สวทช. จัดเวทีเสวนา “Closing the Loop for Society” ผนึกองค์ความรู้วิจัย–อุตสาหกรรม ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

(27 เมษายน 2569) ณ ห้องบรรยาย 2 บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
จังหวัดปทุมธานี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโครงการ TAIST–Science Tokyo
จัดงานเสวนาวิชาการหัวข้อ “Closing the Loop for Society: Waste Utilization and Carbon Reduction for Sustainable Living” ภายใต้การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 21 (NAC 2026) เพื่อส่งเสริมการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม
การสัมมนาได้รับเกียรติจาก ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทของโครงการ TAIST–Science Tokyo ในการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและบริบทโลก

ภายในงานแบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก โดยช่วงที่หนึ่ง เป็นการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อ “From Knowledge to Impact: The Role of Academia in Building Human Capital for a Sustainable, Low-Carbon Society” จากอาจารย์และนักวิจัยชั้นนำ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์ ศรีอรุโณทัย อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอหัวข้อ “One Trash Another Treasure: Upcycling Metal and Plastic Wastes for Pollution Mitigation” โดยชี้ให้เห็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าของของเสียประเภทโลหะและพลาสติก ผ่านกระบวนการ Upcycling เพื่อเปลี่ยนของเสียให้เป็นทรัพยากรใหม่ที่มีคุณค่า ช่วยลดมลพิษและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัชพล เจียรสำราญ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายในหัวข้อ “Carbon Capture, Utilization, and Storage (CCUS): Advances, Challenges, and Future Directions” โดยชี้ให้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยี CCUS ซึ่งครอบคลุมกระบวนการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งสะท้อนความท้าทายสำคัญทั้งด้านต้นทุน โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบาย ที่ต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้สามารถนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม ดร.สัญชัย คูบูรณ์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ได้นำเสนอหัวข้อ “Domestic Biogas Utilization for Hydrogen Production via Dry Reforming of Methane: Technology and Economic Feasibility in Thailand” โดยมุ่งเน้นการนำก๊าซชีวภาพภายในประเทศมาใช้ผลิตไฮโดรเจนผ่านกระบวนการ Dry Reforming ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มมูลค่าพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งวิเคราะห์ความเป็นไปได้เชิงเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ในบริบทของประเทศไทย

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “การเชื่อมโยงอุตสาหกรรม–การศึกษา–การวิจัยและพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ Business Alliance Development จาก Delta Electronics ดร.พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) และคุณอภิวัฒน์ หิรัญประดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปลิโฟมแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ โอภาประกาสิต
อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ Business Alliance Development Delta Electronics กล่าวว่า “โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยชี้ว่านักศึกษายุคใหม่มีศักยภาพและวุฒิภาวะทางความคิดที่ก้าวหน้าขึ้น ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้ทันต่อบริบทที่เปลี่ยนไป และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถทำงานได้จริงหลังสำเร็จการศึกษา พร้อมเน้นย้ำแนวคิดการ “พัฒนาไปด้วยกัน (Co-ownership)” ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ผ่านการบูรณาการทั้งด้านหลักสูตร การฝึกประสบการณ์จริง และการต่อยอดองค์ความรู้”
![]() |
![]() |
ดร.พิเชษฐ์ โรจนพิทยากร นักวิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยและพัฒนา SCGC (SCGC Chemicals) กล่าวว่า “ปัจจัยความสำเร็จของการนำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ไปสู่เชิงพาณิชย์ (commercialization) ว่าจำเป็นต้องอาศัยการทำงานแบบ “One Team, One Goal” ซึ่งทุกภาคส่วนต้องมีเป้าหมายร่วมกันและดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่กระบวนการวิจัย การพัฒนา ไปจนถึงการนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม โดยการสื่อสารและความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน”
คุณอภิวัฒน์ หิรัญประดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปลิโฟมแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ได้นำเสนอในมุมมองของผู้ประกอบการ SME โดยชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรและทรัพยากร ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงงานวิจัยและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม SME มีจุดแข็งด้านความคล่องตัวและการปรับตัวที่รวดเร็ว จึงควรใช้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงนวัตกรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีความยืดหยุ่น และพร้อมเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
การเสวนาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการสร้างระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต











