เมื่อพูดถึงความรู้ เราหมายถึงอะไร

เมื่อเราพูดถึงความรู้ เราหมายถึงอะไร?

ความรู้คือ กรอบของการประสมประสานระหว่างประสบการณ์ ค่านิยม ความรอบรู้ในบริบท และความรู้แจ้งอย่างช่ำชอง เป็นการประสมประสานที่ให้กรอบสำหรับการประเมินค่า และการนำเอาประสบการณ์กับสารสนเทศใหม่ๆ มาผสมรวมเข้าด้วยกัน มันเกิดขึ้นและถูกนำไปประยุกต์ในใจของคนที่รู้ สำหรับในแง่ขององค์กรนั้น ความรู้มักจะสั่งสมอยู่ในรูปของเอกสาร หรือแฟ้มเก็บเอกสารต่างๆ รวมไปถึงสั่งสมอยู่ในการทำงาน อยู่ในกระบวนการ อยู่ในการปฏิบัติงานและอยู่ในบรรทัดฐานขององค์กรนั่นเอง


แหล่งที่มา : โทมัส เอช. ดาเวนพอร์ท. และ ลอเรนซ์ พรูแซค. การจัดการความรู้ : เทคนิคในการแปรความรู้สู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน. แปลโดย นิทัศน์ วิเทศ. กรุงเทพมหานคร : เออาร์ บิซิเนสเพรส, 2542.

การจัดการความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

Infographic ที่ชุดนี้นำเสนอเรื่อง “การจัดการความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ” การจัดการความรู้ในองค์กรควรเริ่มต้นจากการ การสื่อสารเรื่องดังกล่าวให้มีความชัดเจนกับบุคลากรหรือพนักงานในองค์กร เพราะเมื่อเราเริ่มดำเนินการจัดการความรู้ อาจมีคำถามเกิดขึ้น เช่น

  1. Why do we keep having to relearn this?
  2. Haven’t we done something like this before? I feel like I’m reinventing the wheel.
  3. I don’ts know where to find it, but I know someone did it before.
  4. We used to have someone who knew how to do that, but he took a new job.

ประเภทของความรู้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ

  • ความรู้แบบฝังลึก (Tacit Knowledge)
    เป็น ความรู้ที่ไม่สามารถอธิบายออกมาด้วยคำพูดได้ ความรู้ประเภทนี้เกิดจากการกระทำซ้ำ จนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญชำนาญ ประสบการณ์ ทักษะ อาจจะทำให้การสื่อสารออกมาเป็นคำพูดหรือตัวหนังสืออาจจะทำได้ยาก เช่น ความลับทางการค้า วัฒนธรรมองค์กร ทักษะเฉพาะตัว ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นต้น
  • ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
    เป็น ความรู้ที่สามารถจัดรวบรวมได้ง่าย จัดระบบและถ่ายโอนโดยใช้วิธีการดิจิทัล มีลักษณะเป็นวัตถุดิบ (Objective) เป็นทฤษฏี สามารถแปลงเป็นรหัสในการถ่ายทอดโดยวิธีการที่เป็นทางการ ไม่จำเป็นต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเพื่อถ่ายทอดความรู้ เช่น นโยบายขององค์กร กระบวนการทำงาน ซอฟต์แวร์ เอกสาร และกลยุทธ์ เป้าหมายและความสามารถขององค์กร

7 ขั้นตอนของกระบวนการจัดการความรู้

  1. Create knowledge : การสร้างสรรค์ และแสวงหาความรู้
  2. Identify what’s critical : การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย
  3. Collect, document and store : จัดการความรู้อย่างเป็นระบบ วางโครงสร้างระบบการจัดเก็บความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบ
  4. Review for relevance and accuracy : การประมวลและกลั่นกรองความรู้
  5. Share with others : แบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ เช่นการจัดเวทีเสวนาแบ่งปันความรู้ (Tacit Knowledge) หรือ จัดทำเป็นเอกสารคู่มือ (Explicit Knowledge)
  6. Access or download : การเข้าถึงความรู้ เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เข้ามาช่วย
  7. Use knowledge for process improvement, problem solving and decision making : นำความรู้ไปใช้ในการปรับปรุงกระบวนการต่างๆ หรือการแก้ไขปัญหา ประกอบการตัดสินใจ

นอกจากนี้ Infographic ชุดนี้ยังนำเสนอในเรื่อง กระบวนการจัดการความรู้ และ วิธีการจัดการความรู้ อีกด้วย


http://info.4imprint.com/infographic/knowledge-management-infographic/

แหล่งที่มาข้อมูล :

  1. การจัดการความรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ http://www.th.wikipedia.org/การจัดการความรู้
  2. 7 ขั้นตอนสำหรับกระบวนการจัดการความรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ที่ http://info.4imprint.com/infographic/knowledge-management-infographic/

การจัดการความรู้แบบ Leif Edvinsson

Leif Edvinsson ได้แบ่งความรู้ออกเป็น 3 ประเภท คือ ความรู้เฉพาะบุคคล ความรู้ขององค์กร และความรู้ที่เป็นระบบ ดังนี้

  1. Individual Knowledge: ความรู้เฉพาะบุคคล เป็นความรู้ที่มีอยู่ในตัวพนักงานแต่ละคน หรือเป็นความรู้ที่อยู่ในหัวของพนักงาน
  2. Organizational Knowledge: ความรู้ขององค์กร เป็นความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพนักงานที่อยู่ในกลุ่มหรือฝ่ายงานต่างๆ ในองค์กร ทำให้เกิดเป็นความรู้โดยรวมขององค์กร สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานขององค์กรโดยรวมได้มากขึ้น
  3. Structural Knowledge: ความรู้ที่เป็นระบบ เป็นความรู้ที่เกิดจากการสร้าง หรือต่อยอดองค์ความรู้ ผ่านกระบวนการ คู่มือ และจรรยาบรรณต่างๆ ในองค์กร

บรรณานุกรม : บุญดี บุญญากิจ, นงลักษณ์ ประสพสุขโชคชัย, ดิสพงศ์ พรชนกนาถ และปรียววรณ กรรมล้วน.  (2548).  การจัดการความรู้…จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

SECI Model

กระบวนการ Knowledge Spiral หรือ SECI Model ซึ่งคิดค้นโดย Ikujiro Nonaka และ Takeuchi จากกระบวนการข้างต้นการปรับเปลี่ยนและสร้างความรู้จะเกิดขึ้นได้ 4 รูปแบบ คือ Socialization, Externalization Combination และ Internalization ดังนี้

  • Socialization: การแบ่งปันและสร้าง Tacit knowledge จาก Tacit knowledge ของผู้สื่อสารระหว่างกัน โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรง
  • Externalization: การสร้างและแบ่งปันความรู้จากสิ่งที่มีและเผยแพร่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นการแปลงจาก Tacit knowledge เป็น Explicit knowledge
  • Combination: เป็นการแปลง Explicit knowledge จาก Explicit knowledge โดยรวบรวมความรู้ประเภท Explicit ที่เรียนรู้ มาสร้างเป็นความรู้ประเภท Explicit ใหม่ๆ
  • Internalization: เป็นการแปลง Explicit knowledge มาเป็น Tacit knowledge มักจะเกิดจากการนำความรู้ที่เรียนรู้มาไปปฏิบัติ

บรรณานุกรม

บุญดี บุญญากิจ, นงลักษณ์ ประสพสุขโชคชัย, ดิสพงศ์ พรชนกนาถ และปรียววรณ กรรมล้วน.  (2548).  การจัดการความรู้…จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

แนวคิด KM ของ Michael Polanyi และ Ikujiro Nonaka

แนวคิดของ Michael Polanyi และ Ikujiro Nonaka ซึ่งเริ่มจากแนวคิดในการจำแนกความรู้ออกเป็น 2 ประเภท คือ Tacit และ Explicit Knowledge ซึ่งได้รับความนิยมและนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ทั้ง 2 ท่านได้ให้คำจำกัดความของความรู้ทั้ง 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

1. Tacit Knowledge เป็นความรู้ที่อยู่ในตัวของแต่ละบุคคล เกิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้ หรือพรสวรรค์ต่างๆ ซึ่งสื่อสารหรือถ่ายทอดในรูปแบบของตัวเลข สูตร หรือลายลักษณ์อักษรได้ยาก ความรู้ชนิดนี้พัฒนาและแบ่งปันกันได้ และเป็นความรู้ที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน

2. Explicit Knowledge ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถรวบรวมและถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น หนังสือ คู่มือ เอกสาร และรายงานต่างๆ ซึ่งทำให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย

บรรณานุกรม

บุญดี บุญญากิจ, นงลักษณ์ ประสพสุขโชคชัย, ดิสพงศ์ พรชนกนาถ และปรียววรณ กรรมล้วน.  (2548).  การจัดการความรู้…จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

การจัดการความรู้มีผลต่อธุรกิจต่างๆ

จากเอกสารและงานวิจัยหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของการจัดการความรู้ พบว่าเป็นไปในแนวเดียวกันนั่นคือ การจัดการความรู้มีผลต่อธุรกิจต่างๆ ในหลายรูปแบบ เช่น

  • สร้างนวัตกรรมซึ่งส่งผลให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการเกิดความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด จึงทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน การต่อรองและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า
  • เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practics) และกระบวนการทำงานต่างๆ เกิดการร่วมมือกันในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเสริมสร้างและกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง
  • เพิ่มศัลยภาพในการเพิ่มผลผลิต การแข่งขัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจในการวางแผนและปฏิบัติงานในระดับต่างๆ รวมถึงการตัดสินใจในการลงทุนและแก้ปัญหา
  • สามารถนำสินทรัพย์ความรู้ที่มีอยู่ทั้งในและนอกองค์กรมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม : บุญดี บุญญากิจ, นงลักษณ์ ประสพสุขโชคชัย, ดิสพงศ์ พรชนกนาถ และปรียววรณ กรรมล้วน.  (2548).  การจัดการความรู้…จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

KM and Research Community

แนวทางการจัดการความรู้สำหรับบุคลากรและชุมชนวิจัย โดยการใช้ KM (Knowledge management) เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ (Learning) การวิจัย (Research) และการจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management) จากการบรรยายของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

Continue reading “KM and Research Community”

บทสรุปผู้บริหาร กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ. 2554-2563 ของประเทศไทย

บทสรุปผู้บริหาร กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระยะ พ.ศ. 2554-2563 ของประเทศไทย โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

กรอบนโยบาย IT2010 ถูกใช้เป็นเข็มทิศนำการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยในช่วงทศตวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางนโยบาย กระทรวงไอซีทีจึงได้พัฒนากรอบนโยบาย ICT2020 ขึ้น เพื่อเป็นกรอบการพัฒนา ICT ของประเทศไทยในระยะ 10 ปีต่อจากนี้

ICT 2020 : Executive Summary from National Science and Technology Development Agency (NSTDA) – Thailand

กรอบแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรม ICT เพื่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในประเทศไทย

รายงานฉบับสมบูรณ์ กรอบแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในประเทศไทย โดย ดร.กษิติธร ภูภราดัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ทุนสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) 

เพื่อศึกษาและจัดทำกรอบแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้าน ICT ในการส่งเสริมการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนด้อยโอกาส ตลอดทั้งเพื่อสำรวจและถอดบทเรียนการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้าน ICT สำหรับเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสทั้งจากในและต่างประเทศ

Report : ICT Innovation for Disadvantaged children from National Science and Technology Development Agency (NSTDA) – Thailand

รายงานการศึกษา กรอบแนวคิดในการวัดบทบาทของอุตสาหกรรม ICT ….

รายงานการศึกษากรอบแนวคิดในการวัดบทบาทของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  (เนคเทค) โดยความร่วมมือกับสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดให้มีโครงการศึกษากรอบแนวคิดในการวัดบทบาทของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อระบบเศรษฐกิจไทยขึ้น เพื่อศึกษาและเสนอแนะกรอบแนวคิดและวิธีการในการพัฒนาตัวชี้วัด (Conceptualization) ที่จะใช้ประเมินบทบาทของอุตสาหกรรม ICT ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้ได้ตัวชี้วัดที่เหมาะสมและมีความเป็นสากล ทั้งในส่วนของคํานิยาม องค์ประกอบของข้อมูล วิธีการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล และเพื่อวิเคราะห์แนวทางในการนําตัวชี้วัดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้สําหรับประเทศไทย พร้อมทั้งตรวจสอบการมีอยู่ของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ความพร้อมของข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูล รวมไปถึงการจัดทําข้อเสนอแนะอย่างเป็นรูปธรรมเสนอให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นําไปปฏิบัติต่อไป

Thai ICT Conceptualization from National Science and Technology Development Agency (NSTDA) – Thailand