แผนกลยุทธ์งานวิจัยในระยะที่ 2

คู่มือทุน CPMO

  1. คู่มือทุน CPMO
  2. แบบข้อเสนอโครงการ-ทุนอุดหนุน
  3. แบบข้อเสนอโครงการร่วมวิจัย
  4. ฟอร์มขอทุนนักศึกษาภายใต้โครงการวิจัย

 

งานวิจัยของ สวทช.

      สวทช. ได้มีการทบทวนและวางแผนกลยุทธ์งานวิจัยในระยะที่ 2 (Strategic Planning Alliance II: SPA II) ปี 2554-2559 โดยมีการบริหารจัดการงานวิจัยพัฒนาในลักษณะของ คลัสเตอร์ที่มีการวางแผนงานวิจัยตลอดห่วงโซ่มูลค่าเพิ่ม มีโปรแกรมที่เกี่ยวเนื่องกัน เพื่อให้เกิดพลังร่วม มีภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ใช้ประโยชน์เป็นผู้ร่วมกำหนดโจทย์วิจัยและเป้าหมายของโปรแกรม เพื่อให้งานวิจัยสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ สร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน คลัสเตอร์วิจัย  สวทช. มีภารกิจหลักด้านการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้นให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วน ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถด้าน เทคโนโลยีไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ คลัสเตอร์มุ่งเป้า และกลุ่มโปรแกรม Cross cutting technology ที่สามารถช่วยเหลือคลัสเตอร์ได้หลากหลาย โดยมีกลยุทธ์ในการเน้นการหาพันธมิตร (ลูกค้า) เพื่อมากำหนดโจทย์ (S&T need) และทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายหรือหุ้นส่วน เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และพัฒนากลไกการส่งมอบผลงานสู่ผู้ใช้และกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงทั้ง Market (ลูกค้า) to lab และ lab to market (ลูกค้า) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์-กระบวนการผลิตในระดับ Manufacturing และ Engineering มากขึ้นคลัสเตอร์มุ่งเป้า ประกอบด้วย 5 คลัสเตอร์คือ

  1. คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของประเทศ โดยเพิ่มผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ลดความสูญเสียอันเนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  เพิ่มคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่ม ประกอบด้วย 7 โปรแกรมวิจัย คือ กลุ่มโปรแกรม Flagship ได้แก่

          (1)  โปรแกรมข้าว
          (2)  โปรแกรมมันสำปะหลัง
          (3)  โปรแกรมยาง ซึ่งสามารถสร้าง ผลกระทบได้สูงมาก หากทำวิจัยได้ตลอดห่วงโซ่ของการผลิต (value chain)
          (4)  โปรแกรมเมล็ดพันธุ์
          (5)  โปรแกรมพืชเพื่อนาคต มุ่งเน้นพืชพลังงานและปรับปรุงพันธุ์พืชที่ปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน
          (6)  โปรแกรมการผลิตสัตว์และสุขภาพสัตว์
          (7)  โปรแกรมนวัตกรรมอาหาร
     
  2. คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการสร้างความมั่นคงด้าน พลังงาน การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต (อุตสาหกรรมเกษตร) ของประเทศ มีกรอบยุทธศาสตร์การวิจัย คือ การจัดลำดับความสำคัญของหัวข้อวิจัยเพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่มีส่วนแก้ปัญหา พลังงานหลักของประเทศอย่างแท้จริง และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสนับสนุนโครงการวิจัยที่มีภาคการผลิตและธุรกิจ ให้ความร่วมมือในการวิจัยอย่างจริงจัง  ภายใต้การดำเนินงานของคลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 3 โปรแกรมวิจัย ได้แก่

          (1)  โปรแกรมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
          (2)  โปรแกรมประสิทธิภาพทรัพยากรและพลังงาน
          (3)  โปรแกรมพลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีพลังงานใหม่
     
  3. คลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถด้านเทคโนโลยีการแพทย์ เพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และพัฒนาการรักษา ประกอบด้วย

          (1)  โปรแกรมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ
          (2)  โปรแกรมวิจัยการแพทย์ระดับพันธุกรรม
          (3)  โปรแกรมวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุ
          (4)  โปรแกรมวัสดุอุปกรณ์การแพทย์และการปฏิบัติในโรงพยาบาล (Medical Devices and Hospital Practice)
     
  4. คลัสเตอร์ทรัพยากร ชุมชน และผู้ด้อยโอกาส มีเป้าหมายเพื่อ ว และ ท ในการเพิ่มคุณภาพชีวิต ได้แก่ สุขภาพแข็งแรง ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีกิน มีใช้ ไม่เป็นหนี้ และมีการศึกษา ให้แก่ ชุมชนและเยาวชนชนบท ประกอบด้วย

          (1)  โปรแกรมทรัพยากรชีวภาพ 
          (2)  โปรแกรมเทคโนโลยีเพื่อชุมชนชนบท
     
  5. คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ มีเป้าหมายมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมที่เป็น Strategic Industry ของประเทศที่ส่งผลกระทบต่อ GDP สูง มีการกำหนดโจทย์วิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และภาคอุตสาหกรรมทำงานร่วมกับ สวทช.ในลักษณะหุ้นส่วน มี matching fund อย่างน้อย 20%   เพื่อให้งานวิจัยนั้น นำไปสู่การใช้งานโดยเร็ว ปัจจุบันมี 3 โปรแกรมวิจัย คือ

          (1)  โปรแกรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 
          (2)  โปรแกรมอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ  และเครื่องทำความเย็น
          (3)  โปรแกรมอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
  6.  

Cross Cutting Technology Program เป็นกลุ่มโปรแกรมวิจัย ที่มุ่งการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อคลัสเตอร์ได้หลายคลัส เตอร์ มีการกำหนดโจทย์วิจัยร่วมกับคลัสเตอร์ต่างๆ ปัจจุบันประกอบด้วย 4 โปรแกรมวิจัย คือ

  1. โปรแกรม Smart Materials & Processing มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมวัสดุ ชนิด film และ Fiber ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามความต้องการในคลัสเตอร์ต่างๆ ประกอบด้วยแผนงานด้านฟิล์ม เส้นใย และวัสดุชีวการแพทย์
     
  2. โปรแกรม Digital Engineering มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ และวิศวกรรม รวมถึงระบบอัตโนมัติ เพื่อขยายขนาดการผลิตของอุตสาหกรรม ให้สามารถตอบสนองความต้องการในคลัสเตอร์
     
  3. โปรแกรม Sensor & intelligent system มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี เซ็นเซอร์ และ สมองกลอัจฉริยะ ให้สามารถตอบสนองความต้องการด้านการตรวจวัดและสิ่งอำนวยความสะดวกใน คลัสเตอร์ต่างๆ
     
  4. โปรแกรม Service Research and Innovation (SRI) มีเป้าหมายเพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมบริการให้แก่ประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมบริการที่ตอบสนองต่อคลัสเตอร์ สวทช.เป็นหลัก อาทิ Knowledge as a Service, Logistic as a Service หรือ Smart Transportation เป็นต้น ทั้งนี้

นอกจากนี้ สวทช. ให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อม และวางรากฐานของการพัฒนา เพื่อเป็นตัวจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สังคมไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยจัดตั้งโปรแกรมสร้างฐานระยะยาว ได้แก่

  1. การพัฒนาเทคโนโลยีฐาน (Platform technology)
  2. การพัฒนากำลังคน
  3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการพัฒนา ว และ ท ของประเทศในอนาคต รวมทั้ง กำหนดให้มีมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ/สนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถนำผลงานออกไปใช้ประโยชน์ โดยแบ่งเป็น
          -  การขยายขนาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นอุตสาหกรรม
          -  การสนับสนุนด้านเทคนิค
          -  การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใน SME (ITAP)
  4. การสนับสนุนด้านธุรกิจ
  5. การสนับสนุนด้านกำลังคน (ฝึกอบรม)
  6. การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน (อุทยานวิทยาศาสตร์)
  7. การถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงพื้นที่
  8. การตลาด ประชาสัมพันธ์ และการดูแล Stakeholder เฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ผลงานวิจัยไปถึงกลุ่มผู้ใช้ และเชื่อมโยงความต้องการกลับมาที่งานวิจัยได้อีกด้วย

คลัสเตอร์การบริหารจัดการของ สวทช. ช่วงปี 2549 -2553

คลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Saturday, 29 January 2011 16:23

         จากกระแสโลกาภิวัฒ น์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate change) และ การเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้อัตราการเกิคโรคอุบัติใหม่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ (เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย วัณโรค) ที่มีรอบการแพร่กระจายใหม่ หรือสามารถกลายพันธุ์ให้ดื้อยา ที่มีแนวโน้มจะเกิดมากขึ้น โรคจำนวนมากยังไม่มีวิธีการป้องกัน รักษา และควบคุมที่ได้ผล ในกรณีที่ควบคุมไม่ได้จะทำให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว และสร้างความสูญเสียอย่างมากให้กับทั้งคนและสัตว์ อีกทั้งยังคงสามารถก่อให้เกิดความตื่นกลัวและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่าง รุนแรง คลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์ สวทช. จึงสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการแก้ไข

Read more: คลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์

บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 17
น้อยมากที่สุด 
   

คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Tuesday, 22 November 2011 09:32

คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เปิดรับข้อเสนอเชิงหลักการประจำปีงบประมาณ 2555

 

จากการที่ประเทศไทยประสบปัญหาด้านความมั่นคง ด้านพลังงานเป็นระยะเวลาที่ต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งในปัจจุบัน (2553) ต้องนำเข้าพลังงานกว่า 50% ของพลังงานที่ใช้ คิดเป็นเงินกว่า 1.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 14% ของ GDP และการแก้ปัญหาด้านพลังงานต้องนำเข้าเทคโนโลยีจำนวนมาก ซึ่งจะมีผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตเทคโนโลยีพลังงานของภาค เอกชนไทยยังไม่สูงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงพลังงานได้กำหนดแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี (2551-2565) ของประเทศ มีเป้าหมาย “เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้เป็นร้อยละ 20 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของประเทศ ในปี 2565” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยใช้พลังงานทดแทนเป็นพลังงานหลักของ ประเทศแทนการนำเข้าน้ำมัน เพิ่มความมั่นคงในการจัดหาพลังงานให้ประเทศ ส่งเสริมการใช้พลังงานในรูปแบบชุมชนสีเขียวแบบครบวงจร สนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีพลังงานทดแทนในประเทศ และวิจัย พัฒนา ส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานทดแทนประสิทธิภาพสูง ในการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องสร้างขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน โดยสนับสนุนการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคมหาวิทยาลัย และภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาคประชาชน ให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีการพัฒนาบุคลากรด้านที่ขาดแคลน ควรมีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่สามารถแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน และเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศไทยมีจุดแข็งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ เศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการทำให้เกิดข้อมูลที่ทันสมัยเกี่ยวกับสถานภาพที่แท้จริงของเทคโนโลยี พลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขึ้นกับปัจจัยต่างๆ หลายด้าน เช่น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ราคา ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ และการยอมรับของสังคม เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาของประเทศและการดำเนินการค้าระหว่างประเทศต่อไป            สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล็งเห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม จึงมีภารกิจ หลักด้านการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง และกำหนด ให้มีคลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อการบริหารการวิจัยและพัฒนาอย่างบูรณาการและทำงานเชิงรุก โดยคลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันประกอบด้วย 3 โปรแกรมวิจัย คือ

 

Read more: คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 12
น้อยมากที่สุด 
   

คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Saturday, 29 January 2011 15:33

     อุตสาหกรรมภาคการผลิตและภาคบริการของประเทศไทย เป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ของอุตสาหกรรมภาคการผลิตและภาคบริการนับตั้งแต่ปี 2548 – 2552 ที่มีสัดส่วนโดยเฉลี่ยต่อปีถึงร้อยละ 86 ของ GDP ทั้งประเทศ โดยในปี 2552 อุตสาหกรรมภาคการผลิตมีมูลค่า GDP ถึง3.09 ล้านล้านบาท คิดเป็น 34.15 % ของ GDP ทั้งประเทศ และอุตสาหกรรมภาคการบริการมีมูลค่า GDP 4.61 ล้านล้านบาท คิดเป็น 51 % ของ GDP ทั้งประเทศ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2554) จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาคการผลิตและภาคบริการเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย

Read more: คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 7
น้อยมากที่สุด 
   

คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Monday, 12 March 2012 19:03

     อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากกว่าร้อยละ 80 เป็นฐานรากเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ เป็นอาชีพของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศตลอดห่วงโซ่ของกระบวนการผลิต นับตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลผลิตโดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าเพิ่มขึ้น มีอายุการเก็บรักษายาวนานขึ้น และสะดวกต่อการอุปโภคบริโภค การที่ประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกอาหารจำนวนมาก ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรและภาคการผลิต กระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค นอกจากนี้ ยัง

Read more: คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร

บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 14
น้อยมากที่สุด 
   

Page 1 of 7