หน้าแรก สร้างความเชื่อมั่นนวัตกรรมไทยสู่สากล ด้วยระบบ NQI โดย สวทช.

สร้างความเชื่อมั่นนวัตกรรมไทยสู่สากล ด้วยระบบ NQI โดย สวทช.

22 เม.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ

ภาพ: กราฟิกโลโก้ NQI ตรงกลางล้อมรอบด้วยเทคโนโลยีและลูกโลก สื่อถึงการสร้างความเชื่อมั่นนวัตกรรมไทยสู่สากลด้วยระบบ NQI โดย สวทช.

บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary): สวทช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนระบบโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (NQI) ผ่านบริการวิเคราะห์ทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ยึดถือความเป็นกลาง (Impartiality) ในฐานะหน่วยงานที่สาม (Third-party) ภายใต้มาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 และ OECD GLP เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญให้ภาคธุรกิจใช้ยกระดับสินค้าและนวัตกรรมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลตามขอบข่ายการรับรองที่กำหนด

ประเด็นสำคัญ (Key Points):

  • ความเป็นกลางระดับสากล: ดำเนินงานโดยอิสระตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และ OECD GLP มั่นใจได้ในความถูกต้องและโปร่งใส

  • ฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ: รายงานผลการทดสอบที่แม่นยำคือหลักฐานสำคัญในการพัฒนาและรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์

  • การยอมรับตามขอบข่าย: ผลการทดสอบได้รับการยอมรับภายใต้ข้อตกลงและขอบข่ายการรับรองของแต่ละประเทศเป้าหมาย


NQI คืออะไร? และทำไมจึงเป็น “หัวใจ” ของเศรษฐกิจไทย

ในยุคที่มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Technical Barriers to Trade: TBT) มีความเข้มงวดมากขึ้น ระบบ NQI (National Quality Infrastructure) หรือ โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ จึงเปรียบเสมือนกติกาสากลที่ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตาม NQI ไม่ใช่แค่เรื่องของห้องปฏิบัติการ แต่คือระบบนิเวศที่ประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่:

  1. มาตรวิทยา (Metrology): การวัดที่เที่ยงตรงแม่นยำระดับชาติ

  2. การกำหนดมาตรฐาน (Standardization): การสร้างบรรทัดฐานคุณภาพร่วมกัน

  3. การตรวจสอบและรับรอง (Conformity Assessment): การพิสูจน์คุณภาพสินค้าผ่านการทดสอบจริง

  4. การรับรองระบบงาน (Accreditation): การรับรองความสามารถของหน่วยตรวจสอบ

  5. การกำกับดูแลตลาด (Market Surveillance): การคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับสินค้าที่ปลอดภัย

ภาพ: สัญลักษณ์ตัวแทน 5 เสาหลักของ NQI Ecosystem ประกอบด้วย มาตรวิทยา, การกำหนดมาตรฐาน, การตรวจสอบและรับรอง, การรับรองระบบงาน และการกำกับดูแลตลาด

ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับจากการใช้บริการ NQI ของ สวทช.

การนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการ NQI กับ สวทช. สร้างข้อได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างมหาศาล ดังนี้:

  • ลดต้นทุนและเวลา (Cost & Time Efficiency): ไม่ต้องส่งตัวอย่างไปทดสอบที่ต่างประเทศ ซึ่งประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการออกสู่ตลาด (Time-to-Market)

  • ก้าวข้ามข้อกีดกันทางการค้า (Overcome Trade Barriers): ผลการทดสอบจากศูนย์ฯ ของ สวทช. ได้รับการยอมรับในระดับสากล ช่วยให้ส่งออกสินค้าได้ง่ายขึ้น

  • คุ้มครองผู้บริโภคและสร้างแบรนด์ (Trust & Safety): สินค้าที่มีใบรับรองมาตรฐาน ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์

  • ต่อยอดนวัตกรรม (Innovation Catalyst): ข้อมูลจากการทดสอบช่วยให้วิศวกรและนักวิจัยนำไปปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมรุ่นต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

ภาพ: กราฟิกรูปเฟืองแสดงประโยชน์ 4 ด้านจากการใช้บริการ NQI ได้แก่ ลดต้นทุนและเวลา, ก้าวข้ามข้อกีดกันทางการค้า, สร้างความเชื่อมั่น, และต่อยอดนวัตกรรม

เจาะลึกความเชี่ยวชาญ 5 ศูนย์บริการ NQI ของ สวทช.

การให้บริการวิเคราะห์ทดสอบของ สวทช. มุ่งเน้นการให้ข้อมูลความจริงทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงธุรกิจและการส่งออก โดยรายงานผลการทดสอบ (Test Report) จาก สวทช. เป็นที่ยอมรับตามขอบข่ายการรับรองและข้อตกลงระหว่างหน่วยงานในแต่ละประเทศ เราเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและบุคลากรเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายมิติ:

ภาพ: กราฟิกไอคอนแสดงความเชี่ยวชาญของ 5 ศูนย์บริการ NQI สวทช. ได้แก่ ศูนย์ PTEC, NCTC, CTEC, TBES และ NFED

1. PTEC: ผู้นำด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) เน้นการทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าและความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) สำหรับกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ และอุปกรณ์โทรคมนาคม เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไทยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยภายใต้สภาพแวดล้อมต่างๆ

2. NCTC: วิเคราะห์ด้วยเครื่องมือขั้นสูง พร้อมบริการรวดเร็ว 24/7

ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สวทช. (NCTC) ให้บริการเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและส่วนประกอบทางเคมีระดับโมเลกุล ช่วยให้ภาคธุรกิจมีข้อมูลเชิงลึกด้านวัสดุศาสตร์เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ซับซ้อน

3. CTEC: มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในที่พักอาศัยและอาหาร

ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและเซรามิกอุตสาหกรรม (CTEC) เชี่ยวชาญการทดสอบวัสดุก่อสร้าง เซรามิก และวัสดุสัมผัสอาหาร (Food Contact Materials) เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนของโลหะหนักและความทนทานตามมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานสากล

4. TBES: ความปลอดภัยทางพิษวิทยาภายใต้มาตรฐานสากล OECD GLP

ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (TBES) ให้บริการทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพและการแพทย์ ด้วยวิธีทางเลือกทดแทนการใช้สัตว์ทดลอง (Alternatives to Animal Testing) ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกยุคใหม่ สร้างความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานระดับสากล

5. NFED: การออกแบบและสร้างต้นแบบเชิงวิศวกรรม

ฝ่ายบริการงานวิศวกรรม สวทช. (NFED) สนับสนุนการสร้างชิ้นงานต้นแบบที่มีความแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี 3D Printing การวิเคราะห์ปัญหาทางวิศวกรรมด้วยวิธี Finite Element เพื่อลดความผิดพลาดก่อนการผลิตจริง และสนับสนุนการผลิต Low Volume


❓ FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NQI และ สวทช.

Q: การทดสอบที่ สวทช. จะได้รับการยอมรับในต่างประเทศหรือไม่? A: การยอมรับผลการทดสอบขึ้นอยู่กับ ขอบข่ายการรับรอง (Scope of Accreditation) ของแต่ละห้องปฏิบัติการ และข้อตกลง (Arrangement) ระหว่างหน่วยงานหรือประเทศปลายทางที่ท่านต้องการส่งออก ผู้ประกอบการควรตรวจสอบความต้องการของประเทศคู่ค้าควบคู่ไปด้วย

Q: สวทช. สามารถช่วยวิเคราะห์สาเหตุหากผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านการทดสอบได้หรือไม่? A: ในบทบาทห้องปฏิบัติการทดสอบอิสระ (Third-party) เราต้องคงความเป็นกลางและรายงานผลตามมาตรฐานอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม สวทช. มีกลไกส่งเสริมอื่นๆ เช่น การร่วมวิจัยและพัฒนา หรือการให้คำปรึกษาทางเทคโนโลยีผ่านโครงการเฉพาะทางเพื่อช่วยยกระดับนวัตกรรมไทย


📞 ช่องทางการติดต่อและขอรับบริการ

ภาพ: โมเดลแผนที่โลก 3 มิติ พร้อมป้ายข้อมูลช่องทางการติดต่อขอรับบริการของ 5 ศูนย์บริการ NQI สวทช.

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบข่ายการรับรองหรือขั้นตอนการขอรับบริการ สามารถติดต่อแต่ละศูนย์ได้โดยตรง:

📍 ดูภาพรวมบริการทดสอบทั้งหมดของ สวทช.: https://www.nstda.or.th/home/services_post/testing-services/


(เรียบเรียงและภาพประกอบ โดย: ธเนศ ม่วงทอง | Co-created with AI)

 

 

แชร์หน้านี้: