ผลการค้นหา :
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 12 ตุลาคม 2569
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2569สวทช. โชว์วิสัยทัศน์เวทีโลก! ชูวิจัยไทย รับคลื่น AI พลิกอนาคต “ศ.ดร.ชูกิจ” ผู้อำนวยการ สวทช. ประกาศวิสัยทัศน์บนเวทีผู้นำวิจัยนานาชาติที่ญี่ปุ่น ชูยุทธศาสตร์ Compute–Data–Human ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ยุค AI พร้อมเปิดมุมมองความร่วมมือเทคโนโลยีขั้นสูง ปักหมุดศักยภาพไทยสู่อนาคตนวัตกรรมโลก ... >> อ่านต่อ“ยศชนัน” นำทัพ อว.-สวทช. ผนึก ม.เกียวโต ดึง AI หนุนวัสดุศาสตร์ บุกญี่ปุ่นหารือทวิภาคีขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Siam Silica” เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานซูเปอร์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายวิจัยระดับโลก พร้อมสานพลัง RIKEN และสตาร์ตอัปแถวหน้ายกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ... >> อ่านต่อสวทช. คว้า 2 รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี 69 ประเภทองค์กรภาครัฐและไม่แสวงหากำไร : ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. เป็นประธานในพิธีมอบ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569” จัดโดย NIA ให้แก่ทีมวิจัย ไบโอเทค สวทช. ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ด้านสิ่งแวดล้อม : “CottonPro” - เอนไซม์ฟอกสำลีแทนสารเคมี และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ด้านสังคม : “DAPBot” - ไลน์บอทตรวจหาศัตรูพืช โดยมี ผศ. ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และผู้บริหาร สวทช. ร่วมแสดงความยินดี ... >> อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
สวทช. ร่วมบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569
วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และ แผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางศรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. คณะผู้บริหารกระทรวง อว. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.ปรีชา เกียรติกิระขจร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ศวิต กาสุริยะ (รักษาการ) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ได้เข้าร่วมพิธีฯ จากนั้นประธานในพิธี เริ่มประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ อาราธนาศีล และสวดพระพุทธมนต์ รวมถึงการประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป มีการกรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
วันนวมินทรมหาราช ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันสำคัญแห่งการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นดั่งแสงนำทางของปวงชนชาวไทย โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 ให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ว่า "วันนวมินทรมหาราช" ซึ่งแปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดรัชสมัย 70 ปีที่ทรงครองราชย์
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
มูลนิธิ สอวน. เปิดรับเสนอ “ครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสิริสมรรถนาจารย์” ประจำปี พ.ศ. 2570
เปิดรับการเสนอชื่อแล้ว “ครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสิริสมรรถนาจารย์” ประจำปี พ.ศ. 2570
มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) ขอเชิญชวนร่วมเชิดชูเกียรติครูผู้ทุ่มเทและสร้างคุณูปการด้านการศึกษา เพื่อเข้ารับการพิจารณารางวัลพระราชทานอันทรงเกียรติระดับประเทศ
ผู้มีสิทธิ์เสนอชื่อ:
- สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
- สมาคม มูลนิธิ องค์กรภาครัฐและเอกชน
- ศิษย์เก่า (อายุไม่น้อยกว่า 22 ปี)
- คณาจารย์ที่เคยเป็นผู้สอนในระดับอุดมศึกษา
━━━━━━━━━━━━━━
ประเภทรางวัล
1. ครูต้นกล้า สอวน. ทอฝัน (9 รางวัล)
- สำหรับครูผู้สอนตามหลักสูตรโอลิมปิกวิชาการ
2. ครูต้นแบบการเรียนรู้คู่ชุมชน (9 รางวัล)
- สำหรับครูผู้สอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ร่วมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาชุมชน
ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานจะได้รับ: โล่รางวัลพระราชทาน, เข็มเชิดชูเกียรติ และเงินรางวัลท่านละ 100,000 บาท
รางวัลชมเชย (ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ)
- ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจการเรียนรู้เคียงคู่ สอวน. (36 รางวัล)
- ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจการเรียนรู้สู่ชุมชน (36 รางวัล)
(รับเข็มเชิดชูเกียรติ เกียรติบัตร และเงินรางวัลท่านละ 10,000 บาท)
ครอบคลุม 9 สาขาวิชา:
คณิตศาสตร์ • คอมพิวเตอร์ • เคมี • ชีววิทยา • ฟิสิกส์ • ดาราศาสตร์ • วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ • ภูมิศาสตร์ • ภาษาศาสตร์
(ครู 1 คน มีสิทธิ์รับรางวัลได้ 1 ประเภท)
━━━━━━━━━━━━━━
กำหนดการสำคัญ:
- เปิดรับการเสนอชื่อ: วันนี้ – 30 ธันวาคม 2569
- ประกาศผลระดับภูมิภาค: เมษายน 2570
- ประกาศผลระดับชาติ: สิงหาคม 2570
- พิธีพระราชทานรางวัล: ตุลาคม 2570
เสนอชื่อผ่านระบบออนไลน์และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
https://www.sta.posn.or.th
ติดต่อสอบถาม:
มูลนิธิ สอวน. โทร. 0 2252 8915–16 หรืออีเมล ac.olympiads@posn.or.th
#รางวัลสิริสมรรถนาจารย์ #มูลนิธิสอวน #สอวน #ครูโอลิมปิกวิชาการ #ครูต้นแบบ #รางวัลพระราชทาน #การศึกษาไทย
ข่าว
ข่าวหน่วยงานภายนอก
อบรมหลักสูตรการออกแบบและพัฒนา“AI Agent” เพื่อใช้งานจริงสำหรับองค์กรแห่งอนาคต (AI Agent Design & Development for Future-Ready Organizations: AIA)
🤖 สวทช. ขอเชิญเข้าร่วมอบรมหลักสูตร AI Agent เพื่อองค์กรแห่งอนาคต
องค์กรของคุณจะเริ่มต้นนำ AI Agent มาใช้งานจริงได้อย่างไร? มาร่วมเรียนรู้แนวทางการออกแบบ พัฒนา และบริหารจัดการ AI Agent ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ไปจนถึงการสร้างต้นแบบเพื่อใช้งานจริงในองค์กร
📌 เลือกอบรมได้ 2 หลักสูตร
🔹 Package A: For Executives
สำหรับผู้บริหาร เน้นกลยุทธ์ การเลือก Use Case ที่มีคุณค่า และการวางแผนนำ AI Agent ไปใช้ในองค์กร
📅 19 มกราคม 2570
💰 ค่าลงทะเบียน 4,900 บาท
🔹 Package B: For Developers
สำหรับนักพัฒนา เน้นการออกแบบและพัฒนา AI Agent การเชื่อมต่อ Tools การทดสอบ และการสร้างต้นแบบ
📅 19–21 มกราคม 2570
💰 ค่าลงทะเบียน 12,900 บาท
📍 สถานที่: โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
🔗 ดูรายละเอียดหลักสูตรและโบรชัวร์: https://www.career4future.com/aia
📩 สอบถามเพิ่มเติม: npd@nstda.or.th
☎️ 0 2644 8150 ต่อ 81898 หรือ 081-917-5511
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
ไบโอเทค สวทช. เปิดตัวประกวดนวัตกรรม “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียพลิกฟื้นกุ้งไทย ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท ดึงพลังนวัตกรแก้โจทย์จริงอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน
(8 ต.ค. 69) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ทุนสนับสนุนโครงการ “ศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย” (Hub of Knowledge – Shrimp) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย สมาคมกุ้งไทย คลัสเตอร์กุ้งกุลาดำไทย ชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย แถลงเปิดตัวกิจกรรมแข่งขันนวัตกรรม “Hub of Shrimp - Hackathon: คิด • นวัตกรรม • ยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทย” ภายใต้แนวคิด INNOVATE TODAY, SUSTAIN TOMORROW เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศเปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา สตาร์ตอัป นักวิจัย และผู้ประกอบการทั่วประเทศร่วมส่งผลงานประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัลแก้โจทย์จริงอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2569
ดร.กัลยาณ์ แดงติ๊บ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์น้ำแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทคมุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยกับความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อแก้ปัญหาโรค ต้นทุนการผลิต และสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมกุ้ง โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย กรมประมง เครือข่ายเกษตรกร และภาคเอกชน ขับเคลื่อนโครงการ Hub of Shrimp ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำหรับกิจกรรม Hackathon จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาเรียนรู้โจทย์จากผู้ปฏิบัติงานจริง และพัฒนาแนวคิดร่วมกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ โดยมุ่งหวังให้เกิดนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่การใช้งานจริง พร้อมสร้างความร่วมมือที่ดำเนินต่อเนื่องหลังจบกิจกรรม
ดร.สรวิศ เผ่าทองศุข นักวิจัยอาวุโส หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง ไบโอเทค สวทช. ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การจัด Hackathon ครั้งนี้มุ่งหวังให้เป็นเวทีปล่อยของและพื้นที่แห่งความร่วมมือในการดึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ สตาร์ตอัป และนวัตกร มาร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ ทั้งการช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มอัตราการรอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้ากุ้งไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งผลักดันงานวิจัยและเทคโนโลยีให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อคืนตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระดับสากล
ด้าน นายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งระนอง ตัวแทนภาคเอกชน ทั้ง 7 องค์กร กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน จึงเร่งมองหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ ผ่านเวทีระดมสมองอย่างเข้มข้น (Hackathon) ที่เป็นสะพานเชื่อมโจทย์ปัญหาจากหน้าฟาร์มและอุตสาหกรรมกุ้งไทยเข้ากับนักนวัตกรที่สนใจ เพื่อร่วมกันหาทางออกและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรตลอดจนผู้ประกอบการอย่างแท้จริง สำหรับกรอบโจทย์การแข่งขันในครั้งนี้ ได้เปิดกว้างครอบคลุม 5 ด้านสำคัญของการดำเนินธุรกิจกุ้งไทย ได้แก่
1) พันธุ์กุ้ง: การพัฒนาและคัดเลือกสายพันธุ์กุ้งที่เติบโตเร็ว ทนทานต่อโรค และปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศ
2) การเลี้ยง: นวัตกรรมระบบการเลี้ยงอัจฉริยะ เทคโนโลยีการจัดการน้ำ พลังงานสะอาด และอาหารกุ้งเพื่อเพิ่มอัตราการรอด
3) การจัดการส่งเสริมการเลี้ยง: เครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและเตือนภัยล่วงหน้า
4) การตลาด: การสร้างมูลค่าเพิ่ม การเชื่อมโยงตลาด และเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับ
5) การจับและการจัดการหลังจับ: นวัตกรรมยืดอายุการเก็บรักษา คุมคุณภาพ และแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า
ผู้สมัครสามารถเลือกหัวข้อที่ต้องการส่งได้ตามความสนใจ และเมื่อผ่านเข้าสู่รอบลึก ๆ จะได้ร่วมระดมสมองกับภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจนั้นโดยตรง แลกเปลี่ยนและผสานประสบการณ์ เพื่อพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างยั่งยืน
ดร.ปรัศนียาภรณ์ ปอศิริ นักวิจัย หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาบริการด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไบโอเทค สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการได้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้อย่างเข้มข้น เพื่อพาผู้เข้าแข่งขันต่อยอดไอเดียสู่การใช้งานจริง โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะเริ่มต้นด้วยคอร์สออนไลน์ “กุ้ง 101” ในทุกวันเสาร์ เวลา 13:30 – 16:30 น. ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม–7 พฤศจิกายน 2569 เพื่อปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมกุ้งไทย ก่อนนำเสนอไอเดียผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกทางออนไลน์ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเฟ้นหา 5 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย
ทั้ง 5 ทีมจะได้เข้าร่วม Shrimp Hack Camp ในวันที่ 16 ธันวาคม 2569 เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ พร้อมพัฒนาและปรับไอเดียให้พร้อมนำไปใช้ได้จริง ก่อนประชันแนวคิดในการแข่งขันรอบตัดสิน Final Pitching วันที่ 17 ธันวาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท
ทั้งนี้ โครงการรับสมัครผู้สนใจทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร ผู้ประกอบการ บุคลากรภาครัฐ-เอกชน และประชาชนทั่วไป สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้ - 15 ตุลาคม 2569 ทาง ออนไลน์ https://forms.gle/sVk77rSqMPavaYxM7 และ ติดตามกิจกรรมข่าวสารของทาง Hub of Shrimp ได้ทาง Facebook : https://www.facebook.com/HubOfKnowledgeShrimp
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
อว. รุกความร่วมมือสตาร์ทอัป deep tech และเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ มุ่งเชื่อมโยงงานวิจัย–ห่วงโซ่การผลิต และพัฒนาบุคลากรขั้นสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 - นครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น - ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหารหน่วยงานกระทรวง อว. เข้าเยี่ยมชมสำนักงานและห้องปฏิบัติการวิจัยของ OptQC Corp. ร่วมหารือแนวทางความร่วมมือเชิงลึกด้านเทคโนโลยีควอนตัมระหว่างไทยและญี่ปุ่น
ยกระดับเทคโนโลยีควอนตัมเชิงแสงสู่เชิงพาณิชย์
OptQC Corp. เป็นสตาร์ทอัปเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ที่แยกตัวจากมหาวิทยาลัยโตเกียวเมื่อปี 2567 มุ่งพัฒนาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงแสงเพื่อการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยในครั้งนี้ได้เข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้าน Optical Quantum Computer ได้แก่ ห้องปฏิบัติการเชิงแสง 3 ห้องปฏิบัติการสำหรับการทดลองปรับทิศทางลำแสงเลเซอร์ อุปกรณ์บีบแสง (Squeezed Light) และระบบใยแก้วนำแสง รวมถึงห้องปฏิบัติการด้านระบบไฟฟ้าสำหรับวิจัยระบบไฟฟ้า วงจรประมวลผลความเร็วสูง และระบบควบคุมพัลส์ไฟฟ้า
ในโอกาสนี้ ได้หารือมุ่งยกระดับสู่กลไกวิจัยร่วมและร่วมลงทุน เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีควอนตัมเชิงแสงสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยและภาคอุตสาหกรรมไทยเข้าถึงแพลตฟอร์มเพื่อทดสอบและพัฒนา Use cases ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เร่งสร้างและพัฒนาบุคลากรวิจัยขั้นสูงของไทยผ่านการทำงานร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของ OptQC ดึงศักยภาพความพร้อมของไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของฮาร์ดแวร์ควอนตัมเพื่อปูทางผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและห่วงโซ่อุปทานควอนตัมของภูมิภาคในระยะยาว
ขยายความร่วมมือวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์และพลังงานสะอาด
ด้านนครเกียวโต รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ได้เข้าพบและหารือร่วมกับนายคาซูฮิโระ โคยามะ (Kazuhiro Koyama) ประธานกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท Nuvoton Technology Corporation Japan (NTCJ) เพื่อขยายโอกาสความร่วมมือด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การประมวลผลเอดจ์ (Edge Computing) และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Green Technology)
การพบปะหารือในครั้งนี้ สวทช. ได้นำเสนอศักยภาพและความพร้อมของระบบนิเวศนวัตกรรมไทยผ่านศูนย์แห่งชาติ โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและการทดสอบมาตรฐาน ตลอดจนพื้นที่รองรับการลงทุนในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงทิศทางยุทธศาสตร์ของประเทศที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกลไกสนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐ รวมถึงสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเปิดรับการร่วมทุนและการจัดตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาของภาคเอกชนชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น
ปิดฉากเวที STS Forum 2026 มุ่งเสริมสร้างการทูตวิทยาศาสตร์
สำหรับการประชุมระดับโลก Science and Technology in Society (STS) Forum ประจำปี 2026 ครั้งที่ 23 ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้นำกว่า 1,600 คน จากภาครัฐ ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย และประชาสังคมกว่า 80 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศทั่วโลกเข้าร่วมระดมความคิดเห็น ที่ประชุมได้ร่วมออกแถลงการณ์ประธานเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความไว้วางใจในวิทยาศาสตร์และส่งเสริมการทูตวิทยาศาสตร์ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่ไปกับการวางกรอบธรรมาภิบาลที่มีความรับผิดชอบและยึดมั่นในคุณค่าความเป็นมนุษย์ในการกำกับดูแลเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีควอนตัม, ประสาทเทคโนโลยี และเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม ตลอดจนผลักดันการลดคาร์บอนและการพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดร่วมกับกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมและสร้างความยั่งยืนแก่ระบบนิเวศของโลก พร้อมประกาศเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในการประชุมครั้งที่ 24 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ นครเกียวโต ในวันที่ 3–5 ตุลาคม 2570
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
โครงการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี SOFT MEAT “นวัตกรรม เนื้อสัตว์นุ่ม บดเคี้ยวง่าย” ที่พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
เพราะ “อาหารที่ทานง่าย” คือคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ
....................
📌ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี SOFT MEAT "นวัตกรรม เนื้อสัตว์นุ่ม บดเคี้ยวง่าย" ที่พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
....................
ร่วมเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจ ไปพร้อมกับสิทธิประโยชน์
✅ อบรมฟรี
✅ ยกเว้นค่าเทคโนโลยีแรกเข้า
✅ Royalty Fee 1%
✅ มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาต่อเนื่อง 6 เดือน
....................
📍 เปิดรับสมัครถึง 1 พฤศจิกายน 2569
สมัครเลยผ่าน QR Code ในโปสเตอร์
#SoftMeat #นวัตกรรมอาหาร #อาหารเพื่อผู้สูงอายุ #ต่อยอดงานวิจัย
ข่าว
ปฏิทินกิจกรรม
อว. จับมือ มหาวิทยาลัยเกียวโต ยกระดับความร่วมมือวิจัยดึงเทคโนโลยี AI พัฒนาวัสดุศาสตร์ หนุนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเรือธงของประเทศ
นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น - วันที่ 5 ตุลาคม 2569 - ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวง อว. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหาร ได้เข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีกับคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University) นำโดย ศาสตราจารย์ ยาสึยูกิ โคโน (Prof. Yasuyuki Kono) เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัยขั้นสูง และการพัฒนากำลังคนระดับสูงระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการผสานจุดแข็งเพื่อผลักดันงานวิจัยใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการค้นคว้าและออกแบบวัสดุศาสตร์ขั้นสูง (AI for Material Science: AI4M) เพื่อช่วยเร่งกระบวนการค้นพบและวิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุชนิดใหม่อย่างก้าวกระโดด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำและเซมิคอนดักเตอร์ (Advanced Semiconductors)
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางการเชื่อมโยงความร่วมมือดังกล่าวเข้ากับแผนยุทธศาสตร์ "Siam Silica" ของประเทศไทย โดยฝ่ายไทยมีความพร้อมทั้งด้านฐานข้อมูลและศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการคำนวณสมรรถนะสูงของ สวทช. ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายนักวิจัยระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมให้สตาร์ตอัปและภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงจากญี่ปุ่นเข้ามาร่วมพัฒนาเชิงพาณิชย์ในไทย
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. สนับสนุนว่า สวทช. และประเทศไทยมีกลุ่มนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการคำนวณโครงสร้างอะตอมขั้นสูง (First-Principles Calculations) และวัสดุศาสตร์ที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง สามารถนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเพื่อช่วยลดขั้นตอนและค้นหาโครงสร้างผลึกที่มีระดับพลังงานต่ำสุดได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ สวทช. พร้อมร่วมบูรณาการองค์ความรู้และเชื่อมโยงกับกลุ่มนักวิจัยรุ่นใหม่ของทั้งสองฝ่าย ขยายผลเครือข่ายความร่วมมือสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศต่อไป
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้นำคณะเข้าเยี่ยมชม บริษัท ชิมัดสึ และหารือกับศาสตราจารย์โคอิจิ ทานากะ (Prof. Koichi Tanaka) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2545 โดยศาสตราจารย์โคอิจิ ทานากะ ฝากข้อคิดถึงวงการวิจัยไทยว่า ในอดีตวิทยาศาสตร์อาจแบ่งสาขากันชัดเจน แต่การสร้างนวัตกรรมใหม่ในอนาคต ทุกสาขาต้องบูรณาการร่วมกัน จึงอยากเห็นนักวิจัยไทยทลายกำแพงและหันมาพูดคุยทำงานข้ามสายให้มากขึ้น
ต่อมาได้หารือร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท OptQC ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเทคโนโลยีควอนตัมชั้นนำจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย นายคาซูฮิโระ ซูเกะ (Kazuhiro Sugie) ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมควอนตัมและผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสร้างสรรค์นวัตกรรม สังกัดกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) เพื่อผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีการคำนวณเชิงควอนตัมด้วยแสง (Optical Quantum Computing) พร้อมขับเคลื่อนตามทิศทางนโยบายระดับชาติ
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ สวทช. ได้ประชุมทวิภาคีร่วมกับ RIKEN ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือแนวทางวิจัยด้านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ควอนตัม โฟโตนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด ซึ่งทาง RIKEN ได้นำเสนอศักยภาพของระบบ "ROQUO" ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมเข้ากับ HPC โดย สวทช. และ RIKEN ได้วางแผนจะจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเชิงเทคนิคร่วมกัน เพื่อคัดเลือกข้อเสนอโครงการวิจัยจากไทยไปจับคู่กับผู้เชี่ยวชาญของ RIKEN พร้อมผลักดันการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
NSTDA หน้า 1 : สรุปข่าววิทย์ฯ ฮิตติดหน้า 1 วันที่ 5 ตุลาคม 2569
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569
น้ำลดเรารับจบ! “ยศชนัน” นำทัพ 5 กระทรวง-กทม. ดัน Traffy Fondue ลุยซ่อมฟรี!
เปิดตัวแคมเปญ “ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” รวมสรรพกำลังช่างทหาร-แรงงาน-อาชีวะ ฟื้นฟูบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะ นำร่อง 7 จังหวัด แจ้งเรื่องง่ายผ่าน LINE จุดเดียวจบ ติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ ... >> อ่านต่อ
พลิกโฉมพลังงาน! สวทช. ชู “Colored PV” รุกตลาดตึกสูง-สมาร์ตฟาร์ม
โชว์นวัตกรรมโซลาร์เซลล์หลากสี โปร่งแสง น้ำหนักเบา เลือกระยะคลื่นกระตุ้นพืชโตไว ดันโมเดล Agrivoltaics ควบคู่การสร้างอาคารประหยัดพลังงาน (BIPV) หวังลดพึ่งพานำเข้า ขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายคาร์บอนต่ำ ... >> อ่านต่อ
สวทช. ขับเคลื่อน STEM อาเซียน สร้างเครือข่ายวิทย์-เทคโนโลยีสู่ระดับนานาชาติ : ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารศูนย์ SEAMEO STEM-ED ความสำเร็จครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทนำและความเชื่อมั่นในระดับสากลที่มีต่อประเทศไทย ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างยั่งยืน ... >> อ่านต่อ
จดหมายข่าว สวทช.
‘ยศชนัน’ ปักหมุดไทยบนเวทีโลก STS Forum 2026 ดัน ‘Nan Sandbox’ สู่โมเดลเศรษฐกิจธรรมชาติ พร้อมจับมือ NEDO ผลักดันความร่วมมือวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งแก้โจทย์จริงภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เกียวโต, ประเทศญี่ปุ่น (4 ตุลาคม 2569) — ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กระทรวง อว.) ร่วมเวทีการประชุมระดับโลก Science and Technology in Society (STS) Forum ประจำปี 2026 ครั้งที่ 23 ณ นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้นำภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ท่ามกลางจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของมนุษยชาติ พร้อมนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหาร สวทช. ได้เข้าร่วมงานด้วย
ชูยุทธศาสตร์นวัตกรรมและโมเดล Nan Sandbox
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิด โดยเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-Driven Economic Growth) ของประเทศไทย ผ่าน 2 กลไกสำคัญ ได้แก่ SPARK ที่มุ่งเน้นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแบบเปิด (Open Science & Open Innovation) ร่วมกับการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมร่วมกัน และ DYNAMICS เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและหมุนเวียนผลตอบแทนกลับมาสนับสนุนการวิจัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติ (Nature-Positive Economy) ต่อที่ประชุม โดยชี้ว่าเป้าหมาย Net-Zero เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องมองธรรมชาติเป็น "ทุนการผลิต" (Natural Capital) และใช้ระบบบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting) เพื่อประเมินมูลค่าทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ประเทศไทยได้ผลักดันพื้นที่ต้นแบบ “Nan Sandbox” (น่าน แซนด์บ็อกซ์) ให้เป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Lab) ในระดับสากล เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เศรษฐกิจ และพลังชุมชนในการฟื้นฟูป่าไม้และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งบทบาทของหน่วยงานวิจัยชั้นนำของประเทศจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงลึกเพื่อขยายผลโมเดลดังกล่าว
สวทช. ลงนามความร่วมมือ NEDO ยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่าง สวทช. ร่วมกับองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO) และพร้อมเข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยีขั้นสูง กับ Mr. ARAI Masayoshi รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น (METI) Mr. YOKOSHIMA Naohiko ผู้อำนวยการ NEDO ตลอดจนผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานและกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสนี้
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดและยกระดับความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีความแนบแน่นมายาวนาน โดยกรอบความร่วมมือฉบับนี้ได้ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันจากเดิมที่เน้นด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปสู่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสำรวจและเทคโนโลยีอวกาศ วัสดุขั้นสูงและเซมิคอนดักเตอร์ การพัฒนาพลังงานสะอาดและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจนและแอมโมเนีย ตลอดจนการพัฒนาเชื้อเพลิงการบินชีวภาพแบบยั่งยืน (SAF) และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) นอกจากนี้ สวทช. ยังมุ่งปรับเปลี่ยนทิศทางการวิจัยจากการมุ่งเน้นผลงานทางวิชาการไปสู่การขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการประยุกต์ใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยุคใหม่และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
ด้าน Mr. YOKOSHIMA Naohiko ผู้อำนวยการ NEDO ระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลักในภูมิภาค โดย NEDO พร้อมสนับสนุนงบประมาณและปรับรูปแบบโครงการความร่วมมือสู่การร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระหว่างนักวิจัยญี่ปุ่นและนักวิจัยไทย (Co-creation) อย่างใกล้ชิด รวมถึงการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมและสตาร์ตอัปเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) การแลกเปลี่ยนบุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ และการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งหลังจากนี้ สวทช. จะเร่งประสานพลังร่วมกับศูนย์วิจัยแห่งชาติต่างๆ เพื่อผลักดันข้อเสนอโครงการร่วมและขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศต่อไป
เสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ความร่วมมือในลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้จริง เสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและสังคมของทั้งสองประเทศ
สวทช. และ NEDO เห็นพ้องกันว่า จุดแข็งของทั้งสององค์กรมีความเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างชัดเจน ความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมร่วมที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ การขยายความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน ตลอดจนการผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างมูลค่าเพิ่มต่อภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การประชุม STS Forum 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Navigating Tectonic Shifts in Science, Technology, and Society” โดยมีนักวิจัยชั้นนำ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล และรัฐมนตรีด้านวิจัยและนวัตกรรมจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม
จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน “ศ.ดร.ยศชนัน” ผนึก 5 กระทรวง และกรุงเทพมหานคร เปิดตัวระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” เพื่อนำมาใช้เป็นช่องทางกลางเชื่อมความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กับหน่วยงานช่วยเหลือ โดยประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายของทรัพย์สินที่ต้องการซ่อมแซม ครอบคลุมยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า นำร่อง 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี
สำหรับขั้นตอนการแจ้ง ประชาชนสามารถแจ้งแจ้งได้ง่าย ผ่าน LINE โดยเพิ่มเพื่อน @TraffyFondue เลือกเมนู “ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม” ระบุประเภทความช่วยเหลือ แนบภาพความเสียหาย และแชร์ตำแหน่งโลเคชัน ระบบจะส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามสถานะได้จนจบงาน
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
สวทช. แสดงวิสัยทัศน์เวทีสุดยอดผู้นำวิจัยโลก ณ นครเกียวโต ชูโมเดล ‘Compute – Data – Human’ ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับคลื่น AI Transformation พร้อมเยือนสตาร์ทอัปเซมิคอนดักเตอร์ ม.เกียวโต ศึกษาความร่วมมือเทคโนโลยีขั้นสูง Gallium Oxide ปูทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Siam Silica”
เกียวโต, ประเทศญี่ปุ่น (3 ตุลาคม 2569) – ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำสถาบันวิจัยระดับโลก ครั้งที่ 15 (The 15th Global Summit of Research Institute Leaders) ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเกียวโต (Kyoto International Conference Center: ICC Kyoto) นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับผู้นำองค์กรวิจัยและเทคโนโลยีชั้นนำจาก 33 ประเทศทั่วโลก ภายใต้หัวข้อหลักว่าด้วย “ความซื่อตรงและความเปิดกว้างของปัญญาประดิษฐ์เพื่องานวิทยาศาสตร์” (Integrity and Openness in AI)ผู้อำนวยการ สวทช. ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในระหว่างการประชุมช่วง Resources for AI for Science ถึงความท้าทายและการปรับตัวของวงการวิจัยในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยสะท้อนบทเรียนจากภาคธุรกิจว่า องค์กรที่ไม่เร่งปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านด้วย AI (AI Transformation) ย่อมเผชิญกับความเสี่ยงจนถึงขั้นต้องปิดตัวลง ซึ่งวงการวิจัยและวิทยาศาสตร์เองก็จำเป็นต้องเร่งวางรากฐานเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เช่นเดียวกัน โดยเสนอแนวทางขับเคลื่อนการวิจัยยุคใหม่ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญเพื่อรองรับ AI Transformation ได้แก่ (1) Computational (ระบบและโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล) สำหรับการจัดเตรียมทรัพยากรด้านการคำนวณขั้นสูง ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่พร้อมรองรับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI (2) Data (ระบบข้อมูลคุณภาพสูง) การบริหารจัดการข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เฉพาะทางที่มีความแม่นยำ ได้มาตรฐาน และมีความพร้อมสำหรับการพัฒนาและฝึกสอนโมเดล AI (AI-ready Data) และ (3) Researcher (บุคลากรวิจัย) ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างนักวิจัยที่เข้าใจ “สองภาษา” ควบคู่กัน ทั้งภาษาของเทคโนโลยี AI และความรู้เชิงลึกในศาสตร์ของตนเอง เพื่อให้สามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการสร้างผลงานวิจัยได้อย่างแท้จริงเวทีประชุมดังกล่าวยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นการส่งเสริมวิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science) การกำกับดูแลด้านจริยธรรม และการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อให้การใช้ AI ในงานวิจัยมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมโลก และที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบร่วมกันใน แถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ซึ่งตระหนักว่า AI กำลังเขียนระบบปฏิบัติการพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ขึ้นมาใหม่ (Rewriting the fundamental operating system of science) ที่ประชุมจึงเน้นย้ำถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรประมวลผล การปกป้องอธิปไตยของข้อมูลควบคู่กับความเปิดกว้างของโมเดล (Data Sovereignty & Openness of Models) ตลอดจนการคงบทบาทของมนุษย์เพื่อไม่ให้ AI บั่นทอน "ความสุขและศิลปะแห่งการค้นพบ" (Joy and Art of Discovery) โดยมุ่งเน้นแนวทางที่มนุษย์ใช้ AI เป็นเครื่องมือยกระดับวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่มั่นคงของสังคมมนุษยชาติ “เวทีระดับโลกครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มความเร็ว แต่กำลังปฏิวัติวิธีคิดและการทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สวทช. มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกหลักในการวางรากฐานทั้งระบบคำนวณ ข้อมูล และการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยให้มีทักษะสองภาษา เพื่อให้วิทยาศาสตร์ไทยก้าวทันสากล รักษาความถูกต้องตามหลักจริยธรรม และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศและประชาคมโลก” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวสรุปในโอกาสเดียวกันนี้ คณะผู้บริหาร สวทช. ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน “Building a Healthy Longevity Society through AI and Innovation” ในช่วงการประชุม STS Forum 2026 ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มีสารกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย Prof. Hiroshi Komiyama ประธานกรรมการอำนวยการของ Science and Technology in Society forum (STS forum) และผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวง อว. เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้ AI วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการแพทย์แม่นยำ ในการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เครือข่าย Young Leaders Alumni ถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างความร่วมมือกับนักวิจัยรุ่นใหม่จากนานาประเทศนอกจากนั้น คณะผู้บริหาร สวทช. นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้เข้าเยี่ยมและหารือความร่วมมือทางวิชาการและเทคโนโลยีร่วมกับ FLOSFIA Inc. บริษัทสตาร์ทอัปผู้พัฒนาเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำชั้นนำ ซึ่งแยกตัวมาจากมหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University) โดยการหารือได้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ในยุคถัดไป (Next-Generation Semiconductor) ที่ใช้วัสดุ แกลเลียมออกไซด์ ซึ่งจัดเป็นวัสดุกลุ่มที่มีจุดเด่นด้านการทนแรงดันไฟฟ้าสูง สูญเสียพลังงานต่ำ และประหยัดพลังงานได้มากกว่าซิลิกอน (Si) และซิลิกอนคาร์ไบด์ (SiC) ในอุปกรณ์แปลงพลังงานไฟฟ้า โดยทางบริษัทได้นำเสนอนวัตกรรมกระบวนการเคลือบฟิล์มเฉพาะทาง Mist Technology ช่วยลดต้นทุนการผลิตและประหยัดพลังงานในกระบวนการผลิตได้อย่างมหาศาล พร้อมทั้งประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุปกรณ์ Diode และ MOSFET ทั้งชนิด P-type และ N-type บนเวเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว ซึ่งมุ่งเป้าการประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV/HEV), ศูนย์ข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ AI (AI Data Centers) ตลอดจนระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Siam Silica” เพื่อสร้างบทบาทและความพร้อมของประเทศในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก โดย สวทช. มีศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) ที่มีความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ Cleanroom รวมถึงบุคลากรวิจัยที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบและผลิตไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเซนเซอร์ MEMS มาอย่างยาวนาน การหารือร่วมกันครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายขีดความสามารถการวิจัยและพัฒนาของไทยไปสู่วัสดุและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์กำลังยุคใหม่ โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนารมณ์ในการสานต่อความสัมพันธ์และประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ร่วมกันในอนาคต
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์


