ผลการค้นหา :
วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน ตุลาคม 2563
วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน ตุลาคม 2563
มารู้จักกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
แนวคิดยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานขับเคลื่อนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วิสัยทัศน์
“อว. คือ หน่วยงานที่จะนำความรู้และพลังปัญญาไปช่วยประชาชน”
เป้าหมายหลักของกระทรวง อว.
“อว. เป็นศูนย์กลางในการสร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างกลไก เพื่อนำระบบการบริหารความรู้ ทรัพยากรมนุษย์ บูรณาการศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การพัฒนาประเทศ เพื่อประชาชนอย่างยั่งยืน”
1. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและสร้างนโยบาย โดยเอาประชาชนและผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการเป็นที่ตั้ง
2. เป็นมันสมองของชาติในการประเมินความต้องการในอนาคตด้านทรัพยากรบุคคลของไทย โดยอาศัยความรู้ และข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่พัฒนาประชาชนและสังคม
3. สร้างพันธมิตรความร่วมมือ (Collaboration Partners) โดยทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการ (Facilitator) ให้เกิดตัวเร่งของการเปลี่ยนแปลง “Catalyst for Change” ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. เป็นประตูเชื่อมไทยและสากล เพื่อให้เกิดการเข้าถึงองค์ความรู้ ทรัพยากรบุคคล และตลาดในระดับสากล (Co-Create and Borderless Mindset)
5. เปิดให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ เพื่อสร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลงระดับรากฐาน
6. เข้าร่วมรับผิดชอบการสร้างและพัฒนาชุมชนโดยใช้ฐาน ววน. ที่ อว. สร้างและพัฒนาไว้
การเปลี่ยนแปลงของโลกและนัยสำคัญเชิงนโยบาย
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Force of Change)
1. ความเหลื่อมล้ำและความไม่เสมอภาคทางสังคม
Disparity and Social Inequality
2. ความหลากหลายของขั้นชีวิตและสังคมสูงวัย
Mutual stage Life and Aging Society
3. นวัตกรรมพลิกโฉม
Disruptive Innovation
4. การเปลี่ยนขั้วอำนาจเศรษฐกิจของโลก
Global Economic Power Shift
5. การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและการขาดแคลนทรัพยากร
Environmental Degradation and Scarcity of Resource
6. โควิด -19 และโรคติดเชื้ออุบัติใหม่
COVID-19 and Emerging Infectious Diseases
ระเบียบวาระทั้ง 6 ด้าน ในการพัฒนาภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์ อว.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดทำวาระสำคัญของการกำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนา มีทั้งหมด 6 ด้าน ประกอบด้วย
1. เปลี่ยนความยากจนสู่ความมั่งมีอย่างทั่วถึง
2. ขับเคลื่อน Bio, Circular and Green Economy (BCG) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
3. ยกระดับอุตสาหกรรม และวางรากฐานเพื่ออนาคต ด้วย อววน.
4. สร้างเสริมความมั่นคงของมนุษย์และพลังทางสังคมเพื่อการพัฒนาที่สมดุล
5. พลิกโฉมการอุดมศึกษาและพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์ประเทศ
6. ปฏิรูประบบ อววน. ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
ทิศทาง 4 เสา
1. สร้างบุคลากร และพัฒนาองค์ความรู้ วิจัยและนวัตกรรม
2. เผยแพร่องค์ความรู้ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่ประชาชนเพื่อวางรากฐานและยกระดับระบบนิเวศ งานวิจัย
3. นำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และนวัตกรรม ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
4. บูรณาการทุกภาคส่วน สนับสนุนสถาบันอุดมศึกษา ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนา
อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park)
อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา บ่มเพาะผู้ประกอบการและเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคชุมชนท้องถิ่น ต้องแข็งแกร่งเพื่อเป็นศูนย์กลาง (Hub) ให้แต่ละภูมิภาคเสมือนหนึ่งเป็นแขนขาให้กระทรวง ยังรวมถึงศูนย์การพัฒนาเฉพาะด้าน เช่น Food Innopolis, Medicopolis, Creative District, Creative Economy Agency
แนวทางที่มุ่งสู่ผลสัมฤทธิ์
แนวคิดการทำงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ แบ่งเป็น 2 แนวทาง ได้แก่
1. แนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วนภายใน 1 ปี (Quick Wins)
2. แนวทางการวางรากฐานที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะ 2-4 ปี (Foundation)
อ่านเพิ่มเติมที่ได้ : https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/ost-sci-review-oct2020.pdf
นานาสาระน่ารู้
วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน กันยายน 2563
วารสารข่าว วิทย์ปริทัศน์ ฉบับเดือน กันยายน 2563
จากใจ สู่พวกเราชาว อว.
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวง วท. และ อว.
วงการวิทยาศาตร์เทคโนโลยี ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล มีการลงนาม MOU กับประเทศใหญ่ๆ ได้สำเร็จ
เดือน พฤษภาคม 2562 ได้มีการควบรวมงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กับงานด้านวิจัย และอุดมศึกษา ทำให้นักวิชาการได้มีโอกาสใช้ระบบกองทุนวิจัย เพื่อสรรสร้างงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คู่ไปกับงานการศึกษา ปี 2563 การรับตำแหน่งของ รมว.อว. ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เกิดจากการรวมหน่วยงาน 3 หน่วยงาน คือ
1) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
2) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ และ
3) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
โดยราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศกฎหมาย 9 ฉบับในการจัดตั้งกระทรวง อว. โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งในวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคนแรก และมี รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม เป็นปลัดกระทรวง อว. เป็นคนแรก
นโยบายการดำเนินงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการปฏิรูปกระทรวงใหม่ที่จะเป็นตันแบบของการปฏิรูปใน 3 เรื่อง ได้แก่
1. การปฏิรูปการบริหาร (Administrative Reform) ให้มีความเป็นระบบราชการน้อยที่สุด มีความคล่องตัว และมีการไหลเวียนของบุคลากรโดยเฉพาะที่มีสมรรถนะสูง (Talent Circulation and Mobility) ระหว่าง มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย
2. การปฏิรูปกฎหมาย (Regulatory reform) ให้มีการนำเรื่อง Regulatory Sandbox มาใช้อย่างเป็นรูปธรรม
3. การปฏิรูปงบประมาณ (Budgeting Reform) ให้มีการจัดสรรงบประมาณในลักษณะ Block Gantt และ Multi-year Budgeting โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะต้องร่วมกันขับเคลื่อให้กระทรวงเป็น “กระทรวงแห่งปัญญา กระทรวงแห่งโอกาส และกระทรวงแห่งอนาคต”
การเสริมสร้างและพัฒนาการทำงานแบบ Agile Team
การประยุกต์ใช้ Agile Team (กพร.)
- Agile Team ควรแยกต่างหากจากโครงสร้างปกติ ของ สป.อว. ทำงานมุ่งอนาคตที่ต้อง Scenario ต้องการความสำเร็จเร่งด่วนในลักษณะ agenda base/solution base
-องค์ประกอบของ Agile Team เป็นการรวมกลุ่มคนจากกองต่างๆ เข้าด้วยกัน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก ใช้ระบบแลกเปลี่ยนพนักงานระหว่างองค์กร (Secondment) หรือใช้การบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการแบบ Lateral Entry
- กำหนด Agenda ของ Agile team เพื่อให้สามารถส่งมอบงานตามเป้าหมายได้
- ผู้ปฏิบัติงานใน Agile team จะได้รับการมอบหมายงานตามภาระงาน ประเมินผลการปฏิบัติงานตาม KPI ตามข้อตกลง สามารถสะสมผลงานเป็น portfolio เพื่อใช้เลื่อนเงินเดือนและเลื่อนระดับ
- ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าทีมที่มีการบริหารงาน เงิน คน สามารถนำมาใช้เทียบประสบการณ์เพื่อประเมินและคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งประเภทบริหารได้
- ประเมินผลการปฏิบัติงานจากข้อตกลงฯ ประจำปี (Annual Performance Agreement) โดยใช้หลักการ SRAs (Strategic Result Areas) มีลักษณะการวัดเน้น Outcomes และ KRAs (Key Result Areas) มีลักษณะการวัดเน้น output
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/ost-sci-review-sep2020.pdf
นานาสาระน่ารู้
วัคซีนโควิด-19
วัคซีนโควิด-19
ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เอกสารนี้ทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนโรคโควิด-19
สามารถเผยแพร่ได้ในวงกว้างโดยไม่ต้องขออนุญาต
*** ขอสงวนสิทธิ์ห้ามนำไปตีพิมพ์เพื่อจัดจำหน่ายทางการค้า ***
เผยแพร่ครั้งแรก มีนาคม พ.ศ. 2564
Disclaimer: หนังสือ (คู่มือ) ที่มีเนื้อหาจำเพาะเกี่ยวกับวัคซีนต่อโรคโควิด-19 ฉบับนี้ เรียบเรียงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม พ.ศ. 2564 โดยอ้างอิงจากข้อมูลการศึกษาวิจัยเท่าที่มีอยู่ ตั้งเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นทั้งที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนทั่วๆ ไปและที่จำเพาะกับวัคซีนโควิด-19 ทั้งเรื่องการออกฤทธิ์ของวัคซีน ประสิทธิภาพ รวมถึงความเสี่ยง และตอบข้อสงสัยหรือคำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับวัคซีนดังกล่าว โดยเรียบเรียงจากเนื้อหาที่ปรากฏในแหล่งอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อสูงหลายแหล่ง (ดังตัวอย่างท้ายเล่ม) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้มากที่สุด ทั้งนี้สำหรับข้อมูลการปฏิบัติตนบางอย่างที่แตกต่างออกไป ให้ถือปฏิบัติตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.)
ดาวน์โหลดหนังสือ
สารบัญ
วัคซีนช่วยป้องกันโรคได้อย่างไร?
การฉีดวัคซีนคืออะไร?
ระบบภูมิคุ้มกันสู้กับการติดเชื้อได้อย่างไร?
การฉีดวัคซีนช่วยป้องกันโรคได้อย่างไร?
การป่วยเป็นโควิด-19 ตามธรรมชาติดีกว่าฉีดวัคซีนหรือไม่?
ชนิดและองค์ประกอบในวัคซีน
วัคซีนโควิด-19 มีกี่ชนิด? อะไรบ้าง?
“ภูมิคุ้มกันหมู่” คืออะไร?
วัคซีนโควิด-19 มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?
มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์อยู่ในวัคซีนโควิด-19 ด้วยหรือไม่?
ภูมิคุ้มกันจากวัคซีน
หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว ยังป่วยเป็นโควิด-19 ได้อีกได้หรือไม่?
ป่วยเป็นโควิด-19 จากการฉีดวัคซีนได้หรือไม่?
หลังจากฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 ได้นานเท่าใด?
หลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังแพร่เชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 ให้แก่ผู้อื่นได้หรือไม่?
หากไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคโควิด-19 ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนด้วยหรือไม่?
หากเคยเป็นโรคโควิด-19 แล้ว เหตุใดจึงต้องฉีดวัคซีนอีก?
ใครต้องรับวัคซีนและรับอย่างไร?
ใครควรจะเป็นผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19?
มีสถานการณ์ใดหรือไม่ที่ไม่ควรรับการฉีดวัคซีน?
จำเป็นต้องฉีดวัคซีน 2 โดสหรือไม่? และควรจะฉีดเมื่อใด?
ทำไมจึงมีวัคซีนหลายชนิดสำหรับโควิด-19?
ความปลอดภัยของวัคซีน
จะแน่ใจได้อย่างไรว่า วัคซีนโควิด-19 ปลอดภัย?
การเร่งรัดผลิตวัคซีนโควิด-19 มีส่วนทำให้ความปลอดภัยลดลงหรือไม่?
วัคซีนยังใหม่มาก จะรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียงในระยะยาวได้อย่างไร?
วัคซีนแบบ mRNA ออกฤทธิ์อย่างไร?
วัคซีนแบบ mRNA จะไปเปลี่ยน DNA ของผู้ได้รับวัคซีนได้หรือไม่?
ในเมื่อเป็นเทคโนโลยีใหม่ จะแน่ใจได้อย่างไรว่าปลอดภัย?
ทำไมเด็กจึงไม่อยู่ในอันดับต้นๆ ของผู้ต้องรับวัคซีนโควิด-19 ?
คนตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรรับวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่?
เหตุใดไม่ฉีดวัคซีนบางชนิดให้กับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป?
มีความจำเป็นต้องตรวจภูมิต้านทานก่อนหรือหลังฉีดวัคซีนหรือไม่?
ควรฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือไม่?
ฉีดวัคซีนเข็ม 1 และเข็ม 2 ต่างชนิดกันได้หรือไม่?
การผลิต, ขนส่ง และการควบคุมคุณภาพของวัคซีน
การอนุมัติการผลิตวัคซีนโควิด-19 ทำอย่างไร?
ขั้นตอนการผลิตวัคซีนโควิด-19 ทำอย่างไร?
การบรรจุหีบห่อ, เก็บรักษา และขนส่งวัคซีนโควิด-19 ทำได้อย่างไร?
การควบคุมคุณภาพของวัคซีนโควิด-19 ทำได้อย่างไร?
ภาคผนวก
ตารางเปรียบเทียบวัคซีนจากผู้ผลิตรายต่างๆ
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงจากวัคซีนชนิดต่างๆ
สายพันธุ์ซาร์ส-โควี-2 ที่กลายพันธุ์
ข้อมูลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก
เอกสารเผยแพร่
สวทช. ผนึก วช. เฟ้นหา ‘เยาวชนคนเก่ง’ แข่งขันผลงานด้าน ‘วิทย์ฯ -เทคโนโลยี-นวัตกรรม’ บนเวที ‘NSTIF 2021’ ครั้งแรก เพื่อพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ
For English-version news, please visit : NSTDA and NRCT to host the 1st National Science Technology and Innovation Fair 2021
11 มีนาคม 2564 ที่โถงชั้น 1 อาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ถนนโยธี : ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือ “สวทช. ผนึก วช. สร้างเยาวชนคนเก่ง เปิดเวที “การประกวดผลงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1” หรือ ‘NSTIF 2021 ผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน รวมทั้งเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนและความสำเร็จจากวันวาน..สู่วันนี้’ จากศิษย์เก่าโครงการการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ หรือ YSC และศิษย์เก่าการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย หรือ NSC
ได้แก่ รศ.ดร.ทวีธรรม ลิมปานุภาพ หัวหน้าสาขาวิชาเคมีจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2563 พร้อมด้วย นายณัฎฐ์ ปิยะปราโมทย์ Senior Software Engineer บริษัท Agoda Services Co., Ltd. เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่เคยอยู่ในแวดวงนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จนถึงความสำเร็จในวันนี้กับหน้าที่การงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของไทย (more…)
ข่าว 30 ปี สวทช.
ข่าวประชาสัมพันธ์
BCG Economy Model ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
BCG
คลัง VDO
BCG: An Inclusive New Growth Engine เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย BCG Model
BCG
คลัง VDO
วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 8 เดือน สิงหาคม 2563
วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 8 เดือน สิงหาคม 2563
สหภาพยุโรปเร่งทำข้อตกลงกับบริษัทต่างๆ เพื่อจัดซื้อวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19
ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2563 สหภาพยุโรปได้เริ่มเจรจาทำข้อตกลงซื้อขายวัคซีนสำหรับโรคโควิด-19 ล่วงหน้า กับบริษัทต่างๆ เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปสามารถจัดซื้อ รวมทั้งบริจาคให้กับประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง หรือให้กับประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)
วัคซีนจากบริษัท Sanofi-GSK
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 สหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงทำสัญญาซื้อขายวัคซีนกับบริษัท Sanofi-GSK ซึ่งเป็นการร่วมมือพัฒนาวัคซีนระหว่าง 2 บริษัท คือ บริษัท Sanofi จากฝรั่งเศส และบริษัท GSK จากสหราชอาณาจักร ข้อตกลงซื้อขายจำนวน 3 ร้อยล้านชุด โดยจะจัดส่งทันทีที่วัคซีนได้รับการพัฒนาและพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส โดยใช้นวัตกรรมของระบบสารเสริมฤทธิ์ เป็นสารประกอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตอนสนองของภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆ ได้ดีกว่าการใช้วัคซีนอย่างเดียว
วัคซีนจากบริษัท Johnson & Johnson
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 สหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงกับ บริษัท Johnson & Johnson เพื่อเตรียมซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 2 ร้อยล้านชุด โดยบริษัททำการทดลองมีชื่อว่า Ad26.COV2.S โดยวัคซีนดังกล่าวใช้อะดิโนไวรันเซโรไทป์ 26 (Ad26) เป็นตัวเหนี่ยวนำซึ่งสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง สร้างแอนติบอดีที่มีฤทธิ์ลบล้าง ป้องกันการติดเชื้อและสร้างภูมิคุ้มกันจากไวรัสในปอดเกือบสมบูรณ์
วัคซีนจากบริษัท AstraZeneca
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ทำกรอบสัญญาซื้อวัคซีนจากบริษัท AstraZeneca (กลุ่มบริษัทยาสวีเดน-สหราชอาณาจักร) จำนวน 3 ร้อยล้านชุด ปัจจุบันอยู่ในช่วงการทดสอบทางคลินิกระยะ 3 โดยบริษัท ได้ใช้วัคซีนที่ชื่อว่า ChAdOx1 nCoV-19 ในการทดลอง เป็นวัคซีนที่พัฒนาขึ้นจากเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหวัด นำมาดัดแปลงพันธุกรรมจนไม่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อในมนุษย์ได้ และทำให้มีลักษณะคล้ายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
เกณฑ์การคัดเลือกวัคซีนในการจัดทำซื้อขายวัคซีนล่วงหน้า
ในการคัดเลือกบริษัทผู้พัฒนาวัคซีน ทางสหภาพยุโรปจะพิจารณาถึงผลการทดลองทางคลินิกเบื้องต้น และศักยภาพในการผลิตและส่งมอบวัคซีน ประกอบกับเกณฑ์การคัดเลือกอื่นๆ ทำกำหนดขึ้นดังนี้
-ความสามารถของเทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาและทดลองวัคซีน โดยพิจารณาในประเด็นคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ
-ประเภทและจำนวนชนิดของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการพัฒนาวัคซีน
-ความเร็วในการส่งมอบวัคซีน โดยจะพิจารณาถึงความคืบหน้าของการทดลองทางคลินิก และประเมินระยะเวลาส่งมอบ ภายในปี 2020 – 2021
-ค่าใช้จ่าย ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ ของการชำระเงิน
-ประโยชน์และความเสี่ยงที่จะได้รับในกรณีที่การพัฒนาวัคซีนประสบผลสำเร็จ และกรณีที่ไม่ประสบผลสำเร็จ
-การคุ้มครองพิเศษที่บริษัทพัฒนาวัคซีนเรียกขอ
-ความสามารถในการผลิตและจัดหาวัคซีนให้เพียงพอในสหภาพยุโรป
-การให้คำมั่นในการผลิตและจัดหาวัคซีนในอนาคตให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
-การทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป และขออนุญาตเพื่อจัดจำหน่ายวัคซีนสู่ท้องตลาด
สารแสดงวิสัยทัศน์และพันธกิจของกรรมาธิการยุโรปด้านการวิจัยและนวัตกรรม และด้านการศึกษา เยาวชน กีฬา และวัฒนธรรม
นาง Ursula von der Leyen กล่าวว่า การลงทุนที่ดีที่สุดในอนาคต คือการลงทุนให้กับคนรุ่นใหม่ นักสร้างนวัตกรรม และนักวิจัย เหตุนี้การศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันและเป็นตัวขับเคลื่อนสังคมสู่เศรษฐกิจที่เป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องอาศัยทรัพยากรมนุษย์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ โดยศักยภาพที่เป็นเลิศของยุโรปด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม
พันธกิจด้านการวิจัยและนวัตกรรม และ ด้านการศึกษา เยาวชน กีฬา และวัฒนธรรม
พันธกิจสำคัญสำหรับระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ดังนี้
-ทำงานร่วมกับแต่ละประเทศสมาชิก ชุมชนวิจัย ประชาสังคม และกรรมธิการอื่นๆ และดำเนินงานตามโครงการ Horizon Europe ซึ่งเป็นขอบข่ายโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมของยุโรปฉบับใหม่ปี ค.ศ.2021
-จัดสรรงบประมาณและการลงทุนในสาขาการวิจัยและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เพื่อรักษาเสถียรภาพในการแข่งขันระดับโลก ส่งเสริมให้นักสร้างนวัตกรรมสามารถต่อยอดแนวคิดออกสู่ตลาด
-ร่วมทำงานกับแต่ละประเทศสมาชิกในการระดมความช่วยเหลือทั้งระดับประเทศและระดับสหภาพยุโรปเพื่อจัดตั้งเขตการวิจัยยุโรป (European Research Area)
-ร่วมทำงานในประเด็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ด้านอุตสาหกรรม และกำหนดสาขากลยุทธ์ใหม่ๆ ภายใต้โครงการ Horizon Europe เพื่อความสำคัญทางด้านการวิจัย นโยบาย และเศรษฐกิจมีความสอดคล้องกัน
-สนับสนุนการเพิ่มงบประมาณจำนวน 3 เท่าสำหรับโครงการ Erasmus+ เป็นโครงการด้านการศึกษาของสหภาพยุโรป
-จัดตั้งเขตการศึกษายุโรป (European Education Area) ภายในปี ค.ศ. 2050 พัฒนาการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสได้ไปแลกเปลี่ยนความรู้ในประเทศอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
-ส่งเสริมการสร้างความเป็นเลิศและการสร้างเครือข่ายของมหาวิทยาลัยในยุโรป
-ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของหลักสูตรแลกเปลี่ยนนักศึกษา เพื่อกระตุ้นการสร้างความร่วมมือในด้านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม
-ส่งเสริมการสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อใช้เป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม การสร้างงาน และการเติบโตในสหภาพยุโรป
-ให้ความสำคัญการพัฒนาการศึกษาด้านดิจิทัล จำเป็นต้องมีการทบทวนและปรับปรุงแผนการดำเนินงานการศึกษาดิจิทัล (Digital Education Action Plan) การเพิ่มจำนวนหลักสูตรออนไลน์ให้ทุกคนเข้าถึง ออกมาตรการเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อการบิดเบือนข้อมูล การให้ข้อมูลเท็จ และภัยคุกคามอื่นๆ บนสังคมออนไลน์
การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการกับสวนผักคนไทยในเบลเยียมในการแก้ปัญหาโรคของต้นมะเขือเปราะ
สืบเนื่องจาก ดร.มาณพ สิทธิเดช อัครราชทูตที่ปรึกษา สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้มีโอกาสไปเยี่ยม “ทิพย์สวนผักไทย” ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนผักคนไทยในประเทศเบลเยียม ทำให้ทราบว่า “ทิพย์สวนผักไทย” ประสบปัญหาโรคของมะเขือเปราะที่เกิดขึ้นในแปลงเพาะปลูก โดยสามารถสรุปข้อสังเกตได้ดังนี้
-พื้นที่ที่ใช้ปลูกพืช : บริเวณพื้นที่ในแปลงดังกล่าวในฤดูปลูกของมะเขือเปราะปีก่อนหน้า ช่วงเดือนมีนาคม - สิงหาคม 2562 ได้ทำการเพาะปลูกมะเขือเปราะที่เสียบยอดบนต้นตอพันธุ์มะเขือเทศ
-ลักษณะอาการของโรคที่พบในแปลง : มีลักษณะอาการเหี่ยวทั้งที่ใบยังเขียว ใบไหม้ในใบอ่อนขอบใบม้วน มีใบร่วง ต้นที่มีอาการรุนแรงจะเหี่ยวแห้งเป็นสีน้ำตาลและยืนต้นตาย พบได้ในมะเขือเปราะชนิดอื่นๆ ทั้งมะเขือยาว และมะเขือม่วงในโรงเรือนอื่นๆ ด้วย
การให้น้ำ : เป็นระบบน้ำหยด แหล่งน้ำคือแม่น้ำในพื้นที่เพาะปลูก โดยสูบน้ำมาพักน้ำในบ่อพักน้ำ แล้วใช้น้ำรดโรงเรือนสตอเบอร์รี่ ก่อนน้ำทิ้งจากโรงเรือนสตอเบอร์รี่จะถูกนำไปยังบ่อพักน้ำอีกบ่อ เพื่อเตรียมไปใช้รดแปลงผัก รวมทั้งมะเขือเปราะด้วย
แมลงที่พบ : เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ และแมลงวัน ซึ่งมีจำนวนไม่มาก
สรุปผลการสำรวจโรคที่เกิดขึ้นในแปลง
จากการตรวจสอบ มีความเป็นไปได้ว่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum สาเหตุโรคเหี่ยวเขียว (Bacterial Wilt) ทั้งนี้ได้มีการประสานเครือข่ายนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญที่ประเทศไทย ซึ่งได้รับคำแนะนำอย่างดียิ่งจาก รศ.ดร. ประสาทพร สมิตะมาน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการโรคพืช และ ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการสำรวจและหาข้อสรุปเบื้องต้นในการวินิจฉัยโรค รวมทั้งการจัดการเพื่อป้องกันและกำจัดโรคต่อไป
ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ปัญหาโรคของมะเขือเปราะที่เกิดขึ้น
ควรที่จะมีการปลูกพืชหมุนเวียนชนิดอื่นๆ เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคเหี่ยวดังกล่าว รวมทั้งอาจใช้วิธีการกำจัดเชื้อในดิน เช่น อบแปลงด้วยไอน้ำเพื่อลดปริมาณของเชื้อสารเหตุโรคพืชในดิน (soil-borne pathogens) หรือใช้สารเคมีที่ทางรัฐบาลเบลเยียมอนุญาตให้ใช้ในการเกษตรอินทรีย์เพื่อการรมดินได้ รวมทั้งการเปลี่ยนแหล่งน้ำที่ใช้ อาจใช้น้ำบาดาลทดแทนการใช้น้ำจากแม่น้ำ เพื่อลดอัตราการรับเชื้อโรคพืชจากภายนอกเข้าสู่แปลงเพาะปลูก
ความเป็นมาของทิพย์สวนผักไทย
ทิพย์สวนผักไทยได้เริ่มปลูกผักไทยบนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่กว่า เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา โดยใช้เมล็ดพันธุ์หรือหน่อที่นำเข้าจากไทย โดยปลูกในโรงเรือนป้องกันไม่ให้ผักเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจนเกินไป และเป็นการปลูกพืชแบบปลอดสารพิษ โดยใช้น้ำที่เหลือจากการปลูกสตอเบอร์รี่ และปุ๋ยหมักชีวภาพในการบำรุงพืช ได้ผลผลิตงอกงามไม่ต้องพึ่งสารเคมี
การปลูกผักไทยในเมืองหนาวเริ่มเดินกุมภาพันธ์ เก็บเกี่ยวเดือนพฤศจิกายน เช่น มะเขือ กะเพรา โหระพา คะน้า ผักบุ้ง พริก แตงกวา ฟักทอง มะระ แตงกวา ฯลฯ จำหน่ายให้ลูกค้าคนไทยและคนเอเชียที่อยู่ในเบลเยียมและประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ และ ลักเซมเบิร์ก
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/20200921-newsletter-brussels-no08-aug63.pdf
นานาสาระน่ารู้
สวทช. จัดงาน NAC2021 เสิร์ฟงานวิจัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCGครั้งแรก! บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ 25-30 มีนาคมนี้
For English-version news, please visit : NSTDA announces NSTDA Annual Conference 2021 focusing on BCG Economy
2 มีนาคม 2564 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.): ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. นำทีมนักวิจัย สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร
แถลงข่าวการจัดงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 16 (16th NSTDA Annual Conference: NAC2021) ภายใต้แนวคิด “30 ปี สวทช. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยจัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบผ่านทางเว็บไซต์ https://www.nstda.or.th/nac/ ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคม 2564
(more…)
ข่าว
ข่าว 30 ปี สวทช.
ข่าวประชาสัมพันธ์
ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับเปลี่ยน สู่ความยั่งยืนของไทยและโลกเรา
วีดีทัศน์ SDGs “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับเปลี่ยน สู่ความยั่งยืนของไทยและโลกเรา” สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ตอนที่ 1: ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ตอนที่ 2: SDGs ในทศวรรษแห่งการดำเนินการอย่างจริงจัง (Decade of Action)
ตอนที่ 3: SDGs กับเยาวชน
ตอนที่ 4: SDGs กับภาคธุรกิจ
ตอนที่ 5: SDGs กับความหลากหลายทางเพศ
ตอนที่ 6: SDGs กับเกษตรกร
ตอนที่ 7: SDGs กับชีวิตคนเมือง
ตอนที่ 8: SDGs กับอาหารริมทาง
คลัง VDO
VDO Sustainable Development Goals (SDGs) กับเกษตรกร
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs เป็นเป้าหมายการพัฒนาเพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล เกษตรกร ก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาตามแนวทาง SDGs ได้เช่นกัน การทำเกษตรกรรมยั่งยืน จะเป็นแนวทางลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว
เกษตรกรรมยั่งยืน คือ ระบบเกษตรที่ครอบคลุมวิถีชีวิตเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ซึ่งนำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวแบบเดิม ให้มีความหลากหลายมากขึ้น หรือการลดใช้สารเคมี จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรได้ SDGs ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องของเราทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงให้โลกน่าอยู่มากขึ้น
"ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมปรับเปลี่ยน สู่ความยั่งยืนของไทยและโลกเรา"
BCG
Infographic ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศด้วย BCG
PDF แยกแต่ละส่วน
BCG
เอกสารเผยแพร่
(ร่าง) แผนงานขับเคลื่อน BCG ในสาขาต่างๆ
นโยบายรัฐบาลในขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยอาศัยการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมที่พัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เป็นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในการคำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่พัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยเปลี่ยนข้อได้เปรียบที่ไทยมีจากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม ให้เป็นความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโตแข่งขันได้ในระดับโลก เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำชุมชนเข้มแข็ง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ของสหประชาชาติอันเป็นการนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี(พ.ศ. 2561-2580)
=> ดูข้อมูลแผนงานขับเคลื่อน BCG ในสาขาต่างๆ ล่าสุด
BCG
เอกสารเผยแพร่


