
Archives: คลังความรู้
Performance Excellence ตามเกณฑ์ TQA
การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) โดยสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้นำเกณฑ์สากลมาดัดแปลง ตั้งเป็นเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ โดยการทำ PMQA จะเป็นการยกระดับการปฏิบัติงานขององค์การให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่า ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติในการพัฒนาองค์การไปสู่ความเป็นเลิศ หน่วยงานราชการจึงต้องได้รับการพัฒนาให้สามารถบริหารและบริการได้อย่างรวด เร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การจัดการความรู้ จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการบริหาร จัดการภาครัฐ
การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ประกอบด้วยเกณฑ์ 7 หมวด ที่มีความเชื่อมโยงกัน จะเห็นว่ามีลูกศร 2 ข้าง เชื่อมโยงกับหมวด 1 การนำองค์การ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารจำเป็นต้องมีข้อมูลจริงเพื่อใช้ในการตัีดสินใจ ส่วนลูกศร 2 ข้างที่เชื่อมโยงกับหมวด 7 ผลลัทธ์การดำเนินการ แสดงให้เห็นว่า ต้องมีการวัด การวิเคราะห์ เพื่อให้สามารถรายงานผลลัทธ์การดำเนินการ และยังมีลูกศรใหญ่ที่เชื่อมโยงระหว่างหมวด 4 กับหมวดอื่นๆ ทุกหมวด แสดงให้เห็นว่าในการบริหารจัดการนั้น ต้องมีการใช้ข้อมูลและสารสนเทศอยู่ตลอดเวลา
นโยบายนำทางกิจกรรม KM สวทช.
การดำเนินกิจการการจัดการความรู้ของ สวทช. ยึดหลักแนวทาง 3 ประการ ดังต่อไปนี้ เป็นนโยบายนำทาง กล่าวคือ
- กลยุึทธ์ของ สวทช.
- Performance Excellence ตามเกณฑ์ TQA
- นโยบายการจัดการความรู้ที่ดีกว่า
กลยุทธ์ของ สวทช. ในส่วนของการจัดการความรู้
ในส่วนของกลยุทธ์ สวทช. ได้มีการผลักดันกิจกรรมการจัดการความรู้เข้าไปมีส่วนอยู่ในกลยุทธ์ขององค์กร ด้วย เพื่อให้องค์กรเห็นว่า การจัดการความรู้มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับองค์กร โดยเฉพาะกลยุทธ์ข้อที่ 2 การดำเนินการวิจัย พัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม เป็นกิจกรรมหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัีนอย่างยั่งยืนของประเทศ พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำเป็นไปพร้อมกัน ผ่านระบบการจัดการที่สามารถรวบรวมความรู้และสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนางานวิจัยอย่่างมีประสิทธิภาพ และได้มีการผลักดันนโยบายการจัดการความรู้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Balance Scorecard ในแผนที่กลยุทธ์ สวทช. อีกด้วย โดยอยู่ในมุมมองของความสามารถขององค์กร คือ L1: การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญ โดยภายใน 5 ปี จะมีระบบฐานข้อมูลและระบบจัดการความรู้ (Knowledge Inventory) โดยเชื่อมโยงกับระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร ระบบบริหารงานบุคคล และระบบ Enterprise Content Management เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ในการจัดทำแผนกลยุทธ์ ติดตามการปฏิบัติงาน ประเมินผลของ สวทช. ในมุม มองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ลูกค้า หรือ S2: การสั่งสม และบริหารจัดการความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีการวางเป้าหมายภายใน 5 ปี คือในปี 2554 จะมีการให้บริการข้อมูลทาง ว และ ท จากระบบคลังความรู้ สวทช. จำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 pageview ต่อวัน

ความรู้ที่ชัดแจ้ง และความรู้ซ่อนเร้น
ความรู้สามารถแบ่งออกแบบ 2 ประเภทใหญ่คือ ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) โดย
- ความรู้ทั่วไป หรือความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวมถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั้ง เรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม การจัดการความรู้เด่นชัด จะเน้นไปที่การเข้าถึงแหล่งความรู้ ตรวจสอบ และตีความได้ เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดความรู้ใหม่ ก็นำมาสรุปไว้ เพื่อใช้อ้างอิง หรือให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ต่อไป
- ความรู้เฉพาะตัว หรือความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาตญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางคนจึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม การจัดการความรู้ซ่อนเร้น จะเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อให้มีการแบ่งปันวามรู้ที่อยู่ในตัวผู้ปฏิบัติ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อันนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่ ที่แต่ละคนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ต่อไป

NSTDA KM Roadmap

จัดการความรู้ด้วย OSS & Freeware
การจัดการความรู้อาจจะต้องมีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ดังที่โมเดลปลาทูของ สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า ส่วน “หางปลา” (Knowledge Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้” หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู้” ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ตัวปลา” ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ “หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ICT ซึ่งเป็นการสกัดความรู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้ที่เด่นชัด นำไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ พร้อมยกระดับต่อไป
การจัดการความรู้ด้วยเทคโนโลยีนั้น แนวทางที่สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้ และสอดรับกับแนวทางการจัดการความรู้ในยุคปัจจุบัน น่าจะหนีไม่พ้นการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในกลุ่ม Open Source Software (OsS) & Freeware บางตัวปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทการจัดการความรู้ขององค์กร บุคลากรในองค์กร วัฒนธรรมและการยอมรับโดยรวม โดยมีซอฟต์แวร์ให้เลือกใช้หลากหลาย เช่น
- การจัดทำ CoP ด้วย Blog
- การสร้างคลังความรู้องค์กรด้วย DSpace, Greenstone, Joomla, Drupal
- การร่วมกันสร้างสรรค์ความรู้แบบ Collaboration ด้วย Wiki เช่น Dokuwiki, Mediawiki, TWiki
- การเล่าเรื่องจากภาพ ด้วย Joomla, WordPress, Gallery2, Omeka, Wiki
ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยงานในสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ศึกษาซอฟต์แวร์ในกลุ่ม OSS & Freeware เพื่อการจัดการความรู้ และนำเสนอในรูปแบบ Online Presentation ดังนี้
ข้อกำหนดการพัฒนาสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพ
การพัฒนาสื่อดิจิทัลในยุคการจัดการความรู้ การพัฒนาคลังความรู้ และการทำงานแบบร่วมมือ จำเป็นต้องคำนึงถึงมาตรฐานเพื่อให้เอกสารแลกเปลี่ยน แสดงผล และเรียกใช้ได้อย่างเหมาะสม สวทช. โดย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่แนวทางการพัฒนาสื่อดิจิทัลในยุคการจัดการความรู้ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงาน/บุคคลที่สนใจ ดังนี้
วัฒนธรรมความรู้ สวทช.
ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล รองผู้อำนวยการ สวทช. ได้ให้แนวทางการจัดการความรู้ ในส่วนวัฒนธรรมความรู้ สวทช. เพื่อช่วยให้การจัดการความรู้ของ สวทช. เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไว้ดังนี้
แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 4 ปีงบประมาณ 2550 – 2554
แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 4 ปีงบประมาณ 2550 – 2554
Continue reading “แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 4 ปีงบประมาณ 2550 – 2554”


