวการแพทย์และชีวโมเลกุล (Biomedical and Biomolecular Technology & Engineering, MDEN)
การศึกษาและพัฒนาโดยนำหลักการทางวิศวกรรมและแนวคิดการออกแบบมาประยุกต์ใช้กับการแพทย์และชีววิทยาเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสุขภาพ รวมถึงการวินิจฉัย การเฝ้าติดตาม และการบำบัด โดยการประยุกต์ใช้เครื่องมือที่โดดเด่น ได้แก่ การพัฒนาอุปกรณ์ชีวการแพทย์ การพัฒนาวัสดุชีวภาพ เวชศาสตร์ฟืันฟู (Regenerative Medicine) วิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering) การพัฒนาเซนเซอร์ชีวภาพหรือไบโอชิป (Biosensors and Biochips) การพิมพ์ภาพทางชีวภาพสำหรับการแพทย์ (Medical Bioimaging) และเทคโนโลยีการติดตามสุขภาพ (Health Monitoring Technology) เป็นต้น (ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์) และการศึกษาโดยนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและชีวเคมีหรือชีววิทยาระดับโมเลกุลเพื่อพัฒนาระบบการทำงานในระดับโมเลกุลทางชีวภาพ เพื่อแปลงให้เป็นผลิตภัณฑ์และกระบวนการทางชีวเคมี เช่น การสร้างยา ระบบส่งยา ชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) เป็นต้น (ด้านวิศวกรรมชีวโมเลกุล) - อื่น ๆ (Other, MDOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์ แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ
(Materials Science and Engineering, MS)
การศึกษาคุณสมบัติ โครงสร้าง รูปแบบ ของวัสดุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัสดุ โดยอาจใช้อนุภาคนาโน นาโนไฟเบอร์ และโครงสร้างนาโนเลเยอร์ จนถึงการศึกษาโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ ผลึก พอลิเมอร์ วัสดุจากแก้ว วัสดุอ่อน/แข็ง และวัสดุคอมโพสิต นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างแบบจำลอง หลักการ และทฤษฎีทางวัสดุศาสตร์ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและคุณสมบัติของวัสดุ
สาขาย่อย
- เทคโนโลยีและวิศวกรรมชีววัสดุ (Biomaterials Technology & Engineering, MSBI)
การศึกษาคุณสมบัติทางเคมี-กายภาพ พื้นผิว ตลอดจนการออกแบบหรือพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบชีววัสดุ โดยการประยุกต์ใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือชีวมวล รวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับสสาร พื้นผิว หรือโครงสร้างใด ๆ ที่มีปฏิสัมพันธ์กับระบบทางชีววิทยา โดยวัสดุดังกล่าวมักถูกใช้และ/หรือดัดแปลง เพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างที่มาจากสิ่งชีวิตซึ่งดำเนินการเสริม หรือทดแทนหน้าที่ตามธรรมชาติ - เทคโนโลยีและวิศวกรรมวัสดุเฉพาะทาง (Functional Materials Technology & Engineering, MSFN)
การศึกษาคุณสมบัติทางเคมี-กายภาพ พื้นผิว โครงสร้าง ตลอดจนการออกแบบหรือพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบวัสดุให้มีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกเหนือจากสมบัติพื้นฐานของวัสดุนั้น เช่น คุณสมบัติทางไฟฟ้า แสง โลหะ กึ่งโลหะ อโลหะ แม่เหล็ก และตัวนำยิ่งยวด ฯลฯ โดยสามารถพัฒนาขึ้นได้จากวัสดุทุกชนิด เช่น พอลิเมอร์ โลหะ หรือเซรามิกส์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการประยุกต์ใช้งานเฉพาะด้าน - เทคโนโลยีและวิศวกรรมวัสดุนาโน (Nanomaterials Technology & Engineering, MSNA)
การศึกษาคุณสมบัติทางเคมี-กายภาพ พื้นผิว โครงสร้าง ตลอดจนการออกแบบหรือพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบวัสดุนาโน อุปกรณ์นาโน (Nanodevices) และท่อนาโนคาร์บอนและกราฟีน (Carbon Nanotubes and Graphene) ที่มีคุณสมบัติทางโครงสร้างที่มีขนาดด้านใดด้านหนึ่งที่อยู่ในช่วง 1-100 นาโนเมตร ให้เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้งานเฉพาะด้าน เช่น อนุภาคนาโนเพื่อส่งยา (Drug Delivery) นาโนเซนเซอร์เพื่อการตรวจคัดกรองโรค เป็นต้น - เทคโนโลยีและวิศวกรรมพอลิเมอร์ (Polymer Technology & Engineering, MSPO)
การศึกษาคุณสมบัติทางเคมี-กายภาพ พื้นผิว โครงสร้าง ตลอดจนการออกแบบหรือพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบพอลิเมอร์ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างโมเลกุลประกอบด้วยหน่วยที่คล้ายคลึงกันจำนวนมาก การออกแบบหรือพัฒนาวัสดุคอมโพสิตที่มีการผสมผสานวัสดุหลายชนิด เช่น เซรามิก ไฟเบอร์ โลหะ หรือพอลิเมอร์ เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษ และการออกแบบหรือพัฒนาวิธีการ/ต้นแบบวัสดุที่ประกอบด้วยเซรามิกและแก้ว (ซึ่งมักหมายถึงวัสดุที่เป็นของแข็งทั้งหมด) การผลิตแบบเติมเนื้อ (Additive Manufacturing) หรือการสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็ว (Rapid Prototyping) โดยอาศัยวัสดุพอลิเมอร์ เพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานเฉพาะด้าน - วัสดุศาสตร์เชิงทฤษฎีและเชิงคำนวณ (Theoretical and Computational Materials Science, MSTH)
การศึกษาหรือพัฒนาทฤษฎี รวมถึงการพัฒนาแบบจำลองของวัสดุ โดยใช้องค์ความรู้ทางฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาและอธิบายเทคนิคที่เป็นปัญหาขนาดใหญ่หรือมีความซับซ้อน มุ่งเน้นการทำนายพฤติกรรมของวัสดุภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เพื่อทำความเข้าใจการถ่ายโอนพลังงาน เช่น อุณหภูมิ ความดัน และการเสียรูป ที่นำไปสู่ความเข้าใจเกี่ยวกับวัสดุและเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นพบและออกแบบวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น - อื่น ๆ (Other, MSOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
ฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์
(Physics, Energy, and Astronomy, PE)
การศึกษาพฤติกรรมและธรรมชาติของสสาร พลังงาน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่ง รวมถึงการศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและวัตถุในท้องฟ้า อวกาศ และจักรวาล รวมถึงการคำนวณทางดาราศาสตร์ การศึกษาและพัฒนาทฤษฎี หลักการทางฟิสิกส์ และผลกระทบของพลังงานต่อสสาร นอกจากนี้ยังรวมถึงการประยุกต์หลักการทางฟิสิกส์ เพื่อพัฒนาและออกแบบกระบวนการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิต กักเก็บ และขนส่งพลังงาน
สาขาย่อย
- ฟิสิกส์ระดับมหภาคและฟิสิกส์ดั้งเดิม (Macroscopic and Classical Physics, PEMA)
การศึกษาพฤติกรรมและธรรมชาติของวัตถุหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่มีขนาดใหญ่ (สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า) โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการขยาย เช่น กลศาสตร์นิวตัน (การศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้อิทธิพลของแรง) ฟิสิกส์ของไหล (การศึกษาพลศาสตร์หรืออุทกพลศาสตร์ของไหล) แม่เหล็กไฟฟ้า (การศึกษาอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าและปฏิสัมพันธ์ รวมถึงการศึกษาสนามไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ฯลฯ) อุณหพลศาสตร์ (การศึกษาเกี่ยวกับความร้อนและอุณหภูมิและความสัมพันธ์กับพลังงานและงาน) เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กและอิเล็กทรอนิกส์ - ฟิสิกส์ระดับจุลภาคและฟิสิกส์สมัยใหม่ (Microscopic and Modern Physics, PEMI)
การศึกษาพฤติกรรมและธรรมชาติของปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอะตอม โมเลกุล อิเล็กตรอน โฟโตนิกส์ และแสง การศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพของนิวเคลียสภายในอะตอมและของอนุภาคมูลฐาน และแรงอันตรกิริยาของนิวเคลียส (กลศาสตร์ควอนตัม/ทฤษฎีสนามเชิงควอนตัม) รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแสง เช่น เทคโนโลยีโฟโตนิกส์และแสง (Photonics and Light Technologies) เป็นต้น - ฟิสิกส์เชิงทฤษฎีและเชิงคำนวณ (Theoretical and Computational Physics, PETH)
การศึกษาธรรมชาติที่เป็นปรากฏการณ์ของสสารและพลังงานด้วยหลักการและการคำนวณ ซึ่งเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ระหว่างวิทยาการคอมพิวเตอร์ ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ประยุกต์ รวมถึงการพัฒนาแบบจำลองเพื่อแก้ไขปัญหาและอธิบายปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนในฟิสิกส์ - ดาราศาสตร์และจักรวาลวิทยา (Astronomy and Cosmology, PEAS)
การศึกษาธรรมชาติที่เป็นปรากฏการณ์ในท้องฟ้า อวกาศ และจักรวาลที่อยู่นอกเหนือโลก ในแง่ของการกำเนิด วิวัฒนาการ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเพิ่มเติมและปรับแต่งแบบจำลองที่มีอยู่ทั่วไป เช่น ทฤษฎีบิกแบง รวมถึงการตรวจสอบอัตราการขยายตัวของเอกภพ การเกิดและดับของดวงดาว ดาวเคราะห์ กาแล็กซี เนบิวลา และวัตถุอื่น ๆ ในจักรวาล และการวัดรังสีที่เหลือจากบิ๊กแบง หรือรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ (Cosmic Microwave Background) โดยใช้กฎและหลักการทางฟิสิกส์และเคมี - เทคโนโลยีและวิศวกรรมพลังงาน (Energy Technology & Engineering, PEEN)
การศึกษาโดยประยุกต์ใช้หลักการทางวิศวกรรมและเทคนิคทางฟิสิกส์ เคมี และวัสดุศาสตร์ เพื่อการพัฒนาวิธีการหรือต้นแบบ และออกแบบกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต กักเก็บ และขนส่งพลังงานหมุนเวียนที่ได้จากทรัพยากรชีวภาพ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานขั้นสูง (Advanced Energy Storage Technologies) เช่น เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cells) เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuels) และเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) รวมถึงพลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen Energy) พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานน้ำทะเล (Marine and Tidal Power Technologies) และพลังงานไมโครเจนเนอเรชั่น (Power Microgeneration) รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากประจุไฟฟ้าสถิต ปฏิกิริยาอิเล็กโทรลิซิส และอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า และการศึกษาองค์ประกอบและการออกแบบแบตเตอรี่ เซลล์แสงอาทิตย์ (Photovotaics) เทคโนโลยีกังหันลม (Wind Turbine Technologies) และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grids) - อื่น ๆ (Other, PEOT) การศึกษาด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาหลักฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ แต่ไม่สอดคล้องกับสาขาย่อยที่กำหนด
หมายเหตุ : หลังการแข่งขัน YSC 2026 รอบชิงชนะเลิศ แล้วเสร็จ น้องๆ ผู้พัฒนาบางส่วนจะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขัน Regeneron ISEF 2026 ดังนั้นน้องๆ ผู้พัฒนาสามารถวางแผนศึกษาทำความเข้าใจสาขาการแข่งขันใน Regeneron ISEF ทั้งสาขาหลัก และสาขาย่อย เพื่อเตรียมวางแผนในการพัฒนาโครงงานล่วงหน้า สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ โดยใน ISEF มีสาขาในการแข่งขัน 22 สาขา ดังนี้
Animal Sciences (ANIM)
Behavioral and Social Sciences (BEHA)
Biochemistry (BCHM)
Biomedical and Health Sciences (BMED)
Biomedical Engineering (ENBM)
Cellular and Molecular Biology (CELL)
Chemistry (CHEM)
Computational Biology and Bioinformatics (CBIO)
Earth and Environmental Sciences (EAEV)
Embedded Systems (EBED)
Energy: Sustainable Materials and Design (EGSD)
Engineering Technology: Statics and Dynamics (ETSD)
Environmental Engineering (ENEV)
Materials Science (MATS)
Mathematics (MATH)
Microbiology (MCRO)
Physics and Astronomy (PHYS)
Plant Sciences (PLNT)
Robotics and Intelligent Machines (ROBO)
Systems Software (SOFT)
Technology Enhances the Arts (TECA)
Translational Medical Science (TMED)
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : https://www.societyforscience.org/isef/categories-and-subcategories/
ข้อแตกต่างระหว่างสาขาหลักเดิม YSC 2022–2023 และสาขาหลักใหม่ที่เปลี่ยนแปลงใน YSC 2024
สาขาหลักเดิม | สาขาหลักใหม่ (YSC 2024) | การเปลี่ยนแปลงจาก YSC 2023 |
|---|---|---|
ชีววิทยา (BI) | ชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ (BI) | + โครงการด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพพื้นฐาน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ |
เคมี (CH) | เคมี (CH) | + โครงการด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมเคมี |
วิทยาการคอมพิวเตอร์ (CS) | วิทยาการคอมพิวเตอร์ (CS) | + โครงการด้านชีววิทยาเชิงคำนวณและชีวสารสนเทศ |
วิศวกรรมศาสตร์ (EN) | วิศวกรรมศาสตร์ (EN) | – โครงการด้านวิศวกรรมเคมี / วิศวกรรมวัสดุ / วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม / วิศวกรรมพลังงาน / วิศวกรรมชีวภาพ (กรณีเป็นโครงการด้านวิศวกรรมตามหมายเหตุ ผู้พัฒนาควรเลือกสมัครเข้าร่วมการแข่งขันโครงการในสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่สาขาวิศวกรรมศาสตร์) |
วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (EV) | วิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม (ES) | + โครงการด้านวิทยาศาสตร์โลกและวิศวกรรมธรณี |
| คณิตศาสตร์ (MA) | คณิตศาสตร์และสถิติ (MA) | |
สหสาขา (IF) | วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมการแพทย์ (MD) | + โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิธีการ หรือการปรับปรุง เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ |
วัสดุศาสตร์ (MS) | วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ (MS) | + โครงการด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมชีววัสดุ / วัสดุเฉพาะทาง / วัสดุนาโน / พอลิเมอร์ |
ฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ (PE) | ฟิสิกส์ พลังงาน และดาราศาสตร์ (PE) |