การดำเนินงานของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สวทช. ประจำปี 2558

ผลการปฏิบัติงานในปี 2558

  • รายงานผลการปฏิบัติงานตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสาร ประจำปีงบประมาณ 2558
  • งบประมาณ 2559 ไตรมาสที่ 1 แผนการสัมมนาอบรมให้ความรู้ในเรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ในระดับกระทรวง
  • การตีพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา : สวทช. ได้ดำเนินการแก้ไขประกาศข้อ 2 โครงสร้างและการจัดองค์กร และข้อ 3 สถานที่ติดต่อ และได้ตีพิมพ์ราชกิจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว
  • วันที่ 3 มิถุนายน 2558 เวลา 9.30-12.00 น. : จัดประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช ครั้งที่ 1/2558 วันที่ 3 มิถุนายน 2558 เวลา 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมบอร์ดรูม 101 ชั้น 1 อาคารสำนักงานกลาง
  • วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 : สวทช. ได้รับโล่รางวัลหน่วยงานต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ ระดับดี ประจำปี 2556
  • วันที่ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 13.00 – 14.00 น. : สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.)เข้าตรวจติดตามผลการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการประจำ วท. ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 : โดยภาพรวมเปีนไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และมีข้อเสนอแนะดังนี้
  • ผลการตรวจ
    1. ควรมีการจัดสัมมนาอบรมให้ความรู้ในเรื่องพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 หากจัดในระดับกระทรวงสามารถเชิญหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมได้ (กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สป.วท.รับดำเนินการเชิญหน่วยงานในสังกัด วท. และเชิญวิทยากร ส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายให้ พว. รับดูแล – อยู่ในระหว่างดำเนินการนัดอบรม)
    2. ควรทำข้อมูลหลักฐานการจัดอบรมเผยแพร่แล้วสรุปให้สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการทราบ (รายงานปลายปี)
    3. ควรจัดทำข้อมูลในส่วนแผนงานงบประมาณ ในปี 2558 เพิ่มเติม
    4. ควรลงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นปัจจุบัน (สขร.ได้ส่งแบบฟอร์มใหม่ เพิ่มราคากลาง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2558 ในส่วนนี้ ผอ.สำนักผู้อำนวยการ ได้แจ้งพัสดุทุกศูนย์ทราบแล้ว และอยู่ในระหว่างปรับแก้ไขในระบบ SAP)
    5. ควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารศึกษา/ดูงานระหว่างหน่วยงาน (ดูหน่วยงานต้นแบบฯ ได้ที่ http://www.oic.go.th/infocenter  ไปที่เมนู เชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลข่าวสารอื่นๆ )
    6. ควรนำแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวไปไว้ในแฟ้มมาตรา 9(2)
  • โครงการทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. 2540 ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ ปี 2558 : การอบรมดังกล่าวจัดทั้งหมด 6 รอบ (รอบละ 75 คน) เต็มทุกรอบ โดย สขร. จะกำหนดเปิดโครงการทดสอบฯ อีกครั้ง ประมาณเดือน พ.ค.2559 โดยทีม STKS ส่งผู้แทนร่วมโครงการทดสอบฯ ต่อไป

.

การดำเนินงานของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สวทช. ประจำปี 2557

การดำเนินงานของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สวทช. ประจำปี 2557

  1. ประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช.
    ตามที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สอดคล้องกับมาตรา 7 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูล ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
    คำสั่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ 214/2556 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการฯ
    คำสั่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ 277/2556 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการฯ (ฉบับที่ ๒)
    การประชุม ครั้งที่ 1/2557 วันที่ 27 มีนาคม 2557 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ห้องประชุมบอร์ดรูม 101 ชั้น 1 อาคารสำนักงานกลาง
  2. รายงานผลการปฏิบัติงานศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการประจำ สวทช. ประจำปี 2556 เข้าระบบรายงานผลของ สขร. เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2556
  3. รายงานผลระบบเกณฑ์มาตรฐานและตัวชี้วัดความโปร่งใสสำหรับหน่วยงานภาครัฐที่กำหนด ภายใต้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
  4. เข้าสัมมนาโครงการ “พัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์” จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    ฝ่ายบริการข้อมูลข่าวสารของราชการประจำ สวทช. ได้เข้าสัมมนาโครงการ “พัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์” วันที่ 10 มกราคม 2557 ณ คณะวารสารศาสตร์ฯ ท่าพระจันทร์ ชั้น 4 อาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี โดย คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้จัดสัมมนาโครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแนะนำการใช้งานระบบศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้แก่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ได้รับความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้ระบบศูนย์ข้อมูลข่าวสาร อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี
    ทั้งนี้ จากการสัมมนาดังกล่าว ได้มีทางเลือกให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอข้อมูลข่าวสารของราชการตาม พ.ร.บ. 3 ทางเลือก ได้แก่
    วิธีที่ 1 ใช้รูปแบบที่ สขร. จัดทำขึ้น และติดตั้งในเครื่องแม่ข่ายของ สขร.
    วิธีที่ 2 ใข้รูปแบบที่ สขร. จัดทำขึ้น และนำโปรแกรมไปติดตั้งที่เครื่องของหน่วยงาน
    วิธีที่ 3 หน่วยงานมีเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานเอง
    ฝ่ายฯ ได้เลือกวิธีที่ 3 โดยมีเว็บไซต์ที่ https://www.nstda.or.th/
  5. เข้ารับการตรวจเยี่ยมชมจากสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร (สขร.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานต้นแบบศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ วันที่ 27 มีนาคม 2557 เวลา 10.00-12.00 น.
  6. ประสานงานกับฝ่ายกลยุทธ์บุคคลและพัฒนาองค์กร (HROD) ในการจัดอบรมหลักสูตร พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ให้แก่พนักงาน สวทช. จำนวน 4 รุ่น ระหว่างเดือนเมษายนถึงสิงหาคม 2557 โดยประมาณการกลุ่มเป้าหมายในการเข้าอบรม 480 คน
  7. ประสานงานในการติดตามข้อมูลตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ จากฝ่ายฯ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำข้อมูลขึ้นเว็บไซต์
  8. เข้าร่วมกิจกรรมตาม MOU ของความเป็นหน่วยงานต้นแบบศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ
  9. ให้บริการตอบคำถามผ่าน info@nstda.or.th จำนวน 62 ราย (64 คำถาม) (ข้อมูลตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2556 – 26  มีนาคม 2557) แยกตามประเภทและจำนวนได้ดังนี้
ประเภทบริการ
จำนวน
คิดเป็นร้อยละ
งานวิจัยและพัฒนา 15 9.6
พัฒนา/ปรึกษา (อุตสาหกรรมและธุรกิจ) 2 1.28
บริการวิเคราะห์และทดสอบ 3 1.92
บริการทางเทคนิค

  • บริการเชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ เพื่อการศึกษาวิจัย
  • การใช้เครื่องมือเฉพาะทาง
1 0.64
บริการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี 5 3.2
ทุนวิจัย และ การร่วมงานวิจัย 2 3.84
ทุนการศึกษา 1 0.64
ประชุม/อบรม/สัมมนา 1 0.64
เยี่ยมชม 2 3.84
สมัครงาน 4 2.56
ฝึกงาน 4 2.56
ความรู้ทั่วไป 24 15.36
พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ 0 0.00
ร้องเรียน 0 0.00

การดำเนินงานของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สวทช. ประจำปี 2556

การดำเนินงานของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สวทช. ประจำปี 2556

1. ปรับปรุงคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช.
ปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าทีของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สอดคล้องกับมาตรา 7และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

2. เข้ารับการตรวจเป็นหน่วยงานต้นแบบศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการระดับกระทรวง ประจำปีงบประมาณ 2556
รับการตรวจ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2556 และ วันที่ 27 สิงหาคม 2556

3. จัดอบรมพนักงาน สวทช. เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540  จำนวน 6 รุ่น ดังนี้
รุ่นที่ 1 วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 จำนวน 98 คน
รุ่นที่ 2 วันที่ 19 กรกฎาคม 2556  จำนวน 114 คน
รุ่นที่ 3 วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 จำนวน 103 คน
รุ่นที่ 4 วันที่ 8 สิงหาคม 2556 จำนวน 84 คน
รุ่นที่ 5 วันที่ 22 สิงหาคม 2556 จำนวน 119 คน
รุ่นที่ 6 วันที่ 29 สิงหาคม 2556  จำนวน 103 คน

จัดส่งเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ผ่านระบบการบริหารจัดการการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.พ.  จำนวน 1 คน

4. ให้บริการตอบคำถามทาง info@nstda.or.th รวม 62 ราย แยกตามประเภทและจำนวน ดังนี้

ประเภทบริการ
จำนวน
คิดเป็นร้อยละ
งานวิจัยและพัฒนา 17 27.41
ปรึกษาอุตสาหกรรม 2 3.22
บริการวิเคราะห์และทดสอบ 4 6.45
ทุนวิจัย และ การร่วมงานวิจัย 4 6.45
พัฒนาธุรกิจ 3 4.83
ประชุม/อบรม/สัมมนา 1 1.61
เยี่ยมชม 1 1.61
สมัครงาน 13 20.96
ฝึกงาน 1 1.61
ความรู้ทั่วไป 13 20.96
พรบ.ข้อมูลข่าวสารฯ 1 1.61
ร้องเรียน 2 3.22

5. ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. 
เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านช่องทาง ดังนี้
5.1 เว็บไซต์ สวทช. (http://www.nstda.or.th/th/introduce/oic/)
5.2 จัดทำป้ายบอกแหล่งที่ตั้งของศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. ในบริเวณต่างๆ เช่น โถงด้านหน้าของ สวทช. หน้าลิฟต์ บริเวณทางเดิน เป็นต้น และผ่าน NSTDA Channel  เพื่อประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช.
5.3 จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร และเพื่อประชาสัมพันธ์ในการใช้ข้อมูลของศูนย์ฯ
5.4 แสดงนิทรรศการหนังสือเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการร่วมกับการอบรม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ และเพื่อให้เกิดความสนใจในการอ่านหนังสือเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ร่วมตอบคำถามให้กับผู้ร่วมอบรม

6.เข้ารับเกียรติบัตรผ่านการทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ในปีงบประมาณ 2555
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยผู้อำนวยการฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. ได้เข้ารับเกียรติบัตร การผ่านการทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ในปีงบประมาณ 2555 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556

7. เป็นหน่วยงานต้นแบบศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ ประจำปี 2556
ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ สวทช. ได้ผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานหน่วยงานต้นแบบ ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556 ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ เป็นผู้แทนในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การเป็นเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ณ ห้องประชุมกรุงธนบอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรมรอยัลริเวอร์

กลยุทธ์การดำเนินงานของ สวทช. ในปี 2552

นอกจากการใช้แผนที่กลยุทธ์ และ Balanced Scorecard เป็นเครื่องมือบริหารระดับองค์กร เพื่อผลักดันการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ฉบับที่ 4 (2550-2554) แล้ว  สวทช. ยังได้มีการประเมิน ติดตาม และ ทบทวนปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกที่อาจส่งผลให้ สวทช. ไม่บรรลุเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอและนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ประจำปี  เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้แน่ใจว่า สวทช. จะบรรลุเป้าหมายตามแผนในที่สุด โดยจากผลการดำเนินงานใน 2 ปี ที่ผ่านมาพบว่า สวทช. ผลิตผลงานได้มากและบรรลุเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่  แต่ยังสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ได้ไม่มากเท่าที่ควร  ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในปี 2552 นี้  สวทช.จึงเล็งเห็นว่า การนำผลงานวิจัยไปใช้ให้เป็นประโยชน์เชิงเศรษฐกิจเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนสำหรับประเทศ อีกทั้ง สวทช. ต้องดำเนินงานโดยคำนึงถึงการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินการได้ต่อเนื่องจนบรรลุผล สวทช. จึงได้กำหนดกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินงานประจำปี 2552 ไว้ 3  ด้าน ดังนี้

  1. แสวงหาทรัพยากร (รายได้) เพื่อให้ สวทช. สามารถดำเนินงานตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นนอกเหนือจากงบประมาณแผ่นดิน โดยอาศัยกลไกการสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนและมุ่งให้รายได้นั้นเกิดจากการดำเนินงานด้านการร่วมและรับจ้างวิจัยและพัฒนา และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
  2. เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์จากผลงานของ สวทช. ให้ส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่ผู้มีส่วนได้เสียมองเห็นและรับรู้ได้ และลูกค้าได้ประโยชน์อย่างชัดเจน
  3. พัฒนาความสามารถของพนักงาน สวทช. โดยการพัฒนาหน่วยผลิต (Production Unit) อันได้แก่ ห้องปฏิบัติ การวิจัยและห้องปฏิบัติการบริการ ให้มีระบบการทำงานที่เอื้ออำนวย และพัฒนาสมรรถนะ (Competency) ของแต่ละคน ให้บรรลุศักยภาพอย่างเต็มที่รวมทั้งควบคุมอัตราการเติบโตของจำนวนบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ สวทช. เอง  เพื่อมุ่งให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ขององค์กร ไปพร้อมๆ กับการเพิ่มปริมาณและคุณค่าของผลงาน

รายงานประจำปี 2562

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คือ หน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนา ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันใน 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งเสริมให้คนไทยพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 และผลักดันประเทศก้าวสู่ประเทศไทย 4.0

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ การควบรวมหน่วยงานเพื่อจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว สวทช. จึงได้เร่งสร้างยุทธศาสตร์การทำงานอันใหม่ให้ทันสมัยตอบโจทย์ประเทศ โดยเดินหน้าจัดทับปรับโครงสร้างองค์กรเป็น 7 กลุ่มภารกิจ เพื่อให้ทำงานสอดรับกับนโยบาย และตรงเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ อีกทั้งเร่งสร้างความเข้มแข็ง และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้ทันต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมุ่งพัฒนาขีดความสามารถงานวิจัยทั้งในส่วนของ 5 เทคโนโลยีฐาน และพัฒนา 6 งานวิจัยขั้นแนวหน้าที่จะเป็นฐานงานวิจัยของประเทศไทยในอนาคต สวทช. ยังปรับทิศทางการทำวิจัยที่มุ่งเน้นการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ให้ตอบโจทย์แก้ปัญหาได้จริงทั้งในระดับชุมชนและสังคม โดยดึงความสามารถอันเหนือชั้นด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ มาบูรณาการ กำหนด 10 กลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย ที่พุ่งเป้าหนุนเสริมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ รวมทั้งจัดตั้ง 3 หน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง ได้แก่ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ และศูนย์วิจัยระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ เพื่อให้ทำงานสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและวาระสำคัญของชาติ

นอกจากนี้ยังวางรากฐานการทำวิจัยที่มั่นคงให้แก่ประเทศ ด้วยการบ่มเพาะให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ ประกอบด้วย ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ จัดเก็บอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ เช่น พืช จุลินทรีย์ ข้อมูลจีโนมมนุษย์ ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ ศูนย์กลางเทคโนโลยีโอมิกส์ ศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมที่ใช้กับพืช สัตว์ มนุษย์ และจุลินทรีย์ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง ศูนย์ระบบไซเบอร์-กายภาพ บริการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านระบบไซเบอร์-กายภาพชั้นนำของประเทศและภูมิภาคอาเซียน ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง บริการด้านการคำนวณประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาขนาดใหญ่ของประเทศ ที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำสูง สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำข้อมูลและการประเมินวัฏจักรชีวิต เพื่อสนับสนุนประเทศมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งศูนย์เหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะเติบโตขยายผลเป็นศูนย์ระดับชาติในอนาคต

สวทช. ยังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ เพื่อเป็นศูนย์การออกแบบผลิตภัณฑ์ ทดสอบ สอบเทียบ และรับรองผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล อีกทั้งยังมีเมืองนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis ที่สนับสนุนการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมด้านอาหารแบบครบวงจร และที่สำคัญคือการพัฒนาพื้นที่ EECi ศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ BCG Model

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สวทช. สร้างผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตอบโจทย์ครอบคลุมในทุกมิติ และสร้างขีดความสามารถของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลและประเทศใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหาร อาทิ ผลงาน LOMAR น้ำยางพาราข้นสำหรับผสมกับแฮสฟัลต์เพื่อทำถนน ทดแทนการใช้น้ำยางพาราข้นทางการค้า มีการนำไปใช้ปูลาดทางเพิ่มขึ้นกว่า 1,800 กิโลเมตร สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 1,200 ล้านบาท กลุ่มสุขภาพและการแพทย์ อาทิ ผลงานเดนตีสแกน 2.0 เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรมและศัลยกรรม ติดตั้งเครื่องในโรงพยาบาลของรัฐ 60 เครื่อง ใช้ถ่ายภาพผู้ป่วยมากกว่า 7,000 ครั้ง กลุ่มพลังงานและวัสดุชีวภาพ อาทิ ถุงพลาสติกย่อยสลายสำหรับขยะเศษอาหาร สามารถย่อยสลายเองได้ภายใน 3-4 เดือน นำร่องใช้จริงแล้วในงานกาชาดที่ผ่านมา กลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ เทคโนโลยีเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตามเส้นทางอพยพของเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนและญี่ปุ่น ที่เขาดินสอ จังหวัดชุมพร กระจายแหล่งท่องเที่ยวสู่เมืองรอง เพื่อการพัฒนาสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และกลุ่ม BIG DATA ที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิ AI for Thai แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทย ที่ช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริการต่าง ๆ ครอบคลุมหลากหลายมิติ โดยพบว่าตั้งแต่เปิดตัว (กันยายน 2562) มีผู้เข้าใช้งานแล้วกว่า 1,700 คน

สวทช. สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม ถ่ายทอดสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นำเทคโนโลยีการเกษตรจำนวน 36 เทคโนโลยี ถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรมากกว่า 10,000 คน และผู้ประกอบการมากกว่า 1,000 คน ใน 500 ชุมชน 53 จังหวัด อาทิ เทคโนโลยีสมาร์ตฟาร์ม เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ และเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิต

สวทช. สร้างบุคลากรวิทยาศาสตร์ กำลังสำคัญพัฒนาประเทศ พัฒนาเด็กและเยาวชนให้สนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5,800 คน พัฒนาสื่อการเรียนการสอน เช่น KidBright และการสร้างโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม หรือ Fabrication Lab เพื่อช่วยให้เด็กไทยเข้าถึงเครื่องมือที่ทันสมัย สร้างระบบนิเวศน์ด้านการศึกษา วางรากฐานสู่ Makers Nation สนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรวิจัยทั้งในและต่างประเทศร่วมวิจัยในห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยแห่งชาติ 437 คน พัฒนาและส่งเสริมอาชีพนักวิจัยผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 521 คน

ทั้งหมดนี้คือผลการดำเนินงานเพียงบางส่วนที่เกิดขึ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ผลงานที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของบุคลากร สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้วนสอดคล้องกับเป้าหมายของ สวทช. ทั้งการสร้างความเชี่ยวชาญเพื่อต่อยอดขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ในการผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และสร้างคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสร้างการรับรู้ความสามารถของ สวทช. ทั้งในประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก รวมทั้งยังเป็นผลงานที่สร้างผลกระทบต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในทุกมิติ

ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562 (ภาษาไทย) – 34.7 MB)

ดาวน์โหลดในระบบ OER

รายงานประจำปี 2561

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งมั่นพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายประเทศไทย 4.0 ในปีงบประมาณ 2561 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ด้านงานวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี สวทช. มีบทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ 546 เรื่อง มากกว่า 1 ใน 4 ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติชั้นนำของโลก และถูกนำไปใช้อ้างอิงทางวิชาการสูงกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้ มีการยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญามากถึง 383 รายการ สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สวทช. ถ่ายทอดผลงาน 261 โครงการ ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวม 335 หน่วยงาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่า 45,000 ล้านบาท ผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ของภาคการผลิต และบริการมูลค่าเกือบ 14,000 ล้านบาท

สำหรับตัวอย่างผลงานวิจัย ในปีงบประมาณ 2561 สวทช. เดินหน้างานวิจัยประเด็นมุ่งเน้น เพื่อสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ 5 ด้าน ได้แก่

  • สารให้ประโยชน์เชิงหน้าที่และนวัตกรรมอาหาร เช่น สารยับยั้งแบคทีเรียจากโปรตีนไข่ eLysozyme ใช้แทนสารกันบูดในอาหาร หรือยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ ตัวปรับเนื้อสัมผัสอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้บดเคี้ยวง่ายเพื่อผู้สูงอายุ
  • ระบบขนส่งสมัยใหม่ เช่น แบตเตอรี่ต้นแบบสำหรับรถยนต์นั่งไฟฟ้า บริการทดสอบแบตเตอรี่ลิเทียมระดับโมดูล เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
  • การเสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิต เช่น บริการถ่ายทอดการสื่อสารแบบแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ และระบบถอดความเสียงพูดแบบทันต่อเวลาผ่านระบบสื่อสารทางไกล เพื่อผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน
  • อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ เช่น เทคโนโลยีการยกระดับคุณภาพไบโอดีเซล หรือ H-FAME และระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ
  • นวัตกรรมเพื่อการเกษตรยั่งยืน เช่น โมมายแอปพลิเคชันสำหรับวินิจฉัยโรคข้าว และการสืบหายีนในเชื้อราสาเหตุโรคไหม้ในข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ กข 6

สวทช. ยังดำเนินโครงการพัฒนาพิเศษขนาดใหญ่ หรือ Big Rock ตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ โครงการสื่อการสอนโปรแกรมมิ่งในโรงเรียนหรือ Coding at School Project ฝึกเยาวชนเขียนโปรแกรมด้วยบอร์ดสมองกลฝังตัว KidBright โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม (Fabrication Lab) หรือ FabLab พัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย โครงการธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์ วิจัย และใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมและชุมชน (National Biobank) โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีก้าวหน้าเพื่อการผลิตสมุนไพร (Plant Factory) และโครงการขยายผลงานวิจัย DentiiScan เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติทางทันตกรรม เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย

ด้านการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขัน สวทช. มีกลไกสนับสนุนสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนวิจัยเพิ่มขึ้น อาทิ เทคโนโลยีราคาเดียว 30,000 บาท มีผู้ขอรับถ่ายทอดเทคโนโลยีกว่า 485 รายการ ภาษี 300% มีการรับรอง 404 โครงการ มูลค่า 1,313 ล้านบาท บัญชีนวัตกรรมไทย คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติผลงานนวัตกรรมได้อนุมัติผู้ยื่นขอขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยรวมทั้งสิ้่น 270 ผลงาน โดยสำนักงบประมาณประกาศขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้วทั้งสิ้น 226 ผลงาน Startup Voucher สนับสนุนเงินด้านการตลาด 87 ราย มูลค่ากว่า 64 ล้านบาท สร้างรายได้รวม 915 ล้านบาท โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP ได้สนับสนับสนุน SMEs จำนวน 1,610 ราย มีการลงทุน 730 ล้านบาท สร้างผลกระทบมูลค่ากว่า 3,039 ล้านบาท เช่น ผลิตภัณฑ์นาฬิกาโทรศัพท์ป้องกันเด็กหาย และศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบให้บริการมากกว่า 50,000 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท โดยให้บริการวิเคราะห์ทดสอบที่ได้มาตรฐาน เช่น ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นห้องปฏิบัติการทดสอบของอาเซียน

สำหรับการสร้างเสริมขีดความสามารถเกษตรชุมชน สวทช. ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร จำนวน 6,781 คน 264 ชุมชน ใน 42 จังหวัด อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง การแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าสู่การสร้างธุรกิจ และการยกระดับเกษตรอินทรีย์บ้านหนองมัง พัฒนาเกษตรกรแกนนำ ผู้ประกอบการนวัตกรรม 825 คน ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

ด้านการพัฒนาและสร้างเสริมบุคลากรวิจัย สวทช. ให้ทุนการศึกษา พัฒนาบัณฑิต และนักวิจัยอาชีพที่มีศักยภาพให้กับประเทศมากกว่า 790 คน สนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรวิจัยทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมงานในห้องปฏิบัติการของศูนย์แห่งชาติ 324 คน และส่งเสริมพัฒนาเยาวชนสู่อาชีพนักวิจัย เช่น การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Asia Pacific Conference on Giftedness หรือ APCG 2018

นอกจากนี้ ด้านการบริหารและส่งเสริมเขตนวัตกรรม สวทช. ร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการ ผู้เช่าพื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยประกอบธุรกิจได้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง อาทิ บริษัทที-เน็ต จำกัด ให้คำปรึกษาความปลอดภัยในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ บริษัทเบทาโกร จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารครบวงจรของประเทศไทย บริษัทโซเอทิส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทระดับโลกที่ดูแลผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง บริษัทโพลิพลาสติกส์ มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเชิงวิศวกรรมชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นได้จัดตั้ง ASEAN Polyplastics Technical Solution Center ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย รวมทั้งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลโครงการที่เกี่ยวข้องกับ EECi และเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในกิจกรรมของ BIOPOLIS และ ARIPOLIS โดยประสานงานกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การพัฒนาผังแม่บทและออกแบบกลุ่มอาคาร EECi ระยะที่ 1A ยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของ SMEs ในพื้นที่ EECi จำนวน 101 ราย และถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเกษตรสู่ชุมชนในพื้นที่ภาคตะวันออก 63 ชุมชนในพื้นที่ 5 จังหวัด

ทั้งหมดนี้เป็นผลงานเพียงบางส่วนในปี 2561 ที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของนักวิจัย บคุลากร สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ที่มุ่งหวังสร้างผลงานต่อเนื่องอย่างมุ่งเป้า เพื่อเสริมแกร่งผู้ประกอบการ สร้างชาติให้เข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2561 (ภาษาไทย) – 18.8 MB

Annual Report 2018 (English Version)   – 18.4 MB

รายงานประจำปี 2560

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแห่งชาติ (สวทช.) คือ หน่วยงานในกำ กับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่พัฒนาขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศในปีงบประมาณ 2560 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

ด้านงานวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี สวทช. มีบทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ 578 เรื่อง มากกว่า 1 ใน 3 ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำของโลก และถูกนำไปใช้อ้างอิงในทางวิชาการสูงกว่าค่าเฉลี่ยภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้มีการยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 301 คำขอ สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี สวทช. มีการถ่ายทอดผลงาน 255 โครงการ ให้แก่หน่วยงานต่างๆ รวม 311 หน่วยงาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 27,546 ล้านบาท ผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภาคการผลิตและบริการ จำนวน 9,456 ล้านบาท

สำหรับตัวอย่างผลงานวิจัยเด่นของ สวทช. ในปีงบประมาณ 2560 ในด้านต่างๆ มีดังนี้

  • Smart Farm: ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอร์รี่ ข้าวมูลค่าสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ข้าวพันธุ์หอมชลสิทธิ์ ข้าวทนน้ำท่วมฉับพลันเพื่อชุมชน ชุดโครงการศึกษาตรวจโรคกุ้ง
    ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกออนไลน์ หรือ Agri-Map Online และ Agri-Map Mobile
  • Smart Food : ไข่ออกแบบได้ นวัตกรรมระบบนำส่งยาสมุนไพรสำหรับสัตว์ปีกเพื่อไข่คุณภาพดีไส้กรอกไขมันต่ำ อาหารเพื่อสุขภาพทางเลือกใหม่ และ ActivePAKTM บรรจุภัณฑ์เพื่อการเก็บ
    รักษาและยืดอายุผลิตผลสด
  • Smart Health : เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรมและศัลยกรรมใบหน้าและขากรรไกร หรือ DentiiScan รถพยาบาลปกป้องการพลิกคว่ำ เพิ่มความแข็งแรง ลดการสูญเสียชีวิตและความเสียหายของอุปกรณ์ทางการแพทย์ และระบบแนะนำสำรับอาหารกลางวันสำหรับโรงเรียนแบบอัตโนมัติ หรือ Thai School Lunch ช่วยให้นักเรียนได้รับสารอาหารครบถ้วน สุขภาพดี
    ในราคาที่เหมาะสม
  • Smart Energy : การใช้วัสดุนาโนและเทคนิคการเคลือบผิวบนวัสดุสแตนเลสสำหรับแผงผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน• Smart Industry : NETPIE แพลตฟอร์มสื่อสารเพื่อเชื่อมต่อทุกสรรพสิ่ง ช่วยรองรับการขยายตัวของระบบสื่อสารสำหรับอุตสาหกรรมได้อย่างไร้ขีดจำกัด เอนอีซ (ENZease) เอนไซม์ดูโอสำหรับการลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายแบบขั้นตอนเดียว ใช้แทนสารเคมีได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ปีงบประมาณ 2560 สวทช. มีหน่วยงานน้องใหม่ คือ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ที่ดูแลการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร 220 ชุมชน ใน 45 จังหวัด โดยครอบคลุมเทคโนโลยีหลัก 36 เรื่อง อาทิ โครงการข้าวอินทรีย์ จังหวัดยโสธร และโรงเรือนพลาสติกคัดเลือกแสง

ด้านการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย สวทช. มีกลไกสนับสนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนด้านวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพิ่มขึ้น อาทิ บัญชีนวัตกรรมไทย คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติผลงานนวัตกรรมที่ขอขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย ได้อนุมัติผู้ยื่นขอขึ้นบัญชีนวัตกรรมจำนวนรวมทั้งสิ้น 136 ผลงาน โดยสำนักงบประมาณได้ประกาศขึ้นบัญชีนวัตกรรมแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 105 ผลงานโครงการภาษี 300% มีการรับรอง 385 โครงการ มูลค่า 1,299 ล้านบาท เทคโนโลยีราคาเดียว 30,000 บาท มีผู้ขอรับถ่ายทอดเทคโนโลยีกว่า 306 รายการ Startup Voucher สนับสนุนเงินด้านการตลาด 82 รายมูลค่า 60 ล้านบาท สร้างรายได้ 80 ล้านบาท โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP สนับสนุน SMEs จำนวน 1,551 ราย และทุกๆ 1 บาท ที่เอกชนลงทุน สร้างผลกระทบ 7.64 เท่า และศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (สวทช.) ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบมากกว่า 43,000 รายการ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า
115 ล้านบาท

ด้านการพัฒนากำลังคนและสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. พัฒนาบัณฑิตและนักวิจัยอาชีพที่มีศักยภาพให้กับประเทศมากว่า 730 ทุน ส่งเสริมเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมในรูปแบบค่ายเยาวชนต่างๆ และกิจกรรมการประกวด การแข่งขันต่างๆ อีกหลายโครงการ รวมถึงการประสานความร่วมมือในโครงการ TAIST-Tokyo Tech ที่ได้สร้างบัณฑิตจบการศึกษาไปแล้วกว่า 280 คน โดยนักเรียนทุนที่จบมาล้วนแล้วแต่เป็นบุคลากรคุณภาพ ที่จะเป็นกำลังที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต

นอกจากนี้ สวทช. มีส่วนร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการ ผู้เช่าพื้นที่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยประกอบธุรกิจได้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง อาทิ บริษัทกราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด ศูนย์บ่มเพาะอิเล็กทรอนิกส์สตาร์ทอัพ ออกแบบและพัฒนาวงจรอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทซีดีไอพี ประเทศไทย จำกัด ดำเนินธุรกิจรับจ้างวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม บริษัท Green Innovative Biotechnology (GIB) ดำเนินการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการเกษตรทั้งพืชและสัตว์ เน้นสารธรรมชาติทดแทนยาปฏิชีวนะ บริษัทเฮเดลเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตหมึกนำไฟฟ้าผสมกราฟีน ชนิดโปร่งใสรายแรกในโลก ภายใต้ชื่อสินค้า“ฟีนพลัส”

ผลงานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นผลงานเพียงบางส่วนที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของนักวิจัย บุคลากรสวทช. และหน่วยงานพันธมิตรที่มุ่งมั่นพัฒนาผลงานวิจัย เพื่อนำเอานวัตกรรมอันเหนือชั้นมายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการในการก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆและสามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งบนเวทีโลก เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2560 (ภาษาไทย)  – 3.13 MB

Annual Report 2017 (English Version)   – 5.97 MB

รายงานประจำปี 2559

สวทช. ดำเนินงานภายใต้แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 5 (ปี 2554-2559) สาระสำคัญ คือ ส่งเสริมให้ เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น จนเกิดเป็นผลกระทบเชิง เศรษฐกิจ และสังคมที่มองเห็นและรับ รู้ได้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม และยกระดับความสามารถขององค์กร ทั้งด้านบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ในปีงบประมาณ 2559 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้

    • ผลการดำเนินงานวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี มีบทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติตาม Science Citation Index Expanded (SCIE) 585 ฉบับ ยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 321 คำขอ มีผลงานวิจัยและพัฒนาที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 220 เรื่อง โดยมีหน่วยงาน ชุมชนเอกชนที่นำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 337 ราย มีการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวม 1,816 โครงการ สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ 19,500 ล้านบาท และผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคเกษตรกรรมจำนวน 11,400 ล้านบาท และร่วมผลักดันนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับชาติที่สำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการทางภาษี 300% การผลักดันบัญชีนวัตกรรมไทย และการกระตุ้นการลงทุน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนสนใจลงทุนวิจัยและพัฒนามากขึ้น

 

  • ผลการดำเนินงานด้านพัฒนากำลังคน สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาบทสรุปผู้บริหารตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท-เอก) รวม 666 ทุน ส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ ความสามารถ และเกิดความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านกิจกรรมวิชาการและค่ายวิทยาศาสตร์ จำนวน 2,761 คน เพิ่มพูนความรู้และพัฒนาทักษะนิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีคุณภาพศักยภาพตรงความต้องการของภาคการผลิตและบริการ ผ่านกลไกการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 14,628 คน นอกจากนี้ยังดำเนินงานด้านการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านการจัดการประชุมวิชาการ และผ่านการจัดการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้บริการพื้นที่เช่าแก่บริษัทเอกชนที่สนใจทำงานวิจัย พัฒนา หรือให้บริการเทคนิคในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยและเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย จำนวน 141 ราย คิดเป็นพื้นที่ 61,262.20 ตารางเมตร และให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบระดับมาตรฐานสากลแก่บุคคลภายนอกทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกอุทยานฯ จำนวน 45,378 รายการ ให้บริการฐานข้อมูล สารสนเทศ และองค์ความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการทำงานวิจัยรวมทั้งสิ้น 307,081 รายการ
  • การใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งสิ้น 5,266 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 89 ของแผน (5,900 ล้านบาท) มีรายได้จากการดำเนินงาน ทั้งสิ้น 1,906 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 116 ของแผน (1,650 ล้านบาท) มีบุคลากร ทั้งสิ้น 2,753 คน แบ่งเป็นบุคลากรสายวิจัย และวิชาการ จำนวน 1,884 คน และบุคลากรที่ไม่ใช่สายวิจัยและวิชาการ จำนวน 869 คน

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร  – 8.1 MB

รายงานประจำปี 2558

สวทช. ดำเนินงานภายใต้แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 5 (ปี 2555 – 2559) โดยสาระสำคัญ คือ การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น จนเกิดเป็นผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่มองเห็นและรับรู้ได้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม และยกระดับความสามารถขององค์กร ทั้งด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ในปีงบประมาณ 2558 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้

ในปีงบประมาณ 2557 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้

  • ผลการดำเนินงานด้านวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี มีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ 454 โครงการ มีบทความตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติตามรายชื่อของ Science Citation Index Expanded (SCIE) 642 ฉบับ ยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 312 คำขอ มีผลงานวิจัยและพัฒนาที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 187 เรื่อง โดยมีหน่วยงาน ชุมชน เอกชนที่นำไปใช้ประโยชน์ จำนวน ๒๓๕ ราย และมีการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้งสิ้น 1,612 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการใหม่ 444 โครงการ
  • ผลการดำเนินงานด้านพัฒนากำลังคน สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท-เอก) รวมทั้งสิ้น 528 ทุน และสนับสนุนทุนวิจัยหลังปริญญาเอกอีก 20 ทุนเพื่อเข้าร่วมงานกับศูนย์แห่งชาติทั้ง 4 ศูนย์ นอกจากนี้ ยังดำเนินงานด้านการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสังคมผ่านสื่อโทรทัศน์ 3 รายการ คือ พลังวิทย์ คิดเพื่อคนไทย, Science Guide และทราบแล้ว…เปลี่ยนโลก
  • ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สวทช. ให้บริการพื้นที่เช่าแก่บริษัทเอกชนที่สนใจจะทำงานวิจัย พัฒนา หรือให้บริการเทคนิคในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จำนวน 140 ราย คิดเป็นพื้นที่ 41,284.76 ตารางเมตร และให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบระดับมาตรฐานสากลแก่บุคคลภายนอกทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกอุทยานฯ จำนวน 41,870 รายการ ให้บริการฐานข้อมูล สารสนเทศ และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการทำงานวิจัยรวมทั้งสิ้น 101,130 รายการนอกจากนี้ สวทช. ยังมีส่วนร่วมดำเนินการผลักดันนโยบายด้าน วทน. ระดับชาติที่สำคัญ ได้แก่ การผลักดันมาตรการทางภาษี 300% และบัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนสนใจลงทุนวิจัยและพัฒนามากขึ้น
  • ผลการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งสิ้น 5,059.53 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 84.47 ของแผน (5,990 ล้านบาท) มีรายได้จากการดำเนินงาน ทั้งสิ้น 1,554.09 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 106.81 ของแผน (1,455 ล้านบาท) ปัจจุบัน สวทช. มีบุคลากรทั้งสิ้น 2,715 คน แบ่งเป็นบุคลากรสายวิจัยและวิชาการ จำนวน 1,858 คน และบุคลากรที่ไม่ใช่สายวิจัยและวิชาการ จำนวน 857 คน

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร  – 31.5MB