5 เมษายน 2560 - ณ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง: กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi : Eastern Economic Corridor of Innovation) ร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 50หน่วยงาน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) หนุนไทยแลนด์ 4.0 โดย คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงภาคตะวันออก ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และให้เกียรติร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ดร. อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่าสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน สำหรับพันธมิตรที่จะร่วมมือพัฒนา EECi ในขณะนี้ประกอบด้วย ภาคเอกชน สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 50 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาคเอกชน  20 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน), บริษัท สุพรีม ไฮทีร่า จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทวา จำกัด (มหาชน),บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เอเชีย สตาร์ เทรด จำกัด, บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด, บริษัท แบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด, สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน),ประชารัฐ กลุ่ม D5 การพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต, บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน), บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด,บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ Corbion Purac (Thailand) Ltd.

หน่วยงานสถาบันการศึกษา 15 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิทยสิริเมธี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยนเรศวร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันไทย-เยอรมัน และ โรงเรียนกำเนิดวิทย์

สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างประเทศ 5 หน่วยงาน ได้แก่ Chinese Academy of Sciences(CAS), Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST), Japan-ASEAN Science, Technology, and Innovation Platform (JASTIP), Kyoto University, Tokyo Tech และ สถาบันฟรอนโฮเฟอร์ (Fraunhofer-Gesellschaft)

สถาบันวิจัยในประเทศ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง 10 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน), กรมวิทยาศาสตร์บริการ, สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ประเทศไทย, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,  สถาบันยานยนต์

EECi ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 แห่ง ได้แก่ วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่  เป็นที่ตั้งของ ARIPOLIS ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ และ BIOPOLIS อุตสาหกรรมชีวภาพ และพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park, SKP) ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 120 ไร่ มุ่งเน้นอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace)

ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้พัฒนา “เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือเรียกว่า EECi ให้มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความเข้มข้นของงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการวิเคราะห์ทดสอบที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก โดยในพื้นที่ EECi ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชน ห้องทดลองภาคสนาม โรงงานต้นแบบและโรงงานสาธิต รวมถึงกำหนดให้ EECi เป็นเขตผ่อนปรนกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถทดสอบนวัตกรรมใหม่ได้ (Sandboxes for Regulatory Adjustment) นอกจากนี้ EECi ยังจะดำเนินกิจกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วย วทน. ควบคู่ไปด้วย

 
สำหรับกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EECi จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ARIPOLIS: ศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ,BIOPOLIS: ศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาzพ (Life Science & Biotechnology) และ SPACE KRENOVAPOLIS (Space Krenovation Park): ศูนย์กลางและฐานในการรังสรรค์นวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

โดยสรุปเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) เป็นพื้นที่ส่งเสริมยกระดับอุตสาหกรรมเดิม สร้างให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ด้วยการทำวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมร่วมกันระหว่างภาคเอกชน มหาวิทยาลัย/สถาบันวิจัย และภาครัฐ รวมถึงชุมชนในพื้นที่ อันจะนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย วทน. และมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

5 Apr 2017 – U-Tapao International Airport, Rayong Province, Thailand: Today, National Science and Technology Development Agency (NSTDA), a member of Ministry of Science and Technology (MOST), signed a memorandum of understanding with 50 allied organizations to promote the Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) with the presence of General Prayuth Chan-o-cha, the Prime Minister of Thailand. The allied organizations include the private sector, academia, research institutes (domestic and international), and the government sector. The project aims to boost the competitiveness of the country and improve people’s quality of life with science, technology, and innovation (STI) towards the vision of Thailand 4.0.

Atchaka Sibunruang, PhD, the minister of Ministry of Science and Technology, said NSTDA under MOST is appointed by the Royal Thai Government to establish EECi with a close collaboration with our allies, in order to leverage science, technology, and innovation and boost the country’s competitiveness and people’s quality of life.

Our EECi allies include 50 organizations from the private sector, academic sector, research institutes (domestic and international), as well as the government sector. 20 private organizations are as follows: PTT Public Co. Ltd., Supreme Hitera Co. Ltd., Charoen Pokphand Foods Public Co. Ltd., PTT Global Chemical Public Co. Ltd., Betagro Public Co. Ltd., Thai Wah Public Co. Ltd., Global Power Synergy Public Co. Ltd., Global Green Chemical Public Co. Ltd., Kaset Thai International Sugar Corporation Public Co. Ltd., Asia Star Trade Co. Ltd., Siam Bioscience Co. Ltd., Baxter Health Care (Thailand) Co. Ltd., Pharmaceutical Research and Manufacturers Association, Siam Cement Group Public Co. Ltd., D5 Future Industry Development Cluster (New S-Curve), Aapico Hitech Public Co. Ltd., Gravitech Thai (Thailand) Co. Ltd., R. V. Connext Co. Ltd., SAIC Motor-CP Co. Ltd., and Corbion Purac (Thailand) Co. Ltd.

Our academic allies include: Vidyasirimedhi Institute, Chulalongkorn University, Suranaree University of Technology, Naresuan University, Prince of Songkla University, Khon Kaen University, Walailak University, Kasetsart University, Chiang Mai University, Thammasat University, King Mongkut's University of Technology Thonburi, Asian Institute of Technology, Mahidol University, Thai-German Institute, and Kamnoetvidya Science Academy.

Our allied international research institutes are: Chinese Academy of Sciences (CAS, Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST, Japan-ASEAN Science, Technology, and Innovation Platform (JASTIP), Kyoto University, Tokyo Tech, and Fraunhofer-Gesellschaft Institute.

Our allied domestic research institutes include: Thailand Institute of Scientific and Technological Research, Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization), Department of Science Service, National Institute of Metrology, National Science Technology and Innovation Policy Office, The Center of Excellence for Life Science (Public Organization), National Innovation Agency (Public Organization), Department of Industrial Promotion, Industrial Estate Authority of Thailand, and Thailand Automotive Institute.

EECi will be comprised of two campuses. First, Wang Chan Valley Campus is located in a 1,200-acre area in Rayong Province and it will consist of ARIPOLIS (for automation, robotics, and intelligent systems) and BIOPOLIS (for life science and biotechnology). The second campus is Space Krenovation Park (SKP), located in a 48-acre area in Sriracha, Chonburi Province and specialized in the aeronautic and aerospace industry.

Narong Sirilertworakul, PhD, the President of NSTDA, said NSTDA is appointed by Ministry of Science and Technology to develop the Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) as a complete eco-system for innovation and a new economic estate specialized in research, innovation, and related testing and evaluation, that boost the country’s competitiveness in the world market. The EECi campuses will be constituted with government-funded and private research laboratories, field test centers, pilot plants, and demonstration plants. Exempt from preemptive legal regulations, EECi is a sandbox for regulatory adjustment for innovation testing. Furthermore, EECi aims at supporting all kinds of activities that improve the quality of life for the local people with science, technology, and innovation.

There are three target technological and industry groups of EECi. First, ARIPOLIS is the center of research and innovation for automation, robotics, and intelligent systems. Second, BIOPOLIS is the center of research and innovation for life science and biotechnology. Third and last, SPACE KRENOVAPOLIS is the incubation center for space technology and geo-informatics.

In conclusion, the Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) improves the country’s existing industries and promotes new industries with science, technology, and innovation. With a close collaboration with the private, academic, and government sectors, as well as local people, our mission is to make Thailand an innovative country with stability, prosperity, and sustainability, as well as improve her people’s quality of life with science, technology, and innovation.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป