พลังงานวิจัยขับเคลื่อนธุรกิจไทย ก้าวไกล ยั่งยืน – The Power of R&D
ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม [size : 63.2 MB]
พลังงานวิจัยขับเคลื่อนธุรกิจไทย ก้าวไกล ยั่งยืน – The Power of R&D
ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม [size : 63.2 MB]
แม็กกาซีนด้านเทคโนโลยีชื่อดังระดับโลก MIT Technology Review ฉบับเดือน March/April 2015 นำเสนอข้อมูลที่หน้าปกว่า Breakthough Technologies 2015 โดยการคัดเลือก เทคโนโลยีที่โดดเด่นประจำปี 10 เรื่อง คือ Magic Leap / Nano-Architecture / Car-to-Car Communication / Project Loon / Liquid Biopsy / Megascale Desalination / Apple Pay / Brain Organoids / Supercharged Photosynthesis / Internet of DNA ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงในปี 2015 นี้
Source : http://www.technologyreview.com/magazine/2015/03/
บทความนี้ เผยแพร่ทั้งในฉบับพิมพ์และฉบับออนไลน์ สรุปรายละเอียดสั้นๆ ได้ดังนี้
1. บริษัท Magic Leap
บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ศรีษะที่สามารถทำให้มองเห็นภาพของวัตถุที่แสดงออกมาเป็น 3 มิติ เป็นเทคโนโลยีเสมือนจริงคือ Virtual Reality เกิดวัตถุเสมือน 3 มิติ ซ่อนในสภาพแวดล้อมจริง โดย Google ให้การสนับสนุนทุนในการวิจัย รวมทั้งบริษัทคู่แข่ง Microsoft ได้เปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่ศรีษะที่ชื่อ HaloLens ที่ช่วยให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กับภาพ hologram ได้
ความก้าวหน้า
มีการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่สามารถทำให้วัตถุเสมือนเข้ามาปรากฏในชีวิตจริง ราวกับเวทมนตร์ มายากล
ความสำคัญ
เทคโนโลยีนี้ สามารถเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ อุตสาหกรรม ภาพยนต์ เกมส์ การท่องเที่ยว และโทรคมนาคม (สมาร์ทโฟน) ด้วยการสร้างแอพพลิเคชั่นต่างๆ
ผู้นำเทคโนโลยีนี้
– บริษัท Magic Leap
– บริษัท Microsoft
เทคโนโลยีนี้มีการใช้จริง : 1-3 ปีที่ผ่านมา
2. เทคโนโลยี Nano-Architecture
นักวิทยาศาสตร์ Julia Creer แห่งสถาบัน California Institute of technology, Caltech ได้ประดิษฐ์วัสดุที่มีลักษณะแบบโครงตาข่ายขนาดเล็กระดับนาโน ซึ่งมีศักยภาพมากมาย โดยใช้วิธีการ Nanofabrication
ความก้าวหน้า
เป็นวัสดุที่มีโครงสร้างแบบนาโน ที่มีคุณสมบัติปรับแต่งได้อย่างแม่นยำ ทำให้มีความแข็งแกร่ง ยือหยุ่นและมีน้ำหนักเบามาก
ความสำคัญ
วัสดุที่มีน้ำหนักเบาขึ้น ทำให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นอเนกประสงค์
ผู้นำเทคโนโลยีนี้
– สถาบัน Caltech
– MIT
– National Laboratory
เทคโนโลยีนี้มีการใช้จริง : 3-5 ปีที่ผ่านมา
3.เทคโนโลยี Car-to-Car communication
คือการสื่อสารระหว่างรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยีไร้สายแบง่ายๆ ที่สามารถช่วยให้การขับขี่รถยนต์ปลอดภัยมากขึ้น เป็นการแจ้งเตือนด้วยข้อมูลต่างๆ เช่น ตำเหน่งของรถ ความเร็ว พวงมาลัย สถานะเบรค ให้แก่รถยนต์ที่อยู่ใกล้ๆ ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร ช่วยให้คนขับรถทราบถึงปัญหาและเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
ความก้าวหน้า
รถยนต์ที่สามารถสื่อสารพูดคุยระหว่างกันและกันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการชนกันที่รุนแรง
ความสำคัญ
มีผู้คนในโลกมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปีที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ชนกัน
ผู้นำเทคโนโลยี
– บริษัท General Motros
-University of Michigan
-National Highway transportation Safety Administration
เทคโนโลยีนี้มีการใช้จริง : 1-2 ปีที่ผ่านมา
4. โครงการ Loon (Project Loon)
คือโครงการบอลลูนฮีเลียมของ Google เพื่อปล่อยโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไวไฟให้แก่พื้นที่ชนบทที่เครือข่ายเข้าไปไม่ถึง ช่วยให้ประชากรนับหลายพันล้านคนสามารถเข้าถึงออนไลน์ได้เป็นครั้งแรก
ความก้าวหน้า
เป็นหนทาง วิธีการ ในการบริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่น่าเชื่อถือและมีค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จากอากาศ ให้แก่พื้นที่ ที่ขาดอินเทอร์เน็ต ด้วยระบบนำทางในบอลลูนที่ลอยบนอากาศด้วยความสูงที่พอเหมาะ
ความสำคัญ
การเข้าถึงอินเทอรืเน็ตสามารถช่วยให้ขยายโอกาสทางการศึกษา เศรษฐกิจ สำหรับประชากรในชนบทราว 4.3 พันล้านคน
ผู้นำเทคโนโลยี
– Google
– Facebook
เทคโนโลยีนี้มีการทดสอบบริการ : 1-2 ปีที่ผ่านมา (บราซิลและนิวซีแลนด์)
5.การตรวจหาสาร บ่งชี้ทางชีวภาพด้วยของเหลว (The liquid biopsy)
อุปกรณ์ ที่มีความสามารถในการจัดเรียงลำดับดีเอ็นเอที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำไปสู่การตรวจหามะเร็งด้วยวิธีการตรวจเลือด ประเทศจีนมีปัญหาโรคมะเร็ง (ตับ) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ นักวิทยาศาสตร์จีนได้ค้นคว้าหาวิธีการตรวจจากเลือดโดยตรงและเห็นว่าต่อไปเครื่องตรวจดีเอ็นเอ จะมีราคาถูกลง และ ขนาดเล็กลง
ความก้าวหน้า
สามารถตรวจหาโรคมะเร็งได้ในระยะเริ่มต้น ด้วยวิธีการตรวจเลือด ที่ใช้หลักการ เซลล์มะเร็งหลั่งดีเอ็นเอเข้าสู่กระแสเลือด
ความสำคัญ
มีประชากรทั่วโลกราว 8 ล้านคนต่อปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
ผู้นำเทคโนโลยี
-Chinese University of Hong Kong
– บริษัท Illumina
-John Hopkins University
เทคโนโลยีนี้มีการทดสอบบริการ : ในขณะนี้
6. โรงกลั่นน้ำทะเลขนาดใหญ่ (Megascale Desalination)
เป็นเทคโนโลยีกระบวนการกลั่นน้ำทะเลที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนีย ทางตอนใต้ของกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ด้วยวิธีการ reverse-osmosis เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก สนับสนุนโดยรัฐบาลอิสราเอล ในชื่อโครงการ Sorek สามารถผลิตน้ำจืดเพื่อการบริโภคได้วันละ 6.2 แสนลูกบาศก์เมตร
ความก้าวหน้า
เป็นความสามารถในการกลั่นน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดที่ประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำคัญ
ปริมาณน้ำจืดไม่เพียงพอต่อประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ผู้นำเทคโนโลยี
– IDE Technologies
– Posedon water
– Desalitech
– Evoqua
เทคโนโลยีนี้มีการใช้จริง : ในขณะนี้
7. การชำระเงินซื้อสินค้าด้วยสมาร์ทโฟน (Apple Pay)
บริษัทแอปเปิ้ลเปิดบริการการชำระเงิน Pay ด้วยไอโฟน เป็นการประดิษฐ์เทคโนโลยี ไร้สายและหลายๆส่วน ที่สามารถทำให้ใช้จ่ายเงินผ่านสมาร์ทโฟนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น สมาร์ทโฟนทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงิน สามารถชำระเงินได้ที่เคาเตอร์
ความก้าวหน้า
เป็นบริการในการใช้สมาร์ทโฟนเป็นกระเป๋าเงิน / บัตรเครดิต ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ความสำคัญ
ช่วยลดความเสียหายในการฉ้อโกงจากบัตรเครดิต
ผู้นำเทคโนโลยี
– Apple
– Visa
– Master card
– Google
เทคโนโลยีนี้มีการให้บริการ : ในขณะนี้
8.การปลูก เลี้ยงเซลล์อวัยวะส่วนสมอง (Brain organoids)
ขณะนี้มีความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเซลล์ประสาทมนุษย์ในจานแก้ว เพื่อดูการเติบโตของเซลล์สมอง นักวิทยาศาสตร์คิดค้นหาวิธี หนทางในการดูแล รักษาภาวะสมองเสื่อมของมนุษย์ เช่น ความเจ็บป่วยทางจิต ความผิดปกติทางประสาท (ออทิสติก อัลไซเมอร์ ลมชัก)
ความก้าวหน้า
กลุ่มก้อนของเซลล์ประสาทนิวรอนในรูป 3 มิติ สามารถเติบโตได้จาก human stem cell ในระดับห้องปฏิบัติการได้
ความสำคัญ
นักวิทยาศาสตร์ ต้องการทำความเข้าใจในความผิดปกติของเซลล์สมอง
ผู้นำเทคโนโลยี
– Institute of Molecular Biotechnology, IMBA, Austria
– Massachusetts General Hospital
เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้น : ในขณะนี้
9. การสังเคราะห์แสงที่เพิ่มพลัง (Supercharged photosynthesis)
เป็นการทำวิศวกรรมตัดต่อยีนของต้นข้าว เพื่อให้สามารถกระตุ้นผลผลิตให้มากขึ้น โดยขนวบการ Supercharged เรียกชื่อว่า C4 Photosynthesis โครงการนี้ได้รับทุน จาก Bill& Melinda Gate Foundation
ความก้าวหน้า
เป็นการทำพันธุวิศวกรรมยีนของต้นข้าว เพื่อให้สามารถดึงพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ความสำคัญ
การเพิ่มผลผลิตของพืชไม่เพียงพอกับความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้น
ผู้นำสำคัญ
– International Rice Research Institute, IRRI Philippines
– University of Minnesota
– University of Cambridge
– Australian National University
เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้น : 10-15 ปี
10.การแลกเปลี่ยนข้อมูลดีเอ็นเอ บนอินเเทอร์เน็ต (Internet of DNA)
เด็กชาย Noah อายุ 6 ขวบ ในแคนาดา ป่วยด้วยโรคที่ไม่สามารถระบุได้ เขามีพัฒนาการที่ช้า ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน พูดได้เพียงคำสั้นๆ แพทย์ผู้รักษาเขาได้เริ่มส่งข้อมูลดีเอ็นเอ ของเขา ไปทั่วอินเทอร์เน็ตเพื่อเสาะหาผู้ป่วยที่คล้ายคลึงกับเขา แพทย์ทำการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ หาจีโนม เพื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยทั่วโลกด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูล จีโนมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ความก้าวหน้า
เกิดมาตรฐานฐานข้อมูลดีเอ็นเอสามารถสื่อสารหากันได้ (ข้อมูลยีนและรหัสพันธุกรรมมนุษย์)
ความสำคัญ
การรักษาทางการแพทย์ อาจใช้ประโยชน์ประวัติการแพทย์ของผู้ป่วยอื่นๆ
ผู้นำเทคโนโลยี
– Global Alliance for Genomics & Health
– Google
– Personal Genome Project
เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้น : 1 – 2 ปี
ติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ แม็กกาซีน MIT Technology Review ฉบับออนไลน์ ที่ – http://www.technologyreview.com/magazine/2015/03/
ระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ในโลก มีความแตกต่างและหลากหลายในแง่โครงสร้างและเนื้อหาหลักสูตร ส่งผลให้อาจเกิดความยุ่งยากลำบากสำหรับผู้เกี่ยวข้องทางการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะผู้ตัดสินใจในระดับนโยบายของแต่ละประเทศในการที่จะเปรียบเทียบ และ benchmark ระบบการศึกษาของประเทศตนเองกับประเทศอื่นๆ
ดังนั้นองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) จึงได้จัดทำมาตรฐานสากลการจัดจำแนกการศึกษา (the International Standard Classification of Education: ISCED) ซึ่งคือ Framework ทางสถิติสำหรับการจัดจำแนกการศึกษา เพื่อเปรียบเทียบสถิติและตัวชี้วัดทางการศึกษาในประเทศต่างๆ หนึ่งในข้อมูลที่สำคัญ คือ การจัดจำแนกระดับการศึกษาและสาขาวิชา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดจำแนกข้อมูลการศึกษาให้เป็นมาตรฐานสอดคล้องมาตรฐานสากล
รายงานผลการวิจัยโดย the Knowledge Exchange เกี่ยวกับ แรงจูงใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้นักวิจัยแบ่งปันข้อมูลวิจัยกับผู้อื่น รวมถึงข้อเสนอแนะซึ่งอาจช่วยผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้ทุนวิจัย หน่วยงานวิจัย และห้องสมุด ในการออกแบบกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลวิจัยในอนาคต
รู้จัก the Knowledge Exchange
Knowledge Exchange (KE) คือ การทำงานร่วมกันของ 5 หน่วยงาน จาก 5 ประเทศ ได้แก่
เพื่อสนับสนุนการใช้และการพัฒนา ICT ในการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการวิจัย
การวิจัยเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูลวิจัย
เมื่อเร็วๆ นี้ the KE ทำการวิจัย เรื่อง “Sowing the seed: incentives and motivations for sharing research data, a researcher’s perspective” โดยสัมภาษณ์นักวิจัยจำนวน 22 คน จาก 5 ทีมวิจัย ในสาขาวิชาแตกต่างกัน เช่น มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ชีววิทยา และเคมี เป็นต้น จาก 5 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการ the KE เพื่อค้นหาว่า อะไรคือแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้นักวิจัยอยากจะแบ่งปันข้อมูลวิจัยของตนเองกับผู้อื่น ผลจากการวิจัยมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรูปแบบของการแบ่งปันข้อมูล แรงจูงใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้นักวิจัยแบ่งปันข้อมูล และข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลวิจัยในอนาคตสำหรับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
รูปแบบของการแบ่งปันข้อมูล
เมื่อพูดถึงคำว่า การแบ่งปันข้อมูล (Data sharing) นักวิจัยส่วนใหญ่ มักหมายถึง วิธีการที่แตกต่างและหลากหลายที่ข้อมูลวิจัยถูกแลกเปลี่ยนกันระหว่างนักวิจัย 6 โหมดที่แตกต่างกันของการแบ่งปันข้อมูล ได้แก่
โหมดที่แตกต่างกันนี้เกิดจากปัจจัยที่หลากหลาย เช่น การแบ่งปันข้อมูลกับกลุ่มคนที่เชื่อใจหรือกลุ่มคนที่ไม่มีความคุ้นเคย การแบ่งปันข้อมูลโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อความโปร่งใสหรือเพื่อการวิจัยในอนาคต
แรงจูงใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้นักวิจัยแบ่งปันข้อมูล แบ่งเป็น 4 ประเด็น ได้แก่
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกระตุ้นการแบ่งปันข้อมูลของนักวิจัย สำหรับส่วนที่เกี่ยวข้องในมุมต่างๆ
ติดตามอ่านรายงานการวิจัย ฉบับเต็ม: Knowledge Exchange. (2014). Sowing the seed: incentives and motivations for sharing research data, a researcher’s perspective. Retrieved February 9, 2015, from http://repository.jisc.ac.uk/5662/1/KE_report-incentives-for-sharing-researchdata.pdf
วารสาร Nature ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2014 หน้าปก เป็นรูป เลข 100 พร้อมข้อความ The Top 100 papers บทความหลักภายในเล่ม หน้าที่ 550-561 ชื่อเรื่อง The top 100 papers : Nature explores the most-cited research of all time เรียบเรียง โดย ผู้แต่ง 3 ชื่อ คือ Richard Van Noorden, Brendan Maher & Regina Nuzzo เป็นการนำเสนอรายชื่อบทความงานวิจัยตีพิมพ์ 100 เรื่อง 100 อันดับแรกของโลก ที่มีอิทธิพล ในวงการวิทยาศาสตร์ ได้รับการอ้างอิงสูงสุด ซึ่งเป็นบทความวิจัยที่ได้มีการสื่อสาร เผยแพร่ การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของวงการวิทยาศาสตร์ ก่อให้เกิดการพัฒนาก้าวหน้าตลอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งผู้แต่งบทความส่วนใหญ่ได้รับรางโนเบลวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ อีกด้วย
.jpg)
cover : Source : http://www.nature.com/nature/journal/v514/n7524/index.html
วารสาร Nature ร่วมมือกับบริษัท Thomson Reuters ทำการจัดอันดับ บทความวิจัยตีพิมพ์ 100 เรื่อง ที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยคัดเลือกบทความจากฐานข้อมูล Web of Science, WOS (Science Citation Index, SCI ในชื่อเดิม) ซึ่งก่อตั้งโดย Eugene Garfield เมื่อปี คศ. 1964 SCI คือแหล่งข้อมูลต้นแบบในการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยจากบทความวิจัยตีพิมพ์ ( assessment of the importance of research papers) ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ของ WOS
ปัจจุบัน ฐานข้อมูล Web of Science ครอบคลุมบทความวิจัยที่มีคุณภาพ จำนวนราว 58 ล้านเรื่อง Nature จัดแสดงเป็นรูปภาพแบบ InfoGraphics ในชื่อว่า The paper mountain โดย สมมุติว่าหากสั่งพิมพ์หน้าแรกของทุกบทความในฐานข้อมูล WOS แล้วจัดเรียงเอกสารบทความซ้อนทับกันขึ้นไปดั่งเช่นภูเขา Kilimanjaro ในแอฟริกา กองเอกสารจะสูงกว่า 5,000 เมตร โดยที่ 100 บทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุดนี้ เปรียบเสมือนจุดสูงสุดของภูเขา ที่มีความหนาเพียง 1 เซ็นติเมตร (เปรียบเทียบกับหอไอเฟล ฝรั่งเศส มีความสูง 301 เมตร และ Burj Khalifa ตึกระฟ้า ใน ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สูง 828 เมตร) หมายความว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มีขนาดใหญ่มหึหามากเทียบได้กับภูเขาที่สูงราว 5,500 เมตร
.jpg)
รูปภาพ InfoGraphic
http://www.nature.com/news/the-top-100-papers-1.16224#/mountain
Nature จำแนกชุดของบทความวิจัยตีพิมพ์ ตามจำนวนการได้รับการอ้างอิงเป็น 7 ชุดคือ
ชุดที่ 1 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์เพียง 3 บทความ ที่ได้รับการอ้างอิง มากกว่า 100,000 ครั้ง เสมือนดั่งอยู่บนยอดสูงสุดของภูเขา คือ
ชุดที่ 2 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ 148 เรื่อง ได้รับการอ้างอิง มากกว่า 10,000 ครั้ง
ชุดที่ 3 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ 14,351 เรื่อง ได้รับการอ้างอิง 1,000-9,999 ครั้ง ตัวอย่าง มีบทความวิจัยตีพิมพ์ 3 เรื่อง ในชุดนี้ ที่มีชื่อเสียงมาก คือ
ชุดที่ 4 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ 1,066,046 เรื่อง ได้รับการอ้างอิง 100-999 ครั้ง
ชุดที่ 5 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ 13,104,875 เรื่อง ได้รับการอ้างอิง 10-99 ครั้ง
ชุดที่ 6 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ 18,280,005 เรื่อง ได้รับการอ้างอิง 1-9 ครั้ง
ชุดที่ 7 มีจำนวนบทความวิจัยตีพิมพ์ 25,332,701 เรื่อง ไม่ได้รับการอ้างอิงเลย เป็นเอกสารที่เสมือนอยู่ดั่งฐานล่างสุดของภูเขา
วารสาร Nature รวบรวมข้อมูลชุดนี้
จาการสืบค้นฐานข้อมูล Web of science เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2014
วารสาร Nature แสดงรายชื่อบทความ 100 เรื่อง เรียงลำดับตามการได้รับการอ้างอิงสูงสุดไล่เรียงลงมา ดังตัวอย่าง 10 บทความแรก ดังนี้
บทความลำดับที่ 1 ได้รับ Citations: 305,148 ครั้ง
Protein measurement with the folin phenol reagent. Lowry, O. H., Rosebrough, N. J., Farr, A. L. & Randall, R. J.
J. Biol. Chem. 193, 265–275 (1951).
บทความลำดับที่ 2 ได้รับ Citations: 213,005 ครั้ง
Cleavage of structural proteins during the assembly of the head of bacteriophage T4. Laemmli, U. K. Nature 227, 680–685 (1970)
บทความลำดับที่ 3 ได้รับ Citations: 155,530 ครั้ง
A rapid and sensitive method for the quantitation of microgram quantities of protein utilizing the principle of protein-dye binding. Bradford, M. M.
Anal. Biochem. 72, 248–254 (1976).
บทความลำดับที่ 4 ได้รับ Citations: 65,335 ครั้ง
DNA sequencing with chain-terminating inhibitors. Sanger, F., Nicklen, S. & Couslon, A. R.
Proc. Natl Acad. Sci. USA 74, 5463–5467 (1977).
บทความลำดับที่ 5 ได้รับ Citations: 60,397 ครั้ง
Single-step method of RNA isolation by acid guanidinium thiocyanate-phenol-chloroform extraction. Chomczynski, P. & Sacchi, N.
Anal. Biochem. 162, 156–159 (1987).
บทความลำดับที่ 6 ได้รับ Citations: 53,349 ครั้ง
Electrophoretic transfer of proteins from polyacrylamide gels to nitrocellulose sheets: procedure and some applications. Towbin, H., Staehelin, T. & Gordon, J.
Proc. Natl Acad. Sci. USA 76, 4350–4354 (1979).
บทความลำดับที่ 7 ได้รับ Citations: 46,702 ครั้ง
Development of the Colle-Salvetti correlation-energy formula into a functional of the electron density. Lee, C., Yang, W. & Parr, R. G.
Phys. Rev. B 37, 785–789 (1988).
บทความลำดับที่ 8 ได้รับ Citations: 46,145 ครั้ง
Density-functional thermochemistry. III. The role of exact exchange. Becke, A. D.
J. Chem. Phys. 98, 5648–5652 (1993).
บทความลำดับที่ 9 ได้รับ Citations: 45,131 ครั้ง
A simple method for the isolation and purification of total lipides from animal tissues. Folch, J., Lees, M. & Stanley, G. H. S.
J. Biol. Chem. 226, 497–509 (1957).
บทความลำดับที่ 10 ได้รับ Citations: 40,289 ครั้ง
Clustal W: improving the sensitivity of progressive multiple sequence alignment through sequence weighting, position-specific gap penalties and weight matrix choice. Thompson, J. D., Higgins, D. G. & Gibson, T. J
Nucleic Acids Res. 22, 4673–4680 (1994).
บทความ 100 อันดับแรกชุดนี้ มีเนื้อหาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสาขาย่อย คือ
ติดตามอ่านเนื้อเรื่องฉบับเต็ม ได้ที่วารสาร Nature ฉบับพิมพ์ หรือออนไลน์ที่ http://www.nature.com/news/the-top-100-papers-1.16224
อ้างอิง
Richard Van Noorden, Brendan Maher & Regina Nuzzo (2014) The Top 100 papers : nature explore the most-cited research of all time. Nature Volume 514 No.7524 p.550-553
Online Available at : http://www.nature.com/nature/journal/v514/n7524/index.html
“โมเดลปลาตะเพียน” เป็นบทขยายความของ “โมเดลปลาทู” ว่า “หัวปลาใหญ่” เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานย่อยร่วมกันกำหนด ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) หรือปณิธานความมุ่งมั่นร่วม (Common Purpose) หรือเป้าหมายร่วม (Common Goal) เมื่อร่วมกันกำหนดแล้ว ก็ร่วมกันดำเนินการตามเป้าหมายนั้นเปรียบเสมือนการที่ “ปลาเล็ก” ทุกตัว “ว่ายน้ำ” ไปในทิศทางเดียวกัน โดยที่แต่ละตัวมีอิสระในการ “ว่ายน้ำ” ของตนเอง เปรียบได้กับผู้บริหารระดับสูงจะต้องเปิดโอกาสให้ “ปลาเล็ก (พนักงาน)” ได้มีอิสระในการ “ว่ายน้ำ (ทำงาน คิด ริเริ่ม)” โดยผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่ “บริหารหัวปลา” และคอยดูแล “บ่อน้ำ” ให้เหล่า “ปลาเล็ก” ได้มีโอกาสได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของตนในการ “ว่ายสู่เป้าหมายร่วม” ทุกหน่วยงานย่อยเองก็ต้องคอยตรวจสอบว่า “หัวปลาเล็ก” ของตนหันไปทางเดียวกับ “หัวปลาใหญ่” ขององค์กรหรือไม่
แหล่งที่มา : KM วันละคำ “จากนักปฏิบัติ KM สู่นักปฏิบัติ KM” : โมเดลปลาตะเพียน. วิจารณ์ พานิช. (2549). กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.
แหล่งที่มา : “การจัดการความรู้”. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.lib.su.ac.th/km/index.php/kmis (เข้าถึงเมื่อ 24 กันยายน 2557).
ในกระบวนการการจัดการความรู้ในแต่ละองค์กร ควรประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
แหล่งที่มา : “การจัดการความรู้”. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.lib.su.ac.th/km/index.php/kmis (เข้าถึงเมื่อ 24 กันยายน 2557).
ที่มา : Modern KM applications in business management : จัดการความรู้อย่างไรให้ใช้ได้ผลกับทุกระบบ. สุประภาดา โชติมณี. (2554). กรุงเทพฯ. พงษ์วรินทร์การพิมพ์ จำกัด.
การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) คือ การบริหารจัดการความรู้ที่ต้องใช้ ให้แก่คนที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องใช้ เพื่อให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล และส่งผลให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนิยม “Right Knowledge Right People Right Time”
แหล่งที่มา : Modern KM applications in business management : จัดการความรู้อย่างไรให้ใช้ได้ผลกับทุกระบบ. สุประภาดา โชติมณี. (2554). กรุงเทพฯ. พงษ์วรินทร์การพิมพ์ จำกัด.