สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นจากรายงานประจำปี 2537การประกาศพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการและให้การสนับสนุนการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ

การดำเนินงานที่ผ่านมาของ สวทช. ได้เน้นการสนับสนุนโครงการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรมของหน่วยงานภาครัฐ การสนับสนุนการสร้างความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคเอกชน และการให้ทุนการศึกษาทั้งต่างประเทศและภายในประเทศเป็นงานหลัก รวมทั้งได้เริ่มดำเนินการวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองด้วย พร้อมกับได้สร้างหน่วยปฏิบัติการกลางและดำเนินการออกแบบอาคารกลางของอุทยานวิจัย และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่รังสิต ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างใน พ.ศ. 2538 นี้

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2537 สวทช. ได้รับงบประมาณสำหรับการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยตรง รวม 400 ล้านบาท และดำเนินงานโดยใช้งบประมาณที่ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ (ด้านการก่อสร้างและการให้ทุนการศึกษาต่างประเทศ) อีกจำนวน 448.18 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสำหรับการจัดประชุมนานาชาติ "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อบ้าน" ได้รับเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริการ จำนวน 17.03 ล้านบาท มีรายได้จากกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการจัดการฝึกอบรม บริการทางเทคนิค ผลประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี และจากดอกเบี้ยเงินฝากรวม 43.85 ล้านบาท

ในปัจจุบัน สวทช. มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 241 คน ซึ่งอยู่ในส่วนงานกลาง 64 คน อยู่ในศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ศช.) 55 คน อยู่ในศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (ศว.) 45 คน อยู่ในศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ศอ.) 77 คน โดยมีพนักงานที่ทำงานด้านวิจัยและเทคนิครวม 94 คน

 

  คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF - 11.28 MB

 


     

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป