ผลการค้นหา :
4 สิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จของการจัดการความรู้ในปี 2019
4 สิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จของการจัดการความรู้ในปี 2019
1. Critical knowledge
คืออะไร: ความรู้ซึ่งทำให้เกิดข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน จะเป็นแบบไหนขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรและอุตสาหกรรม แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หลัก, บริการ, กระบวนการ, หรือธุรกิจ
ทำไมจำเป็น: จะเกิดผลเสียถ้าองค์กรไม่มี critical knowledge คือ กระบวนการทำอย่างไม่ถูกต้อง และลูกค้าไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์หรือบริการ การจัดการความรู้ต้องมุ่งไปที่ critical knowledge เพื่อทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุดต่อธุรกิจ
จะได้มาได้อย่างไร: สัมภาษณ์ผู้นำ, ผู้จัดการ จากธุรกิจที่ใช้หรือจะใช้การจัดการความรู้ การทำแผนที่ความรู้ (knowledge mapping) เป็นวิธีที่ดีที่จะได้ critical knowledge
2. Business Value Assessments
คืออะไร: คำอธิบายง่ายๆ คือ ปัญหาและโอกาสที่ critical knowledge ทำให้เกิดขึ้นในองค์กร
ทำไมจำเป็น: องค์กรมี critical knowledge หลายแบบ คือ กระบวนการ, วิธีการ, และภารกิจที่แตกต่างกัน ซึ่งจำเป็นสำหรับสนับสนุนธุรกิจ Business value assessments ช่วยให้การจัดการความรู้มุ่งไปที่แบบที่มีผลกระทบมากที่สุด
จะได้มาได้อย่างไร: พูดคุยกับคนเดียวกันที่ถามเกี่ยวกับ critical knowledge
3. KM Maturity
คืออะไร: สภาพปัจจุบันของ KM maturity ขององค์กรหรือธุรกิจที่ใช้การจัดการความรู้
ทำไมจำเป็น: การประเมิน KM maturity ช่วยบอกอะไรที่สามารถทำให้โปรแกรมประสบผลสำเร็จในระยะสั้นและระยะยาว
จะได้มาได้อย่างไร: KM maturity ได้รับการวัดได้ดีที่สุดด้วย objective assessment เช่น APQC's KM Capability Assessment Tool ซึ่งให้การประเมิน maturity ทั้งหมด, คะแนนสำหรับ 12 KM capabilities, และความสามารถในการเปรียบเทียบคะแนนกับอุตสาหกรรม
4. Document Review and History
คืออะไร: การรวบรวมประวัติทั้งหมดขององค์กร และความพยายามในการจัดการความรู้ก่อนหน้านี้ และกลยุทธ์องค์กรและการดำเนินการในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทำไมจำเป็น: ให้บทเรียนที่มีคุณค่า และทำให้แน่ใจว่าความพยายามในการจัดการความรู้เหมาะกับบริบทองค์กร ถ้าการดำเนินการก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความล้มเหลวที่สำคัญ เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรับทราบเพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาดซ้ำ
จะได้มาได้อย่างไร: สัมภาษณ์ผู้นำอาวุโสเพื่อให้รู้กลยุทธ์ของทั้งบริษัททั้งในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้น สามารถให้ประวัติทั้งหมดขององค์กรและการจัดการความรู้ นอกจากนี้ควรคุยกับพนักงานที่ทำงานเป็นเวลานานของบริษัท บุคคลเหล่านี้สามารถให้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จและความล้มเหลวของการดำเนินการที่ผ่านมา
ที่มา: Mercy Harper (January 16, 2019). 4 Things You Need for KM Success in 2019. Retrieved July 24, 2019, from https://www.apqc.org/blog/4-things-you-need-km-success-2019
การจัดการความรู้ (KM)
อะไรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การจัดการความรู้ขององค์กรประสบความสำเร็จ
จากการสำรวจความคิดเห็นพบว่า 73% บอกว่าคน (people) เป็นปัจจัยหลักต่อความสำเร็จของการจัดการความรู้ ในขณะที่ 11% บอกว่า process เป็นปัจจัยหลัก อีก 14% บอกว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหลัก ที่เหลืออีก 2% ไม่เสนอความเห็น
คน : ความรู้ส่วนรวมขององค์กรมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของการจัดการความรู้ มาจากการเรียนรู้และวัฒนธรรมการแบ่งปันขององค์กร การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเกิดจากการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก เหมือนแนวทางปฏิบัติในการจัดการการเปลี่ยนแปลง คนเป็นปัจจัยหลักต่อความสำเร็จของการจัดการความรู้
process : process ไม่เพียงพอ การติดตาม process ที่มีประสิทธิภาพด้วยตัวแปรหลักและการวัดผล process เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนของความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการจัดการความรู้ process สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายองค์กร
เทคโนโลยี : เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหนึ่งของการจัดการความรู้ บางครั้งเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหลักในการนำคนมารวมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนอยู่ในที่ห่างไกล ช่วยจัดการเนื้อหาที่เกิดจากความร่วมมือโดยการจัดหมวดหมู่วัตถุความรู้ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีเพียงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการการจัดการความรู้แต่ถ้าไม่มีกลยุทธ์คนที่เหมาะสมหรือ process ที่จริงจัง จะไม่ทำให้การจัดการความรู้ประสบผลสำเร็จ
ที่มา: What is the key to the success of Knowledge Management in any organization?. Retrieved July 19, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/key-km.php
การจัดการความรู้ (KM)
บทบาทของ IT ต่อการจัดการความรู้
1. เราต้องการการแก้ปัญหาโดยใช้ IT เพื่อทำให้การจัดการความรู้ประสบผลสำเร็จใช่ไหม
คำตอบอยู่ในองค์กร อย่างแรกเราต้องเข้าใจว่าเป้าหมายเกี่ยวกับกลยุทธ์ขององค์กรคืออะไรหรือองค์กรต้องการเป็นอย่างไรในอนาคต การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือ การจัดการความรู้จะสนับสนุนแนวทางปฏิบัติของการบรรลุเป้าหมายองค์กร โดยการจัดการความรู้องค์กรจะสามารถใช้ความรู้ส่วนรวมเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ, พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, ทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น หรือบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจอื่นๆ ดังนั้นต้องมุ่งไปที่วัฒนธรรมองค์กร, เป้าหมายเกี่ยวกับกลยุทธ์ และความรู้ในบริบทขององค์กรก่อนพัฒนาการแก้ปัญหาโดยใช้การจัดการความรู้
2. เครื่องมือ IT สำหรับการจัดการความรู้เหมาะกับองค์กรใช่ไหม
Buckman Laboratories ใช้เครื่องมือ IT ที่มีชื่อว่า K'Netix เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมของการแบ่งปัน โดยเป็นเครือข่ายความรู้ที่พนักงานทุกคนสามารถเข้าสู่ระบบและมีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นในหลายประเด็น ช่วยพนักงานที่อยู่ในส่วนต่างๆ ทั่วโลกสามารถมารวมกันและแบ่งปันความรู้ แก้ปัญหาซึ่งกันและกันโดยไม่จำกัดด้วยเวลาและระยะทาง ปัจจุบันมีหลายองค์กรใช้เครื่องมือที่คล้ายกัน เช่น discussion board หรือ buletin board
3. คิดว่าต้องการการแก้ปัญหาเหมือน K'Netix ใช่ไหม
ระบบการจัดการความรู้ขององค์กรหนึ่งไม่สามารถลอกเลียนโดยองค์กรอื่นๆ แม้แต่สององค์กรซึ่งมีแวดวงธุรกิจเหมือนกันและตั้งอยู่ในประเทศเดียวกันมีระบบการจัดการความรู้ที่แตกต่างกันเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ ดังนั้นระบบการจัดการความรู้ต้องได้รับการออกแบบที่จำเพาะเพื่อตอบความต้องการขององค์กร ไม่จำเป็นว่าสิ่งที่เหมาะกับ Buckman Lab จะเหมาะกับองค์กรอื่นๆ อีกหนึ่งชนิดอุตสาหกรรมซึ่งพนักงานทำงานในที่ที่อยู่ใกล้กันสามารถมีปฏิสัมพันธ์แบบ face to face เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมของการแบ่งปัน ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ที่เรียกว่า community of practice หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ COP
ที่มา: Role of IT in KM system of any organization. Retrieved July 23, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/km-it.php
การจัดการความรู้ (KM)
การจัดการความรู้ทำให้ความสามารถในการผลิต (productivity) สูงขึ้น
สำหรับองค์กร การจัดการความรู้เป็นการจัดการธุรกิจโดยใช้ความรู้ โดยการจัดการความรู้สนับสนุนการแบ่งปันความรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และนวัตกรรมทั่วทั้งองค์กร การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือสำหรับพนักงานทุกคนเพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ เมื่อใช้การจัดการความรู้พนักงานทุกคนมีแนวทางปฏิบัติปัจจุบันดีขึ้นทำให้ประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิตสูงขึ้น
เป้าหมายทางธุรกิจคือเพื่อความสามารถในการผลิตสูงขึ้นในทุกแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจ การจัดการความรู้ให้การแก้ปัญหาหรือแนวทางเพื่อทำให้ความสามารถในการผลิตสูงขึ้น การจัดการความรู้ส่งเสริมการแบ่งปันความรู้และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในองค์กร ทำให้การทำงานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพโดยให้รายละเอียดที่ถูกต้องไปยังบุคคลที่ถูกต้องที่เวลาที่ถูกต้อง ป้องกันการทำผิดพลาดซ้ำโดยทำให้วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practices), เรื่องราวเกี่ยวกับความสำเร็จหรือความล้มเหลว สามารถเข้าถึงทั่วทั้งองค์กร ให้ความรู้ส่วนรวมขององค์กรกับพนักงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จที่สุดในการทำงาน
ที่มา: Achieving higher productivity through Knowledge management. Retrieved July 23, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/productivity.php
การจัดการความรู้ (KM)
อุปสรรคของการแบ่งปันความรู้
1. ปลาไม่รู้มากเกี่ยวกับน้ำ หลายคนไม่รู้ถึงความสำคัญของความรู้ที่เป็นของตน มีคำพูดที่มาจากผู้รู้และมีประสบการณ์ว่า ฉันไม่มีอะไรที่จะแบ่งปัน และสิ่งที่ฉันรู้เป็นเพียงความรู้ทั่วไป
2. ฉันจะประสบปัญหาถ้าแบ่งปัน ความรู้มีพลังดังนั้นทำไมฉันควรแบ่งปันความรู้ของฉันซึ่งฉันได้มาจากการใช้เวลาและความพยายาม เป็นสิ่งซึ่งหยุดหลายคนจากการแบ่งปันความรู้ ความรู้เก่าหรือความเชื่อเก่าต้องการการเพิ่มพลังและควรได้รับความคิดเห็นของผู้อื่นเกี่ยวกับความรู้ของตน ถ้ามีการแลกเปลี่ยนความคิดบ่อยๆ ความรู้ใหม่จะเกิดขึ้น องค์กรต้องสร้างบรรยากาศที่สนับสนุนการแบ่งปันความรู้ วัฒนธรรมซึ่งกลัวการสูญเสียงานหรือตำแหน่งจากการแบ่งปันจะไม่ทำให้เกิดความรู้ใหม่สำหรับองค์กร ความรู้เป็นเหมือนของเหลวจะเติบโตขยายเมื่อข้ามผ่านขอบเขต ความรู้องค์กรมีประโยชน์เมื่อไปถึงลูกค้า ผู้ผลิตสินค้า หรือผู้ถือผลประโยชน์ร่วม ความรู้จะช่วยปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
3. ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญต่อการแบ่งปัน ความไว้วางใจระหว่างพนักงานเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมแบ่งปัน ไม่มีใครจะแบ่งปันปัญหาหรือถกเถียงความคิดใหม่เมื่อไม่ไว้วางใจคนอื่น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้, การสร้างเครือข่าย, การเข้ากลุ่ม เป็นเครื่องมือซึ่งทำให้คนมารวมกันและความไว้วางใจจะพัฒนาขึ้น การทำงานเป็นกลุ่ม, การแบ่งปันปัญหาทั่วไป, การถกเถียงการปรับปรุง เป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
4. นโยบายองค์กรและวัฒนธรรม บางองค์กรชอบที่จะให้รางวัลต่อพนักงานรายคนกว่าเป็นทีม ซึ่งจะไม่สนับสนุนการแบ่งปันความรู้ ถูกอธิบายในบทความเรื่อง Create colleagues, not Competitors เขียนโดย Marshall W. Van องค์กรต้องสร้างบรรยากาศของการแบ่งปันอย่างอิสระและให้รางวัลหรือยกย่องทุกความพยายามในการแบ่งปันความรู้
5. ฉันไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ บางครั้งหลายคนไม่ต้องการเป็นจุดสนใจโดยการแบ่งปันความรู้
ที่มา: Barriers of knowledge sharing in a KM program. Retrieved July 19, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/share.php
การจัดการความรู้ (KM)
สร้างฟอร์มกรอกข้อมูลด้วย Webform สำหรับ Drupal
Webform เป็นโมดูลสำหรับการสร้างฟอร์มกรอกข้อมูลและสร้างแบบสำรวจที่ใช้งานกับ CMS ชื่อ Drupal ความสามารถของโมดูลนี้ สามารถกำหนดรูปแบบการกรอกข้อมูลและเงื่อนไขได้หลายรูปแบบ หลังจากส่งข้อมูลเข้าระบบแล้วสามารถตั้งค่าให้ส่งอีเมลแจ้งผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบได้ ระบบสามารถส่งออกข้อมูลเป็นรูปแบบ Excel และรูปแบบอื่นได้ Webform version 8.x-5.3 https://www.drupal.org/project/webfom เผยแพร่วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ใช้ได้กับ Drupal 8 เท่านั้น รูปภาพหน้าจอแสดงผล รูปหน้าจอการสร้างแบบฟอร์มกรอกข้อมูล รูปหน้าจอการกำหนดเงื่อนไข
นานาสาระน่ารู้
Explicit knowledge คืออะไร
ตัวอย่าง explicit knowledge ขององค์กร เช่น รายงาน เอกสาร คู่มือ ความรู้ประเภทนี้ง่ายที่จะสื่อสารและแบ่งปันกว่า tacit knowledge นอกจากนี้สามารถเก็บรักษาในรูปของข้อมูลหรือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practices) และสามารถถ่ายทอดและแบ่งปันได้ง่ายโดยใช้เครื่องมือ IT explicit knowledge อย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
explicit knowledge ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับ tacit knowledge ด้วยกระบวนการสร้างความรู้หลายอย่างและขับเคลื่อนการจัดการความรู้ เอกสารการวิจัยถูกทำให้เกิดขึ้นโดยวิธีการของปฏิสัมพันธ์ระหว่าง tacit knowledge และ explicit knowledge ไม่ใช่ tacit หรือ explicit เพียงอย่างเดียว
ที่มา: Explicit Knowledge. Retrieved July 23, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/explicit-knowledge.php
การจัดการความรู้ (KM)
Tacit knowledge คืออะไร
Tacit knowledge เป็นเรื่องส่วนบุคคลมาก ยากที่จะทำให้เป็นทางการ ตัวอย่างของ tacit knowledge เช่น ความเข้าใจลึกซึ้ง การหยั่งรู้ที่เกิดขึ้นในใจ และการรู้สึกล่วงหน้า โดยความรู้ประเภทนี้จะสะท้อนออกมาในเช่น การกระทำ แนวคิด ความเชื่อมั่น เป็นเรื่องยากที่จะสื่อสาร tacit knowledge
องค์กรต้องสนับสนุนความรู้ที่พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมและความรู้นี้จะทำให้เกิดนวัตกรรมในองค์กร ดังนั้น tacit knowledge ต้องการสิ่งที่มาสนับสนุนเพื่อเติบโตขยายเช่น วัฒนธรรม เครือข่ายทางสังคม ความไว้วางใจระหว่างพนักงาน
การศึกษาชี้ให้เห็นว่า 80% ของความรู้องค์กรเป็น tacit และที่เหลือ 20% เป็น explicit knowledge ดังนั้น tacit knowledge และกระบวนการในการจัดการความรู้ประเภทนี้ มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้
ที่มา: Tacit Knowledge. Retrieved July 23, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/tacit-knowledge.php
การจัดการความรู้ (KM)
แนวทางการเผยแพร่ผลงานวิชาการ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดทำแนวทางการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการอันได้แก่ บทความวิชาการ บทความสั้น เอกสารประชุมวิชาการ เพื่อให้บุคลากรในสายวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม ของ สวทช. และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบหลักการมีชื่อผู้นิพนธ์ (Authorship) ที่เป็นไปตามหลักสากลและสอดคล้องกับจริยธรรมการวิจัย สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้มีชื่อในผลงานทางวิชาการ เป็นแนวปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่และการมีส่วนร่วมในผลงานวิจัย อีกทั้งยังเป็นแนวทางการป้องกันข้อร้องเรียนด้านการประพฤติมิชอบทางการวิจัยในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้วิจัย ในการสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับในผลงานทางวิชาการ
แนวทางนี้อ้างอิงแนวทางมาตรฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งผู้วิจัยสามารถยึดเป็นแนวปฏิบัติในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ หรือนำไปปรับใช้ให้เกิดความเหมาะสมตามบริบทของการเผยแพร่งานวิจัยของตน ตลอดจนอาจปรับใช้หลักการมีชื่อในผลงานประเภทอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม
Download เอกสาร
สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ : หลักสูตร การมีชื่อในเอกสารเผยแพร่ทางวิชาการ
เอกสารเผยแพร่
คู่มือการบันทึกข้อมูลงานวิจัย
คู่มือการบันทึกข้อมูลงานวิจัยนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวการบันทึกข้อมูลวิจัยที่ดีสำหรับผู้วิจัย ประกอบด้วยหลักการและเหตุผล ความสำคัญของการบันทึกข้อมูลงานวิจัย รูปแบบของการบันทึก แนวทางการบันทึก และคำแนะนำต่าง ๆ ในคู่มือได้กล่าวถึงรูปแบบการบันทึกข้อมูลวิจัย 2 รูปแบบ คือ สมุดบันทึกมาตรฐาน และสมุดบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้หลักการบันทึกในคู่มือส่วนใหญ่เป็นการบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐานเป็นหลัก โดยแนวทางที่จัดทำขึ้น อ้างอิงแนวทางและคำแนะนำในการบันทึกข้อมูลวิจัยของศูนย์วิจัยแห่งชาติ สวทช. และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ พร้อมทั้งยกตัวอย่างการบันทึกข้อมูลงานวิจัยโดยอ้างอิงจากภายใน สวทช. และมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามคู่มือนี้ไม่ได้มีผลบังคับให้ผู้วิจัยทุกท่านต้องปฏิบัติตาม แต่เพื่อให้เป็นแนวทางการบันทึกข้อมูลงานวิจัย เพื่อให้สามารถใช้เป็นหลักฐานการดำเนินงาน หลักฐานทางกฎหมาย และป้องกันข้อกล่าวหาการประพฤติมิชอบทางการวิจัย เพื่อประโยชน์แก่ผู้วิจัย ตลอดจนความน่าเชื่อถือของผลงานวิจัยและหน่วยงาน
Download คู่มือ
สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ : การบันทึกข้อมูลงานวิจัย
เอกสารเผยแพร่
ข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ แตกต่างกันอย่างไร
ข้อมูล (data): ผลที่ได้จากกระบวนการจัดเป็นข้อมูล นอกจากนี้สารสนเทศ (information) ที่ไม่ได้ผ่านการประมวลถือว่าเป็นข้อมูล ภายในตาราง excel เก็บข้อมูลไม่ใช่สารสนเทศ อีกตัวอย่างตัวเลขของการขายของบริษัทที่อยู่ในแผ่นตารางคือข้อมูล ถ้ามีการจัดประเภทข้อมูลอาจทำให้ได้ผลที่เป็นประโยชน์ออกมา
สารสนเทศ: ข้อมูลที่ผ่านการประมวลคือสารสนเทศ ไม่จัดเป็นสารสนเทศถ้าไม่ได้ผล (ข้อสรุป) ออกมาจากข้อมูล ตัวอย่างเช่น ตัวเลขการขายที่เก็บในแผ่นตารางโดยตัวเองไม่สามารถให้ข้อสรุปแต่เมื่อผ่านการสังเกตหรือใช้เครื่องมือทางสถิติทำให้รู้ว่าพื้นที่ทางเหนือมีการขายที่ดีกว่าพื้นที่ทางใต้ สิ่งนี้เป็นสารสนเทศที่ได้จากข้อมูลการขาย
ความรู้ (knowledge): วิวัฒนาการต่อจากสารสนเทศและข้อมูลคือความรู้ เมื่อประยุกต์ใช้ประสบการณ์ การพิจารณากับสารสนเทศจะทำให้ได้ความรู้ออกมา ความรู้เป็นผลที่เกิดจากการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น จากข้อมูลการขายสามารถสรุปได้ว่าต้องการมากขึ้นความพยายามในการตลาดหรือการเลื่อนตำแหน่งในพื้นที่ทางใต้กว่าพื้นที่ทางเหนือเพื่อเพิ่มการขายในพื้นที่ทางใต้ ความรู้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ tacit knowledge (ความรู้ฝังในตัวคน) และ explicit knowledge (ความรู้ที่ชัดแจ้ง)
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดความแตกต่างระหว่างข้อมูลและสารสนเทศ
"ความดันเลือดของผู้ป่วย" จัดเป็นข้อมูล และ "จากการตรวจสอบความดันเลือดของผู้ป่วยพบว่าผู้ป่วยมีความดันเลือดสูง" จัดเป็นสารสนเทศ "ข้อสรุปต่างๆ ที่ได้จากการอ่านความดันเลือด" ถือว่าเป็นสารสนเทศ
ที่มา: Data Information and Knowledge. Retrieved July 19, 2019, from http://www.allkm.com/km-basics/data.php
การจัดการความรู้ (KM)
กลุ่มวิชาของวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่มวิชาของวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ได้แก่ (1) สาขาคณิตศาสตร์ (2) สาขาเคมี (3) สาขาชีววิทยา (4) สาขาฟิสิกส์ (5) สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ (6) สาขาระบบโลกศาสตร์ (7) สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (8) สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (9) สาขาพฤกษศาสตร์ (10) สาขาสัตววิทยา (11) สาขาพันธุศาสตร์ (12) สาขาดาราศาสตร์ (13) สาขาสถิติศาสตร์ (14) สาขาชีวเคมี (15) สาขาจุลชีววิทยา (16) สาขาชีววิทยาระดับโมเลกุล (17) สาขาธรณีวิทยา (18) สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล (19) สาขาวาริชศาสตร์ (20) สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ (1) สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (2) สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (3) สาขาชีวเคมีทางการแพทย์ (4) สาขานิติวิทยาศาสตร์ (5) สาขาปรสิตวิทยา (6) สาขาวิทยาภูมิคุ้มกัน (7) สาขาสรีรวิทยา (8) สาขาพิษวิทยา (9) สาขากายวิภาคศาสตร์ (10) สาขาพยาธิวิทยา (11) สาขารังสีวิทยา (12) สาขาสาธารณสุขศาสตร์ (13) สาขาการระบาดวิทยา (14) สาขาโภชนศาสตร์ (15) สาขาอายุรศาสตร์เขตร้อน (16) สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง (17) สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม (18) สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ได้แก่ (1) สาขาเกษตรศาสตร์ (2) สาขาปฐพีวิทยา (3) สาขาพืชศาสตร์ (4) สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (5) สาขากีฏวิทยาทางการเกษตร (6) สาขาสัตวบาลและสัตวศาสตร์ (7) สาขาประมง (8) สาขาวนศาสตร์ (9) สาขาโรคพืชวิทยา (10) สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มวิชาสหวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ (1) สาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร (2) สาขาอุตสาหกรรมเคมี (3) สาขาอิเล็กทรอนิกส์ (4) สาขาภูมิสารสนเทศ (5) สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ (6) สาขาเทคโนโลยีพลังงาน (7) สาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (8) สาขาเทคโนโลยีการสื่อสาร (9) สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ (10) สาขาเทคโนโลยีวัสดุ (11) สาขาเทคโนโลยีพอลิเมอร์ (12) สาขาเทคโนโลยีการจัดการ (13) สาขานาโนเทคโนโลยี (14) สาขาเทคโนโลยีอุณหภาพ (15) สาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (16) สาขาวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ (17) สาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
ที่มา:
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การกําหนดกลุ่มวิชาของวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2558
ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การกำหนดกลุ่มวิชาของวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบัที่ 2) พ.ศ. 2562
การจัดการความรู้ (KM)


