ประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนกาวิละอนุกูล จังหวัดเชียงใหม่

    วันที่ 21 ธันวาคม 2565 คณะทำงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนกาวิละอนุกูล จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวรเวช จันทรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยครูที่รับผิดชอบแต่ละโครงการได้นำเสนอผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 21 – 22 ธันวาคม 2565 คณะครูที่เกี่ยวข้องและคณะทำงานมูลนิธิฯ ได้ร่วมกันเตรียมกิจกรรมค่ายพัฒนาทักษะสื่อสารและการเรียนรู้สำหรับนักเรียนออทิสติกที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2565 ณ ไนท์ซาฟารีเชียงใหม่

เข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่

 

   วันที่ 20 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00 – 17.00 น. คณะทำงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ โดยมีนางสาวบัวเรียม พรมจีน รองผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่และคณะครูที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงานของปี 2565 และเตรียมแผนการดำเนินงานโครงการของปี 2566

ประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่

   วันที่ 20 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 – 12.30 น. คณะทำงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอัมรินทร์ พันธ์วิไล ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ โดยครูที่รับผิดชอบแต่ละโครงการได้นำเสนอผลการดำเนินงานในปี 2565 เช่น โครงการบัตรภาพพหุภาษา โครงการส่งเสริมการเรียนโค้ดดิ้งด้วยบอร์ด KidBright โครงการฝึกพูด เป็นต้น โดยแต่ละโครงการมีผลการดำเนินงานที่ดี ผู้บริหารและครูให้ความใส่ใจในการดำเนินงานเป็นอย่างดี

ประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 คณะทำงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางสาวศิริวรรณ อ่อนเกตุ ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการและคณะครูที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงานของปี 2565 และเตรียมแผนการดำเนินงานของปี 2566

การอบรม “การเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการด้านอีคอมเมิร์ซฯ”

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัทอินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และ ศูนย์วิจัยการจัดการความรู้การสื่อสารและการพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการด้านอีคอมเมิร์ซ ผ่านการใช้งานแอป แม่ขนุน” ระหว่างวันเสาร์ที่ 26 – วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เข้าอบรมให้สามารถจำหน่ายสินค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแอปพลิเคชั่น “แม่ขนุน” ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการขายออนไลน์ด้วยกลยุทธ์และเครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่, มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทางการแข่งขัน ผ่าน ดีไซน์คลินิกเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าอบรมรวม 92 คน ประกอบด้วยครู 41 คน นักเรียน 32 คน จาก 12 โรงเรียน และเจ้าหน้าที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน 19 คน จาก 6 แห่ง

กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์นักเรียนที่มีความบกพร่อง

     มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เป็นฝ่ายเลขานุการและคณะทำงานมูลนิธิฯ ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานพันธมิตร จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น เพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเห็นความสำคัญให้มีการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ให้มีโอกาสได้เรียนรู้ ฝึกฝนทักษะและเข้าถึงกระบวนการการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมกับศักยภาพของ      นักเรียน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวิชาอื่นได้อย่างกว้างขวางตลอดจนเพื่อเปิดโอกาสให้ครูวิทยาศาสตร์หรือบุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นได้มาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ รวมทั้งได้เรียนรู้เทคนิคและกระบวนการถ่ายทอดความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นการจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ได้มีการจัดกิจกรรมไปแล้ว 13 ครั้ง มีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นพร้อมครูที่สอนวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ สำหรับการจัดกิจกรรมค่ายฯ ครั้งที่ 14 ในปี 2565 ได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมค่ายครั้งที่ 13 นับเป็นปีที่ 2 ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมค่ายเป็นรูปแบบออนไลน์
     เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมในพื้นที่เหมือนที่ผ่านมา โดยแบ่งการจัดกิจกรรมเป็น 2 ส่วน คือ 1. การจัดอบรมครูเพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2565 เพื่อให้คุณครูได้เรียนรู้กิจกรรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่วิทยากรจะจัดกิจกรรมให้กับ นักเรียนในวันจัดค่ายฯ เพื่อคุณครูจะได้สนับสนุนและช่วยเหลือนักเรียนให้เข้าถึงการทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ในค่ายผ่านรูปแบบออนไลน์ได้อย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายของการจัดกิจกรรมอย่างเหมาะสม และ 2. การจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียน ที่มีความบกพร่องทางการเห็นในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2565 โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ เป็นประธานในพิธีเปิดค่าย รวมทั้งมีผู้บริหารจากหน่วยงานร่วมจัดที่เกี่ยวข้องทั้งจาก อพวช. และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เข้าร่วมพิธีเปิดค่ายและให้ เกียรติกล่าวสนับสนุนการจัดกิจกรรมค่าย กิจกรรมค่ายครั้งที่ 14 นี้ มีครูและนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ จำนวน 155 คน ประกอบด้วย ครู จำนวน 56 คน และนักเรียน จำนวน 99 คน จากโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นและโรงเรียนเรียนร่วม จำนวน 17 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นได้นำกิจกรรมคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมความรู้ทั้งฟิสิกส์ เคมีและชีววิทยา ที่ได้มีการปรับกิจกรรมให้สอดคล้องต่อศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น มาจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่นักเรียนในค่ายตลอดระยะเวลา
4 วัน น้อง ๆ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นได้มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติกิจกรรมคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วยตนเองอย่างเต็มที่ด้วยความสนุกสนาน โดยมีคุณครูคอยช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์และสนับสนุนการทำกิจกรรมของนักเรียน ทำให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงในการเข้าร่วมกิจกรรมค่ายรูปแบบใหม่ในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี ก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ สู่การเรียนรู้อย่างเท่าเทียม

โครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

   (พฤศจิกายน 2565) : ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบในพื้นที่โครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ยังคงผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่น มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้าถึงไอซีทีอย่างต่อเนื่อง แม้ภูมิประเทศ ที่มีเส้นทางคมนาคมที่ยากลำบาก อยู่ตามดอยสูง ห่างไกลทุรกันดาร การติดต่อสื่อสารมีข้อจำกัด ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ในปี 2564-65 นี้ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ หรือENTEC ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบโทรมาตรและระบบแอพพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้ให้กับ รร.ตชด. บ้านแม่จันทะ อ.อุ้มผาง จ.ตาก และศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านวะกะเลโค๊ะ อ.แม่ระมาด จ.ตาก จำนวน 2 แห่ง ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวนทั้งสิ้น 7.9 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือการให้บริการติดตั้งโครงข่ายเพื่อการสื่อสารโทรคมนาคมจาก บริษัทแอดวานซ์ อินโฟล์ เซอร์วิซ (จำกัด) มหาชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนชายขอบ เพื่อเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ สร้างโอกาสการเข้าถึงทั้งในภาคการศึกษา, สาธารณสุข ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน
ดร.อัศวิน หงษ์สิงห์ทอง หัวหน้าโครงการ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ พันตำรวจเอกศุภวัฒน์ ศรีชัยชนะ ผกก.ตชด.34 พ.ต.ท.กิตติพงศ์ นวลวิทยาพงศ์ นายตำรวจนิเทศก์ กก.ตชด.34 ผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บริษัท เอไอเอส ลงพื้นที่เพื่อตรวจรับระบบไอซีที และเปิดการใช้งานระบบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีคณะผู้บริหารโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนให้การต้อนรับ

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับทบทวนที่ 7.1

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับทบทวนที่ 7.1 (พ.ศ. 2566-2570) ดำเนินการทบทวนปัจจัยภายนอก สภาพแวดล้อม และปัจจัยภายในที่จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของโจทย์ความต้องการของประเทศ กำหนดเป็นกลยุทธ์ การดำเนินงานด้านต่าง ( ของ สวทช. โดยปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เป็น “สวทช. เป็นขุมพลังหลักของประเทศในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ของรัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม ให้ตอบโจทย์สำคัญ นำสู่การพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด” แผนกลยุทธ์ฉบับทบทวนที่ 7.1 มุ่งนการใช้ความสามารถของ สวทช. เพื่อให้บุคลากร สวทช. ได้ใช้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพร้อมเครื่องมือ ไปเสริมสร้างระบบนิเวศวิจัยของประเทศให้เข้มแข็ง โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และหน่วยวิจัยต่าง ๆ ให้มากขึ้น นำสู่การพัฒนาประเทศในภาคเศรษฐกิจและสังคมบนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้มแข็งต่อไป สวทช. กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงาน 5 เรื่องหลัก เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการกำหนดกระบวนการกำหนดตัวชี้วัดเชิงกลยุทธ์ เพื่อการถ่ายทอดกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งมีกลไกการตรวจสอบและประเมินผลงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวทช. มีกระบวนการจัดทำและทบทวนแผนกลยุทธ์เป็นประจำทุกปี เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของ สวทช.ในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ส่งมอบผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างทันเวลาและมีคุณภาพ สมดังวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ได้วางไว้ ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ดาวน์โหลดเอกสาร (39MB)

  เปิดอ่านออนไลน์ (e-Book Flip)

แผนการดำเนินงาน 2566

แผนการดำเนินงานและงบประมาณ ปีงบประมาณ 2566 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / สิงหาคม 2565

แผนการดำเนินงาน 2566

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2565 ไตรมาส 4

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2565
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
10 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2565
(29,290 ล้านบาท)
11.89 เท่า
(34,818 ล้านบาท)
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
ในภาคการผลิต ภาคบริการและภาคเกษตรกรรม
2.2 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2565
(6,444 ล้านบาท)
4.86 เท่า
(14,232 ล้านบาท)
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 25.37
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS3
การนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ ไปใช้ประโยชน์
จำนวน IP Utilization เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 5
491 รายการ
จำนวนผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในภาคเกษตรกรรมและสังคม 9,500 คน 9,811 คน
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS4
การยกระดับความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ
จำนวนหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์จากบริการของ ARIPOLIS & BIOPOLIS
50 ราย
52 ราย
จำนวนการให้บริการวิเคราะห์ทดสอบตามมาตรฐานสากล
21,000 รายการ
23,417 รายการ
จำนวนธุรกิจเทคโนโลยีที่ร่วมลงทุน
10 ราย
8 ราย
พันธมิตร/ลูกค้า/การเงิน KS5
การพัฒนาอาชีพ/บุคลากร ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการผลักดันเศรษฐกิจ BCG 15,000 คน-วัน 18,763 คน-วัน
จำนวนนักศึกษา ปริญญาโท/ปริญญาเอก/นักวิจัยหลังปริญญาเอก ที่ สวทช. มีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่อสร้างบุคลากรวิจัยให้กับประเทศ 800 คน 848 คน
กระบวนการภายใน KS6
การปรับกระบวนการภายในเพื่อเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
มีการยกระดับระบบการให้บริการงานด้านวิศวกรรม และ มีการยกระดับระบบบริหารด้านทรัพยากรบุคคล ดำเนินการตามแผนได้
ครบถ้วน ร้อยละ 100
ความสามารถขององค์กร KS7
การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านวิจัย
IC score รวม 53,000 คะแนน 61,517 คะแนน
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
39 บทความ ต่อ บุคลากรวิจัย 100 คน ( 532 บทความ) 56.04 บทความ บุคลากรวิจัย 100 คน
(761 บทความ)
ทรัพย์สินทางปัญญา 29 คำขอ ต่อ นักวิจัย 100 คน
(395 คำขอ)
29.09 บทความ ต่อนักวิจัย 100 คน
(395 คำขอ)
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 53 รายการ 54 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 115 ชุมชน 150 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 290 โครงการ 346 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 65 ผลงาน 89 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 200%)
มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท มูลค่ารวม 1,140.82 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 80,053 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน
(ล้านบาท)
ผล
(ล้านบาท)
รายจ่าย 9,188.00 7,613.69
รายได้ 2,660.00 2,070.76