ENTEC สวทช. – กกพ. ยกระดับหลักสูตร Capability Building for Energy Transition 2026 เพิ่มภาคสนามเสริมความพร้อมกำกับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมสุขุมวิท โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพฯ
ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดโครงการอบรม “Capability Building for Energy Transition (2026)” ยกระดับหลักสูตรเต็มรูปแบบ 2 วัน ครอบคลุมทั้งการบรรยายเชิงลึกและการศึกษาดูงาน ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรด้านการกำกับดูแลเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ รองรับทิศทางพลังงานเปลี่ยนผ่านของประเทศ โดยกิจกรรมในวันแรกมุ่งเน้นประเด็นสำคัญด้านพลังงานคาร์บอนต่ำผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาควิจัยและภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับมิติด้านนโยบายและการกำกับดูแล
![]() |
![]() |
นโยบายและแนวโน้มไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดย ดร.นทีกูล เกรียงชัยพร จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่นำเสนอข้อมูลสำคัญว่า กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำส่งผลให้หลายประเทศกลับมาให้ความสำคัญกับพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะแหล่งไฟฟ้าสะอาดที่ผลิตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยี SMR ที่มีขนาดเล็ก ยืดหยุ่น และปลอดภัยมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ร่างแผน PDP 2024 ได้บรรจุ SMR 600 เมกะวัตต์ไว้ในทิศทางระยะยาว พร้อมเตรียมโครงสร้างพื้นฐานตามแนวทางของ International Atomic Energy Agency (IAEA) เพื่อรองรับการพัฒนาพลังงานคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ
![]() |
![]() |
การผลิตความร้อนคาร์บอนต่ำด้วยพลังงานนิวเคลียร์ โดย ดร.พงศ์ศักดิ์ ครุกานันต์ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอธิบายว่า การลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถพึ่งไฟฟ้าหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวได้ เพราะกระบวนการผลิตจำนวนมากต้องการความร้อนอุณหภูมิสูง และพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะ SMR สามารถผลิตไอน้ำและความร้อนได้อย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่ปล่อย CO₂ และเทคโนโลยี SMR รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen.4 มีศักยภาพให้ความร้อนสูงถึง 500–800°C จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
![]() |
![]() |
ทิศทางนโยบายและแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) โดย ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัย ทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. ซึ่งให้มุมมองว่าการเตรียมประเทศไทยสู่ SMR ต้องเดินตามกรอบของ International Atomic Energy Agency อย่างเป็นระบบ โดยเร่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย กฎหมาย การเงิน และการกำกับดูแล ให้พร้อมก่อนหมุดหมายโครงการจริง เพื่อให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งนี้ SMR ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ ตั้งแต่การประเมินเทคโนโลยีแบบเป็นกลาง (technology neutral) ไปจนถึงการสร้างความเชื่อมั่นของสังคม เพื่อให้ไทยก้าวทันบริบทพลังงานโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว
![]() |
![]() |
เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานและการประยุกต์ใช้ในภาคพลังงาน โดย ดร.จิราวรรณ มงคลธนทรรศ หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน กลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ENTEC สวทช. ที่ระบุว่า ระบบกักเก็บพลังงานเป็นกลไกสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงข่าย รองรับพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวน และลดความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่มีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนสูงขึ้นในปัจจุบัน สำหรับประเทศไทย ESS มีศักยภาพทั้งด้านการเสริมกำลังผลิต (electric supply capacity) การควบคุมความถี่ และการบรรเทาความแออัดของสายส่ง แต่ความคุ้มค่าจะขึ้นอยู่กับต้นทุนเทคโนโลยี โครงสร้างตลาด และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของระบบกักเก็บพลังงานในตลาดไฟฟ้า
![]() |
![]() |
เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว โดย ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ นักวิจัย ทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. ชี้ว่า ไฮโดรเจนคือพลังงานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะ Green Hydrogen ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมและภาคพลังงานขนาดใหญ่ ทั้งนี้ประเทศไทยมีศักยภาพทั้งจากไฟฟ้าหมุนเวียนและไบโอแก๊ส แต่โจทย์สำคัญคือ ต้นทุนและความทนทานของเทคโนโลยี ที่ต้องเร่งวิจัยและพัฒนาให้แข่งขันได้ในระยะยาว

และกิจกรรมในวันที่สอง วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ENTEC สวทช. และ กกพ. นำโดย ดร.ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ENTEC ดร.ประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการ กกพ. ดร.นุวงศ์ ชลคุป ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC และ ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC นำคณะผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการและบุคลากร ENTEC กว่า 60 คน เดินทางเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) อ.องครักษ์ จ.นครนายก เพื่อศึกษาเทคโนโลยีนิวเคลียร์และการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ โดยได้รับเกียรติจากนางสาวกนกรัชต์ ตียพันธ์ รักษาการรองผู้อำนวยการ สทน. และคณะให้การต้อนรับ
![]() |
![]() |
![]() |

พร้อมกันนี้ สทน. บรรยายภาพรวมภารกิจและบทบาทของสถาบันฯ ในการวิจัยพัฒนาและกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ Thailand Tokamak-1 ซึ่งเป็นระบบฟิวชันรีแอกเตอร์แห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ใช้เป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรด้านฟิวชัน ตลอดจนรับฟังความก้าวหน้าการวิจัยที่ได้รับความร่วมมือจากนานาชาติ นอกจากนี้ยังได้ศึกษาดูงาน Radioactive Waste Storage Facility เพื่อเรียนรู้กระบวนการจัดการกากกัมมันตรังสีชนิดปิดผนึก ตั้งแต่การเก็บรวบรวม บำบัดปรับสภาพ ไปจนถึงการจัดเก็บอย่างปลอดภัย เพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านวิจัยและหน่วยงานด้านกำกับดูแล ในการเตรียมความพร้อมองค์ความรู้เทคโนโลยี และมาตรการด้านความปลอดภัย รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูงของประเทศในอนาคตอย่างยั่งยืน






























