ผลการค้นหา :
สรุปการบรรยายหัวข้อ ไขรหัส เซนเซอร์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ประเทศไทยยุค 4.0 ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ ไขรหัส เซนเซอร์อัจฉริยะ ตอบโจทย์ประเทศไทยยุค 4.0 โดย ดร.อัมพร โพธิ์ใย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ งานของศูนย์คือพัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะแล้วนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร ได้แก่ 1. smart farm นำเซนเซอร์ไปใช้กับการปลูกมะเขือเทศให้ได้ผลผลิตตามต้องการ 2. smart energy นำเซนเซอร์ไปปรับอุณหภูมิภายในบ้าน 3. Industry 4.0 นำเซนเซอร์ไปช่วยให้โรงงานประหยัดไฟ ทางศูนย์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โดยทำ R&D ระดับโลก สร้างกำลังคนระดับแนวหน้า วิเคราะห์ทดสอบเพื่ออุตสาหกรรม Smart solution เพื่อคนไทย มีความพร้อมด้านมาตรฐาน ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/2/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ Innovation Inspired by Microbes ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ Innovation Inspired by Microbes โดย ดร.สุภาวดี อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและชีววัสดุ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ ทางหน่วยเกี่ยวข้องกับ TBRC (Thailand bioresource center) ซึ่งตั้งอยู่ที่ตึก INC2 มีจุลินทรีย์เก็บอยู่ 80,000 กว่าสายพันธุ์ และมีเครือข่ายทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์จุลินทรีย์ในอาเซียน เอเชีย และยุโรป และทำงานร่วมกับศูนย์จุลินทรีย์โลก งานวิจัยของหน่วยมีดังนี้ 1. ศึกษาหาสารที่ผลิตโดยจุลินทรีย์ซึ่งสามารถขัดขวางการติดต่อระหว่างกันของจุลินทรีย์ก่อโรคในกุ้ง ทำให้จุลินทรีย์นั้นไม่สามารถก่อโรคได้ แล้วเอาสารนั้นผสมในอาหารให้กุ้งกินทำให้กุ้งไม่เกิดโรค 2. ศึกษากลไกของจุลินทรีย์กลุ่มหนึ่งที่ชอบทำลายแมลงแล้วมีลักษณะพิเศษ แล้วก็จะได้สารซึ่งไปทำ biocontrol ในอนาคต 3. เอาตัว pathway และยีนที่ได้รับการศึกษาว่าสามารถผลิตสารที่มีประโยชน์ที่เราต้องการใส่ในจุลินทรีย์บางตัวที่ควบคุมได้เพื่อให้ทำงานเป็นโรงงานเรียกว่า cell factory หรือโรงงานจิ๋ว สุดท้ายสิ่งที่หน่วยทำเน้นไปที่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ มีคลังของจุลินทรีย์ทั้งสายพันธุ์ธรรมชาติและสายพันธุ์ที่สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ โลกที่น่าอยู่ก็คือมีอาหารที่มีประโยชน์จุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารมีประโยชน์ก็ได้รับความสนใจ ทำอย่างไรให้จุลินทรีย์รักษาสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นผ่านไปอีก 100 ปี จุลินทรีย์ก็ยังเป็นแหล่งนวัตกรรมที่ช่วยสร้างนวัตกรรมต่อไป ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/2/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ ชุดตรวจช่วยชาติ ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ ชุดตรวจช่วยชาติ โดย ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ งานที่หน่วยวิจัยทำ คือการสร้างชุดตรวจเพื่อไปตรวจ vibrio ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร สิ่งที่ต้องทำคือ ไปดูว่าในเชื้อนี้มีดีเอ็นเอตรงไหนมีเฉพาะใน vibrio แต่ไม่มีในเชื้ออื่น แล้ว design ดีเอ็นเอนั้นออกมาเป็น probe แล้วใช้เทคนิค LAMP ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องถ่ายเอกสาร ถ้า probe specific กับ vibrio และอาหารของเราปนเปื้อนกับ vibrio มันจะสามารถปั้มดีเอ็นเอมากขึ้น ถ้าในอาหารของเราไม่มี vibrio ปนเปื้อน probe ที่ specific กับ vibrio ก็ไม่สามารถไปจับได้ และไม่ว่าเครื่องถ่ายเอกสารจะดีอย่างไรก็ไม่สามารถจะเพิ่มจำนวนดีเอ็นเอได้ การดูว่ามีและไม่มีดีเอ็นเอดูด้วยตาเปล่ายากมาก เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไงให้เราสามารถอ่านดีเอ็นเอออกมาในรูปของไฟฟ้าหรือดิจิทัลหรือตัวเลข ทางหน่วยวิจัยได้รับความร่วมมือจาก nectec สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจะเอาขั้วกราฟีนมาเป็นตัวอิเล็กโทรด แล้วก็ report signal นั้นขึ้นมา ให้เราสามารถไม่ต้องไปนั่งเพ่งว่าดีเอ็นเอมันเกิดขึ้นหรือยัง แต่สามารถอ่านออกมาเป็นตัวเลขได้ ชุดตรวจนี้ผู้ใช้สามารถจะเอาไปใช้งานอย่างจริง อีกตัวอย่างงานที่ทำคือการสร้างชุดตรวจที่ตรวจเชื้อก่อโรคในอาหารได้ทีละหลายๆ เชื้อ ตรวจง่าย สะดวกและราคาถูก ทำเป็นไมโครอะเรย์ strip งานนี้ได้รับความร่วมมือจากทั้ง nectec และ mtec งานนี้เพิ่งเดินมาถึงการสร้างเทคโนโลยีฐาน ตอนนี้จะมาประกอบเป็น set และทางหน่วยก็หวังไว้ว่าอีกปีหรือสองปีคงจะได้เห็น strip อะเรย์ในเร็ววัน นอกจากนี้งานที่ทางหน่วยทำพยายามตอบโจทย์หลายๆ อย่าง ยกตัวอย่างเช่น ชุดตรวจที่สามารถตรวจเชื้อก่อโรคในเมล็ดพันธุ์ได้หลายๆ เชื้อพร้อมๆ กัน ชุดตรวจโดยใช้เทคโนโลยี LAMP เพื่อตรวจเชื้อก่อโรคในกุ้ง ในปลานิล ในปลาทับทิม ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศ ชุดตรวจที่ตรวจไม่ว่าจะเป็น alphatoxin ทางหน่วยหวังว่าทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดผู้บริโภคที่มีสุขภาพดีมีความสุข สุดท้ายสิ่งที่ทางหน่วยต้องการทำคือต้องการทำชุดตรวจที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเกษตรหรืออาหาร ถ้าเรามีอาหารที่มีคุณภาพ ที่ปลอดเชื้อที่มีสุขลักษณะที่ดี อุตสาหกรรมอาหารของเราจะเจริญรุ่งเรือง นอกจากนั้นแล้วทางหน่วยจะเอาเทคโนโลยีต่างๆ ไปตอบโจทย์ของการแพทย์ เพราะหลายๆ ครั้งชุดตรวจที่ซื้อมาจากต่างประเทศไม่ได้ตอบโจทย์คนไทย ทั้งหมดนี้ทางหน่วยหวังไว้ว่าชุดตรวจจะไปช่วยชาติให้ประเทศไทยมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/2/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายในหัวข้อ พัฒนาพันธุ์สัตว์ทะเล เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายในหัวข้อ พัฒนาพันธุ์สัตว์ทะเล เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดย ดร.ศิราวุธ กลิ่นบุหงา ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ ทีมทำ genetic diversity และ population marker แรกเริ่มทำกุ้งกุลาดำ ในการเพาะเลี้ยงต้องใช้สายพันธุ์ที่ดีต้องมีการบริหารจัดการที่ดี มีโอกาสได้ศึกษา genetic diversity ของกุ้งกุลาดำใน southeast asia แล้วพบว่ามีขาวมีดำ พวกดำอยู่ที่ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ พวกขาวอยู่ทางแอฟริกา ประเทศไทยเป็น source ของ diversity จุดบรรจบของขาวและดำมาเจอกัน ได้ทุนครั้งแรกจากสวทช. เป็นเวลา 2 ปี ด้วยงบประมาณ 2 แสนบาท ในการที่จะ survey ทำ genetic diversity ของกุ้งในประเทศ โดย PCR งานอีกชิ้นทำหอยนางลม ขอทุนเพื่อมาทำ taxonomy เพื่อแก้ปัญหาแล้วจะได้แก้ทำพวก marker ต่อไปเพื่อรองรับอุตสาหกรรม รวมทั้งการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อมี 3 species งานชิ้นต่อมาทำปู ปลา กั้ง จุดเริ่มแรกที่ทำร่วมกับเอกชนทำ specices-specific marker เพราะกุ้งกุลาดำซบเซาและเกิดกุ้งขาวขึ้นมาเอาเข้ามาในประเทศและเกิดปลอมปนกุ้ง อีกงานคือโปรเจ็กรับจ้างวิจัย 3 ปี เพื่อปรับปรุงพันธุ์กุ้งขาว ทำ high genetic diversity ของ FPF stock และพัฒนา growth marker ปัจจุบันอยู่ปีที่ 3 จะต่อออกไปอีก 3 ปี ตอนนี้ได้ growth marker ต่างๆ อีกงานคือ ใช้ single nucleotide polymorphism คัดสายพันธุ์กุ้งที่โตเร็ว นอกจากนี้กรมประมงชวนทำปลากัด ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/3/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ งานวิจัยด้านวัคซีนสัตว์: จากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ งานวิจัยด้านวัคซีนสัตว์: จากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง โดย ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยไวรัสวิทยาและเทคโนโลยีแอนติบอดี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ ทางหน่วยได้พัฒนาวัคซีนต่อ PEDV ซึ่งจัดเป็น corona virus ชนิดหนึ่ง เป็นไวรัสที่ติดต่อรุนแรงมากในสุกร ติดต่อเข้าไปในลูกสุกรแรกคลอด 100% ตาย ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างรุนแรงมากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของไทย โดยเริ่มทดลอง ศึกษา จนกระทั่งปี 2015 เป็นกลุ่มแรกที่สร้าง infectious clone ของ PEDV เป็นผลสำเร็จ และได้แสดงให้เห็นว่าตัว molecular clone ที่สร้างขึ้นเมื่อใส่ไปในเซลล์เจ้าบ้านไวรัสที่สร้างออกมามีหน้าตาเหมือนไวรัสในธรรมชาติทุกอย่าง ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ทำให้งานวิจัยวัคซีน PEDV เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ต่อมาได้ลองใส่ยีนเรืองแสงสีแดงเข้าไป หมายความว่าเมื่อไวรัสตัวนี้เข้าไปในเซลล์เจ้าบ้านจะสร้างโปรตีนเรืองแสงสีแดงขึ้นมาได้ ได้นำองค์ความรู้นี้มาประยุกต์โดยแทรกยีนที่เป็นแอนติเจนของ PEDV ที่อยู่ในฟาร์มทั่วประเทศเข้าไปแทนตัวสารสีแดง ก็พบว่าพอให้หมูกินจะสร้างแอนติเจนที่จำเพาะเจาะจงกับ PEDV ที่ระบาดอยู่ในฟาร์มได้ นอกจากนี้ทางหน่วยยังพัฒนาวัคซีนต่อ PRSV เป็นไวรัสอีกตัวที่ก่อโรคในสุกร วัคซีนต่อ influenza virus และวัคซีนต่อ newcastle disease virus ซึ่งก่อโรคในไก่ ทางหน่วยได้ร่วมกับหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร กรมปศุสัตว์ มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อผลักดันให้วัคซีนต้นแบบที่ทำใน Lab เล็กๆ ของตึกออกไปสู่การใช้จริงและการขึ้นทะเบียนโดยองค์การอาหารและยา ทางหน่วยมีความหวังเล็กๆ ว่า สิ่งที่ทำขึ้นมาวันนี้จะออกไปใช้จริงและน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกรไทย ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/3/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ นาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ นาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเกษตรนาโนและสิ่งแวดล้อม ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ หน่วยวิจัยได้นำเทคโนโลยีระบบนำส่งซึ่งเป็นนาโนเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับไก่ เพื่อนำส่งสารสมุนไพรหรือสารสกัดจากธรรมชาติให้ออกฤทธิ์ได้ดีในไก่ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยทำให้สารสกัดโหระพาซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อบิดในลำไส้ไก่และสารสกัดออริกาโน่ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อ ต้านอนูมูลอิสระ และกระตุ้นให้สัตว์อยากทานอาหารเยอะๆ ซึ่งปกติสารทั้งสองละลายได้ในไขมันพัฒนาให้ละลายได้ในน้ำ ทำให้ไก่สามารถกินได้ แล้วออกแบบระบบนำส่งเพื่อให้เหมาะสมกับสรีระของไก่ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลำไส้สั้น หลังจากได้ผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจในห้องปฏิบัติการแล้ว มีการต่อยอดศึกษาต่อในไก่โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วติดตามพฤติกรรมการกินของไก่ น้ำหนักตัว สุขภาพของไก่ รวมทั้งผลผลิตของไก่คือไข่ด้วย จากผลการศึกษาพบว่าไก่ทานอาหารได้มากขึ้น ส่งผลให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ไข่มีคุณภาพดีขึ้น และไก่ออกไข่ได้เยอะขึ้น และมีผลการศึกษาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งจากการติดตามผลผลิตของไก่ พบว่าสามารถที่จะเพิ่มธาตุอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของคนลงไปในไข่ได้ด้วยจากการใช้เทคโนโลยีระบบนำส่งที่พัฒนาขึ้น ซ่ึ่งจากการศึกษานี้ได้มีการต่อยอดงานวิจัยด้วยความร่วมมือกับเอกชนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่มีชื่อว่า ไข่ออกแบบได้ ซึ่งสามารถออกแบบไข่ให้มีสมบัติตามต้องการได้ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ปลอดเชื้อโรค ไข่ไก่ออร์แกนิค ไข่ไก่พร่องคอเลสเตอรอล ไข่ไก่สมุนไพร ไข่ไก่อุดมสารอาหาร ผลงานนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศทางด้านเศรษฐกิจประจำปี 2559 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สิ่งที่ในอนาคตทางหน่วยจะทำอะไรต่อไปคือจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบนำส่งเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะกับสัตว์อื่น นอกจากไก่ ยกตัวอย่างเช่นหมู นอกจากอาหารสัตว์แล้วยังพบว่าเทคโนโลยีระบบนำส่งสามารถพัฒนาอาหารพืชได้ ก็คือปุ๋ย สามารถพัฒนาปุ๋ยที่ตั้งเวลาควบคุมการปลดปล่อยให้ปลดปล่อยธาตุอาหารตามที่พืชต้องการได้ อาหารคนก็สามารถนำเทคโนโยีนี้ไปใช้ได้เหมือนกัน สามารถใช้เทคโนโลยีระบบนำส่งเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อคนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเป็นคนสูงอายุ เด็กอ่อนและวัยทำงานให้ได้รับสารอาหารที่เต็มที่ เป้าหมายการทำงานของหน่วยคือตั้งใจที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำก็คือในเรื่องของเกษตรสมัยใหม่ไปจนถึงปลายน้ำคืออาหารเพื่ออนาคตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศไทย ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/3/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ ส่งมอบอาหารสดใหม่และดีต่อสุขภาพ ด้วยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ ส่งมอบอาหารสดใหม่และดีต่อสุขภาพ ด้วยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง โดย ดร.อศิรา เฟื่องฟูชาติ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยโพลิเมอร์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ หน่วยวิจัยมุ่งทำงานเพื่อแก้ปัญหาด้านเกษตรและอาหารโดยมีงานวิจัยดังนี้ตัวอย่างเช่น พัฒนา film คลุมโรงเรือน film เพื่อทำเป็น packaging ไม่ว่าจะเป็น film หลายชั้น หลายทิศทาง packaging เพื่อยืดอายุผักผลไม้สด ผลงานที่ผ่านมาของหน่วยได้แก่ สร้างต้นแบบโรงเรือนเกษตรแบบครบวงจร สร้างโรงเรือนเพื่อปลูกผักอินทรีย์ เทคโนโลยีการเพาะปลูกแนวใหม่ ฟิล์ม activepak เพื่อบรรจุผักและสามารถวางบน shelf แล้วทำให้ผู้บริโภคเห็นแล้วอยากซื้อ ผลิตภัณฑ์อาหารไขมันต่ำที่เมื่อรับประทานแล้วยังรู้สึกว่ามีไขมันอยู่ งานในอนาคตของหน่วยคือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของผักและผลไม้ อีกส่วนคือการเพิ่มคุณภาพชีวิตของสังคมผู้สูงวัยด้วยอาหาร โดยมองเรื่อง packaging ที่เปิดง่าย ที่ฉีกง่าย และอาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุ สิ่งที่ตั้งหวังไว้คือ อยากให้ชาวสวนมีความสุขและผู้บริโภคมีความสุขด้วย ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/3/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ ข้าวคือชีวิต ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ ข้าวคือชีวิต โดย ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ งานวิจัยด้านข้าว ได้แก่ 1. ข้าวต้านทานโรคแมลง ทนแล้งทนเค็มได้ 2. ยกผลผลิตขึ้นอีกระดับหนึ่ง 3. ข้าว nutrition ตัวอย่างเช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่มีธาตุเหล็กและ antioxidant จากข้าวเจ้าหอมนิลและข้าวขาวดอกมะลิ 4. ข้าวลด blood pressure งานของหน่วยคือหาพันธุ์ที่ดีไปปลูกให้เหมาะสมในที่ต่างๆ โดยไปหายีนเมื่อรู้อยู่ที่ไหนเอาไปใส่ในพันธุ์ที่ต้องการปรับปรุง มีหลายวิธีการที่เอาไปใส่ เช่น marker assisted selection หรือ molecular breeding ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/3/
นานาสาระน่ารู้
สรุปการบรรยายหัวข้อ Translating Biodiversity to Bioindustry ในงาน R&D Sharing 2017
สรุปการบรรยายหัวข้อ Translating Biodiversity to Bioindustry โดย ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์และชีวเคมีภัณฑ์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในงาน R&D Sharing 2017 ณ ห้องออดิทอเรียม อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ดังนี้ งานหลักของหน่วยวิจัยเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ 4 ตัว ได้แก่ 1. สารธรรมชาติสารที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ขั้นตอนวิจัยคือมีจุลินทรีย์มาผ่านขบวนการการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพตัวไหนดีก็เอามาศึกษาโครงสร้างทางเคมี แล้วก็จะได้สิ่งที่เรียกว่า lead compound 2. จุลินทรีย์ควบคุมแมลง ขั้นตอนวิจัยคือเมื่อได้ candidate มาศึกษากลไกการทำงาน ต้องรู้ก่อนว่าทำงานอย่างไรเฉพาะเจาะจงกับแมลงเป้าหมายไหมหรือว่าไปทำลายแมลงอื่นที่ไม่อยากให้ทำลาย ต้องมา formulate ให้ทนสามารถเก็บได้ในขวดเป็นปี หลังจากนั้นเอาไปทดสอบตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการจนถึงระดับฟาร์ม งานที่ทำปัจจุบันตอบโจทย์การใช้กับพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ข้าว มันสำปะหลัง พืชสวน 3. เอนไซม์ ขั้นตอนวิจัยคือ การพัฒนาสายพันธุ์ที่ผลิตเอนไซม์ได้ดี มีการพัฒนาสูตรจุลินทรีย์ที่ดีเอนไซม์ที่ดี นอกจากนี้มีการทำวิศวกรรรมเอนไซม์คือ ตัดเอนไซม์ที่เจอในธรรมชาติให้ดีขึ้นโดยเทคนิคทาง molecular แล้วเอามาสร้างระบบเอนไซม์ที่ดี เพื่อเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมพลังงาน 4. เชื้อเพลิงชีวภาพและสารเคมีจากอุตสาหกรรม biorefinery สิ่งที่อยากเห็นในอนาคตคือ อยากเห็น bio society ที่ประชาชนคนไทยอยู่ดีกินดีและประเทศมีความยั่งยืน เห็นผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพอยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ ยา อาหาร ติดตามการบรรยายฉบับเต็มได้ที่ http://ffwtube.nstda.or.th/category/seminar/rd-sharing/rd-sharing-2017/page/3/
นานาสาระน่ารู้
STKS จัดสัมมนา เรื่อง Patent Analytics
ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) ร่วมกับบริษัท Clarivate Analytics เจ้าของฐานข้อมูลสิทธิบัตร Derwent Innovation (DI) จัดสัมมนาเรื่อง Patent Analytics ในวันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560 เวลา 9.00 - 11.30 น. ณ ห้องประชุม CO-110 (Theater) อาคารสำนักงานกลาง อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย วิทยากรโดย Mr. Vashe Kanesarajah, Manager and Senior Consultant IP Analytics & Research จากบริษัท Clarivate Analytics โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนา จำนวน 56 คน
นานาสาระน่ารู้
STKS จัดสัมมนาเรื่อง Empowering Research with Elsevier
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) ร่วมกับสำนักพิมพ์ Elsevier B.V. ได้จัดสัมมนาการบรรยายเรื่อง Empowering Research with Elsevier ณ ห้อง Auditorium 113 อาคารสำนักงานกลาง อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย วิทยากรโดย คุณนัฐพล สีสุรักษ์ ผู้ฝึกอบรมจากสำนักพิมพ์ Elsevier ประเทศไทย หัวข้อการบรรยายที่สำคัญ คือ Searching for Research Contents (ชุดข้อมูล Elsevier Research Platform : ScienceDirect, Scopus และ Mendeley) และ Journal Evaluation in Research Work (ชุด Journal Metrics : SJR , SNIP และ CiteScore) มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนา จำนวน 26 คน
นานาสาระน่ารู้
แจ้งผลการพิจารณาโครงการ “นาวาฝ่าวิกฤต: Mobility in the time of flood” รอบข้อเสนอโครงการ
ตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้จัดให้มีการประกวดนวัตกรรม “นาวาฝ่าวิกฤต: Mobility in the time of flood” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมใหัเกิดการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในยามที่ประเทศเกิดภัยพิบัติอย่างร้ายแรงนั้น สำนักงานฯ ได้พิจารณาข้อเสนอโครงการและมีความยินดีขอแจ้งให้ท่านทราบว่า โครงการของท่านผ่านการพิจารณาเพื่อรับทุนสนับสนุนโครงการในรอบข้อเสนอโครงการ จำนวนทุนโครงการละ ๓,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ท่านมีเวลาในการพัฒนาต้นแบบเวลา ๗ วัน ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และต้องนำมาผลงานมาสาธิตการใช้งานจริงในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ๑๑๒ ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ๑๒๑๒๐ สำหรับหลักเกณฑ์การตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ หลักเกณฑ์การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเงินสนับสนุน และรายละเอียดเพิ่มเติมจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยประการใด กรุณาติดต่อที่ นายเจษฎา จงสุขวรากุล โทรศัพท์ ๐๘๙ ๑๐๙ ๕๖๖๔ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ floodcontest@nectec.or.th สังคมออนไลน์ http://www.facebook.com/groups/floodcontest/ รายชื่อโครงการที่ผ่านการพิจารณา
นานาสาระน่ารู้


