หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
สวทช. เดินหน้าหารือความร่วมมือด้านวิจัยระดับโลก ต้อนรับผู้บริหารระดับสูง NSFC จากประเทศจีน
22 พฤษภาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง  ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง ดร.วิรัลดา ภูตะคาม  รองผู้อำนวยการไบโอเทค ร่วมให้การต้อนรับ Dr. FAN Yingjie ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ National Natural Science Foundation of China (NSFC) พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นำโดย Mr. MA MingGeng  ที่ปรึกษาฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ในโอกาสหารือความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานของทั้งสองหน่วยงาน พร้อมทั้งเปิดเวทีนำเสนอผลงานของศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ  เพื่อขยายผลความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยร่วมกันในอนาคต อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย นอกจากการหารือแล้ว คณะผู้บริหารจาก NSFC และสถานทูตจีน ยังได้เข้าเยี่ยมชมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) รวมถึงพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยเด่น อาทิ: • ศูนย์ชีววัสดุประเทศไทย (TBRC): ซึ่งดำเนินงานภายใต้ห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านเทคโนโลยีชีวภาพของจุลินทรีย์ (Thailand-China Joint Laboratory on Microbial Biotechnology) โดยมี ดร.สุภาวดี อิงศรีสว่าง หัวหน้าทีมวิจัย ดร.อัยดา อรุณศรี นักวิจัย ทีมวิจัยระบบจุลินทรีย์และชีวสารสนเทศ เป็นผู้นำเสนอ • งานวิจัยโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery): ความร่วมมือกับ Shanghai Jiao Tong University (SJTU) นำโดย ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าชีวมวลแบบบูรณาการ • โครงการ FlavorSERP: แพลตฟอร์มการทำนายและวิเคราะห์โครงสร้างสารให้กลิ่นรสเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหาร นำโดย ดร.อติกร ปัญญา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยส่วนผสมฟังก์ชั่นและนวัตกรรมอาหาร • ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (NBT): เยี่ยมชมคลังสิ่งมีชีวิตและการทำงานร่วมกับสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา (XTBG) นำโดย ดร.สามารถ วันชะนะ หัวหน้าทีมวิจัยธนาคารเมล็ดพันธุ์และระบบนิเวศ • งานวิจัยวัคซีนและชีววัตถุ: มุ่งเน้นการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) นำโดย ดร.พีร์ จารุอำพรพรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ • ห่วงโซ่มูลค่ามันสำปะหลังที่ยั่งยืน: นำโดย ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค และ ดร.กาญจนา แสงจันทร์ นักวิจัยทีมวิจัยการจัดการและใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรมการเกษตร • งานวิจัยและการใช้ประโยชน์จากรา (Mycology): นำโดย ดร.นัฐวุฒิ บุญยืน หัวหน้าทีมวิจัยปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ทางการเกษตร ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ NSFC ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมและแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
กิจกรรมท่องเที่ยว “ยอนา วารี ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านปากประ” ณ จังหวัดพัทลุง สัมผัสอัตลักษณ์นาริมเล หนึ่งเดียวในไทย
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาริมเลบ้านปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และพันธมิตรเครือข่าย จัดพิธีเปิดกิจกรรมท่องเที่ยว “ยอนา วารี ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านปากประ” กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การใช้พหุเทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อน BCG Model ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการผลิตข้าวให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรและวัฒนธรรม โดยชูจุดเด่นวิถีการทำนาริมเลของชุมชนบ้านปากประ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายอำเภอเมืองพัทลุง (นางศรุดา อินทร์ประพันธ์) ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ เกษตรจังหวัดพัทลุง นายกเทศมนตรีตำบลลำปำ ผู้แทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ผู้แทนจากศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ไฮไลต์กิจกรรมสำคัญ กิจกรรม “แสงแรก” และ “ยอยักษ์” นั่งเรือชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นลอดต้นลำพู สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้านที่ใช้ “ยอยักษ์” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมความมหัศจรรย์ของควายน้ำ หรือควายปลักพัทลุง ซึ่งเป็นมรดกทางการเกษตรโลก ท่ามกลางทุ่งบัวแดงอันสวยงาม สัมผัสข้าวนาริมเล หนึ่งเดียวในประเทศไทย ร่วมกิจกรรมทำนาริมเล ซึ่งเป็นการทำนาบนโคลนเลนริมทะเลสาบแบบอินทรีย์ โดยใช้ข้าวพันธุ์ “หอมนาเล” ซึ่งพัฒนาโดยไบโอเทค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่มที่ทนน้ำท่วมฉับพลันและทนเค็ม เพื่อแก้ปัญหาโลกรวนและพื้นที่น้ำท่วมขังริมชายฝั่งโดยเฉพาะ และได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช (ร.พ.2) จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว สืบสานภูมิปัญญาและวิถีชุมชน เรียนรู้กระบวนการผลิตข้าวสารแบบโบราณ (นวด ทิ่ม ฝัด) ฝึกทำขนมพื้นบ้าน “ตอกซาวพร้าวข้าวนาริมเล” ที่สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่าย รวมถึงเรียนรู้การแปรรูปกระจูดจากวัชพืชสู่ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารพื้นบ้านปากประรสชาติจัดจ้านแบบปักษ์ใต้ ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากนาข้าวและทะเลสาบ กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมและพหุเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนตามแนวทาง BCG Model เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวให้มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดพัทลุงมีศักยภาพโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “วิถีชีวิตชาวนาในพื้นที่ราบลุ่มริมทะเลสาบสงขลา” ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป สามารถรับชมคลิปกิจกรรมท่องเที่ยว “ยอนา วารี ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านปากประ” ได้ที่ https://shorturl.asia/y2s5W และอ่านคู่มือเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตร (Agri Eco-Tourism) ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ได้ที่ https://shorturl.asia/Cywo9
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ชวนเที่ยวงาน “เกษตรไทย ไปครัวโลก” พบสินค้าเกษตรปลอดภัยกว่า 100 ร้านค้า และกิจกรรมอบรมฟรี
🥬🌏 พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ชวนเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรไทย ไปครัวโลก” 📅 วันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ⏰ เวลา 08.00 – 17.00 น. 📍 พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายในงานพบกับ 🍲 นิทรรศการ “เมนูอาหารนานาชาติ” จากผักริมรั้วและวัตถุดิบท้องถิ่น 🛍 ชม ช้อป ผัก ผลไม้ อาหารพื้นบ้าน 4 ภาค 🌱 สินค้าเกษตรปลอดภัยกว่า 100 ร้านค้า 📚 อบรมวิชาของแผ่นดินและเวิร์กชอป 8 วิชา ติดต่อได้ที่ 🌐เว็บไซต์: www.wisdomking.or.th Social Media (YouTube, Facebook, Instagram, TikTok, Line): @wisdomkingmuseum โทรศัพท์: 0-2529-2212-13, 087-359-7171 ร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทย และเรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปด้วยกัน
ข่าว
 
ข่าวหน่วยงานภายนอก
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
ยกระดับ “บัวบกไทย” สู่ระบบผลิตเชิงอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่
  “บัวบก” เป็นพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และความงาม โดยเฉพาะสารสกัดบัวบกซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่มีมูลค่าสูงและมีแนวโน้มความต้องการของตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การผลิตบัวบกในระบบดั้งเดิมยังเผชิญข้อจำกัดด้านผลผลิต คุณภาพ และความสม่ำเสมอของสารสำคัญ ทำให้อุตสาหกรรมในประเทศยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตบัวบกเชิงการค้า เพื่อยกระดับการผลิตบัวบกไทยสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระดับสากล   [caption id="attachment_85241" align="aligncenter" width="750"] ไบโอเทค สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตบัวบกเชิงการค้า[/caption]   เฟ้นหาสายพันธุ์เด่นด้วยเทคโนโลยีปรับปรุงพันธุ์แม่นยำ ดร.กนกวรรณ รมยานนท์ ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช. เปิดเผยว่า ทีมวิจัยได้รวบรวมบัวบกจากแหล่งแหล่งปลูกต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวน 169 สายพันธุ์ เพื่อนำมาศึกษาและทดสอบปลูกในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทั้งในระบบปลูกแบบไฮโดรพอนิกส์ภายในโรงเรือนและระบบปลูกแบบดั้งเดิม ผลการศึกษาพบว่า การผลิตบัวบกด้วยระบบไฮโดรพอนิกส์ภายใต้สภาพแวดล้อมในโรงเรือนให้ปริมาณผลผลิตและปริมาณสารสำคัญสูงกว่าการปลูกในสภาพแวดล้อมแบบดั้งเดิมที่มีดินเป็นวัสดุปลูกประมาณ 1–1.5 เท่า อีกทั้งยังทำให้ได้ผลผลิตที่สะอาด มีคุณภาพสม่ำเสมอ ลดปัญหาการปนเปื้อนสารเคมี และใช้แรงงานน้อยลงเมื่อเทียบกับการเตรียมแปลงปลูกแบบทั่วไป   [caption id="attachment_85247" align="aligncenter" width="500"] ดร.กนกวรรณ รมยานนท์ ทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช.[/caption]   นอกจากนี้ทีมวิจัยยังศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมของบัวบกที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมปริมาณผลผลิตและการสร้างสารเซนเทลโลไซด์ (centellosides) ซึ่งเป็นสารสำคัญในกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ที่พบมากในบัวบก จนนำไปสู่การพัฒนา DNA marker สำหรับใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีเครื่องหมายโมเลกุล ช่วยให้สามารถคัดเลือกสายพันธุ์บัวบกที่มีคุณลักษณะตรงตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว “จากการปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ ทีมวิจัยสามารถพัฒนาบัวบกสายพันธุ์เด่นได้ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ไบโอบก-143 และไบโอบก-296 ซึ่งให้ผลผลิตสดไม่น้อยกว่า 3.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และมีปริมาณสารสำคัญสูงถึง 75–85 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง 1 กรัม สูงกว่าสายพันธุ์อ้างอิงที่ปลูกแบบดั้งเดิมซึ่งมีปริมาณสารสำคัญเพียง 45–50 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง”   [caption id="attachment_85245" align="aligncenter" width="750"] บัวบกที่ปลูกเลี้ยงด้วยระบบไฮโดรพอนิกส์ภายใต้สภาพแวดล้อมในโรงเรือน[/caption] เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบปลูกแนวตั้งในโรงเรือนอัจฉริยะ ทีมวิจัยได้ต่อยอดการผลิตบัวบกด้วยระบบไฮโดรพอนิกส์สู่การออกแบบระบบปลูกแนวตั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่การผลิตในแนวดิ่งและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด ควบคู่กับการจัดการสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนอย่างเหมาะสม ทั้งแสง อุณหภูมิ ความชื้น และธาตุอาหาร “การได้รับแสงที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาการปลูกเลี้ยง จะช่วยให้บัวบกสังเคราะห์แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยส่งเสริมอัตราการเจริญเติบโตของต้นบัวบก ทำให้บัวบกมีการพัฒนาทุกส่วนของต้นได้รวดเร็ว และให้ผลผลิตต่อพื้นที่ต่อรอบเวลาการผลิตสูงขึ้น โดยสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องมากกว่า 10 รอบต่อปี หรือเฉลี่ยเพียง 1 เดือนต่อรอบการผลิต จึงตอบโจทย์การผลิตวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูงในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.กนกวรรณกล่าว   [caption id="attachment_85240" align="aligncenter" width="750"] การผลิตบัวบกด้วยระบบไฮโดรพอนิกส์แบบแนวตั้งภายในโรงเรือนอัจฉริยะที่ควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมทุกช่วงการเติบโต[/caption]   ทีมวิจัยยังได้ศึกษาการจัดการคุณภาพแสงที่เหมาะสมในแต่ละช่วงการเจริญเติบโตของบัวบก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสังเคราะห์แสง การพัฒนาของพืช และการสะสมสารสำคัญ จนนำไปสู่องค์ความรู้และผลงานอนุสิทธิบัตรด้านการจัดการแสงเฉพาะสำหรับการผลิตบัวบก พร้อมกันนี้ยังมีการศึกษาปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิต ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้ธาตุอาหารและอากาศ ความหนาแน่นในการปลูก การจัดวางระนาบปลูกเพื่อให้พืชได้รับแสงอย่างเหมาะสม ตลอดจนช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยว เพื่อพัฒนาเป็นระบบการผลิตที่สามารถควบคุมทั้งคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้อย่างมีเสถียรภาพ และต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริง   [caption id="attachment_85242" align="aligncenter" width="750"] การปลูกบัวบกด้วยระบบปลูกพืชแนวตั้งภายใต้สภาพแวดล้อมในโรงเรือนจะช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิต และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพ[/caption]   ปัจจุบันทีมวิจัยยังคงมุ่งเน้นการทดสอบและคัดเลือกสายพันธุ์บัวบกที่เหมาะสำหรับเพาะปลูกภายใต้สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงโดยยังคงให้ผลผลิตและปริมาณสารสำคัญสูง เพื่อช่วยภาคการเกษตรของไทยรับมือกับปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอนาคต จากโรงเรือนต้นแบบสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ปัจจุบันระบบผลิตบัวบกแบบไฮโดรพอนิกส์แนวตั้งภายใต้โรงเรือนอัจฉริยะของ สวทช. ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชสมุนไพร หรือ GAP (Good Agricultural Practice: รหัสรับรอง กษ 03-3502-21-361-000001) ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต พร้อมทั้งเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาสู่ระบบการผลิตระดับ Medical Grade Production System (MGPS) สำหรับรองรับการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูงในระดับอุตสาหกรรม   [caption id="attachment_85243" align="aligncenter" width="750"] การผลิตบัวบกด้วยระบบปลูกพืชแนวตั้งภายในโรงเรือนอัจฉริยะที่ EECi[/caption]   นอกเหนือจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการและโรงเรือนต้นแบบ ไบโอเทค และ EECi ยังร่วมมือกับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ในรูปแบบ NSTDA Connex เพื่อนำบัวบกสายพันธุ์ “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296” ไปทดลองปลูกจริงในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แปลงเกษตรปลอดภัย โรงเรือนปลูกพืช และโรงงานผลิตพืชของเกษตรกรและผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการขยายผลสู่การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากบัวบกในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และเวชสำอาง โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชน อาทิ บริษัทซุพีเรียโกล จำกัด จังหวัดชลบุรี วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แสนสุข คนแสนวิถี และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอารมณ์ดีไร้สารเคมีระยอง จังหวัดระยอง บริษัทเบญจอนันตรา จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี บริษัทคั้นกี่น้ำเต้าทอง จำกัด และบริษัทเพลินไพรออร์แกนิค วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จังหวัดชัยภูมิ   [caption id="attachment_85244" align="aligncenter" width="750"] การผลิตบัวบกด้วยระบบปลูกพืชแนวตั้งภายในโรงเรือนอัจฉริยะที่ EECi[/caption]   ความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตบัวบกครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูงของประเทศ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพันธุศาสตร์ เทคโนโลยีการผลิตพืชและระบบเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างมั่นคงในอนาคต   เรียบเรียงโดย วีณา ยศวังใจ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช. อาร์ตเวิร์กโดย ฉัตรทิพย์ สุริยะ ฝ่ายผลิตสื่อสมัยใหม่ สวทช. ภาพประกอบโดย ภัทรกร กลิ่นหอม ฝ่ายผลิตสื่อสมัยใหม่ สวทช., ไบโอเทค สวทช., EECi ภาพที่สร้างโดย AI
ข่าว
 
บทความ
 
ผลงานวิจัยเด่น
 
สวทช. ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ ในพิธีเปิดประชุมวิชาการระดับโลก CHEP 2026 พร้อมรับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณด้านโครงสร้างพื้นฐานวิจัย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ "The 28th Conference on Computing in High Energy and Nuclear Physics (CHEP 2026)"  เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับ European Organization for Nuclear Research: CERN โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ และ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ การประชุม CHEP 2026 เป็นเวทีวิชาการระดับโลกที่มุ่งเน้นด้านการคำนวณในฟิสิกส์พลังงานสูงและนิวเคลียร์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในระดับสากล ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณเพื่อแสดงความขอบคุณในความอนุเคราะห์ที่ สวทช. ได้ให้การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์สำหรับงานวิจัยทางด้านฟิสิกส์อนุภาคพลังงานสูง และการเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการประชุม การประชุมวิชาการนานาชาติ "The 28th Conference on Computing in High Energy and Nuclear Physics (CHEP 2026)"  ในปีนี้ จัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีองค์กร สถาบัน และบริษัทต่าง ๆ ร่วมเป็นพันธมิตรและให้การสนับสนุน การมีส่วนร่วมของ สวทช. ในครั้งนี้ ย้ำถึงบทบาทสำคัญของหน่วยงานในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย เพื่อรองรับงานวิจัยขั้นสูงและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำของโลกอย่าง CERN ต่อไป สำหรับการประชุมวิชาการด้านการคำนวณในฟิสิกส์พลังงานสูงและฟิสิกส์นิวเคลียร์ (CHEP) เป็นการประชุมที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นในปี 1985 มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านการคำนวณ เครือข่าย และซอฟต์แวร์สำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งปัจจุบันวิเคราะห์ข้อมูลหลายร้อยเพตาไบต์โดยใช้ทรัพยากรที่กระจายอยู่ทั่วโลก CHEP นำเสนอเวทีที่ไม่เหมือนใครสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณในฟิสิกส์อนุภาคและฟิสิกส์นิวเคลียร์ การมารวมตัวกันในครั้งนี้เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อศึกษาดูงานด้านความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม และ 15 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานนิรภัยทหารอากาศในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยภายในหน่วยงาน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบความปลอดภัยในการทำงาน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมระหว่างหน่วยงาน   ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ให้การต้อนรับคณะผู้เข้าศึกษาดูงานจากสำนักงานนิรภัยทางอากาศ และคุณสุพจน์ มงคลชัยพิริยะ ผอ.ฝ่ายความปลอดภัยฯ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ให้การต้อนรับคณะผู้เข้าศึกษาดูงานจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายแนวทางการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยง การควบคุมอันตราย และการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับเกียรติจาก คุณธัญญาลักษณ์ เมืองสุวรรณ บรรยายให้แก่คณะผู้เข้าศึกษาดูงานจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณณพล คงเจริญ บรรยายให้แก่คณะผู้เข้าศึกษาดูงานจากสำนักงานนิรภัยทางอากาศ ตามลำดับ การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงาน ห้องปฏิบัติการวิจัย และระบบสนับสนุนด้านความปลอดภัยภายในหน่วยงาน อาทิ ระบบการจัดการสารเคมี ระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน การบริหารความเสี่ยงในห้องปฏิบัติการ ตลอดจนแนวทางการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MTEC ในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับบุคลากร นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยระหว่างผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร การเยี่ยมชมและศึกษาดูงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านความปลอดภัย อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานของประเทศไทย พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 25 พ.ค. 2569
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 'ยศชนัน' พบทูตญี่ปุ่น ถกร่วมมือบูรณาการด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของประเทศ เดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ แสงซินโครตรอน เซมิคอนดักเตอร์ และขยายผลหลักสูตร KOSEN มุ่งพัฒนากำลังคน-โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต .... >> อ่านต่อ สวทช. ชูบทบาทฟิสิกส์ตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ของโลกในงาน SPC2026 สวทช. X สมาคมฟิสิกส์ไทย ขับเคลื่อนนวัตกรรมฟิสิกส์ขั้นสูง ชูระบบตรวจวัดอัจฉริยะ ยกระดับการวิเคราะห์สสารแบบเรียลไทม์เพื่อเกษตรและอุตสาหกรรม ควบคู่กับบริการวิเคราะห์ทดสอบระดับนาโน ตรวจสอบโครงสร้างวัสดุเชิงลึก ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ... >> อ่านต่อ สวทช.- ซินโครตรอน ต้อนรับคณะ ขรก. ระดับสูงจากมาเลเซีย : คณะข้าราชการระดับสูงจากมาเลเซียเข้าศึกษาดูงาน ณ กระทรวง อว. โดยมีผู้บริหารจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ สวทช. ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลงานวิจัยเด่นด้านพลังงานและเกษตรกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารและสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ  ... >> อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
 
เปิดรับสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน NSTDA Micro-Mouse Contest 2027 ระดับภูมิภาค : ภาคกลาง
เปิดรับสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน NSTDA Micro-Mouse Contest 2027 ระดับภูมิภาค : ภาคกลาง เวทีสำหรับเยาวชนที่สนใจด้านหุ่นยนต์ วิศวกรรม และนวัตกรรม ร่วมเรียนรู้ ออกแบบ และพัฒนาหุ่นยนต์ Micro-Mouse พร้อมเปิดประสบการณ์การแข่งขันด้านเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค NMMC2027 ปรับรูปแบบการคัดเลือกผ่านการแข่งขันรอบภูมิภาค เพื่อคัดเลือกทีมเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ รายละเอียดการสมัคร เปิดรับสมัคร : 11 – 25 พฤษภาคม 2569 ทีมละ 3 คน และผู้ดูแลทีม 1 คน สำหรับทีมจาก 25 จังหวัดภาคกลาง สมัครได้ในนาม โรงเรียน กลุ่มบ้านเรียน ทีมอิสระ รายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/CB9Sh4ku3Di1kmzA6  
ปฏิทินกิจกรรม
 
อว. ชี้ช่องปลดล็อกศักยภาพ ‘พยาบาลไทย’ หนุนใช้ AI ปั้น ‘ผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก’ สู่มาตรฐานโลก
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 - โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ตดอนเมือง จ.ปทุมธานี - ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุมวิชาการนานาชาติ "The 1st INACSL Thailand RIG International Annual Conference" ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Revolutionizing Nursing Education: The Role of Technology and Simulation in Transformative Learning” โดยความร่วมมือระหว่าง The International Nursing Association for Clinical Simulation and Learning (INACSL) Thailand RIG (Regional Interest Group) และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Artificial Intelligence in Higher Education” โดยชี้ให้เห็นว่า วิชาชีพพยาบาลและการแพทย์เป็นสาขาที่มีความสำคัญสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วย การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาผสานในการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานจริงจะสามารถช่วยให้ประมวลผลและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถฝึกฝนการตัดสินใจในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ยากได้อย่างซ้ำ ๆ เปลี่ยนผ่านบทบาทของผู้เรียนจากผู้จำทฤษฎีสู่ผู้ประเมินและตัดสินใจทางคลินิกอย่างเชี่ยวชาญ การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเปลี่ยนผ่านมหาวิทยาลัยท่ามกลางกระแสการหลั่งไหลของเทคโนโลยีในยุคของเทคโนโลยี AI กระทรวง อว. มุ่งเน้นและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้อย่างเต็มที่และเหมาะสมกับรายบุคคลตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (พ.ศ. 2565 - 2570) ด้วยการเรียนการสอนเชิงรุก AI - Assisted Active Learning ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูง ซึ่งเป็นคุณค่าหลักที่ AI ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ และสามารถปรับตัวเข้ากับโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันได้ เป็นทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูงของประเทศเพื่อรองรับการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต สำหรับการจัดการเรียนการสอนของพยาบาล สามารถพลิกโฉมหลักสูตรสู่ระบบการแพทย์จำลองอัจฉริยะเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ความเสี่ยงสูงให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและปราศจากความเสี่ยงได้ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาผสานรวมกับหุ่นจำลอง และผู้ป่วยเสมือน ช่วยให้นักศึกษาสามารถฝึกทักษะการโต้ตอบ ฝึกฝนการตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นได้ยากในวอร์ดจริงได้อย่างซ้ำ ๆ ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมอัจฉริยะ ในการให้คำแนะนำย้อนกลับตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้เน้นย้ำและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เชี่ยวชาญและคณาจารย์พยาบาลจากทั่วโลกว่า “AI จะไม่มีวันแทนที่พยาบาล แต่พยาบาลที่ใช้ AI เป็น จะเข้ามาแทนที่พยาบาลที่ใช้ AI ไม่เป็น” เป้าหมายสูงสุดของการนำ AI เข้ามาขับเคลื่อนการศึกษาพยาบาล จึงไม่ใช่การวิ่งตามเทคโนโลยีเพื่อให้ดูทันสมัย แต่คือการใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยขับเคลื่อนให้มีเครื่องมือคอยช่วยคัดกรองและประมวลผลข้อมูลที่แม่นยำ สามารถส่งมอบความใส่ใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการดูแลผู้ป่วยได้ตามแก่นแท้ของวิชาชีพพยาบาล ยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การประชุม INACSL Thailand RIG International Annual Conference เป็นเวทีระดับนานาชาติสำหรับพยาบาลวิชาชีพ อาจารย์พยาบาล นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และความก้าวหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง (Simulation - Based Education) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทักษะวิชาชีพในปัจจุบัน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Simulation -Based Education จากสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิกเข้าร่วมบรรยายและจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ปลดล็อก! นวัตกรรมไทยสู่สากล ด้วยบริการทดสอบมาตรฐาน NQI
สวทช. ร่วมกับ รวพ. จัดงาน Thailand Standards & Quality Forum 2026 ระดมผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิเคราะห์ทดสอบชั้นนำของ สวทช. ประกอบด้วย PTEC , CTEC , NFED , NCTC , SQUAT , TBES มาร่วมแชร์แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้ผ่านด่านมาตรฐานโลก และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ หรือ NQI (National Quality Infrastructure) ที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานในด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของคนไทย ให้ก้าวทันมาตรฐานสากล
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
สวทช. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมในงาน SPC2026 ชูบทบาทฟิสิกส์ก้าวสู่ความยั่งยืน ผ่าน “เทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะ-บริการวิเคราะห์ระดับนาโน”
(วันที่ 21 พฤษภาคม 2569) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมฟิสิกส์ไทย ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการฟิสิกส์ระดับชาติ ครั้งที่ 21 หรือ Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) ระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี โดยงานดังกล่าวเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ให้กลายเป็นกลไกสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ผสานพลังฟิสิกส์ สร้างสรรค์นวัตกรรม สู่ความยั่งยืน” ภายในงาน สวทช. ได้นำนวัตกรรมและบริการทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงไปร่วมจัดแสดงเพื่อสะท้อนบทบาทสำคัญของฟิสิกส์ในการตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ของโลก โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้นำผลงานวิจัยของกลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์มาแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบตรวจวัดอัจฉริยะที่มีความไวและความแม่นยำสูง ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการวิเคราะห์สสารจากเดิมที่ต้องทำในห้องปฏิบัติการให้กลายเป็นการตรวจวัดแบบเรียลไทม์ในพื้นที่จริง เพื่อช่วยให้ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมสามารถควบคุมคุณภาพและบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ได้นำเสนอบริการวิเคราะห์ทดสอบระดับนาโน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เปรียบเสมือนดวงตาของนักวิจัยและผู้ประกอบการ ในการตรวจสอบโครงสร้างวัสดุระดับนาโนเมตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และแก้ปัญหาทางเทคนิคในอุตสาหกรรม โดยอาศัยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทั้งนี้ความร่วมมือของ สวทช. กับสมาคมฟิสิกส์ไทยและเครือข่ายพันธมิตรในงานครั้งนี้ ถือเป็นการหลอมรวมเครื่องยนต์วิจัยของ สวทช. เข้ากับฐานรากทางวิชาการฟิสิกส์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดย สวทช. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำองค์ความรู้ทางฟิสิกส์เชิงทฤษฎีมาต่อยอดผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในภาคธุรกิจและสังคม ตลอดจนการนำเครื่องมือวิจัยและผู้เชี่ยวชาญไปสนับสนุนเครือข่ายนักฟิสิกส์ทั่วประเทศจะช่วยให้เกิดการบ่มเพาะเทคโนโลยีอนาคตที่ตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือดังกล่าว ไม่เพียงช่วยบ่มเพาะสร้างคนรุ่นใหม่ให้เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ประเทศผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเต็มตัว เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
กระทรวง อว. ซินโครตรอน และ สวทช. ร่วมให้การต้อนรับคณะข้าราชการระดับสูงจากมาเลเซีย
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 Prof. Dr. Azmawani Abd Rahman, CEO Putra Business School พร้อมด้วย ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นำคณะข้าราชการระดับสูงจากมาเลเซีย เข้าศึกษาดูงาน ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (SLRI) พร้อมด้วย ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมให้การต้อนรับคณะข้าราชการระดับสูงจากประเทศมาเลเซีย ในโอกาสนี้ได้แนะนำบทบาทและภาพรวมการดำเนินงานของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ และ สวทช. ตามลำดับ พร้อมทั้งร่วมตอบข้อซักถามต่าง ๆ แก่คณะศึกษาดูงาน ก่อนที่ในช่วงท้าย คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลงานวิจัยของ สวทช. ซึ่งประกอบด้วย Premium Biodiesel (H-FAME) เชื้อเพลิงชีวภาพคุณภาพสูง นำเสนอโดย ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ เอ็นเทค สวทช. น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย (EnPAT) นำเสนอโดย ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง เอ็นเทค สวทช. “ข้าวคาร์บอนต่ำ” ข้าวพันธุ์ไบโอเทค 1 ซึ่งเป็นข้าวไม่ไวแสง กอตั้ง ลำต้นแข็งแรง ไม่หักล้มง่าย ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อายุเก็บเกี่ยวสั้นและให้ผลผลิตสูง นำเสนอโดย ดร.วศิน ผลชีวิน นักวิจัย ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กรระดับชาติและภาวะผู้นำ ภายใต้โปรแกรม Putra Management & Leadership Programme (Global Series 1) หัวข้อ Global Perspective for Sustainable Leadership Impact ซึ่งจัดโดย Putra Business School เป็นไปด้วยบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งไม่เพียงแต่บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาผู้นำระดับสากลอย่างยั่งยืน แต่ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการสานต่อเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อยกระดับการพัฒนาของทั้งสองประเทศต่อไปในอนาคต  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์