ผลการค้นหา :
สวทช.เชิญชวนร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรีเรื่อง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Supercomputerด้วย Green Technology
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัด สัมมนาออนไลน์เรื่อง “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Supercomputer ด้วย Green Technology เพื่อพัฒนางานวิจัยไทยสู่ความยั่งยืน” ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2565 เวลา 10.30 – 11.30 น. ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022: NSTDA Annual Conference 2022) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 มีนาคม 2565
การเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ จะเข้าใจถึงเทคโนโลยี และกระบวนการเบื้องหลังในการสร้าง Supercomputer (Data Center) ของศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ National S&T Infrastructure ของ สวทช. โครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการพัฒนาด้าน วทน. ที่สำคัญของประเทศ พร้อมกับการได้เรียนรู้ งานเบื้องหลังเทคโนโลยีรักษาสิ่งแวดล้อม (Green Technology) ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินการสร้าง Supercomputer ของประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมรับฟังสัมมนาในหัวข้อดังกล่าวฯ สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ http://bit.ly/3qPAmBx ตั้งแต่บัดนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. โดย STKS และ มธ. โดย หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การจัดการสารสนเทศและองค์ความรู้
วันที่ 24 มีนาคม 2565 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การจัดการสารสนเทศและองค์ความรู้” เวลา 9.30-12.00 น. ผ่านออนไลน์ Zoom meeting เพื่อเป็นพันธมิตรในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีในการพัฒนาระบบสนับสนุนการดำเนินการทางวิชาการ การร่วมกันวางแผนและจัดบริการวิชาการสำหรับบุคลากร รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยอาศัยสื่อออนไลน์ที่เหมาะสม โดยมีการใช้งานอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการร่วมกันพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ของไทยอย่างยั่งยืน
โดยมี ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์เอกรินทร์ ยลระบิล ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมลงนามในครั้งนี้
ซึ่งมีวัตถุประสงค์ความร่วมมือ คือ
เพื่อพัฒนาให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์หรือองค์ความรู้ หรือเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานบุคลากร
เพื่อร่วมกันวางแผนและจัดบริการวิชาการสำหรับบุคลากร รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยอาศัย สื่อออนไลน์ และสื่ออื่นที่อาจมีขึ้นในอนาคตอย่างเหมาะสม สร้างสรรค์และรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการปฏิบัติงานและพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ของไทยอย่างยั่งยืน
เพื่อร่วมกันบริการสารสนเทศสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.)
ข่าวประชาสัมพันธ์
เปิดรับสมัครแล้ว “PADTHAI Batch #9”
เมืองนวัตกรรมอาหาร (FoodInnopolis) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย FI Accelerator ร่วมกับเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา และหอการค้าจังหวัดจันทบุรี
เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs ด้านนวัตกรรมอาหารที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศภายใต้แนวคิด “From Local to Global” เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ PADTHAI #9 หลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 5 คืน จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารโดยตรง
>>ท่านจะได้รับ
∙ การอบรมเชิงปฏิบัติการจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในแต่ละหัวข้อ กว่า 10 ท่าน!!
∙ โอกาสเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทุน ตลาด และการนำเสนอแผนธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ
∙ การสนับสนุนทางธุรกิจและบริการ One-Stop Service จาก FoodInnopolis และเครือข่าย
∙ เข้าเป็นผู้ประกอบการในเครือข่ายของ FoodInnopolis และโอกาสในการเข้าโครงการอื่น ๆ ของ FI Accelerator
>>สมัครเลย หากท่านมีคุณสมบัติดังนี้
∙ ผู้ประกอบการหรือทายาทธุรกิจ SMEs ในแวดวงอาหาร ที่ต้องการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
∙ บุคลากรของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมอาหารขององค์กร
∙ มีความมุ่งมั่น พร้อมที่จะพัฒนาธุรกิจในแนวคิด Transform Food SMEs From Local to Global !!!
>>กำหนดการโครงการ
∙ เปิดรับสมัครเข้าร่วมโครงการออนไลน์ : วันนี้ - 22 เม.ย. 65
∙ สัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการและประกาศผล : 25 มี.ค. -24 เม.ย. 65
∙ อบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรเข้มข้น 5 วัน 5 คืน โรงแรม แซนด์ดูนส์ เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท จ.จันทบุรี : 9 - 13 พ.ค. 65
>>ค่าลงทะเบียนฝึกอบรม*
∙ 1 ท่าน 15,000 บาท
∙ 2 ท่าน 20,000 บาท
∙ มากกว่า 2 ท่าน ติดต่อผู้ดูแลโครงการ
* รวมค่าที่พัก 1 ห้อง ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายตลอดการฝึกอบรม
* ไม่รวมค่าเดินทาง
หลักสูตรที่ Food SMEs ต้องเรียน
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการตามลิงค์ด้านล่าง
—> https://forms.gle/BuMBqzqzMhQxw3P3A
หรือ Facebook Page: Padthai by FoodInnopolis
ติดต่อผู้ดูแลโครงการ
091-7135433 (กรองจิตร สมใส)
ปฏิทินกิจกรรม
ENcase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีไฟฟ้าเคมี พร้อมโชว์ในงาน NAC2022
นักวิจัยไทยคิดค้นเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี ในชื่อ #ENcase ที่ใช้เพียงส่วนผสมระหว่าง เกลือกับน้ำบริสุทธิ์ เพื่อทำเป็นสารละลายเกลือแกง ก่อนใช้กระบวนการทางไฟฟ้าทำปฏิกิริยาเคมี จนได้น้ำยาออกมา 2 ชนิดพร้อมกัน คือกรดและด่าง โดยในส่วนที่เป็นกรดมีองค์ประกอบของไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วพบว่า มีประสิทธิภาพเพียงพอในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ทีมนักวิจัยจึงตั้งชื่อน้ำยาในส่วนที่เป็นกรดไฮโปคลอรัสว่า #ENERclean
ผลงานดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการพัฒนาเครื่อง Encase สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันได้นำร่องส่งมอบและติดตั้งเครื่องต้นแบบให้กับโรงพยาบาล 10 แห่ง ใน 4 จังหวัด ทำใหโรงพยาบาลสามารถผลิตน้ำยา ENERclean ใช้ได้เองและนำไปใช้ฆ่าเชื้อในขยะมูลฝอยหรือขยะติดเชื้อของโรงพยาบาล
* * * * * ติดตามตัวอย่างผลงานวิจัยได้ในงาน : การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022) ภายใต้แนวคิด "พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG" วันที่ 28-31 มีนาคม 2565 ออนไลน์เต็มรูปแบบ ที่ www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
อย่าหยุดเติมความรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมกับงาน ‘NAC2022’
For English-version news, please visit : Discover business potential of Bio-Circular-Green Economy at NAC2022
หากคุณกำลังสร้างนวัตกรรมในองค์กร หากคุณต้องการต่อยอดธุรกิจให้เติบโต หรือหากคุณต้องการหาความรู้เพื่อพัฒนางานในวิชาชีพของตนเอง คุณไม่ควรพลาด งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 หรือ ‘NAC2022’
งานแนค (NAC2022) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ปีนี้ด้วยสถานการณ์โควิด-19 จึงจัดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ช่องทาง www.nstda.or.th/nac ระหว่างวันที่ 28-31 มีนาคม 2565 เพื่อคนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา ผู้ประกอบการ รวมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนา เพื่อนำเอาองค์ความรู้มาสื่อสาร แลกเปลี่ยนและพัฒนานวัตกรรมที่ดีที่สุด
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ‘NAC2022’ ถือเป็นอีกหนึ่งเวที ที่จัดขึ้นมาให้เกิดการแลกเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์ ทั้งฝั่ง Demand ฝั่ง Supply และฝั่งที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์และพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการจัดประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ทุกๆ ปี เป้าหมายนอกจากเผยแพร่ความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันแล้ว เป้าหมายหลักยังเป็นการช่วยกันพัฒนาประเทศผ่านการทำงานร่วมกันบนกลไก ‘จตุภาคี’ ตามแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งหมายถึงการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และภาควิชาการ
ไฮไลต์สำคัญของงาน NAC2022 มีการสัมมนาออนไลน์ 45 หัวข้อ 4 วันเต็มของการจัดงาน เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนและเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิต และนำข้อคิดเห็น นำโจทย์วิจัยที่ท้าทายกลับเข้ามายังหน่วยวิจัย เพื่อคิดค้นนวัตกรรมนั้นๆ ออกไปยังภาคการผลิตและภาคประชาสังคมเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์และแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นระยะยาวของสังคมไทย
ตัวอย่างนวัตกรรม 102 ผลงาน ให้ชมในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ ซึ่งปีนี้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมนำมาแสดงภายใต้แนวคิด พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ 1. เกษตรและอาหาร 2.สุขภาพและการแพทย์ 3.พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และ 4.การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น
สาขาเกษตรและอาหาร
ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ
นักวิจัยเอ็มเทค สวทช. ลดปริมาณโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติให้มีปริมาณโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้น้อยเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ISO 11193-1:2008, EN 455 และ ASTM D3578-05 ช่วยยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติให้สามารถแข่งขันได้กับผลิตภัณฑ์ถุงมือยางสังเคราะห์ และรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตยางและผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติของประเทศไทย
“Plant-based egg” ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวจากโปรตีนพืช
ทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางอาหาร ไบโอเทค และบริษัท ดรอปแอนด์พิค กรุ๊ป จำกัด ได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่เหลวพาสเจอร์ไรซ์จากโปรตีนพืชครั้งแรกของไทย โดยพัฒนาสูตรโปรตีนจากพืชเป็นไข่เหลวจากพืชพาสเจอร์ไรซ์ ที่มีคุณสมบัติในการขึ้นรูปในระหว่างการทอดในน้ำมันได้ และเนื้อสัมผัส ใกล้เคียงกับไข่ไก่ นำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มกินวีแกน(Vegan) และกลุ่มที่แพ้ไข่ไก่
นวัตกรรม มะนีมะนาว น้ำมะนาวคั้นสด 100% แช่แข็ง (ManeeManao)
“น้ำมะนาวแช่แข็ง” นักวิจัยนาโนเทค สวทช. ได้เปลี่ยนสภาวะการแช่เยือกแข็งที่เหมาะสม โดยขั้นตอนการผลิตเดิมไม่ถูกเปลี่ยน ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการลดการทำงานของเอนไซม์ ผลการทดสอบด้วยกระบวนการที่ปรับปรุงนั้นคือ กลิ่น สี และรสของน้ำมะนาวแช่แข็งที่นำมาทำละลายเทียบเคียงน้ำมะนาวสด ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น สี รส ภายใน 2-3 วัน แต่น้ำมะนาวแช่แข็งสามารถเก็บได้นานกว่า 2 ปี ที่สำคัญหากนำน้ำมะนาวแช่แข็งด้วยกระบวนการที่ปรับปรุงนี้ไปทำละลายแล้ว สามารถเก็บในรูปของเหลวได้นาน 2-3 เดือน โดยที่กลิ่น สี และรสเทียบเคียงมะนาวสด
การผลิตและเพิ่มมูลค่าพันธุ์ฟักทองไข่เน่าอัตลักษณ์ท้องถิ่น กลุ่มนาน้อย จ.น่าน
ตัวอย่างความสำเร็จการพัฒนาชุมชนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG : โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการคัดเลือกสายพันธุ์ฟักทอง การคัดเลือกสายพันธุ์ฟักทองไข่เน่า เพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่น สู่การรับรองเป็นพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นของ จ.น่าน ทำให้ได้สายพันธุ์ฟักทองไข่เน่าที่มีสีเขียวปนเหลือง มีความสม่ำเสมอของรูปทรงผล มีรสชาติหวาน มัน อร่อยและเนื้อเหนียวหนึบ นอกจากนี้ยังส่งผลผลิตสดจำหน่ายซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ฟักทองผง ข้าวเกรียบฟักทอง ส่วนเมล็ดฟักทองนำมาสกัดเป็น “น้ำมันเมล็ดฟักทอง” ชิ้นส่วนที่เหลืออื่นๆ นำไปหมักด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์และโค ทำให้เป็นชุมชนที่มีระบบการผลิตทางการเกษตรให้ปลอดวัสดุเหลือใช้ (Zero waste agriculture) อย่างแท้จริง
Handy Sense + Farm to School
นักวิจัยเนคเทค สวทช. คิดค้นระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ (HandySense) ประกอบด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของพืช ด้วยการนำเทคโนโลยีเซนเซอร์ (sensor) ผนวกอุปกรณ์ไอโอที (Internet of Things) มาพร้อมกับความโดดเด่นคือ อุปกรณ์ใช้งานง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ในราคาที่เกษตรกรเข้าถึงได้ โดย HandySense จะตรวจวัดค่าสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชผลแบบเรียลไทม์ผ่านเซนเซอร์ (sensor) ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้นในดิน ความชื้นสัมพัทธ์ แสง และส่งต่อข้อมูลจากเซนเซอร์ผ่านระบบคลาวด์แล้วนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่เหมาะสมของการเพาะปลูกพืช (Crop Requirement) เพื่อแจ้งเตือนและสั่งการระบบต่างๆ ให้ทำงานต่อไป
มีการติดตั้งใช้งานไปแล้วมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และประกาศเป็นเทคโนโลยีแบบเปิด (Open Innovation) เพื่อให้ผู้สนใจนำไปใช้กับแปลงเกษตรและเชิงพาณิชย์ได้แล้ว และขยายผลสู่ Farm to School ทดสอบการใช้งานในพื้นที่นำร่องของโครงการใน 3 ตำบล 3 อำเภอของจังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย 8 กลุ่มวิสาหกิจและเครือข่ายเกษตรกรและ 5 โรงเรียนใน ต.จอมพระ อ.จอมพระ, ต. อู่โลก อ.ลำดวน และ ต.ตานี อ.ปราสาท
ชุดตรวจแบบรวดเร็วในรูปแบบ strip test สำหรับตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง
สวทช. ได้พัฒนาเทคนิคการตรวจกรองไวรัสใบด่างในต้นพันธุ์มันสำปะหลัง โดยได้พัฒนาน้ำยาแอนติบอดีสำหรับตรวจไวรัสใบด่างมันสำปะหลังสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยโดยใช้เทคนิคอิไลซ่า (ELISA) พบว่า น้ำยาแอนติบอดีที่พัฒนาขึ้นมีความไว (sensitivity) ในการตรวจมากกว่าน้ำยาที่มีการขายในเชิงการค้า และมีราคาต่อตัวอย่างถูกกว่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การตรวจด้วยเทคนิคอิไลซ่าจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างนำมาตรวจสอบภายในห้องปฏิบัติการและต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องอ่านผล ใช้เวลาในการตรวจสอบจนทราบผลประมาณ 1-2 วัน
ทีมนักวิจัย จึงได้พัฒนาชุดตรวจแบบรวดเร็วในรูปแบบ strip test สามารถพกพาไปใช้ในภาคสนาม โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างส่งมาตรวจยังห้องปฏิบัติการ ทราบผลได้ภายใน 15 นาที และตรวจสอบได้เองโดยไม่ต้องอาศัยผู้ชำนาญการและเครื่องมือวัดอ่านผล ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในประเทศไทย รวมถึงการตรวจหาเชื้อในขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ปลอดเชื้อต่อไป
สาขาสุขภาพและการแพทย์
เทคโนโลยี Pseudotype virus (ไวรัสตัวแทน) สำหรับประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19
สวทช. ผลงานพัฒนาสำเร็จและได้ใช้งานจริงเพื่อประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนกับโครงการวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย เช่น Chula-Cov-19, วัคซีนของบริษัทใบยาไฟโตฟาร์ม และ วัคซีนขององค์การเภสัชกรรม นวัตกรรมนี้ยังได้ถูกใช้ประโยชน์เพื่อประเมินประสิทธิภาพวัคซีนสูตรต่างๆ ที่ใช้ในประเทศไทยต่อการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เช่น สายพันธุ์โอมิครอน BA.1 และ BA.2 นอกจากนี้เทคโนโลยี Pseudotyped virus ยังสามารถต่อยอดนำไปเป็นวิธีทดสอบหายาต้านไวรัสตัวใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอนติบอดีรักษาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเข้าสู่เซลล์ของไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ โดยทีมวิจัยของ สวทช เป็นผู้ดำเนินการทดสอบ และมีแผนร่วมมือกับหลายหน่วยงานเกี่ยวกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในอนาคต
นวัตกรรม “ENcase” เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมี
นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. คิดค้นเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี ในชื่อ ENcase ที่ใช้เพียงส่วนผสมระหว่าง เกลือกับน้ำบริสุทธิ์ เพื่อทำเป็นสารละลายเกลือแกง ก่อนใช้กระบวนการทางไฟฟ้าทำปฏิกิริยาเคมี จนได้น้ำยาออกมา 2 ชนิดพร้อมกัน คือกรดและด่าง โดยในส่วนที่เป็นกรดมีองค์ประกอบของไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งผ่านการทดสอบแล้วพบว่า มีประสิทธิภาพเพียงพอในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ทีมนักวิจัยจึงตั้งชื่อน้ำยาในส่วนที่เป็นกรดไฮโปคลอรัสว่า ENERclean ผลงานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการพัฒนาเครื่อง Encase สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันได้นำร่องส่งมอบและติดตั้งเครื่องต้นแบบให้กับโรงพยาบาล 10 แห่ง ใน 4 จังหวัด ทำให้โรงพยาบาลสามารถผลิตน้ำยา ENERclean ใช้ได้เองและนำไปใช้ฆ่าเชื้อขยะมูลฝอยหรือขยะติดเชื้อของโรงพยาบาลเพื่อลดต้นทุนและปลอดภัยกับผู้ใช้งาน
สาขา พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ
แบบจำลองสามมิติค่าการหมุนเวียน เพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง (3D Circularity model)
เครื่องมือสำหรับประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและตัวเลขการหมุนเวียนของวัสดุ (Material Circularity Indicator: MCI) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของวัสดุก่อสร้าง สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ สำหรับนักออกแบบผลิตภัณฑ์และผู้ซื้อในการพิจารณาเพื่อเลือกวัสดุที่ใช้จะต้องมาจากส่วนประกอบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยไม่สูญเสียการรีไซเคิล
ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโละและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ในฐานะประธานการจัดงาน NAC2022 กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ Open House หรือการเปิดบ้านให้ผู้ประกอบการ และ นักลงทุน ได้เยี่ยมชมแบบออนไลน์ จากการนําเสนอเทคโนโลยีจากความชำนาญของห้องปฏิบัติการชั้นนำ 45 ห้องปฏิบัติการจำนวนรวม 60 เรื่อง ซึ่งความพิเศษของการจัดในรูปแบบออนไลน์ คือ สวทช. เปิดบ้านให้เห็นห้องปฏิบัติการวิจัยผ่านวีดีโอแบบใกล้ชิด และหากมีคำถามก็สามารถแชทข้อความสอบถามได้ทันที ดังนั้น “งาน ‘NAC2022’ เป็นโอกาสอีกครั้งท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 เมื่อคุณเข้าร่วมงาน คุณจะเห็นว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน”
ดร.ณรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “อย่าหยุดเติมความรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรม” เพราะหากเมื่อไหร่ที่เราหยุดเติมความรู้ องค์ความรู้เราก็จะถดถอย และจะสร้างนวัตกรรมไม่ได้ ความสามารถในการแข่งขันก็จะถดถอยไปด้วย ดังนั้นงาน NAC2022 จะเป็นอีกแพลตฟอร์มออนไลน์สำคัญ ที่เราจะเติมความรู้ นำความรู้เหล่านั้นไปสร้างนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง
28-31 มีนาคมนี้ ชวนกันมาเติมความรู้ เพื่อสร้างสรรค์คนวัตกรรมไปด้วยกัน บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบที่ www.nstda.or.th/nac กับงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
สวทช. เชิญชวนรับฟังสัมมนาเรื่อง “ชุดระบบส่งกำลัง – หัวใจสำคัญของการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย”
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดสัมมนาออนไลน์เรื่อง “ชุดระบบส่งกำลัง – หัวใจสำคัญของการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย” ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2565 เวลา 09.00 – 11.30 น. ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022: NSTDA Annual Conference 2022) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 มีนาคม 2565
ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้ทราบถึงความรู้พื้นฐานในการออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า ในกลุ่มของชุดระบบส่งกำลัง (Powertrain System) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้เข้าใจถึงความรู้พื้นฐานทางเทคโนโลยีการออกแบบและผลิต นำไปต่อยอดสู่การออกแบบและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเอง ภายใต้โอกาสที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า การออกแบบและพัฒนาชุดระบบส่งกำลังสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการให้ความรู้ในด้านการทดสอบ ทั้งทดสอบเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความปลอดภัย และทดสอบเพื่อรับรองสำหรับจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจร่วมรับฟังสัมมนาในหัวข้อดังกล่าวฯ สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3wrSGUz ตั้งแต่บัดนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. เชิญชวนรับฟังเสวนาเรื่อง “ปูนากับวิถีชีวิต ความมั่นคงทางอาหาร-เศรษฐกิจชุมชน” ลงทะเบียนฟรีไม่มีค่าจ่าย!!
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “ปูนา กับวิถีชีวิต-ความมั่นคงทางอาหาร-เศรษฐกิจ” ในวันที่ 29 มีนาคม 2565 เวลา 13.00 – 16.00 น. ภายใต้งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022: NSTDA Annual Conference 2022) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 31 มีนาคม 2565
ผู้เข้าร่วมเสวนาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการเลี้ยงปูนาด้วยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ โดยใช้กลไกการสนับสนุนให้ชุมชนนำความรู้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น มาประยุกต์ใช้ร่วมกับองค์ความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับชนิดพันธุ์ วงจรชีวิต สูตรอาหารธรรมชาติ การจัดการระบบนิเวศและสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทาง BCG ให้ชุมชนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพของชุมชน (Bioeconomy) สนับสนุนให้เกิดการส่งต่อภูมิปัญญาและองค์ความรู้จากผู้เฒ่าผู้แก่ไปสู่คนรุ่นใหม่
ทั้งนี้เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจร่วมรับฟังการเสวนาในหัวข้อดังกล่าวฯ สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3HEZSPo ตั้งแต่บัดนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ปฏิทินกิจกรรม
สวทช. – พันธมิตร เยี่ยมชมผลสำเร็จ ผลงานการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนโรงเรียน ตชด. บ้านหม่องกั๊วะ
(19 มีนาคม 2565) ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา (บ้านหม่องกั๊วะ) อ.อุ้มผาง จ.ตาก : นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานเปิดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้านการพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตลาดดิจิทัล ภายใต้ โครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบประจำปี 2564 โดยมี พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ศรีชัยชนะ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 34 ให้การต้อนรับและทำหน้าที่แทน พล.ต.ต. สมกูล กาญจนอุดมการ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3
นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวฯ เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก สวทช. ร่วมกับ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เปิดการอบรมหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพครูและนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตลาดดิจิทัล ประจำปี 2564 โดยมีหน่วยงานพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนโครงการฯ ประกอบด้วย กองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยร่วมเป็นคณะทำงาน ให้คำปรึกษาและติดตามผลการดำเนินงานร่วมกันทั้งในรูปแบบออนไลน์และการลงพื้นที่นิเทศติดตาม และเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษาตลอดกิจกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนและช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
สำหรับการเปิดกิจกรรมครั้งนี้มีการรายงานผลการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะดิจิทัล : เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้และส่งเสริมทักษะอาชีพด้านการตลาดดิจิทัลโดย ครูใหญ่สมดุลย์ โพอ้น นายดาบตำรวจชำนาญการพิเศษ ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา (บ้านหม่องกั๊วะ จ.ตาก) การบรรยายสรุปผลการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล : กิจกรรมพัฒนาการศึกษา โดยรศ. ดร.สุรพล บุญลือ ที่ปรึกษาโครงการ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี การบรรยายสรุปผลการพัฒนาผู้เรียนการพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตลาดดิจิทัล โดย ผศ. บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ที่ปรึกษาโครงการ ประธานหลักสูตรมีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
นอกจากนี้มีการเปิดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานของครู ผู้เรียน และชาวบ้านในชุมชนบ้านหม่องกั๊วะ ประกอบด้วย การแปรรูปผลิตภัณฑ์ (ไผ่) กลุ่มแปรรูปอาหาร (พริก,กาแฟ) กลุ่มผ้าทอ นิทรรศการผลิตไฟฟ้าส่องสว่างด้วย LED แบบพึ่งพาตนเอง และการแสดงผลงานนักเรียนด้านการพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากทางโรงเรียน รวมทั้งมีการเปิดตัวเว็บไซต์ช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์บ้านหม่องกั๊วะ
อย่างไรก็ดี โครงการไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีความห่วงใยต่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในด้านการศึกษา ซึ่งมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ฯ ร่วมกับ สวทช. ได้ดำเนินโครงการนำร่องการบริหารระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และไอซีทีเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายขอบ ค้นหาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบ
โดยจุดเริ่มต้นโครงการฯ มาจากพระราชกระแส ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนในพื้นที่ชายขอบยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งเมื่อเขามีไฟฟ้าใช้จะทำให้มีโอกาสด้านการเรียนมากขึ้น เด็กก็จะมีคอมพิวเตอร์ใช้ มีแท็บเลตใช้ และโรงเรียนก็มีช่องทางสื่อสารกับเรามากขึ้น การสื่อสารที่ดีทำให้สามารถเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งด้านความรู้ ด้านการแพทย์ การอาชีพและอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการคือ 1. เพื่อการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพครู ตชด. ด้านการประยุกต์ใช้ไอซีที 2. เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านการตลาดดิจิทัล (มีพื้นที่นำร่อง 1 แห่ง) 3.เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการการพบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และ 4. เพื่อส่งเสริมศักยภาพชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเรื่อง “การผลิตไฟฟ้าส่องสว่างด้วย LED แบบพึ่งพาตนเอง” มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 23 แห่ง คือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 14 แห่ง ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง จำนวน 8 แห่ง และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 แห่ง โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบโทรมาตร และบริษัทแอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนด้านระบบโทรคมนาคมเพื่อการสื่อสาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
“ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ” เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ลดแพ้โปรตีน
ทีมนักวิจัยเอ็มเทค สวทช. พัฒนา #ถุงมือยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ มีปริมาณโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้น้อย เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ISO 11193-1:2008, EN 455 และ ASTM D3578-05 ช่วยลดปริมาณโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติ ช่วยยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ถุงมือยางธรรมชาติให้สามารถแข่งขันได้กับผลิตภัณฑ์ถุงมือยางสังเคราะห์ และรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตยางและผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติของประเทศไทย
* * * * * ติดตามตัวอย่างผลงานวิจัยได้ในงาน : การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022) ภายใต้แนวคิด "พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG" วันที่ 28-31 มีนาคม 2565 ออนไลน์เต็มรูปแบบ ที่ www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
สวทช. ร่วมกับ ธนาคารยูโอบี และหน่วยงานพันธมิตร ดึง HUBBA เสริมแกร่งโครงการ Smart Business Transformation ปี 2565
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดตัวพันธมิตรรายใหม่ HUBBA ผู้นำด้านแพลตฟอร์มนวัตกรรมและผู้ประกอบการรายแรกของประเทศไทยที่ได้ให้คำแนะนำสนับสนุนผู้ประกอบการมามากกว่า 2,000 ราย อาทิ Bitkub ยูนิคอร์น รายที่สองของประเทศไทย ผ่านงาน Virtual Press Conference ในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมเสริมแกร่งผู้ประกอบการผ่านโครงการ Smart Business Transformation ปี 2565 และเพื่อแบ่งปันเทรนด์รวมถึงข้อมูลเชิงลึกในเรื่องการปรับองค์กรและธุรกิจสู่ดิจิทัล
นางสาวสิรินันท์ จิรดิลก ผู้อำนวยการอาวุโส Digital Engagement and FinTech Innovation ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจซึ่งได้เน้นย้ำให้ธุรกิจตระหนักถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล จากผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เน้นไปที่การปรับตัวเป็นดิจิทัล การตลาดดิจิทัล และการส่งมอบประสบการณ์แก่ลูกค้าเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน นอกจากนี้ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมากกว่าหนึ่งในสองเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความคงทนยั่งยืนอันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของลูกหลานในอนาคต ไม่เพียงแต่การเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ความเป็นดิจิทัลมีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว สิ่งสำคัญที่ SMEs ต้องตระหนักคือการผสานความยั่งยืนเข้าไปในกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมประสิทธิภาพรากฐานทางธุรกิจ
นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. มีบริการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยการสรรหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้าให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ความเป็นดิจิทัล ผ่านโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ ITAP (Innovation and Technology Assistance Program)
โดยตลอดระยะเวลา 3 ปี ของความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เราประสบความสำเร็จในการสนับสนุน SMEs ไทยจำนวน 35 ราย ให้มีแนวคิดในการปรับปรุงพัฒนาธุรกิจด้วยนวัตกรรม และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และคาดว่าจะเกิดการลงทุนจากภาคเอกชนเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านบาท ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ITAP ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนไปแล้ว 5 ล้านบาท โดยเป็นการช่วยเหลือร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษา เพื่อช่วยเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลให้กับองค์กร
นอกจากนี้ยังมีอีกสองหน่วยงานพันธมิตรที่มีความร่วมมือกับโครงการ SBTP ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ สสว. และ depa โดย สสว. ในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบายในการสนับสนุน SMEs ของประเทศไทย ได้กำหนดนโยบายและแผนการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับทางเทคโนโลยีเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า “ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs ประมาณ 3.2 ล้านราย ส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนพวกเขาให้มีศักยภาพสูงขึ้นและสามารถแข่งขันในตลาดต่อไปได้ คือการได้ประชาสัมพันธ์ให้พวกเขาเข้าร่วมโครงการ SBTP ซึ่งเปรียบเสมือนช่องทางด่วนพิเศษในการพัฒนาทักษะดิจิทัล เร่งความสามารถในการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และเข้าถึงการให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล”
depa ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนด้านโซลูชันเทคโนโลยีแก่ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า “ระยะเวลาความร่วมมือกว่า 3 ปีของ depaกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัลของ SMEs รวมถึงการขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีชาวไทย เราเชื่อว่า SMEs ที่เข้าร่วมจะไม่เพียงสามารถปรับตัวเข้ากับโซลูชันที่เป็นดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน SBTP เท่านั้น แต่โครงการยังเปิดกว้างสำหรับโอกาสในการจับคู่ทางธุรกิจระหว่าง SMEs และผู้ให้บริการโซลูชัน การสร้างเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ความเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลได้”
นายชาล เจริญพันธ์ CEO & Co-Founder HUBBA กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2555 HUBBA ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น ผ่านเครือข่ายและการบ่มเพาะทางธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตอบโจทย์ของตลาดและประสบความสำเร็จออกสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่อง และจากการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและพบว่านี่คือโอกาสของ SMEs ที่จะปรับเปลี่ยนโมเดลทางธุรกิจและกลยุทธ์ในการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ยิ่งธุรกิจสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกได้มากขึ้นเท่าไร ความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาดก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นอกจากการปรับตัวสู่ดิจิทัลแล้ว SMEs ยังต้องการคำแนะนำในด้านการบริหารองค์กรและทรัพยากรบุคคลด้วยจากการเห็นเจ้าของธุรกิจจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาด้านนี้ จึงรวบรวมเอาหลักสูตรการฝึกอบรมในด้านการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมองค์กรเข้ามา เนื่องจากเรื่องนี้มีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อทัศนคติและแรงจูงใจของพนักงาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า
โครงการ SBTP เริ่มต้นในปี 2562 เพื่อสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งได้รับความสนใจจาก SMEs ในประเทศไทยมากกว่า 4,000 ราย ในการเข้าร่วมโครงการ SMEs จะสามารถระบุปัญหาในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงได้รับคำแนะนำการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ความรู้และแนวทางการทำงานในการปรับตัว เกิดความเชื่อมั่นในการใช้นวัตกรรมใหม่ พร้อมได้ทดลองใช้ดิจิทัลโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปทดลองแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในปีนี้ โครงการ SBTP เปิดรับเจ้าของธุรกิจ SMEs หรือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ที่พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่ในการทำธุรกิจมีความกระตือรือร้นในการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและความพร้อมในการลงทุนด้านเครื่องมือดิจิทัล และสามารถให้เวลากับโครงการได้อย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาสามเดือนของโครงการ ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความสนใจ ไม่จำกัดสาขาธุรกิจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ SBTP ได้ที่ www.facebook.com/uob.th หรือ https://thefinlab.com/th/thailand จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565
//////////////////////////////////////////
ข่าวประชาสัมพันธ์
รู้ทันป้องกันโรคใบด่างมันสำปะหลัง ง่าย ๆ ด้วยชุดตรวจ strip test
นักวิจัยไบโอเทค สวทช. พัฒนาเทคนิคการตรวจกรองไวรัสใบด่างในต้นพันธุ์มันสำปะหลัง โดยได้พัฒนาน้ำยาแอนติบอดีสำหรับตรวจไวรัสใบด่างมันสำปะหลังสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยโดยใช้เทคนิคอิไลซ่า (ELISA) พบว่า น้ำยาแอนติบอดีที่พัฒนาขึ้นมีความไว (sensitivity) ในการตรวจมากกว่าน้ำยาที่มีการขายในเชิงการค้า และมีราคาต่อตัวอย่างถูกกว่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การตรวจด้วยเทคนิคอิไลซ่าจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างนำมาตรวจสอบภายในห้องปฏิบัติการและต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องอ่านผล ใช้เวลาในการตรวจสอบจนทราบผลประมาณ 1-2 วัน ทางทีมนักวิจัยจึงได้พัฒนาชุดตรวจแบบรวดเร็วในรูปแบบ strip test สามารถพกพาไปใช้ในภาคสนาม โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างส่งมาตรวจยังห้องปฏิบัติการ ทราบผลได้ภายใน 15 นาที และตรวจสอบได้เองโดยไม่ต้องอาศัยผู้ชำนาญการและเครื่องมือวัดอ่านผล ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในประเทศไทย รวมถึงการตรวจหาเชื้อในขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ปลอดเชื้อต่อไป
* * * * * ติดตามตัวอย่างผลงานวิจัยได้ในงาน : การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022) ภายใต้แนวคิด "พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG" วันที่ 28-31 มีนาคม 2565 ออนไลน์เต็มรูปแบบ ที่ www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์
อะไรอยู่ที่ไหน? หาได้ง่าย ๆ ด้วยเทคโนโลยี Plug UNAI
นักวิจัยเนคเทค สวทช. พัฒนา #PlugUNAI แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อติดตามตำแหน่งและวัดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ภายในอาคาร จุดเด่น คือ การใช้เทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำ สามารถติดตามตำแหน่งของอุปกรณ์พร้อมเก็บข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้า
ปัจจุบัน Plug UNAI ถูกพัฒนาและนำไปใช้งานจริงที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นอุปกรณ์ต้นแบบเพื่อติดตามตำแหน่งเครื่องมือแพทย์ด้วยแพลตฟอร์ม “อยู่ไหน (UNAI)” และบันทึกการใช้พลังงานไฟฟ้าในโรงพยาบาลเพื่อทำระบบ Utilization Management ของงานเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการบริหารจัดการเครื่องมือแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
* * * * * ติดตามตัวอย่างผลงานวิจัยได้ในงาน : การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. ครั้งที่ 17 (NAC2022) ภายใต้แนวคิด "พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG" วันที่ 28-31 มีนาคม 2565 ออนไลน์เต็มรูปแบบ ที่ www.nstda.or.th/nac
คลิปสั้นทันเหตุการณ์


