หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
ประกาศเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580)
วีดีโอแนะนำ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (more…)
THAILAND 4.0
 
Facebook บังคับให้ Login ใหม่ อาจไม่ปลอดภัยสำหรับคุณ
     หลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวในช่วงปลายเดือนกันยายน (2561) ที่ผ่านมา แล้วพบว่า FACEBOOK แจ้ง SESSION EXPIRE ให้ทำการ Login ใหม่ "คุณรู้ไหมครับว่าคุณมีความเสี่ยงโดนขโมย Access Token" หรือขโมยความลับในการเข้าสู่ FACEBOOK ของคุณไปแล้ว และ F่ACEBOOK โดนขโมยไปกว่า 50 ล้านบัญชี !! ฟังไม่ผิดครับ เรื่องนีได้รับการเปิดเผยจาก FACEBOOK เอง โดยเหล่า Engineer พบความผิดปกติในการโจมตีและทำการแก้ไขโดยการเปลี่ยน TOKEN ใหม่ให้กับผู้ใช้ทั้งหมด แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าทันการหรือไม่ นับเป็นข่าวร้ายที่ FACEBOOK ต้องเจอถัดจากการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบก่อนหน้านี้      แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อไป ?      FACEBOOK แจ้งว่า ได้ทำการปรับปรุง Access Token ใหม่หมดและหากคุณไม่มั่นใจ คุณสามารถเพิ่มความปลอดภัยได้ดังนี้ 1. Log out FACEBOOK ในทุก Device ของคุณ2. ทำการเปลี่ยน PASSWORD ใหม่ให้คาดเดายาก3. ตรวจสอบการทำกิจกรรมใน FACEBOOK ของคุณ เพื่อตรวจสอบกิจกรรมแปลกปลอมที่คุณไม่ได้สร้างเอง เช่น ไลค์เพจอื่นโดยไม่ใช่คุณเป็นคนทำ4. ทำการ Backup ข้อมูลสำคัญหรือข้อความลับของคุณออกจาก FACEBOOK แล้ว ลบออกจากระบบ เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง       เป็นคำแนะนำที่ทางผู้เขียนแนะนำเสริมว่าควรตรวจตราให้ดีครับ และถ้าไม่มั่นใจก็อย่าใส่ข้อมูลที่เป็นความเสี่ยง เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร ร้านประจำ ให้เป็นเป้าหมายครับ  คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวได้ที่นี่ครับ  https://www.digitaltrends.com/computing/latest-facebook-attack-leaves-50-million-accounts-compromised/
นานาสาระน่ารู้
 
Internet Of Thing ด้วย Netpie ง่ายกว่าที่คิด
หลาย ๆ คนคงมีความฝันที่จะควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้ง่ายแค่ปลายนิ้วผ่านมือถือนึกถึงภาพการเปิดแอร์เย็น ๆ รอเราก่อนกลับบ้านครึ่งชั่วโมง เปิดบ้านแล้วเย็นชื่นใจ หรือจะควบคุมการเปิดปิดของไฟให้ง่ายดายด้วยนิ้วมือผ่านมือถือ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ในปัจจุบันสามารถทำได้ง่าย ๆด้วยการนำอุปกรณ์ควบคุมที่เราเรียกว่า Smart Device หรือ Thing เป็นแกนกลางเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ข้างต้น แล้วเขียนโปรแกรมผ่านตัวควบคุมเข้าระบบ internet โดยมี NETPIEทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ให้คุยกันได้บนโปรแกรมและตัวควบคุมนั้น ๆ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น NETPIE เป็น Platform As A Service ที่ให้บริการโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)ให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่สนใจเข้าใช้งาน  NETPIE   นั้นง่ายมากครับ แค่เข้าถึงเว็บไซต์ https://netpie.io/ ทำการสมัครเป็นสมาชิกและทำตาม Tutorial ที่มีระดับความยากง่ายและคำแนะนำต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอนเรียกได้ว่า รองรับตั้งแต่ผู้ที่ไม่เคยทำไปจนถึงผู้ที่สามารถต่อยอดไปในเชิงอุตสาหกรรมได้เลยทีเดียวขอแค่คุณมีความสนใจและตั้งใจก็รับรองว่าทำได้ไม่ยากครับหากใครสนใจข้อมูล NETPIE สามารถเข้าอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://netpie.io/  เพราะนี่คือ สวทช. งานวิจัยดี ๆ ที่ใช้ได้จริงและต่อยอดได้จริง เพื่อคนไทยทุกคนครับ
นานาสาระน่ารู้
 
Livraria Lello: หนึ่งในร้านหนังสือที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดในโลก
เยี่ยมชม Livraria Lello ร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกและเป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ นวนิยายแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักทั่วโลกของ เจ. เค. โรว์ลิง Livraria Lello คือร้านหนังสือที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 ปัจจุบันมีอายุ 137 ปี ตั้งอยู่ในเมืองโปร์ตู (Porto) ประเทศโปรตุเกส เมืองที่องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติคัดเลือกและขึ้นทะเบียนเป็นให้เป็นเมืองมรดกโลก โดย ในปี ค.ศ. 1996 ในด้านสถาปัตยกรรม ร้านหนังสือแห่งนี้สร้างตามแบบ Neo-Gothic architecture หรือ Victorian architecture ลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบนี้คือผนังเปิดกว้างและลายเส้นซับซ้อน ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปภายใน Livraria Lello ต้องสะดุดตากับบันไดไม้วน 2 ชั้น ที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องโถง พื้นบันไดสีแดงสดตัดกับสีน้ำตาลเข้มของราวบันได พื้นห้อง ตู้และชั้นวางหนังสือไม้ ทำให้บรรยากาศภายในดูขลังและสง่างาม อีกจุดหนึ่งที่โดดเด่นคือเพดานที่ประดับด้วยกระจกสีบานใหญ่ จากความสวยงามและโดดเด่นของ Livraria Lello ทำให้ร้านหนังสือแห่งนี้ได้รับการเลือกจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์และสำนักข่าวชั้นนำของโลก เช่น The Guardian (ค.ศ. 2008) Lonely Planet (ค.ศ. 2012) Time Magazine (ค.ศ. 2015) และ The Telegraph (ค.ศ. 2017) ให้เป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดในโลก นอกจากนี้ ร้านหนังสือแห่งนี้ ยังเป็นร้านหนังสือที่ เจ. เค. โรว์ลิง นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ แวะเวียนมาบ่อยครั้ง เมื่อสมัยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในเมืองโปร์ตู และร้านหนังสือนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เธอในการเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ นวนิยายแฟนตาซีเรื่องราวการผจญภัยของพ่อมดวัยรุ่นชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเพื่อน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามและประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักทั่วโลก หากมีโอกาสได้เดินทางมายังเมืองโปร์ตู ประเทศโปรตุเกส ไม่ควรพลาดมาเยี่ยมชมร้านหนังสือ Livraria Lello แห่งนี้ สถานที่สำคัญและน่าสนใจทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและวรรณกรรม โดยผู้เข้าเยี่ยมชมจะต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 5 ยูโร โดยสามารถนำตั๋วเข้าชมเป็นส่วนลดในการซื้อหนังสือในร้านและรับของที่ระลึกคือหนังสือแนะนำเกี่ยวกับ Livraria Lello ด้านหนัาของ Livraria Lello บันไดไม้วน 2 ชั้น สีแดงสด   เครื่องไม้แกะสลักบริเวณชั้นล่างของร้าน บรรยากาศบริเวณชั้นล่างของร้าน เพดานกระจกสี
นานาสาระน่ารู้
 
องค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure (NQI))
NQI ประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่ การมาตรฐาน (standardization)  การทดสอบ (testing) การวัด (measurement) การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร (certification) และการรับรองคุณภาพ (accreditation) - การมาตรฐาน สร้างมาตรฐานระดับชาติและนานาชาติซึ่งระบุวิธีที่สิ่งของควรจะถูกทำโดยวิธีที่ยอมรับได้ร่วมกัน- การทดสอบและการวัด นำข้อกำหนดและมาตรฐานไปปฏิบัติเพื่อทำให้เกิดความถูกต้องและความสอดคล้อง- การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้คนใช้มาตรฐานและหลักเกณฑ์ในทางที่ถูกต้อง- การรับรองคุณภาพ ทำให้คนมีศักยภาพในการทำการทดสอบ การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร และการตรวจสอบ ที่มา: The value of a National Quality Infrastructure. UKQI. Retrieved September 21, 2018, from http://ukqi.org/value-of-nqi/
นานาสาระน่ารู้
 
ประโยชน์ของ NQI (National Quality Infrastructure)
การค้าระดับประเทศด้วย NQI ที่ไว้วางใจได้มีประโยชน์หลายอย่าง ได้แก่ - ใช้มาตรฐานสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า ยั่งยืนมากกว่า- ความรู้จากมาตรฐานและเทคนิคการวัดทำให้มีนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น- การค้าภายในประเทศเพิ่มขึ้น- มีการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้นในเวลาเดียวกัน- อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าระหว่างประเทศลดลง- มีน้อยกว่าทำซ้ำหรือแข่งขันมาตรฐาน การทดสอบ ข้อบังคับ และการรับรองคุณภาพ ดังนั้นค่าใช้จ่ายของการค้าระหว่างประเทศลดลง- ผลิตภัณฑ์และบริการแข่งขันระหว่างประเทศ- ประเทศสามารถนำเสนอมุมมองอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในการประชุมระดับนานาชาติและจัดการการพัฒนาของกฎระหว่างประเทศ ผลสุทธิคือการมีส่วนร่วมมากขึ้นในการค้าทั่วโลกและความสมดุลมากขึ้นของการจ่ายเงิน สำหรับเศรษฐกิจกำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลง NQI เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและความสำเร็จที่มากขึ้น ที่มา: The value of a National Quality Infrastructure. UKQI. Retrieved September 21, 2018, from http://ukqi.org/value-of-nqi/
นานาสาระน่ารู้
 
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
ประโยชน์ของการจัดการความรู้ ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ดีกว่าและเร็วกว่า ทำให้ง่ายที่จะพบข้อมูลและแหล่งที่สำคัญ ทำให้เกิดการใช้ซ้ำความคิด เอกสาร และความชำนาญ การใช้ซ้ำดีต่อองค์กรเพราะลดการทำงานซ้ำ ไม่ทำให้เกิดปัญหา ประหยัดเวลา และทำให้เกิดความก้าวหน้า ไม่ทำให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ไม่ทำให้เกิดการทำผิดเป็นครั้งที่สอง การจัดการความรู้ทำให้เกิดการแบ่งปัน lessons learned ไม่เพียงเกี่ยวกับความสำเร็จ แต่ยังเกี่ยวกับความล้มเหลว ทำให้ได้รับประโยชน์จากความชำนาญและประสบการณ์ที่มีอยู่ รู้อะไรที่คนอื่นรู้สามารถมีประโยชน์มากในเวลาที่ต้องการเนื่องจากเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นและประยุกต์ใช้กับความต้องการของตนเอง ทำให้เกิดการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว สนับสนุนขบวนการและขั้นตอนที่ได้มาตรฐานและทำซ้ำได้ โดยการจัดให้มีขบวนการสำหรับสร้าง เก็บ สื่อสาร และใช้ขบวนการและขั้นตอนที่ได้มาตรฐาน พนักงานจะสามารถใช้เป็นงานประจำ ทำให้มีวิธีการ เครื่องมือ templates เทคนิค และตัวอย่าง วิธีการ เครื่องมือ templates เทคนิค และตัวอย่างเป็นส่วนประกอบสนับสนุนขบวนการและขั้นตอนที่ทำซ้ำได้ ทำให้ความชำนาญที่ขาดแคลนมีให้อย่างกว้างขวาง ถ้ามีใครเป็นที่ต้องการมากเนื่องจากมีทักษะซึ่งขาดแคลน การจัดการความรู้สามารถช่วยทำให้แหล่งนั้นมีให้ทั่วทั้งองค์กร วิธีที่จะทำคือ community discussion forums  การฝึกอบรม ถามระบบผู้เชี่ยวชาญ การนำเสนอที่ถูกบันทึกไว้  white papers  blogs  podcasts และวีดีโอ แสดงลูกค้าวิธีใช้ความรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์ เร่งให้เกิดการส่งไปยังลูกค้า การแบ่งปันความรู้ การใช้ซ้ำ และนวัตกรรมสามารถลดเวลาที่จะส่งข้อเสนอ ผลิตภัณฑ์ หรือการบริการไปยังลูกค้าอย่างมาก ทำให้องค์กรใช้ประโยชน์จากขนาด ในขณะที่องค์กรขยาย ขนาดที่เพิ่มขึ้นมีประโยชน์เพียงถ้าสามารถใช้ความรู้ทั้งหมดของพนักงาน โดยการใช้เครื่องมือเช่น communities, expertise locators และ repositories พลังอย่างสมบูรณ์ขององค์กรขนาดใหญ่สามารถเป็นประโยชน์ ทำให้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดขององค์กรใช้ซ้ำได้ กระตุ้นนวัตกรรมและการขยายตัว การสร้างความรู้ใหม่ผ่านการแบ่งปันความรู้ที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือ และการส่งข้อมูล สามารถกระตุ้นนวัตกรรม ที่มา: Stan Garfield (2014, August 11). 15 Knowledge Management Benefits. LinkedIn. Retrieved September 20, 2018, from https://www.linkedin.com/pulse/20140811204044-2500783-15-knowledge-management-benefits
การจัดการความรู้ (KM)
 
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกเผยแพร่ผลงานในวารสารทั่วไปกับวารสารเฉพาะทาง
1. การค้นพบจะมีผลต่อนักวิทยาศาสตร์ในหลายสาขาวิจัย มีการประยุกต์ใช้ในวงกว้างในการปฏิบัติทางคลินิก และหรือแม้แต่เป็นที่สนใจของผู้อ่านที่ไม่เฉพาะทางใช่ไหม ผลการศึกษาจะทำให้เกิดความก้าวหน้าเป็นหลักในงานวิจัยในสาขาเฉพาะและเป็นที่สนใจอย่างมากต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางใช่ไหม งานที่มีความสำคัญในท้องถิ่นเช่น งานวิจัยโรคประจำถิ่น และรายงานของเรื่องราวทางคลินิกที่ไม่ธรรมดาอาจเหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวารสารเฉพาะทาง 2. วารสารทั่วไปเช่น Nature และ Science มีค่า impact factor สูง (41.456 และ 33.611 ตามลำดับ ของปี 2014) บอกถึงอัตราการอ้างอิงที่สูงและดังนั้นทำให้เกิดการเผยแพร่ที่กว้างกว่าและการมองเห็น (visibility) ที่มากกว่า ผลก็คือวารสารเหล่านี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่มากกว่าในการตีพิมพ์และมีอัตราการตอบรับที่ต่ำกว่า (ประมาณ 8-10% สำหรับ Nature และ Science) ในขณะที่เนื่องจากเป็นที่สนใจต่อผู้อ่านจำนวนน้อย บทความในวารสารเฉพาะทางอาจได้รับการอ้างอิงเล็กน้อย (ตัวอย่างเช่น Journal of Immunology มีค่า impact factor เท่ากับ 5.5) แต่มีการส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์น้อยอาจเพิ่มอัตราการตอบรับ (41%) และประสิทธิภาพของการ review และการตีพิมพ์ วารสารเฉพาะทางดังนั้นอาจทำให้เกิดการแบ่งปันผลการศึกษาอย่างเฉพาะมากกว่ากับกลุ่มการวิจัยที่จำเพาะ เพิ่มความเป็นไปได้ของการจัดการงานวิจัยในอนาคตในสาขาจำเพาะ ที่มา: Michaela Panter. How to Choose Between General and Specialized Journals. American Journal Experts. Retrieved September 17, 2018, from https://www.aje.com/en/arc/how-choose-between-general-and-specialized-journals/
นานาสาระน่ารู้
 
แนวคิดที่ผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่แบบเข้าถึงแบบเปิด
1. วารสารเข้าถึงแบบเปิดไม่มีการ peer-reviewในขณะที่เป็นไปได้ที่จะพบวารสารผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งไม่ใช้ขบวนการ peer review ส่วนใหญ่ของวารสารเข้าถึงแบบเปิดใช้ขบวนการ peer review เหมือนกับวารสารแบบดั้งเดิม 2. วารสารเข้าถึงแบบเปิดมีคุณภาพที่แย่กว่าวารสารที่ต้องบอกรับเป็นสมาชิกแบบดั้งเดิมหลายวารสารเข้าถึงแบบเปิดเป็นผู้นำในสาขามีค่า impact factor ที่สูง 3. บทความเข้าถึงแบบเปิดไม่มีลิขสิทธิ์นักวิจัยบางคนกลัวว่าการเผยแพร่บทความเข้าถึงแบบเปิดหมายความว่าบทความไม่ถูกคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์แต่นี้ไม่ใช่เรื่องจริง ความจริงคือการเข้าถึงแบบเปิดทำให้บ่อยๆ ผู้แต่งยังคงมีลิขสิทธิ์ในบทความ ในบางกรณีผู้แต่งเผยแพร่ในวารสารแบบดั้งเดิมอาจต้องการการอนุญาตเพื่อใช้รูปภาพหรือเนื้อหาเมื่อสอนในห้องเรียน วัสดุเข้าถึงแบบเปิดไม่มีข้อจำกัดนี้ หลายวารสารเข้าถึงแบบเปิดใช้การอนุญาตแบบ Creative Commons ซึ่งยอมให้ใช้วัสดุถ้ามีการอ้างอิงผู้แต่งต้นฉบับ 4. การเข้าถึงแบบเปิดเป็นเพียงแฟชั่นชั่วขณะ 5. การเข้าถึงแบบเปิดเพียงช่วยผู้อ่านไม่ใช่ผู้แต่งการเข้าถึงแบบเปิดมีประโยชน์ต่อผู้อ่านเพราะเป็นวิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูบทความที่ถูกเผยแพร่ อย่างไรก็ตามการเข้าถึงแบบเปิดมีประโยชน์ต่อผู้แต่งด้วย การมองเห็นที่เพิ่มขึ้นของบทความที่ถูกเผยแพร่ทำให้บ่อยๆ เพิ่มความถี่การอ้างอิง ซึ่งมีประโยชน์ต่อนักวิจัย ที่มา: Ben Mudrak. OPEN ACCESS PUBLISHING: FIVE MYTHS . American Journal Experts. Retrieved August 27, 2018, from https://www.aje.com/dist/docs/aje_open_access_myths.pdf
นานาสาระน่ารู้
 
การอนุญาตแบบ Creative Commons
การอนุญาตที่มีชื่อเสียงมาก 1 ชุดถูกพัฒนาโดย Creative Commons เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่มีจุดประสงค์เพื่อทำให้งานสร้างสรรค์มีให้สำหรับการค้นพบและการใช้ซ้ำ ถูกพัฒนาเริ่มต้นโดยศาสตราจารย์ทางกฎหมายของ Harvard ชื่อว่า Lawrence Lessig การอนุญาตแบบ Creative Commons มีหลายแบบ ดังนี้ 1. ใช้สัญลักษณ์ CC-BY เป็นการอนุญาตที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด ยอมให้ผู้ใช้เผยแพร่ ผสม สร้าง งานต้นฉบับ เพียงอ้างอิงผู้แต่ง การอนุญาตนี้ไม่เพียงยอมให้ดาวน์โหลดและทำสำเนาแต่ยังยอมให้ textmining และกระบวนการอัตโนมัติอื่นๆ 2. CC-BY-SA ต้องการให้ผู้ใช้ใช้การอนุญาตงานใหม่แบบเดียวกับต้นฉบับ นอกจากต้องอ้างอิงผู้แต่ง 3. CC-BY-ND ต้องการให้ผู้ใช้อ้างอิงผู้แต่งและไม่มีการดัดแปลงงานต้นฉบับ 4. CC-BY-NC ยอมให้ผู้ใช้ผสมหรือแม้แต่ดัดแปลงต้นฉบับ (ด้วยความเหมาะสม) เพียงผู้ใช้ไม่ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการค้า ไม่มีข้อจำกัดของการอนุญาตงานใหม่ 5. CC-BY-NC-SA การอนุญาตนี้รวมการไม่ใช้เพื่อการค้ากับการอนุญาตงานใหม่แบบเดียวกับต้นฉบับและต้องอ้างอิงผู้แต่ง 6. CC-BY-NC-ND การอนุญาตเพียงยอมให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดและแบ่งปันงานต้นฉบับ และต้องอ้างอิงผู้แต่ง ไม่ให้ดัดแปลงงานต้นฉบับหรือใช้เพื่อการค้า เป็นการอนุญาตที่มีข้อจำกัดมากที่สุด 7. CC0 การอนุญาตนี้มีชื่อว่า public domain ในกรณีนี้ข้อจำกัดทั้งหมดข้างต้นไม่นำมาใช้ และรูปภาพสามารถใช้ในทางถูกกฎหมาย ที่มา:  Ben Mudrak. Creative Commons Licenses: An Introduction for Researchers. American Journal Experts. Retrieved August 27, 2018, from https://www.aje.com/en/arc/creative-commons-intro/
นานาสาระน่ารู้
 
STKS เยี่ยมชมหอจดหมายเหตุแห่งชาติไต้หวัน
               28 กรกฏาคม 2561 ตัวแทนจาก STKS ได้ติดต่อเพื่อขอเข้าเยี่ยมชม ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติไต้หวันอย่างเป็นทางการ https://www.archives.gov.tw/english โดยมุ่งเน้นในประเด็นการเก็บรักษาข้อมูลสำคัญของประเทศว่ามีกระบวนการขั้นตอนอย่างไร  ทางทีม STKS ได้รับไมตรีจิตอันดีจากทีมผู้บริหารรวมถึงนักวิจัยจาก PEARL LAB (Preserving Electronic Archives & Records Laboratory) ร่วมให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ที่ทางเราอยากแชร์ให้กับทุกท่านได้ทราบครับ แต่ก่อนอื่นเรามาทราบความเป็นมาของหอจดหมายเหตุแห่งชาติไต้หวันกันก่อนครับ          หอจดหมายเหตุแห่งชาติไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการจัดการเอกสารและข้อมูลหลักฐานสำคัญของชาติเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542  ผ่านมติพระราชบัญญัติคลังข้อมูล และมีผลบังคับใช้เพื่อรากฐานทางกฏหมายในการจัดการจดหมายเหตุอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 เป็นต้นมา  สำนักงานตั้งอยู่ที่ Address:9F., North Tower, No.439, Zhongping Rd., Xinzhuang Dist., New Taipei City 242, Taiwan (R.O.C.)           หอจดหมายเหตุแห่งชาติไต้หวันจัดเก็บ Collection ข้อมูลในหลายรูปแบบ ปัจจุบันมี Collection ณ วันที่  30 มิถุนายน 2561 แยกตามหมวดหมู่มากมาย ดังภาพ                    ในการเยี่ยมชมดูงาน นักวิจัยจาก PEARL LAB Preserving Electronic Archives & Records Laboratory  https://pearl.archives.gov.tw/english/Default.aspx  กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดเก็บ media ในรูปแบบต่าง ๆ มีการให้บริการกับองค์กรหรือเอกชนในการจัดการด้านสื่อต่าง ๆ แบ่งประเภทได้ดังนี้Electronic Records Format Migration       เป็นการให้บริการแปลงข้อมูลเอกสารไปสู่รูปแบบอื่น ๆ อย่างมีมาตรฐานรองรับและรูปแบบที่หลากหลายจากทีมงานและนักวิจัยMedia Migration      เป็นการแปลงไฟล์สื่อในอดีตให้สามารถใช้งานเข้าสู่ยุคดิจิทัล สื่อที่ครอบคลุม ได้แก่ สื่อชนิด CD,VHS/Beta/Betacam, Vinyl,Tape , Microfilm , 3.5-inch floppy , Slide, Undeveloped film เป็นต้น           Electronic Records Recovery  ให้บริการกู้ไฟล์ข้อมูลดิจิทัลกับผู้ร้องขอStorage Media Destruction   ให้บริการทำลายมีเดียดิจิทัลTechnical and Operating Consultation ให้บริการให้คำปรึกษาด้านเทคนิคและการจัดการต่าง ๆ              ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ทีม STKS ได้เห็นเสน่ห์เล็ก ๆ ของ LAB ที่จัดวางพื้นที่ในห้องทำงานเป็นพิพิธภัณฑ์ย่อย ๆ  บอกเล่าเรื่องราวถึง Hardware Software ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ MAC ยุคแรก เกมส์ยุคแรก สื่อบันทึกชนิดต่าง ๆ รวมถึง OS ตั้งแต่ DOS เป็นต้น ทุกสื่อดังกล่าวสามารถใช้งานได้จริง  และนำเสนอให้อยู่ในรูปแบบการใช้งานผ่าน emulator   พร้อมทั้งนักวิจัยก็ได้นำเยี่ยมชมการแปลงข้อมูลสื่อด้วยกระบวนการต่าง ๆ ด้วยครับ       โดยสรุป ประโยชน์ที่เราได้รับจากการศึกษาดูงานครั้งนี้  ได้เล็งเห็นว่าการอนุรักษ์สิ่งสำคัญของชาติ จำเป็นต้องมีรูปแบบ, มาตรฐาน, กฏหมาย, งานวิจัยและบุคลากรรองรับอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังสามารถให้บริการองค์ความรู้และสร้างความตระหนักให้แก่องค์กรหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศได้  ซึ่งสอดคล้องกับทีม STKS อันมีพันธกิจสร้างความตระหนักและเผยแพร่ความรู้รวมถึงมาตรฐานสื่อต่าง ๆ เช่นกันและสามารถสร้างความร่วมมือร่วมกันได้ระหว่างองค์กรอย่างแน่นอนภายในอนาคตครับ        
นานาสาระน่ารู้
 
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการศึกษาแบบเปิด (Open Education)
- การศึกษาแบบเปิดคืออะไรคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด  (Open educational resources (OER)) เป็นการสอน การเรียนรู้ และวัสดุวิจัยในสื่ออะไรก็ได้ซึ่งมีอยู่ใน public domain หรือถูกปล่อยออกภายใต้การอนุญาตแบบเปิด (open license) ซึ่งยอมให้มีการเข้าถึงแบบไม่มีค่าใช้จ่าย การใช้ การดัดแปลง การเผยแพร่โดยคนอื่น OER รวมถึง ตำราเรียน หลักสูตร การจดบันทึกการบรรยาย วีดีโอ เสียง การจำลอง การประเมิน และเนื้อหาอื่นๆ ใช้ในการศึกษา OER ทำให้เกิดการเข้าถึงวัสดุการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพสูง ซึ่งสามารถถูกตัดแต่งอย่างง่ายและดัดแปลงอย่างฟรี แก้ไข แบ่งปันกับครูและนักเรียนทั่วโลก OER สนับสนุนภารกิจของการศึกษาแบบเปิด ซึ่งเป็นการผสมรวมกันระหว่างเนื้อหาแบบเปิด วิธีปฏิบัติ นโยบาย และสังคม ซึ่งสามารถทำให้เกิดการเข้าถึงแบบกว้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน - การศึกษาแบบเปิดทำงานอย่างไรOER ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบดิจิทัลซึ่งทำให้ถูกเก็บ ทำสำเนา และกระจายออนไลน์ด้วยค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด OER ยังรวมถึงเนื้อหาที่ถูกสั่งพิมพ์ซึ่งถูกอนุญาตแบบเปิด บางกรณีนักเรียนชอบวัสดุออนไลน์แต่เนื้อหาที่ถูกสั่งพิมพ์จำเป็นเมื่อคอมพิวเตอร์หรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไม่มีให้ ผู้ให้การสนับสนุนเชื่อว่าแหล่งทรัพยากรแบบเปิดควรจะเป็นไฟล์ที่ดัดแปลงได้ด้วยการอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อมีส่วนร่วมใน 5R ได้แก่ retain (ทำและควบคุมสำเนาของเนื้อหา รวมถึงการดาวน์โหลด ทำซ้ำ และเก็บวัสดุนั้น) reuse (ใช้เนื้อหาในหลายหนทางเช่น ในห้องเรียน บนเว็บไซต์ หรือผ่านวีดีโอ) revise (ดัดแปลง ปรับ แก้ไขเนื้อหา เช่น การแปลเป็นอีกหนึ่งภาษา) remix (รวมเนื้อหาต้นฉบับหรือแก้ไขกับวัสดุอื่นๆ เพื่อสร้างสิ่งใหม่) และ redistribute (แบ่งปันสำเนาของเนื้อหาต้นฉบับพร้อมกับการแก้ไข) การอนุญาตแบบเปิดเช่นที่พบใน Creative Commons ทำให้ง่ายที่จะใช้แบบเปิดและฟรีเนื้อหาในขณะที่ยังคงรักษาลิขสิทธิ์ของเจ้าของงานนั้น - ใครกำลังทำการศึกษาแบบเปิดOpenStax ของ Rice University พัฒนา 35 ตำราเรียนซึ่งใช้โดยนักเรียนในวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมปลาย  Open Textbook Network ของ University of Minnesota จัดให้มี Open Textbook Library ซึ่งเป็นรายการของมากกว่า 480 ตำราเรียนที่ฟรี peer-review และอนุญาตแบบเปิด  BC Open Education Textbook Collection ของ BCcampus เป็นห้องสมุดของมากกว่า 240 ตำราเรียนแบบเปิด ใช้โดยหลายพันคณะและนักเรียน  Lumen Learning มีรายการของมากกว่า 45 ชุดของวัสดุของหลักสูตร OER ตัวอย่างและคลังของทรัพยากรแบบเปิดสามารถพบที่ Open Education Consortium, OER Commons และ MERLOT  Washington State Community College System จัดให้มี Open Washington ซึ่งช่วยคณะเรียนเกี่ยวกับและค้นหา OER  Creative Commons มีรายการคลัง OER - ทำไมการศึกษาแบบเปิดสำคัญOER สามารถยืดหยุ่นได้ ดัดแปลงได้ ใช้ฟรี แบ่งปันง่าย และสามารถเก็บได้ยาวนาน ทำให้คณะและนักเรียนพร้อมที่จะดัดแปลงเนื้อหาการศึกษาเพื่อตอบความต้องการของท้องถิ่น สำหรับนักเรียน OER ทำให้ประหยัดเงินเป็นดอลลาร์ในขณะที่ยังทำให้ผู้เรียนพร้อมเข้าถึงวัสดุการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้มากและมีคุณภาพสูงที่หลากหลาย หลายผู้ปฏิบัติโต้แย้งว่าการศึกษาแบบเปิดสามารถเป็นวิธีปฏิบัติทางการศึกษาหลักด้วยผู้เรียนผลิต ประเมิน ใช้ เปลี่ยนแปลง และแบ่งปัน OER สำหรับคณะ เนื้อหาแบบเปิดทำให้มีโอกาสมากที่จะจัดการกับวัสดุการศึกษาและตัดแต่งเพื่อความต้องการของผู้เรียน แบ่งปันความรู้ทั่วการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย - อะไรเป็นผลเสียถึงแม้ OER ให้ใช้ฟรี เหมือนกับแหล่งทรัพยากรการศึกษาทั้งหมดต้องการการลงทุนเพื่อสร้าง นำมาใช้ และการรักษา ไม่ใช่ทุกสถาบันพร้อมที่จะจัดให้มีการตอบแทน การสนับสนุนบริการ และนโยบายที่จะสนับสนุนการพัฒนาของแหล่งทรัพยากรแบบเปิด หนึ่งอุปสรรคที่จะนำมาใช้คือบางสถาบันการศึกษายังคงพิจารณาเนื้อหาแบบเปิดด้อยกว่าวัสดุการศึกษาแบบดั้งเดิมและต่อต้านแนวคิดของการศึกษาแบบเปิด สิ่งที่ต้องทำคือเพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับคุณค่าและคุณภาพของ OER และงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของ OER ต่อสถาบันการศึกษา นอกจากนี้สิ่งที่ต้องทำคือพัฒนานโยบายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาและการกระจายของเนื้อหาแบบเปิด ที่มา: Educause Learning Initiative (June 2018). 7 THINGS YOU SHOULD KNOW ABOUT ... ™ Open Education: Content. Retrieved August 27, 2018, from https://library.educause.edu/~/media/files/library/2018/6/eli7157.pdf
นานาสาระน่ารู้