หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้ง..เป็นวัสดุนาโนมูลค่าสูง MOFs
เปลี่ยนของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม เช่น ขวดพลาสติกใช้แล้ว ให้กลายเป็นวัสดุนาโนรูพรุนมูลค่าสูง MOFs (Metal-Organic Frameworks) สำหรับกักเก็บก๊าซมีเทน ด้วยเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิจัยนาโนเทค สวทช. ซึ่งสามารถผลิต MOFs ให้มีคุณสมบัติกักเก็บและดูดซับสารต่าง ๆ ที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ . พบกับเทคโนโลยีการผลิต MOFs และทีมนักวิจัยได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี . ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 www.nstda.or.th/nac . https://youtube.com/shorts/lqgXVFEeHEA?si=OQelTyASmPIqVnqG
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Researcher Visit ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม MU-NSTDA Researcher Visit ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ ห้องประชุม CO-113 Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย พบกับกิจกรรมไฮไลต์ดังนี้: แนะนำการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. การเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการวิจัย สวทช. กิจกรรมจับคู่ความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนา (Research Matching) กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เข้าร่วมประชุม: นักวิจัยและบุคลากร สวทช. ที่ต้องการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย ขยายเครือข่ายพันธมิตร และสร้างสรรค์ผลงานที่มีผลกระทบสูง (High Impact) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน URL หรือ Scan QR Code ด้านล่างนี้: https://docs.google.com/forms/d/1Vkfouf7QncFN0fP9xl-Ump-SvPnSwdyNFNvNTiEiIa8/edit?usp=sharing_eil&ts=69cc705d หมายเหตุ: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนก่อนตามลำดับ (First-come, first-served) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: ฝ่ายบริหารเครือข่ายวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (RNM) คุณรัชพล โทร. 0-2564-7000 ต่อ 6445 / อีเมล: ratchapon@nstda.or.th คุณจันทนา โทร. 0-2564-7000 ต่อ 6464 / อีเมล: jantana@nstda.or.th
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. จับมือ BIEA เปิดตัว “SUSONG Cup” ในไทย เฟ้นหาสตาร์ทอัพ – นักวิจัยไทย สู่เวทีนวัตกรรมระดับโลกที่จีน
 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี (2 เมษายน 2569) – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ Beijing International Exchange Association (BIEA) ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน "SUSONG Cup" Future Industrial Technology Innovation Competition ครั้งที่ 4 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหาสตาร์ทอัพและนักวิจัยไทยที่มีศักยภาพ เข้าร่วมประชันนวัตกรรมบนเวทีระดับสากล ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วย นางศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) และ ดร.กัว เจี๋ยหนี (Dr. Jieni Gou) เลขาธิการ BIEA ร่วมเปิดงาน ดร.วสันต์ เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของคนไทย และเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ พลังงานใหม่และเทคโนโลยีคาร์บอนตํ่า (New Energy and Green Low - Carbon Technology) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ายแห่งอนาคต (Electronic Information and Future Networks) วิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพประยุกต์ (Life Sciences and Biotechnology Applications) สิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โอกาสเข้าถึงเงินทุน สูงสุดถึง 500,000 USD สำหรับโครงการที่มีศักยภาพ สิทธิจัดตั้งธุรกิจในจีน ณ China - BRICS Innovation and Technology Incubation Parkเมืองเซี่ยเหมิน พร้อมการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างเครือข่ายระดับโลก เชื่อมโยงกับนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มประเทศ BRICS และตลาดเกิดใหม่ การสนับสนุนจาก สวทช. ได้รับการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนจาก สวทช. ตลอดโครงการ กำหนดการแข่งขัน: มีนาคม - พฤษภาคม เปิดรับสมัครโครงการ (Project Solicit) มิถุนายน คัดกรองผลงานภายใน (Internal Review) กรกฎาคม: นำเสนอผลงาน (Roadshow Review) สิงหาคม - ตุลาคม รอบชิงชนะเลิศ (Grand Finals) ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน สวทช. และ BIEA จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการและนักวิจัยที่มีความมุ่งมั่น เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลก และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยผ่านเวที SUSONG Cup ในครั้งนี้ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://susongbrics.bjexchange.cn/?lang=en-us หมายเหตุ BIEA หรือสมาคมแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศปักกิ่ง เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนวัตกรรมและเทคโนโลยีระหว่างจีนกับประชาคมโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการศึกษา BIEA ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัยและภาคเอกชน เพื่อผลักดันโครงการนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. รับมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” ปี 2569 ชูระบบ Thai School Lunch ยกระดับโภชนาการเด็กไทยในสังกัด สพฐ.กว่า 2.6 หมื่นโรงเรียนทั่วประเทศ
1 เมษายน 2569 ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ : นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบเข็ม “เสมาคุณูปการ” และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 จำนวน 103 ราย เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเสริมสร้างความภาคภูมิใจในการร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการศึกษาของประเทศ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “การดำเนินงานด้านการศึกษาในยุคปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้บนฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่” โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจ ลิมปิจํานงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับเข็ม “เสมาคุณูปการ” และใบประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) เนคเทค สวทช. หัวหน้าทีมผู้พัฒนาระบบ Thai School Lunch ร่วมเป็นเกียรติในพิธี สวทช. ได้สนับสนุนการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Thai School Lunch ที่ช่วยให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 26,000 แห่ง จัดเมนูอาหารกลางวันได้เหมาะสมตามหลักโภชนาการ พร้อมรองรับการบูรณาการข้อมูลการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในระดับรายบุคคล เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ อันเป็นการช่วยยกระดับการบริหารจัดการโภชนาการในสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนของเยาวชนไทย ระบบ Thai School Lunch ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) ร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มจัดสำรับอาหารกลางวันให้นักเรียน เปิดให้บริการแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2555 และมีการพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับระบบมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน   ข้อมูลระบบ Thai School Lunch เพิ่มเติมได้ที่ https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-implementation-thai-school-lunch/
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
จัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ ง่าย ๆ ด้วยแพลตฟอร์ม ACAMP
ปลดล็อกความยุ่งยากการทำ "บัญชีคาร์บอน" แบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วย "เอแคมป์" (ACAMP) แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ พัฒนาโดยนักวิจัยเนคเทค สวทช. ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเห็นภาพรวมปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้แบบเรียลไทม์ นำไปสู่การวางแผนลดการปลดปล่อยก๊าซได้อย่างตรงจุด เพื่อมุ่งสู่ง Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม . พบกับ ACAMP พร้อม “รับสิทธิทดลองใช้งานฟรี!” ได้ที่ NAC2026 งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี . ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี 👉 www.nstda.or.th/nac https://youtube.com/shorts/hV5wlUwDoxY?si=rMh9It8pv9UtScg0
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
 
ปราจีนบุรีลุย ‘ESG Living Lab’ ผนึกกำลังองค์กรวิจัย ปั้นเมือง ‘เกษตรปลอดภัย’ ชูนวัตกรรม สวทช. ปูพรมสมาร์ทฟาร์ม-ชีวภัณฑ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตยั่งยืน
(วันที่ 31 มีนาคม 2569): ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า อาคาร 6 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ศูนย์การศึกษานครนายก): มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนรู้เกษตรปลอดภัย และสุขภาวะ จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อขับเคลื่อน โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับหน่วยงานวิจัยและเทคโนโลยีระดับประเทศ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อมุ่งเป้าสู่การเป็นเมืองต้นแบบเกษตรปลอดภัยภายใต้แนวคิด ESG หรือแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนโดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อพิจารณาความเสี่ยงและจริยธรรมของธุรกิจนอกเหนือจากผลกำไร เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) พร้อมนำผลงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้จริงเข้าสู่พื้นที่ โดยเน้นไปที่ “นวัตกรรมเกษตรปลอดภัยและคุณภาพสูง” และ “การผลิตและการใช้ชีวภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ” เพื่อลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต โดยจะนำ “โรงเรือนต้นทุนต่ำ” มาใช้กับกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรในปราจีนบุรี ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมกับการเติบโต ทำให้ได้สารสำคัญ (Active Ingredient) ในสมุนไพรสูงกว่าการปลูกทั่วไปถึง 20-30% และเมื่อใช้ร่วมกับ “สารชีวภัณฑ์” จาก สวทช. จะช่วยทำให้ผลผลิตไร้สารตกค้าง 100% สามารถส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมูลค่าสูงได้ทันที “การลงนามครั้งนี้เป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับเกษตรกรไทยโดยมี “เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือแผนงานปี 2569 เราจะใช้ศูนย์การเรียนรู้ฯ ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบติดตั้ง โรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะ และพัฒนาหลักสูตรแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยทำงานแบบ ‘ร่วมคิด ร่วมทำ’ กับ มสด. เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงนวัตกรรมได้ง่ายที่สุด นำไปสู่รายได้ที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด” ดร.สมบุญ กล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า มสด. มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ผ่านแนวคิด ESG Living Lab โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นฐานในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่การคัดเลือกทรัพยากรท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสารชีวภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน โดยมีการคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนได้จริง นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวถึงยุทธศาสตร์จังหวัดว่า ปราจีนบุรีมีศักยภาพด้านการเกษตรสูง การร่วมมือครั้งนี้จะเปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูงที่เน้นความปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยจังหวัดพร้อมสนับสนุนกลไกเชิงพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนให้เกิดการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมอย่างทั่วถึง เพื่อให้ปราจีนบุรีเป็นครัวที่ปลอดภัยและเป็นเมืองแห่งสุขภาวะอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้กล่าวเสริมถึงบทบาทในการสนับสนุนการทดสอบมาตรฐานและการรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้ ขณะที่ น.ส.ปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการสำนักบริการองค์ความรู้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระบุว่าจะนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการติดตามสภาพพื้นที่เกษตร การบริหารจัดการน้ำ และการพยากรณ์ผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เชิญบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร ร่วมเป็น “โจทย์ตั้งต้น” ในโครงการ Reverse Pitch for Food Innovation
STOP SEARCHING, START PITCHING เชิญบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร ร่วมเป็น "โจทย์ตั้งต้น" ในโครงการ Reverse Pitch for Food Innovation หากองค์กรของคุณมี Pain Point ที่แก้ไม่ตก หรือมี Roadmap ที่ต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพ นี่คือโอกาสที่จะได้ "กางโจทย์" ของคุณให้เหล่านักคิดและ Startup ฝีมือดีจากทั่วประเทศมาช่วยหาคำตอบ Why Join Us? • Access to Talent เข้าถึงกลุ่ม Startup และนักวิจัยที่พร้อมลงมือทำ • Customized Solutions ได้ทางแก้ปัญหาที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ • Open Innovation Ecosystem สร้างภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเปิดรับไอเดียใหม่ๆ What We Are Looking For (ประเภทของโจทย์ที่เราเปิดรับ) • Food Processing & Preservation การแปรรูปและถนอมอาหาร • Supply Chain Efficiency การจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ • Packaging & Sustainability บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกและความยั่งยืน • Digital Food Services เทคโนโลยีการบริการและจัดการร้านอาหาร The Process 1. Submit Your Challenge ส่งโจทย์หรือ Pain Point ขององค์กรให้ทีมงาน 2. Co-curating ทีมงานช่วยกลั่นกรองโจทย์ให้ชัดเจนและดึงดูด Startup 3. Reverse Pitch Day องค์กรขึ้นเวทีบอกโจทย์ เพื่อให้ Startup มานำเสนอโซลูชัน Timeline for Corporates • เปิดรับสมัครโจทย์ วันนี้ถึง 15 เมษายน 2569 • วันในการจัดกิจกรรม 27 พฤษภาคม 2569 • ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี Hall 4 ภายในงาน "THAIFEX-Anuga Asia 2026" ลงทะเบียนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนวัตกรรมอาหาร https://forms.gle/F6x1BknEw2rG5GBH6
ปฏิทินกิจกรรม
 
อบรม Smart Visualize Communication with Infographic & AI : สร้างงานสื่อสารอย่างมืออาชีพด้วย Infographic และ AI รุ่นที่ 3
🌐สวทช. ขอเชิญเข้าร่วมฝึกอบรม 🚀หลักสูตร Smart Visualize Communication with Infographic & AI : สร้างงานสื่อสารอย่างมืออาชีพด้วย Infographic และ AI รุ่นที่ 3 📅ระหว่างวันที่ 11 - 12 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม อมารี กรุงเทพฯ(ประตูน้ำ) หรือ เทียบเท่า 📲ลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.career4future.com/sinfoai   🔑 Key Highlight 💡 เน้นปฏิบัติจริง (Hands-on Practice): เรียนรู้ตั้งแต่หลักการสื่อสารด้วยภาพ ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้าง Infographic ที่มีคุณภาพและส่งผลต่อการตัดสินใจ 💡 ผสานเทคโนโลยี AI : เป็นหลักสูตรที่บูรณาการการใช้เครื่องมือ AI (เช่น ChatGPT, Midjourney, Canva Magic Studio,NotebookLM,Gemini,AI Google Studio เป็นต้น) เข้ามาช่วยในการระดมความคิด, สร้างเนื้อหา, ออกแบบภาพ, และปรับปรุงงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 💡 ครบเครื่องเรื่องการสื่อสาร: ครอบคลุมทั้งทฤษฎีการออกแบบ, จิตวิทยาการสื่อสารด้วยภาพ, การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล (Data Storytelling), และการใช้เครื่องมือจริง 💡 ประหยัดเวลาและทรัพยากร: ผู้เรียนสามารถลดเวลาในการสร้างสรรค์งานสื่อสารที่ซับซ้อน ให้ได้ผลลัพธ์ระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องเป็นนักออกแบบกราฟิกมืออาชีพ   🔥 โปรโมชั่นสุดพิเศษ!!! มาเป็นคู่ ถูกกว่า! ลดทันที 10% สำหรับการสมัคร 2 ท่านขึ้นไปจากหน่วยงานเดียวกัน ค่าลงทะเบียน: เพียง 9,900 บาท เท่านั้น! (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 7%)  สำหรับหน่วยงานภาครัฐ 9,252.34 บาท ***ราคานี้รวมอาหารว่าง และ อาหารกลางวัน***   📲สอบถามเพิ่มเติม : คุณใหม่ โทร. 085-289-2669 | LINE ID: maiys19 แล้วพบกันนะคะ🙏🥰
ข่าว
 
ปฏิทินกิจกรรม
 
สกสว. ผนึก สวทช. และเครือข่าย เปิดตัว “ศรีเตือนภัย (SRI Alert)” ยกระดับระบบจัดการภัยพิบัติอัจฉริยะ
โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (30 มีนาคม 2569) – สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และภาคีเครือข่าย เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ศรีเตือนภัย (SRI Alert)” ระบบอัจฉริยะบูรณาการข้อมูลและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและการตัดสินใจรับมือภัยพิบัติระดับประเทศ ในวาระครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ชูจุดเด่น “SRI Alert” บูรณาการข้อมูลเพื่อความปลอดภัย โครงการ SRI Intelligent System for Citizen Engagement in Emergency Management หรือ “ศรีเตือนภัย” ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) และ สกสว. ในการสนับสนุนการพัฒนาเพื่อบูรณาการข้อมูลจากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และผู้ใช้ประโยชน์ เพื่อผลักดันระบบเตือนภัยอัจฉริยะสู่การใช้งานจริงในระดับพื้นที่และระดับประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ได้แก่: Intelligence Platform: การบูรณาการข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐได้อย่างทันท่วงที Lessons Learned: การถอดบทเรียนจากวิกฤตการณ์ในอดีต เพื่อพัฒนาระบบบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Policy Expansion: การเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากเครือข่าย เพื่อขยายผลการใช้งานในระดับนโยบายและพื้นที่จริงทั่วประเทศ Network Synergy: การเชื่อมโยงนักวิจัย หน่วยงานรัฐ และประชาชน เพื่อสร้างระบบรับมือภาวะวิกฤตที่เข้มแข็ง สวทช. ขับเคลื่อนนวัตกรรม เชื่อมต่อ Traffy Fondue ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือในการผลักดันระบบสู่การใช้งานจริง พร้อมด้วย ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ได้ร่วมเสวนาและสาธิตระบบ โดยชูจุดแข็งของการนำแอปพลิเคชัน Traffy Fondue มาต่อยอด "สวทช. ได้พัฒนาระบบรับแจ้งและแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากภาคประชาชนสู่หน่วยงานวิจัยและเจ้าหน้าที่โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การรายงานเหตุและการช่วยเหลือสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วแบบเรียลไทม์" การเปิดตัวในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) มาเป็นแกนหลักในการสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน [caption id="attachment_82375" align="aligncenter" width="2048"] หน้าจอแดชบอร์ด (Dashboard) ของระบบ Traffy Fondue แพลตฟอร์ม “ศรีเตือนภัย (SRI Alert)[/caption]    
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน-ประชาชน ขับเคลื่อนต่อเนื่อง “ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3”
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้ลดขยะอาหารคือโจทย์เชิงโครงสร้าง ย้ำความร่วมมือรัฐ–เอกชน–ประชาชน ประกาศเดินหน้าผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3” ภายใต้นโยบายประกาศให้ปี พ.ศ. 2568 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นขับเคลื่อนการลดขยะอาหารของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพื่อให้การลดขยะอาหารไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นวัฒนธรรมใหม่ของสังคมไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ณ ลาน Eden ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  ได้เปิดตัวเข้าร่วมโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3” โดยนำร้านอาหารภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์กว่า 300 ร้าน เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ ร้านค้าที่เข้าร่วมจะได้รับสติกเกอร์สัญลักษณ์ “ลดเหลือ ลดทิ้ง” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบริหารจัดการขยะอาหารอย่างรับผิดชอบและร่วมสื่อสารแนวคิด “บริโภคอย่างพอดี” สู่ผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่งจัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน LookieWaste ที่เชื่อมโยงการดำเนินงานเชิงนโยบายเข้ากับการปฏิบัติจริงเพื่อผลักดันการลดขยะอาหารอย่างเป็นระบบ โดยได้รับเกียรติจากนายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายบรรณารักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงาน นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “การลดขยะอาหารไม่ใช่เพียงมาตรการปลายทาง แต่คือการปรับระบบการผลิตและการบริโภคตั้งแต่ต้นทาง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยสามารถเร่งลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ และเปลี่ยนความท้าทายนี้ให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล” การขับเคลื่อนโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง” ในภาคศูนย์การค้า ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและมีการบริโภคในปริมาณสูง นับเป็นต้นแบบสำคัญของการลดขยะอาหารในภาคธุรกิจบริการ และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างต้นแบบการจัดการขยะอาหาร ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำไปสู่การลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลสู่ภาคส่วนอื่นเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการลดขยะอาหารในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะอาหาร เริ่มต้นจากการบริโภคอย่างพอดี ลดเหลือ ลดทิ้ง เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ลดขยะอาหาร และขับเคลื่อนสังคมไทยมุ่งสู่เป้าหมายการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนต่อไป
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ต้อนรับคณะจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทหาร กรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในโอกาสเยี่ยมชมศึกษาดูงาน ThaiSC
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ อาคาร INC2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC) ให้การต้อนรับ นาวาอากาศเอก จิตกษม สุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทหาร กรมการสื่อสารทหาร และคณะข้าราชการของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งมีความสนใจองค์ความรู้ด้านการออกแบบและพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูล (Data Center) การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสำหรับการดำเนินงานศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ทางคณะฯ ยังมีความสนใจเข้าเยี่ยมชมเครื่อง LANTA Supercomputer และได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง โดยมี ดร.กริช นาสิงห์ขันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (ThaiSC) เป็นวิทยากรบรรยายในครั้งนี้ และมีเจ้าหน้าที่ ThaiSC ได้ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งนำชมเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง และระบบ LANTA Supercomputer อีกด้วย  
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 30 มีนาคม 2569
อว. ผนึก พม. ลงนาม MOU ดึงนวัตกรรม สวทช. เป็น “ทางลัด” แก้ปัญหาสังคม-ดูแลกลุ่มเปราะบาง สวทช. เดินหน้าเชื่อม 3 แพลตฟอร์ม ดูแลกลุ่มเปราะบางครบวงจร พร้อมหนุนนวัตกรรม - แพลตฟร์อม ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกมิติ ... >> อ่านต่อ วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569 อว. ปลดล็อกศักยภาพ AI ไทย เปลี่ยนงานวิจัยจากหิ้งสู่ใช้ได้จริง ด้วย 24 บิ๊กโปรเจกต์ กระทรวง อว. ผนึกกำลัง วช. และ สวทช. โดย เนคเทค ปั้น 24 โปรเจกต์ผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เชื่อมโยงระบบข้อมูลสารสนเทศ และ คลังข้อมูลงานวิจัย มุ่งเป้าลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ พร้อมสร้างเครือข่ายบุคลากร AI สายพันธุ์ใหม่กว่า 110 ชีวิต  ... >> อ่านต่อ ปลดล็อกนวัตกรรม AIการแพทย์ไทย สู่มาตรฐานสากล! : สวทช. โดย เนคเทค ร่วมกับ สทนว. ชูผลิตภัณฑ์ AI การแพทย์มาตรฐานสากลเพื่อยื่นขอการรับรองจาก อย. พร้อมผลักดันคุณภาพและมาตรฐานการแปลผล AI ภาพเอกซเรย์ทรวงอกร่วมกับรังสีวิทยาสมาคมฯ ในงาน"AISaMD Demo Day: The first step" ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพ  ...>>อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.