หน้าแรก สวทช. ผนึกกำลัง CSIRO ออสเตรเลีย ลงนาม LOI ขยายกรอบความร่วมมือด้าน วทน. ระดับแนวหน้า

สวทช. ผนึกกำลัง CSIRO ออสเตรเลีย ลงนาม LOI ขยายกรอบความร่วมมือด้าน วทน. ระดับแนวหน้า

19 ส.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
ผอ.สวทช. และผู้บริหาร CSIRO ลงนาม LOI โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ออสเตรเลีย

 สวทช. ผนึกกำลัง CSIRO ออสเตรเลีย ลงนาม LOI ขยายกรอบความร่วมมือด้าน วทน. ระดับแนวหน้า โดยมีผู้นำไทย–ออสเตรเลีย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กรุงแคนเบอร์รา

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย – ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สวทช. เดินทางเยือนองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ (Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation: CSIRO) องค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติของออสเตรเลีย ณ ศูนย์วิจัย Black Mountain กรุงแคนเบอร์รา ในโอกาสการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทย

ในโอกาสสำคัญนี้ ได้มีพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) เพื่อส่งเสริมและกระชับความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมระหว่าง สวทช. และ CSIRO โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้งสองชาติเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของภูมิภาค

 ยกระดับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและพัฒนา

ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า การลงนาม LOI โดยมีผู้นำของทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน ถือเป็นเครื่องสะท้อนถึงสัมพันธไมตรีอันแน่นแฟ้นและความไว้วางใจในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและพัฒนา ที่ผ่านมา สวทช. และ CSIRO ได้ร่วมกันผลักดันโครงการสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต การวิจัยและผลิตชีวเภสัชภัณฑ์ การจัดการขยะพลาสติกในระดับภูมิภาค และเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ซึ่งการยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเร่งรัดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าสู่การใช้ประโยชน์จริงเชิงพาณิชย์และเชิงนโยบาย อันจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และร่วมสร้างทางออกที่ยั่งยืนต่อความท้าทายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนความมั่นคงทางสุขภาพต่อไปในอนาคต รวมถึงการมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังสอดรับกับนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศสู่การเติบโตด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven Growth) และเปลี่ยนบทบาทของไทยจากการเป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยีไปสู่การเป็น “ผู้สร้างมูลค่า” (Value Creator) ผ่านการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engines) ควบคู่กับการยกระดับฐานเศรษฐกิจเดิม โดยเฉพาะการผลักดันการเกษตรและอาหารแม่นยำมูลค่าสูง (Agri-Tech & Future Food) การแพทย์และชีวเภสัชภัณฑ์ขั้นแนวหน้า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตลอดจนการใช้วิทยาศาสตร์และการทูตนวัตกรรม (Science Diplomacy) ดึงดูดความร่วมมือและการลงทุนจากพันธมิตรวิจัยชั้นนำระดับโลก

 เจาะลึกโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการระดับโลก

ในการนี้ คณะผู้บริหาร สวทช. ได้เข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีเพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนโครงการวิจัยร่วมในอนาคต พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการวิจัยระดับโลกของ CSIRO หลายแห่ง ได้แก่ คลังข้อมูลและตัวอย่างดินแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National Soil Archive – ANSA) ตลอดจนการสาธิตเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและการสำรวจระยะไกล (Precision Agriculture and Remote Sensing) ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรดิน รวมถึงการเยี่ยมชมนวัตกรรมระบบติดตามคุณภาพน้ำ (AquaWatch) ซึ่งผสานข้อมูลการตรวจวัดภาคพื้นดินเข้ากับข้อมูลดาวเทียมเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างแม่นยำและครบวงจร ปิดท้ายด้วยการประชุมโต๊ะกลมว่าด้วยนวัตกรรมอาหารเพื่อความยั่งยืน (Innovation in Food for Sustainability: IF4S) เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือก อาหารแห่งอนาคต และโครงการ Venture Exchange Program (VEP) ที่มุ่งบ่มเพาะสตาร์ตอัปและเอสเอ็มอีด้านเทคโนโลยีอาหารของไทยและออสเตรเลียให้เติบโตร่วมกัน

และคณะผู้บริหาร สวทช. ได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ ณ ศูนย์วิจัย CSIRO เมืองเคลย์ตัน (Clayton) นครเมลเบิร์น อีกด้วย ได้แก่ ห้องปฏิบัติการวัคซีนและยาชีววัตถุแห่งชาติ (National Vaccines and Therapeutics Lab: NVTL) เพื่อต่อยอดความร่วมมือโครงการพัฒนากระบวนการผลิตชีววัตถุและสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางยาและสุขภาพของประเทศไทย ตลอดจนศูนย์ระบบพลังงานผสมผสาน (Centre for Hybrid Energy Systems: CHES) เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานสะอาด และห้องปฏิบัติการ Mixed Reality Lab ของ Data61 เพื่อสำรวจแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในภาคอุตสาหกรรม

แชร์หน้านี้: