ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ติดตามอนาคตการสร้างความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ที่ Knowledge, Networks and Nations: Global Scientific Collaboration in the 21st Century
Archives: คลังความรู้
อินซูลิน คืออะไร
รายการวันละนิดวิทย์เทคโนกับสวทช. ตอน อินซูลิน คืออะไร
สารอินซูลิน คือฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อนทำหน้าที่เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันเปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายไปเป็นไขมัน ถ้าตับอ่อนผลิตสารอินซูลินได้น้อยหรือไม่ได้เลยน้ำตาลก็จะตกค้างอยู่ที่กระแสเลือดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ในวงการแพทย์ได้นำอินซูลินมารักษาโรคเบาหวานบางชนิดส่วนใหญ่ใช้วิธีการฉีดเข้าผิวหนังแต่ก็มีผลแทรกซ้อนคือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือที่เรียกกันว่า อินซูลินช็อก มีอาการวิงเวียน เหงื่อออก ตัวสั่น อ่อนเพลีย ตาพล่ามัว อาจจะเกิดจากการได้รับอินซูลินมากเกินไปหรือรับประทานอาหารน้อยเกินไปหรือออกกำลังกายมากเกินไป
การจัดการความรู้ง่ายๆ ด้วย Web 2.0
กระแสการจัดการความรู้มาแรงมาก ไม่ว่าหน่วยงานใดก็หนีไม่พ้น แต่ก็คงเป็นที่ทราบกันดีกว่าการก้าวสู่ความสำเร็จเป็นอะไรที่ท้าทายเสีย เหลือเกิน งั้นเรามามองอีกมุมดีกว่าไหมครับ เริ่มจากการจัดการความรู้ส่วนบุคคลก่อน (Personal KM) แทนที่จะก้าวไปยังการจัดการความรู้องค์กร หลายๆ คนให้ความสำคัญกับการจัดการความรู้ระดับใหญ่ แต่ลืมจัดการความรู้ของตนเอง องค์ความรู้หลายๆ อย่างของตนเองแทบจะหาไม่ค่อยพบ เพราะมีเยอะ ไม่มีระบบการจัดการ การจัดเก็บ การเข้าถึง และ/หรือปัญหาจากไม่มีที่เก็บ ไม่มีที่เผยแพร่
ไม่ยากครับ สำหรับการก้าวสู่การจัดการความรู้ส่วนบุคคล เริ่มต้นด้วยการเป็นสมาชิกเว็บไซต์ในกลุ่ม Web 2.0 อย่าง WordPress.com หรือไม่ก็ Slideshare.net แล้วนำองค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่ตนเองมีเข้าไปจัดเก็บ เผยแพร่ แลกเปลี่ยนแนวคิด ความคิดเห็น สร้างกลุ่มผู้สนใจจากจุดนี้ก่อนดีไหมครับ เริ่มเล็กไปหาใหญ่ แต่คิดใหญ่นะครับ
การจัดการความรู้และการเรียนรู้ยุค 2.0
สไลด์นำเสนอประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้และการเรียนรู้ยุค 2.0 กรณีศึกษาการใช้ Twitter, Facebook และเครื่องมือต่างๆ ในกลุ่ม Web 2.0 และ Social Networking
{slideshare}[slideshare id=4415148&doc=20100511-web2-onec-100604193400-phpapp02]{/slideshare}
ความหลากหลายของการแสดงผลเนื้อหาในระบบ KM ช่วยสร้างแรงจูงใจในการเข้าใช้งาน
หลายหน่วยงานได้พัฒนาเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ เป็นเครื่องมือจัดการความรู้ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรที่ร่วมกิจกรรม KM ได้นำเสนอความรู้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว แต่จากการศึกษาข้อมูลพบว่าเว็บส่วนมากจะจบด้วยการทำลิงก์หรือ Upload เอกสารความรู้ในรูปแบบ PDF หรือไม่ก็ Word ต้นฉบับ ทำให้เว็บไซต์ดังกล่าวกลายสภาพเป็นคลังเก็บเอกสารไปโดยปริยาย ขาดเนื้อหานำเรื่อง เนื้อหาสรุปที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้สนใจได้เข้าไปอ่าน
หน่วยงานหรือทีมงานที่รับผิดชอบกิจกรรม KM ในลักษณะข้างต้น อาจจะต้องมีกระบวนการประเมินด้วยว่าผู้ใช้ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งของกระบวนการทำ KM คิดเห็นอย่างไรกับการเข้าไปค้นหาความรู้จากระบบ หรือจะเริ่มจากตัวท่านเองก็ได้ว่าท่านสนุก และชอบการเข้าไปค้นหาความรู้ในรูปแบบ PDF/Word ที่ต้อง click แล้วรอโปรแกรมเปิดแสดงผล จึงจะได้อ่านจริงหรือไม่
หากผลการประเมินบ่งชี้ชัดว่า ท่านเองก็ไม่ชอบ และผู้ใช้ก็ไม่ชอบก็ไม่น่าฝืนทำ KM ในลักษณะข้างต้น การนำเสนอเนื้อหาผ่านเว็บ KM มีเทคนิคการนำเสนอที่ดีขึ้นมากด้วยบริการต่างๆ ของ Web 2.0 ทั้งในกลุ่ม Social Media อย่าง Youtube.com, Slideshare.net, Scribd.com และฟังก์ชันเสริม (Extension) ของเครื่องพัฒนาเว็บอย่างเช่น Extension ของ WordPress.org, Joomla เป็นต้น
ลองหันกลับมาทดสอบกันดูไหมครับ เริ่มจากไฟล์สไลด์ก็ได้ครับ โดยเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Slideshare.net แล้วนำไฟล์สไลด์ upload เข้าเว็บ Slideshare สไลด์นั้นก็จะถูกแปลงสภาพเป็น Online Flash Slide อัตโนมัติ จากนั้นก็นำ code ที่ Slideshare จัดเตรียมมาวางในหน้าเว็บของเว็บ KM เพียงเท่านี้ก็ได้รูปแบบการแสดงที่ดีกว่าเดิม
เขียนอะไรดีเพื่อเผยแพร่ผ่านเว็บ KM
หน่วยงานที่พัฒนา KM โดยใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมืออาจจะประสบปัญหาไม่แตกต่างกันมากนักในประเด็นที่ว่า จะแนะนำสมาชิกให้นำเสนอ เขียนเนื้อหาอะไรผ่านเว็บ KM ยังไงก็ขอเสนอตั้งต้นดังนี้ครับ
- เขียนเรื่องเล่าสบายๆ จากประสบการณ์การทำงานที่รับผิดชอบ
- นำปัญหาที่พบจากการทำงานมาเล่า และพร้อมแนวทางการแก้ไขที่ดำเนินการ หรือคำแนะนำที่ควรดำเนินการ
- เล่าเทคนิคที่ใช้ในการทำงาน ระหว่างการทำงานเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ
- ไม่ควรเขียนยกตน หรือพูดแต่ความสำเร็จของตนเอง
- ไม่เขียนในเชิงวิจารย์ดูหมิ่น หรือกระทบต่อบุคคลที่สาม
- ไม่เขียนประเด็นการเมือง ศาสนา ความเชื่อ
- แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบเรื่องเล่า อาจจะเป็นแฟ้มภาพ แฟ้มเอกสารดิจิทัล แฟ้ม Mind map
- อย่าลืมให้เครดิตบุคคลที่นำมากล่าวอ้าง หรืออ้างอิง และ/หรืออ้างอิงแหล่งสารสนเทศที่นำมาใช้ประกอบการเขียน
- เขียนในลักษณะสอบถามปัญหาที่พบจากการทำงานอื่นๆ นอกเหนือภาระงานประจำ เื่พื่อขอคำแนะนำจากเครือข่าย
- เขียนเล่าเรื่องสิ่งที่พบจากคำแนะนำที่ได้รับ
- เขียนเล่าเรื่องบุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่อง พร้อมประเด็น สาระสำคัญที่เป็นแก่นของการยกย่อง
ทั้งนี้ก็มีประเด็นที่ควรระมัดระวังเพิ่มเติม ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการคัดลอกเนื้อหาบุคคลอื่นมาเผยแพร่
- หลักเลี่้ยงการนำบทความ เอกสารของบุคคลอื่นมาเผยแพร่
- หลีกเลี่ยงการนำภาพที่อาจจะเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์มาเผยแพร่
- หลักเลี่ยงการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่นๆ โดยเจาะจงชื่อ ตำแหน่งอันอาจจะก่อให้เกิดประเด็นที่ไม่เหมาะสม
คิดว่าคงจะเป็นแนวทางให้กับหลายๆ ท่านได้บ้างนะครับ
แก้ว…ทำมาจากอะไร ?
รายการวันละนิดวิทย์เทคโนกับสวทช. ตอน แก้ว…ทำมาจากอะไร ?
แก้วเป็นวัสดุที่ได้จากซิลิกาซึ่งมีอยู่ในทรายเนื้อละเอียดผสมกับสารเคมีชนิดอื่น อย่างตัวช่วยหลอมละลายหรือสารให้สีนำเข้าเเครื่องบดแล้วหลอมละลายด้วยอุณภูมิ 1500-1600 องศาเซลเซียสจนส่วนผสมต่างๆ หลอมเป็นแก้วเหลวจึงนำมาขึ้นรูปเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แก้วเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษแข็งแรง ใส สะอาด ปลอดภัยและมีความเป็นกลางจึงได้รับความนิยมแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำภาชนะบรรจุอาหาร ขวดน้ำอัดลม ถ้วยชาม เนื่องจากไม่ทำปฏิกิริยาใดๆ กับอาหารทำให้ไม่มีสารปนเปื้อน นอกจากนี้ยังใช้ผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ กระจก และเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากบรรจุภัณฑ์จากแก้วจะมีความปลอดภัยและสวยงาม แก้วยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก
GIS คืออะไร ?
รายการวันละนิดวิทย์เทคโนกับสวทช. ตอน GIS คืออะไร ?
GIS (geographic information system) หรือระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ที่ทำงานโดยการป้อนข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น ภาพแผนที่ ภาพถ่ายผ่านดาวเทียม ตัวเลข ตัวอักษร ระยะทาง เข้าไปวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มักมีความถูกต้องแม่นยำสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลายด้าน GIS มีประโยชน์หลายด้านโดยเฉพาะการจัดการสิ่งแวดล้อม การวางผังเมือง การจัดการระบบสาธารณูปโภค โดยการคำนวณหาพื้นที่บริเวณที่จะใช้งานจากภาพแผนที่ เช่นการวัดระยะทางในการสร้างถนนหรือการกำหนดจุดบนแผนที่สำหรับงานการวางท่อประปา
กะหล่ำปลีดิบ มีโทษจริงหรือ
รายการวันละนิดวิทย์เทคโนกับสวทช. ตอน กะหล่ำปลีดิบ มีโทษจริงหรือ
กะหล่ำปลีดิบจะมีสารที่ชื่อกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารที่ทำลายหรือขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมหรือขัดขวางไม่ให้ร่างกายนำสารไปใช้ประโยชน์ พบมากในกะหล่ำ หัวผักกาด บรอกโคลี (broccoli) ถั่วต่างๆ และพืชตระกูลหัวหอม สารกอยโตรเจนมีฤทธิ์ยับยั้งในการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนในเลือดไปใช้ได้น้อยกว่าปรกติ หากเรารับประทานอาหารที่มีสารชนิดนี้มากเกินไปอาจทำให้ท้องอืดจนทำให้ร่างกายขาดสารไอโอดีนจนกลายเป็นโรคคอพอกได้ เมื่อเรานำผักพวกนี้ไปทำให้สุกเมื่อโดนความร้อนสารกอยโตรเจนก็จะสลายไปอย่างรวดเร็วเราจึงควรปรุงให้สุกก่อนทาน แต่อย่างไรก็ตามการกินกะหล่ำปลีดิบแล้วเป็นอันตรายต่อร่างกายจะต้องกินอย่างสม่ำเสมอและต้องกินครั้งละเป็นกิโลกรัมเลยทีเดียว
กรดยูริก คืออะไร ?
รายการวันละนิดวิทย์เทคโนกับสวทช. ตอน กรดยูริก คืออะไร ?
กรดยูริกมาจากการย่อยสารพิวรีนซึ่งมีอยู่มากในอาหารประเภทสัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ผักกินยอดอย่างกระถินหรือชะอมซึ่งปรกติเราสามารถกำจัดกรดยูริกได้ทางปัสสาวะ แต่สำหรับบางคนที่ไม่สามารถขับกรดยูริกได้ตามปรกติ และทานอาหารพวกสัตว์ปีกหรือเครื่องในสัตว์มากเกินไปเมื่อร่างกายขับกรดยูริกออกได้ไม่หมดก็จะไปสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ โดยเฉพาะที่บริเวณข้อกระดูก ผนังหลอดเลือดและไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดโรคเก๊าท์ ถ้าเราหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูงก็จะช่วยลดกรดยูริกในร่างกายได้ และให้ทานผลไม้เยอะๆ ก็จะช่วยขับกรดยูริกออกมา