กิจกรรมท่องเที่ยว “ยอนา วารี ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านปากประ” ณ จังหวัดพัทลุง สัมผัสอัตลักษณ์นาริมเล หนึ่งเดียวในไทย

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาริมเลบ้านปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และพันธมิตรเครือข่าย จัดพิธีเปิดกิจกรรมท่องเที่ยว “ยอนา วารี ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านปากประ”
กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การใช้พหุเทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อน BCG Model ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการผลิตข้าวให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรและวัฒนธรรม โดยชูจุดเด่นวิถีการทำนาริมเลของชุมชนบ้านปากประ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม

การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายอำเภอเมืองพัทลุง (นางศรุดา อินทร์ประพันธ์) ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ เกษตรจังหวัดพัทลุง นายกเทศมนตรีตำบลลำปำ ผู้แทนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ผู้แทนจากศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง และพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ไฮไลต์กิจกรรมสำคัญ
กิจกรรม “แสงแรก” และ “ยอยักษ์”
นั่งเรือชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นลอดต้นลำพู สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้านที่ใช้ “ยอยักษ์” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมความมหัศจรรย์ของควายน้ำ หรือควายปลักพัทลุง ซึ่งเป็นมรดกทางการเกษตรโลก ท่ามกลางทุ่งบัวแดงอันสวยงาม
สัมผัสข้าวนาริมเล หนึ่งเดียวในประเทศไทย
ร่วมกิจกรรมทำนาริมเล ซึ่งเป็นการทำนาบนโคลนเลนริมทะเลสาบแบบอินทรีย์ โดยใช้ข้าวพันธุ์ “หอมนาเล” ซึ่งพัฒนาโดยไบโอเทค สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่มที่ทนน้ำท่วมฉับพลันและทนเค็ม เพื่อแก้ปัญหาโลกรวนและพื้นที่น้ำท่วมขังริมชายฝั่งโดยเฉพาะ และได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช (ร.พ.2) จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว
สืบสานภูมิปัญญาและวิถีชุมชน
เรียนรู้กระบวนการผลิตข้าวสารแบบโบราณ (นวด ทิ่ม ฝัด) ฝึกทำขนมพื้นบ้าน “ตอกซาวพร้าวข้าวนาริมเล” ที่สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่าย รวมถึงเรียนรู้การแปรรูปกระจูดจากวัชพืชสู่ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น
ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น
อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารพื้นบ้านปากประรสชาติจัดจ้านแบบปักษ์ใต้ ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากนาข้าวและทะเลสาบ
กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการนำนวัตกรรมและพหุเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนตามแนวทาง BCG Model เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวให้มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดพัทลุงมีศักยภาพโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม โดยเฉพาะ “วิถีชีวิตชาวนาในพื้นที่ราบลุ่มริมทะเลสาบสงขลา” ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
สามารถรับชมคลิปกิจกรรมท่องเที่ยว “ยอนา วารี ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านปากประ” ได้ที่
https://shorturl.asia/y2s5W
และอ่านคู่มือเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตร (Agri Eco-Tourism) ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ได้ที่
https://shorturl.asia/Cywo9








