9 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อโปรแกรมวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา

ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ให้บริการโปรแกรมเพื่อวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property – IP) เช่น Derwent Innovation PatSnap และ Questel เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างประเทศ แต่ราคาโปรแกรมดังกล่าวมักมีราคาสูง ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนซื้อโปรแกรมดังกล่าว จึงควรพิจารณาข้อมูลในหลากหลายด้าน ซึ่งสามารถสรุปได้ 9 ข้อ ดังนี้ 

ความครอบคลุมและคุณภาพของข้อมูล

ประเด็นแรกและเป็นประเด็นสำคัญที่ควรศึกษาและพิจารณาเมื่อต้องลงทุนซื้อโปรแกรมเพื่อวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา คือ ความครอบคลุมและคุณภาพของข้อมูลที่โปรแกรมมีให้บริการ เช่น โปรแกรมครอบคลุมเอกสารสิทธิบัตรในพื้นที่ประเทศใดบ้าง ผลลัพธ์ของการสืบค้นที่ได้จากโปรแกรมคือข้อมูลเชิงสรุปหรือเนื้อความทั้งหมดเกี่ยวกับสิทธิบัตร ข้อมูลสิทธิบัตรที่อยู่ในโปรแกรมถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือมีเพียงภาษาตามสิทธิบัตรที่ยื่นขอ เช่น ญี่ปุ่น จีน หรือเยอรมัน เป็นต้น หากมีการแปลต้นฉบับเอกสารสิทธิบัตร การแปลนั้นเป็นการแปลเนื้อหาฉบับเต็มโดยทั้งหมดหรือเป็นการแปลเพียงส่วนย่อย จำนวนของวรรณกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่สิทธิบัตร เช่น วารสาร เอกสารการประชุม วิทยานิพนธ์ บทคัดย่อ และรายงานทางเทคนิค เป็นต้น ที่ถูกรวมอยู่ภายในชุดข้อมูลของโปรแกรมมีประมาณเท่าไหร่  และการเข้าถึงวรรณกรรมดังกล่าว จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่ มากน้อยเท่าไหร่

โปรแกรมวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญาบางโปรแกรมสามารถค้นหาข้อมูลได้จากทั่วโลก ขณะที่บางโปรแกรมอาจจะคิดค่าบริการเพิ่ม โปรแกรมบางโปรแกรมอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่หรือภูมิภาคที่สำคัญ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อโปรแกรมดังกล่าว จะต้องแน่ใจว่าผู้ให้บริการให้บริการข้อมูลเอกสารสิทธิบัตรครอบคลุมพื้นที่ที่เราสนใจและต้องการทั้งหมด

คุณภาพและความสัมพันธ์ของข้อมูล

เอกสารสิทธิบัตรจำนวนมากอาจสะกดชื่อเจ้าของบริษัทเดียวกันซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิบัตรแตกต่างกัน และข้อมูลองค์ประกอบสิทธิบัตรบางอย่างอาจถูกป้อนผิด นอกจากนี้การควบและการเข้าซื้อกิจการเกิดขึ้นได้ในทุกวัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อโปรแกรมวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริษัทที่ให้บริการโปรแกรมฯ มีการตรวจสอบและอัพเดทข้อมูลดังกล่าวสม่ำเสมอและต่อเนื่องหรือไม่ เพราะข้อมูลที่คาดเคลื่อนหรือผิดเพี้ยนไปย่อมส่งผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวอย่างประเด็นที่ควรคำนึงถึง เช่น ข้อมูลที่มีให้บริการนั้นพร้อมสำหรับการวิเคราะห์แล้วหรือไม่ หรือต้องมีการแก้ไขปรับปรุงข้อมูลด้วยมือก่อน หากมีองค์ประกอบบางอย่างของข้อมูลที่ขาดหายไปสามารถเพิ่มเติมเข้าไปได้หรือไม่ ความถี่ของการอัพเดทข้อมูลสิทธิบัตร กรณีบริษัทหนึ่งซื้อกิจการของบริษัทอื่นๆ ความถี่ของการอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับการโอนสิทธิ์ของสิทธิบัตรเป็นอย่างไร

ด้วยปริมาณของข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ วัน ทั่วโลก ไม่มีระบบหรือโปรแกรมใดที่จะให้บริการข้อมูลที่อัพเดทและสมบูรณ์แบบ 100% ในทุกๆ ช่วงเวลา เมื่อผู้ใช้บริการพบข้อมูลหรือสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนในระบบหรือโปรแกรมดังกล่าว ระบบหรือโปรแกรมคววรมีช่องทางหรือกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถรายงานเรื่องดังกล่าวได้ เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้มีความถูกต้องและสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น ข้อมูลที่มีการอัพเดตอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และข้อมูลอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา จะช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูล

วิธีการค้นหาข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรเริ่มต้นด้วยการค้นหาสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง วิธีการค้นหาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องและมีความมั่นใจในผลลัพธ์ที่ค้นคืนได้มากยิ่งขึ้น ประเด็นที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับวิธีการค้นหาข้อมูล เช่น คำค้นที่เป็นมาตรฐานจะช่วยให้สามารถค้นหาและได้รับผลการสืบค้นที่เกี่ยวข้องและต้องการหรือไม่ ผู้ใช้สามารถใช้ตรรกบูลีน เช่น AND NOT หรือ OR และการใช้สัญลักษณ์ (Wildcard) เพื่อช่วยให้การค้นหา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงความต้องการมากที่สุดหรือไม่ นอกเหนือจากการค้นหาข้อมูลเอกสารสิทธิบัตรด้วยสำคัญแล้ว โปรแกรมวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถค้นหาข้อมูลด้วยแนวคิดหรือความสัมพันธ์ได้หรือไม่ (Semantic search) ผู้ใช้บริการสามารถค้นหาข้อมูลด้วยเมทาดาทา เช่น รหัสการจัดหมวดหมู่ การอ้างอิง วันที่ ชื่อเจ้าของบริษัท และนักประดิษฐ์ ได้หรือไม่ การค้นหาสิทธิบัตรล่าสุดทั้งหมดที่คู่แข่งเป็นเจ้าของมีความยากง่ายเพียงไร การบันทึกการค้นหาและผลลัพธ์ของการค้นหาง่ายหรือไม่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกลับไปยังข้อมูลดังกล่าวในภายหลังได้

วิธีการค้นหาที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วช่วยให้ผู้ใช้ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องรวดเร็วยิ่งขึ้น และวิธีการค้นหาที่หลากหลายช่วยให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นในการใช้เทคนิคในการสืบค้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องตรงความต้องการมากที่สุด

เครื่องมือค้นพบ

เครื่องมือค้นพบ (Discovery tools) มีความจำเป็นต่อการค้นพบคำที่ถูกต้องและมีความจำเป็นต่อการจัดระเบียบสิทธิบัตร ประเด็นที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับเครื่องมือค้นพบ เช่น ผู้ใช้สามารถค้นพบสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องได้โดยไม่ต้องใช้คำสำคัญได้หรือไม่ แต่เริ่มต้นการค้นหาด้วยสิทธิบัตรหรือเอกสารหนึ่งเพื่อหาสิทธิบัตรอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน หรือ ผู้ใช้สามารถค้นพบคำที่ถูกต้องได้โดยเริ่มจากชุดสิทธิบัตรได้หรือไม่

ยังเหลืออีก 5 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อโปรแกรมวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา โปรดติดตามอ่านในตอนต่อไป

ที่มา: Innography. (2015, July 12). 9 Things to Consider When Selecting IP Analysis Software [Web page]. Retrieved from https://www.innography.com/blog/post/9-things-to-consider-when-selecting-ip-analysis-software

มารู้ทันอีเมล์หลอกลวงกันดีกว่า !!

   มีคำถามมากมายที่ถามกับผู้เขียนว่า “อีเมล์หลอกลวง สังเกตุได้อย่างไร ?” ผู้เขียนเลยขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาจริงของชีวิตมาให้กับทุกท่านได้อ่านแบบย่อกระชับจับใจความกันเลยครับ
ยกตัวอย่าง เหตุการณ์เช้านี้ ผมได้รับอีเมล์จาก Apple ว่า Apple ID ของผมได้เปลี่ยนเมล์เรียบร้อยแล้ว ในวินาทีแรกถ้าคุณเจอแบบนี้ให้ตั้งสตินะครับ โดยปกติเราไม่ควรคลิกเข้าไปอ่านถ้ามั่นใจว่าไม่ได้ทำแบบนั้น แต่ในโพสต์นี้ผมอยากแชร์ครับว่าคุณควรดูอะไรเป็นหลักเพื่อป้องกันตัวคุณ มาดูกันเลยครับจากภาพ


ถ้าเราอ่านอีเมล์จาก Subject เราจะตกใจมากแล้วรีบคลิกเข้ามาอ่านผ่าน ๆ ถูกไหมครับ ยิ่งในเมล์นี้ถ้าอ่านเนื้อความเรายิ่งน่าเชื่อถือเพราะมีการอ้างอิงเมล์ผู้ลงทะเบียนพร้อมกับเอกสารยืนยันอีกด้วย เราเรียกวิธีล่อลวงแบบนี้ว่าการ Phishing ครับ คือทำทุกอย่างให้เหมือนจริง เช่น เอกสารหรือหน้าเว็บไซต์ลอกเลียนแบบ แล้วให้เหยื่อทำตามที่ต้องการ แล้วเราจะสังเกตุอย่างไร  ทำได้ดังนี้ครับ

จุดสังเกตุของคุณที่ควรสังเกตนะครับ

1.ในแถบเหลืองอีเมล์ที่ส่งเห็นไหมครับว่าเป็นเมล์อะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่แอปเปิ้ลจริง (สังเกตุความเสี่ยง 1)

 

2. ในแถบเหลืองมีเอกสารบางอย่างเพื่อหลอกให้คลิกอ่าน ซึ่งคุณเปิดปุ๊ปติดปั๊ปที่ติดนั้นอาจจะเป็นไวรัสหรือมัลแวร์ก็ได้ครับ (สังเกตความเสี่ยง 2)

 

3. เมล์จะบังคับหรือล่อลวงให้คุณคลิกเพื่อเปิดคอนเฟิร์มหรือล็อกอินรหัสของคุณ ซึ่งนั้น คุณจะโดนเก็บข้อมูลไปแล้ว (สังเกตความเสี่ยง 3)

 

ดังนั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ในอีเมล์ของคุณ ให้เลือกว่า แอคเค้าท์นี้เป็น spam และไม่รับเมล์จาก account นี้ รวมถึงต้องจดจำพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อป้องกันตัวคุณด้วยครับ เพราะผู้ร้ายลงทุนแค่อีเมล์หลอกลวงแต่อาจได้ข้อมูลของคุณไปเรียกค่าไถ่ซึ่งสำคัญกับคุณทั้งชีวิตก็เป็นได้ ผมแนะนำวิธีที่ดีที่สุดคือการสร้างความตระหนักในสิ่งเหล่านี้ แล้วคุณจะรอดพ้นจากทุกความเสี่ยงครับ

ขอความปลอดภัยทุกสิ่งในชีวิตจงอยู่คู่กับคุณครับ จาก ชัยวุฒิ STKS

Harvard University เปิด 8 รายวิชา ให้ผู้สนใจเข้าเรียนออนไลน์ ฟรี

Harvard University เปิดห้องเรียนออนไลน์จำนวน 8 รายวิชา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทั่วไปที่สนใจเข้าเรียนรายวิชาดังกล่าวของมหาวิทยาลัย ผ่านระบบออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วิทยาการคอมพิวเตอร์เบื้องต้น 

วิชานี้เน้นสอนเรื่อง การคิดเชิงคำนวณอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาการเขียนโปรแกรม โครงสร้างข้อมูล และการพัฒนาเว็บ เป็นต้น หลังจากจบรายวิชานี้ผู้เรียนจะสามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้หลายภาษา ได้แก่ ภาษา C  Python และ Java เวลาที่ใช้ในการเรียนประมาณ 10-20 ชั่วโมง ซึ่งจะมีชุดปัญหาจำนวน 9 ชุด และโครงการที่ผู้เรียนจะต้องฝึก ทั้งหมดนี้ในรูปแบบออนไลน์

จินตนาการทางสถาปัตยกรรม

ศิลปะและวิทยาศาสตร์มักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน แต่ในทางสถาปัตยกรรม ศิลปะและวิทยาศาสตร์พบกันอย่างสวยงาม ในรายวิชานี้ผู้เรียนจะได้เรียนทั้งด้านเทคนิคและด้านวัฒนธรรมของสถาปัตยกรรม และได้รับความเข้าใจที่ดีขึ้นว่าอาคารสิ่งก่อสร้างที่เราอาศัยอยู่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ค่านิยม และความกังวลในทางปฏิบัติอย่างไร เวลาที่ใช้ในการเรียนประมาณ 3-5 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ เป็นเวลามากกว่า 10 สัปดาห์ โดยเป็นการเรียนด้วยตนเอง

Super-Earths and Life

ในหลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์นอกระบบ และทำไมดาวเคราะห์เหล่านี้จึงมีความน่าสนใจ การรวมแนวคิดเรื่องดาราศาสตร์และชีววิทยาเข้าด้วยกันอย่างในหลักสูตรนี้ (ซึ่งไม่ค่อยจะเกิดขึ้นมาก่อน) คือบทนำที่ยอดเยี่ยมของยุคที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในชีวดาราศาสตร์ (Astrobiology) รายวิชานี้เป็นการเรียนด้วยตนเองของผู้เรียน ใช้เวลา 3-5 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ เป็นเวลามากกว่า 6 สัปดาห์

ความยุติธรรม

รายวิชานี้ผู้เรียนจะได้เรียนรู้มุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความยุติธรรมจากนักคิดชื่อดัง เช่น Aristotle, John Locke, Immanuel Kant, John Stuart Mill และ John Rawls การสอนจะใช้ภาษาอังกฤษในการสอน แต่มีคำบรรยายภาษาจีน ภาษาเยอรมัน ภาษาโปรตุเกส และภาษาสเปน การเรียนจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์

ผู้นำของการเรียนรู้

ในรายวิชานี้ผู้เรียนจะได้ค้นหาและระบุสไตล์การเรียนรู้ของตนเอง รวมถึงค้นหาว่าสไตล์การเรียนรู้ดังกล่าวจะเข้ากับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการศึกษาอย่างไร จากนั้นการบรรยายจะเน้นการนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างไรต่อการเป็นผู้นำ โครงสร้างองค์กร และอนาคตของการเรียนรู้ การเรียนจะเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์

การใช้ Python เพื่อการวิจัย

ในหลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้ทบทวนพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมอย่าง ไพรอน (Python) และเรียนรู้วิธีใช้ความรู้ดังกล่าวกับโครงการวิจัย เช่น NumPy และ SciPy รายวิชานี้เป็นรายวิชาในระดับกลาง ดังนั้นผู้เรียนจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาไพรอนมาก่อน รายวิชานี้เป็นการเรียนด้วยตัวเองและใช้เวลาเรียนประมาณ 4-8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์

รัฐบาลอเมริกัน

วิชานี้จะแนะนำผู้เรียนเกี่ยวฟังก์ชั่น ประวัติศาสตร์ สถาบัน และผลงานภายในของรัฐบาลอเมริกัน หลักสูตรนี้ใช้เวลาเรียน 3 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 16 สัปดาห์

การตอบสนองด้านมนุษยธรรมต่อความขัดแย้งและภัยพิบัติ

เราอยู่ในโลกที่มีวิกฤตด้านมนุษยธรรม และการตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวยังคงขาดแคลน ในชั้นเรียนนี้ ผู้เรียนจะตั้งคำถามเกี่ยวกับวิธีจัดการกับภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมผ่านกรณีศึกษาของประเทศ ซาอีร์ (ซาอีร์)  ซีเรีย บอลข่าน และที่อื่น ๆ วิชานี้ยังครอบคลุมถึงประวัติศาสตร์ของการตอบสนองด้านมนุษยธรรม และกรอบการทำงานเรื่องการตอบสนองด้านมนุษยธรรมทั้งในอดีตและปัจจุบัน หลักสูตรนี้ใช้เวลา 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3-4 ชั่วโมง

วิกฤตการณ์โอปิออยด์ (Opioid) ในอเมริกา

โอปิออยด์ คือสารสังเคราะห์ประเภทหนึ่งที่นำมาใช้ทำยาประเภทแก้ปวด มีอิทธิพลต่อสมอง ระบบประสาทส่วนปลายของร่าง กาย และระบบทางเดินอาหาร การใช้ยากลุ่มโอปิออยด์มีข้อพึงระวังสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การติดยา ซึ่งจะเกิดเมื่อมีการใช้ยาครั้งละมากๆ หรือใช้ยาเป็นเวลานานๆ ทั้งนี้ มีหลายรายการของสารโอปิออยด์ที่ถูกจัดให้เป็นยาเสพติดให้โทษ หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่สหรัฐอเมริกาต้องเผชิญในปัจจุบันคือการเพิ่มขึ้นของการติดยาโอปิออยด์ ในหลักสูตรนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์จะอธิบายสาเหตุของวิกฤติ วิทยาศาสตร์เกี่ยวกัยการติดยาเสพติด ความเป็นจริงของการติดยา ทางเลือกในการรักษา และอื่น ๆ หลักสูตรนี้เป็นให้ผู้สนใจเข้าเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังให้เครดิตสำหรับ SHRM Certified Professional (SHRM-CP) หลักสูตรนี้ต้องใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 7 สัปดาห์

ที่มา: Heddricks, S. (2017, November 22). 8 Harvard University Courses You Can Take Right Now, for Free [Web page]. Retrieved from http://bigthink.com/scotty-hendricks/8-harvard-university-courses-you-can-take-right-now-for-fre

ประสบความสำเร็จในการขัดขวางยีนดื้อยาปฏิชีวนะ

คณะนักวิจัยจาก University of Montreal พัฒนาวิธีการใหม่ขัดขวางการขนส่งยีนดื้อยาปฏิชีวนะ การศึกษาครั้งนี้เผยแพร่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนในวารสาร Scientific Reports

หนึ่งวิธีที่ยีนดื้อยาปฏิชีวนะกระจายในโรงพยาบาลและในสิ่งแวดล้อมได้คือ พลาสมิดที่มียีนนั้นอยู่ถูกขนส่งระหว่างแบคทีเรีย พลาสมิดเป็นชิ้นดีเอ็นเอพบในแบคทีเรียหรือยีสต์ ซึ่งมียีนที่มีประโยชน์กับแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยีนที่สร้างโปรตีนทำให้แบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ

คณะนักวิจัยได้ค้นหาโมเลกุลเคมีขนาดเล็กซึ่งจับกับโปรตีน TraE ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำให้เกิดการขนส่งพลาสมิด การวิเคราะห์โดย X-ray crystallography แสดงบริเวณจับ (binding site) ที่แน่นอนของโมเลกุลเหล่านั้นบน TraE ด้วยมีข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับบริเวณจับทำให้คณะนักวิจัยสามารถออกแบบโมเลกุลที่จะจับได้ดีกว่า ซึ่งในที่สุดทำให้การขนส่งพลาสมิดที่มียีนดื้อยาปฏิชีวนะลดลง

Christian Baron หนึ่งในคณะนักวิจัย หวังว่าวิธีนี้สามารถทำให้ค้นพบตัวยับยั้ง (inhibitor) ของการขนส่งยีนดื้อยาปฏิชีวนะได้มากขึ้น ตัวยับยั้งที่มีประสิทธิภาพวันหนึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งการดื้อยา

ที่มา: University of Montreal (2017, November 22). Antibiotics resistance: Researchers succeed to block genes of resistance. ScienceDaily. Retrieved November 23, 2017, from https://www.sciencedaily.com/releases/2017/11/171122093030.htm

วิธีการรักษาใหม่ได้ผลกับไวรัสหลายตัว

คณะนักวิจัยจาก RMIT University ที่ Melbourne ออสเตรเลีย ได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาวิธีการรักษาใหม่ได้ผลกับไวรัสหลายโรครวมถึงโรคไข้หวัดใหญ่และโรคไข้หวัดธรรมดา ผลการศึกษาเผยแพร่ในวารสาร Nature Communications

คณะนักวิจัยเริ่มด้วยการศึกษาไวรัสทำให้คนเกิดโรคได้อย่างไร และค้นพบว่า ขบวนการทางชีววิทยาของเซลล์อายุ 1.5 พันล้านปี ซึ่งพบในพืช รา และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทำให้เกิดโรคไวรัสมากขึ้นในหนูและนอกจากนี้ในคน

คณะนักวิจัยได้แยกโปรตีนชื่อ Nox2 oxidase ซึ่งถูกกระตุ้นโดยไวรัสหลายตัว ได้แก่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสไข้หวัดธรรมดา ไวร้สไข้เลือดออก และไวรัสโรคเอดส์

เมื่อถูกกระตุ้น Nox2 oxidase จะยับยั้งปฏิกิริยากำจัดไวรัสหลักของร่างกายและความสามารถในการต่อสู้และกำจัดการติดเชื้อไวรัส ซึ่งผลคือโรคที่รุนแรงมากขึ้นในหนู

คณะนักวิจัยค้นพบว่า โปรตีน Nox2 oxidase เมื่อถูกกระตุ้นโดยไวรัสอยู่ในส่วน endosomes ของเซลล์

คณะนักวิจัยค่อยๆ เปลี่ยนโครงสร้างของสารเคมีซึ่งยับยั้งการทำงานของ Nox2 oxidase เพื่อให้ได้ยาใหม่ที่รักษาโรคเหล่านี้

ยาที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมพบว่ามีประสิทธิภาพดีมากในการยับยั้งโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

วิธีการรักษาในปัจจุบันมีข้อจำกัดคือมีเป้าหมายเป็นไวรัสที่หมุนเวียนในร่างกายและไม่มีผลหรือมีเล็กน้อยต่อไวรัสใหม่ซึ่งเข้าสู่ร่างกาย แต่ในการศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเป็นไวรัสใหม่

ที่มา: RMIT University (2017, July 12). New research points to treatment breakthrough for viruses. ScienceDaily. Retrieved November 23, 2017, from https://www.sciencedaily.com/releases/2017/07/170712072807.htm

British Library Sounds

หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ (British Library) พัฒนาคลังรวบรวมเสียงบันทึกต่างๆ เช่น สำเนียงท้องถิ่น ศิลปะ วรรณคดี และการแสดง ดนตรีคลาสสิก เพลงสากล ดนตรีพื้นบ้านเสียงสัตว์ เสียงธรรมชาติ รวมถึงเสียงพูดบอกเล่าเรื่องราวของผู้อยู่ในเหตุการณ์หรือประวัติศาสตร์คำบอก (Oral History) รวมมากกว่า 90,000 รายการ จัดแบ่งตามประเภท และมีระบบสืบค้นทั้งแบบขั้นพื้นฐานและแบบขั้นสูงเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาและเข้าถึงรายการเสียงที่ต้องการ รายการเสียงแต่ละรายการจะมีคำอธิบายประกอบ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นของเทคโนโลยีเว็บ 2.0 เช่น Tag cloud การเพิ่มบันทึก (Note) และการแชร์รายการเสียงบันทึกผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ British Library Sounds 

OER Search Engines

เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) เพื่อค้นหา แหล่งทรัพยาการศึกษาแบบเปิด (Open Educational Resource: OER)

  • Creative Commons Search ค้นหาสื่อการเรียนการสอนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ผู้ใช้ยังสามารถค้นหาสื่อการเรียนการสอนที่ต้องการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น Google Images YouTube Flickr เป็นต้น
  • Digital Public Library of America ค้นหาและเข้าถึงสื่อดิจิทัลจากห้องสมุด หอจดหมายเหตุ และพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา
  • DOER บัญชีรายชื่อ (Directory) ของ OER
  • Google University Learning ค้นหาและเข้าถึง OER และ OCW หรือ Open Courseware ซึ่งใช้ Google Custom Search
  • HippoCampus โครงการของ Monterey Institute of Technology and Education (MITE) เน้นกลุ่มผู้ใช้ระดับมัธยมศึกษาและวิทยาลัย
  • Internet Archive ค้นหาและเข้าถึงหลักสูตร วิดีโอการบรรยาย และสื่อการเรียนการสอนอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในยูโรปและสหรัฐอเมริกา
  • Mason OER Metafinder ค้นหาและเข้าถึงตำราและสื่อการเรียนการสอนแบบเปิดจากคลัง OER (OER repository) มากกว่า 15 แหล่ง 
  • MERLOT OER พอร์ทัล (Portal)
  • OER Commons โครงการริเริ่มโดย Institute for the Study of Knowledge Management in Education (ISKME) สามารถค้นหาสื่อการเรียนการสอนใหม่ที่ถูกรวบรวมและเผยแพร่ หรือค้นหาด้วยเทคนิคการสืบค้นขั้นสูงตามความต้องการ
  • OER Dynamic Search Engine wiki ของเว็บไซต์ OER พร้อมด้วยเสิร์ชเอนจิน 
  • Open Course Library
  • Open Course Ware Consortium ค้นหาและเข้าถึงบทเรียนมากกว่า 30,000 รายวิชา จากสถาบันกว่า 280 แห่งทั่วโลก
  • Open Culture เน้นค้นหาและเข้าถึสื่อการเรียนการสอน เช่น ตำรา กิจกรรมตามหลักสูตร แบบทดสอบและการประเมินผลการเรียนการสอน จากสถาบันอุดมศึกษามากกว่า 80 แห่ง
  • OpenStax เน้นค้นหาและเข้าถึงตำราเรียน บทความ และสื่อการเรียนรู้อื่นๆ ที่เปิดให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • Temoa OER พอร์ทัล (Portal)
  • XPERT ค้นหาฐานข้อมูลการเรียนรู้แบบเปิด เหมาะสำหรับนักเรียนทุกระดับ  ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา  

ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ห้องสมุดสามารถแสดงให้เห็นว่าห้องสมุดเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้อย่างไร

บริษัท ศูนย์ห้องสมุดคอมพิวเตอร์ออนไลน์ จำกัด (Online Computer Library Center – OCLC) และ สมาคมห้องสมุดวิจัยและวิทยาลัยแห่งสหรัฐอเมริกา (Association of College and Research Libraries – ARCL) ได้จัดพิมพ์รายงาน เรื่อง ผลกระทบของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา : การปรับปรุงการปฏิบัติงานและหัวข้อที่สำคัญเพื่อการวิจัย (Academic Library Impact: Improving Practice and Essential Areas to Research) ซึ่งเสนอแนวทางการพัฒนาบริการของห้องสมุดที่เน้นความสำเร็จของนักเรียนแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าห้องสมุด บทนำของรายงานดังกล่าวประกอบด้วยคำถามสำคัญที่บรรณารักษ์คุ้นเคย คือ ผู้บริหารห้องสมุดและเจ้าหน้าที่ห้องสมุดของสถาบันอุดมศึกษาสามารถแสดงให้เห็นว่าห้องสมุดเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาได้อย่างไร OCLC และ ARCL ได้ระบุ 6 หัวข้อซึ่งอธิบายวิธีการตอบคำถามดังกล่าว หัวข้อเหล่านี้สอดคล้องกับบทบาทของผู้บริหารห้องสมุด เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่ดูแลเรื่องการตลาด  และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลการเรียนของนักศึกษา

ผู้บริหารห้องสมุด

ผู้บริหารห้องสมุดควรเปรียบเทียบการประเมินผลงานของห้องสมุดกับภารกิจของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ในการประเมินและการสื่อสารผลงานของห้องสมุดต่อความสำเร็จของนักศึกษา ผู้บริหารห้องสมุดจำเป็นต้องร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ

นักการตลาดห้องสมุด

การติดต่อสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงด้านการตลาด นักการตลาดห้องสมุดจำเป็นต้องสื่อสารผลงานของห้องสมุดโดยเริ่มต้นจากตัวเลขและคำศัพท์ที่ใช้ในชุมชนวิชาการ

จากการหารือกับผู้บริหารห้องสมุดและการทบทวนวรรณกรรม พบว่าบรรณารักษ์ใช้คำว่า “บริการ” มากกว่าคนอื่นๆ ในการศึกษาระดับอุดมศึกษา บรรณารักษ์ใช้คำเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเช่น “การเรียนการสอน” “การบริการลูกค้า” และ “พื้นที่” โดย  OCLC และ ARCL แนะนำว่านักการตลาดห้องสมุดควรหารือกับผู้บริหารห้องสมุดและศึกษาดูว่าจะเชื่อมโยงกิจกรรมของห้องสมุดเข้ากับภารกิจของมหาวิทยาลัยได้อย่างไร

บรรณารักษ์ผู้สอนและเจ้าหน้าที่ห้องสมุด

ข้อมูลคือสิ่งสำคัญสำหรับห้องสมุดเพื่อให้เหตุผลในการดำเนินงานของห้องสมุดแก่ผู้บริหาร อาจารย์ผู้สอน และผู้ให้เงินสนับสนุน บรรณารักษ์ควรรวมข้อมูลของห้องสมุดเข้าไปในคอลเลคชั่นของข้อมูลของมหาวิทยาลัย
จากการศึกษาของ OCLC และ ARCL พบว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยมักเชื่อมโยงห้องสมุดเข้ากับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับบริการ คอลเล็กชั่น และพื้นที่ของห้องสมุด ตรงข้ามกับการเชื่อมโยงห้องสมุดเข้ากับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาในเรื่องการสนับสนุนการสอนเช่นทักษะการวิจัยและวิธีการแยกแยะข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นบรรณารักษ์ควรมีการบันทึกข้อมูลงานที่เกี่ยวข้องกับการสอนของบรรณารักษ์ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าห้องสมุดมีส่วนร่วมในการปรับปรุงการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของนักศึกษาให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา: Lynn Silipigni Connaway, L. S. (2017, November 21). The three types of library professionals who absolutely must read the new ACRL/OCLC Academic Library Impact report [Web page]. Retrieved from http://www.oclc.org/blog/main/the-3-types-of-library-professionals-who-absolutely-must-read-the-new-acrloclc-academic-library-impact-report/

จากแนวคิดสู่การปฏิบัติเกี่ยวกับ OER ด้วย 5P

5 กลยุทธ์สำคัญ จากแนวคิดสู่การปฏิบัติเกี่ยวกับคลังทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด (Open Educational Resource – OER)

Purpose (วัตถุประสงค์)

ความเข้าใจและการยอมรับของบุคลากรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการนำ OER มาใช้ คือสิ่งสำคัญ ดังนั้นการนำ OER มาใช้ จึงควรมีการพัฒนาแผนงานที่หลักแหลม “SMART plan” ซึ่งประกอบด้วย

Specific – มีความชัดเจน

Measurable – สามารถวัดผลได้

Agreed Upon – ได้รับการเห็นพ้อง

Results Focused – มุ่งเน้นผลลัพธ์และความสำเร็จ

Time Bound – มีกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะวันที่ที่เป้าหมายบรรลุผล

การมีวัตถุประสงค์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ชัดเจน และหนักแน่น จะนำไปสู่กระบวนการของการทำให้ OER นั้นเกิดผล และการวัดผลกระทบของ OER ต่อการสอนและการเรียนรู้

Program (แผนงาน)

การกำหนดว่าอะไรคือแผนงานในภาพรวม หรือ ปัจจัยอะไรที่กำหนดว่าโรงเรียนจะใช้ OER และจะทำให้เกิดประโยชน์หรือสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่ควรคำนึง แผนงานสามารถมุ่งเน้นเนื้อหาของ OER ในบางสาขาวิชาก่อน เช่น เนื้อหาในกลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (Science, Technology, Engineering, and Mathematics – STEM) หรือ ศิลป์ภาษา หรือเนื้อหาตามระดับชั้นเรียน เช่น ชั้นประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา

หลังจากการกำหนดแผนงานแรกแล้ว สิ่งต่อมาคือควรมีการประเมินโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี (Technology infrastructure) เพื่อตรวจสอบเรื่องนโยบายของพื้นที่ที่จะนำ OER มาใช้ เครือข่ายโทรคมนาคม และอุปกรณ์ที่จะสนับสนุนแผนการใช้เนื้อหาในรูปแบบดิจิทัลที่ได้วางไว้ จากนั้นคือการประเมินหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา กลุ่มสาขาวิชาใดของหลักสูตรที่ต้องการถูกออกแบบหรือถูกปรับเพื่อให้การใช้เนื้อหาในรูปแบบดิจิทัลเป็นไปอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายของการเรียนรู้ ควรมีการประเมินว่าเนื้อหาประเภทใดที่จะใช้ เช่น จะเป็นเนื้อหาเชิงการค้าหรือพาณิชย์ เนื้อหาที่สามารถใช้งานฟรี OER เนื้อหาที่ครูผู้สอนเป็นผู้สร้าง หรือการผสมผสานของประเภทเนื้อหาที่กล่าวมา

Process (กระบวนการ)

หลังจากที่เข้าใจวัตถุประสงค์และแผนงานสำหรับการใช้เนื้อหาในรูปแบบดิจิทัลแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการกำหนดกระบวนการ หรือ วิธีการที่ครูผู้สอนและนักเรียนจะสามารถค้นหาและใช้ OER ควรมีการให้แนวทางในการนำ OER ไปใช้ในรูปแบบที่สนับสนุนเป้าหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ของพื้นที่ที่นำ OER ไปใช้

Platform (แพลตฟอร์ม)

การพิจารณาแพลตฟอร์มเพื่อจัดวางเนื้อหาและข้อมูลเมทาดาทาทั้งหมด จะต้องพิจาณาว่าเครื่องมือใดมีการใช้งานอยู่บ้าง เช่น ระบบการจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System – LMS) คลังสื่อการเรียนรู้ (Learning Object Repository – LOR) หรือ ระบบการจัดการเนื้อหา (Content Management System – CMS)

People (คน)

การจัดตั้งกลุ่มของผู้ทำงานและผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้นำและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลในพื้นที่ที่นำ OER ไปใช้ การพิจารณาการแต่งตั้งผู้จัดการโครงการสำหรับการเรียนรู้ออนไลน์และหลักสูตร หรือการจัดตั้งคณะกรรมการที่จัดสรรเนื้อหาในรูปแบบดิจิทัลสำหรับแผนงานที่ออกแบบและกำหนดไว้ โดยคณะกรรมการอาจรวมตัวกันในระหว่างขั้นตอนการวางแผนเพื่อทำความเข้าใจว่า OER จะถูกนำมาปฏิบัติอย่างไร

ที่มา: Wilhelm, R. (2017, November 19). A Playbook to Go Open: 5 Steps to Adopting OER [Web page]. Retrieved from https://www.edsurge.com/news/2017-11-19-a-playbook-to-go-open-5-steps-to-adopting-oer?utm_content=buffera0a78&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer

แผนพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)

การทำแผนพัฒนามหาวิทยาลัยในรูปแบบของแผนพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระยะยาว 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ถือเป็นแนวทางการบริหารที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้การดำเนินงานบริหารเป็นไปอย่างมีระบบ ตามกรอบที่เป็นเป้าหมายมุ่งร่วมกัน มหาวิทยาลัยเล็งเห็นว่า แผนที่ดีจำเป็นต้องมีการคิดพิจารณาที่เป็นระบบประกอบไปด้วยทั้งเหตุผลและประสบการณ์ ซึ่งแผนพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ฉบับนี้ ได้สังเคราะห์ขึ้นจากการประมวลข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม/วัฒนธรรม การเมือง วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ครอบคลุมสภาวการณ์อนาคต จากระดับการเปลี่ยนแปลงในกระแสทั่วโลก พลวัตของโลกในศตวรรษที่ 21 บริบทประเทศไทย และการปฏิรูปตลอดจนภาวะความเสี่ยงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นเครื่องช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก้าวเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ 1 ใน 5 ของอาเซียน สู่ “มหาวิทยาลัยเพื่อนวัตกรรมและสังคม”