จากปัญหาเรื่องขยะในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีอยู่จำนวนมากมายในแต่ละวัน ทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษจำนวนมาก โดยเรื่องปัญหาขยะนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ตัวจากน้ำมือของมนุษย์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ซึ่ง เป็นสถานศึกษาแห่งหนึ่งที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนเกิดแนวความคิดที่ว่าจะทำการเปลี่ยนแปลงเศษขยะสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร เพื่อให้สิ่งแวดล้อมสวยงาม ชุมชนเกิดรายได้ในการครองชีพ

ดังนั้นเมื่อประมาณปี 2548 คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้มีผลงานการผลิตปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ พร้อมมีการขยายผลไปสู่ชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 500 กว่าแห่ง เกษตรกรนำไปปฏิบัติได้เองโดยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนตำบล เกิดประโยชน์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีมูลค่าหลายล้านบาท อีกทั้งได้รับรางวัลผลงานดีเด่นจาก สวทช. ในปี 2551 ผลงานชิ้นใหม่คือ การผลิตปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

ผศ.ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร ผู้อำนวยการสถานบริการ คณะวิศวกรรมฯ ให้รายละเอียดว่า ในครัวเรือนและร้านอาหารจะมีเศษอาหารที่เหลือจากการบริโภคหรือจำหน่ายจำนวนมาก จึงเป็นการเพิ่มปริมาณขยะ ส่งกลิ่นเหม็น เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จึงเกิดแนวคิดในการหาวิธีการกำจัดสิ่งปฏิกูลเหล่านี้เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อสังคม ไม่ต้องเสียเวลาในการขุดหลุมฝัง ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างเก็บขยะมูลฝอย และเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด คือการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร

หลักการแบบง่ายๆ คือ อาศัยการย่อยสลายเศษอาหารที่เกิดจากจุลินทรีย์ องค์ประกอบในการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1.เศษอาหาร เป็นเศษอาหารที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือน เศษอาหารที่เหลือหรือเสียจากร้านอาหาร โรงอาหาร โรงครัว เช่น เศษข้าว เปลือกผลไม้ เปลือกไข่ กระดาษชำระ ก้างปลา เศษหมู ขนมปัง ฯลฯ หากเศษอาหารที่มีขนาดใหญ่ควรสับให้มีขนาดเล็กลงเสียก่อน เศษอาหารที่ใช้เฉพาะในส่วนที่เป็นกาก ควรแยกน้ำที่อยู่ในเศษอาหารออกก่อน 2.จุลินทรีย์ ต้องเป็นจุลินทรีย์ประเภทที่ใช้ออกซิเจน เนื่องจากจุลินทรีย์ประเภทนี้จะไม่ส่งกลิ่นเหม็น ไม่ก่อให้เกิดน้ำเสีย แหล่ง จุลินทรีย์ที่หาได้ง่ายและมีความเหมาะสมคือมีอยู่ในมูลสัตว์ทุกชนิด เช่น มูลโค มูลไก่ มูลม้า มีจำนวนจุลินทรีย์มาก หลายประเภท เช่น รา แบคทีเรีย แอคติโนมัยซิส ช่วยให้กระบวนการย่อยสลายของเศษอาหารกลายเป็นปุ๋ยหมักเร็วขึ้น มีธาตุไนโตรเจนที่มีความจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ด้วย 3.ใบไม้ เศษของใบไม้จะช่วยให้เศษอาหารมีความโปร่งพรุน ไม่อัดแน่นเกินไป มีธาตุคาร์บอนที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ จากการวิจัยทั้ง 3 ส่วนนี้พบว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมคือ 1:1:1 โดยปริมาตร

อุปกรณ์และต้นทุนทำปุ๋ยหมักแบบครัวเรือน

- ถังพลาสติกขนาด 20 ลิตร พร้อมฝาปิด จำนวน 2 ถัง ราคา 120 บาท

- ถุงมือ 2 คู่ ราคา 20 บาท

- ตาข่ายกันแมลงและเทปพันสายไฟ ราคา 50 บาท

- มูลโค 12 กระสอบ (สำหรับใช้ 1 ปี) ราคา 240 บาท

รวมค่าใช้จ่าย 470 บาท

ขั้นตอนการหมัก

ทำการเจาะถังพลาสติกด้วยการใช้เหล็กร้อนๆ ให้เป็นรูรอบ ๆ ถัง เพื่อเป็นช่องระบายอากาศ ใช้ตาข่ายพันโดยรอบ เพื่อป้องกันแมลงวันวางไข่และสร้างความรำคาญรบกวน นำเศษอาหารในส่วนที่แห้ง คือไม่เอาน้ำแกง จำนวน 1 ส่วน มูลโค 1 ส่วน และเศษใบไม้ 1 ส่วน ใส่ลงในถัง ใช้ถุงมือผสมคลุกเคล้าให้ทั่วแล้วปิดฝา ระยะแรกไม่ต้องเติมน้ำ เนื่องจากเศษอาหารมีความชื้นอยู่สูง ในวันถัดไปหากมีเศษอาหารอีก ให้นำมาผสมอัตราส่วนเดิมคือ 1:1:1 ใส่ลงในถังแล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว ปิดฝา จากนั้นทำการพลิกกลับทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง หากไม่สะดวกหากใช้วิธีเทออกนอกถังเพื่อคลุกเคล้าในกะละมัง แล้วเทกลับลงถังพลาสติกภายหลัง ในระยะ 3-10 วัน แรกอาจมีความร้อนเกิดขึ้นภายในถัง เนื่องจากจุลินทรีย์คายความร้อนออกมาเพื่อทำปฏิกิริยาการย่อยสลาย หากความลดลงเกือบแห้งควรพรมน้ำเพิ่มความชื้น ใช้เวลาทั้งสิ้น 30 วัน จะได้ปุ๋ยหมักที่ได้จากเศษอาหารในปริมาตรที่ลดลงร้อยละ 40 หากมีความชื้นอยู่ควรทำให้แห้งสนิท เพื่อให้จุลินทรีย์เหล่านี้สงบตัว หรือไม่ทำปฏิกิริยาต่อไป ปุ๋ยหมักจะมีสีดำคล้ำ มีขนาดเล็กลง ยุ่ยและเปื่อย มีน้ำหนักเบา และที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นเหม็น

การทำปุ๋ยหมักระดับชุมชนในกรณีที่บางชุมชนไม่สามารถส่งเสริมให้ทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในครัวเรือนได้ คือมีเศษอาหารเหลือเป็นจำนวนมาก เป็นชุมชนใหญ่ เช่น โรงเรียน วัด เรือนจำ สำนักงานหรือสถานที่ราชการ ควรใช้วัสดุที่ใหญ่กว่าถังพลาสติก เช่น เข่ง หรือดัดแปลงถังหมักที่ทำด้วยเหล็กขนาดพอเหมาะ หรือบางคนอาจมีความรังเกียจต่อเศษอาหารที่จะต้องพลิกกลับทุกวันๆ ละ 1-2 ครั้ง ควรดัดแปลงถังพลาสติกทรงกลมรี เจาะรูที่ฝาปิดเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แล้วปิดด้วยตะแกรงป้องกันแมลงวัน แล้วกลับเศษอาหารด้วยการกลิ้งถังไป-มา อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายอีกทางหนึ่งด้วย

โดยแนวคิดดังกล่าวนี้ ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้นำไปประยุกต์จัดทำปุ๋ยหมักชุมชนขึ้นมาจำหน่ายหารายได้อีกช่องทางหนึ่งให้กับนักศึกษา ซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่
 
แหล่งที่มา : นิวัตร ธาตุอินจันทร์. 2557. การผลิตปุ๋ยหมักจากเศษอาหารผลงานวิจัย ม.แม่โจ้. บ้านเมือง. ฉบับวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557, หน้า 8.

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป