หน้าแรก ค้นหา
ผลการค้นหา :
เด็กคืออนาคตสำคัญของชาติ ชวนเด็กเล่นอย่างไรให้เรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์
ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปี พ.ศ.2567 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สวทช. ดำเนินงานตอบสนองนโยบายของ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเรียนดี มีความสุข มีรายได้ เนื่องจาก ศาสตราจารย์ ดร. ชูกิจและคณะผู้บริหาร สวทช. เข้าร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ Global Young Scientists Summit 2024 ณ สิงคโปร์ จึงได้ใช้โอกาสนี้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้นักวิชาการสิงคโปร์และเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติและทดลองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชื่อโครงการว่า “KidsSTOP” ซึ่งเป็นสถานที่เรียนรู้เล่นและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นชื่นชอบอย่างมากของเด็กๆ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า KidsSTOP ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนิทรรศการและนักการศึกษาที่เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างน่าสนใจ เด็กๆ ได้เข้าไปทำกิจกรรมเรียนรู้ในฐานต่างๆ เช่น ฐานผู้ปีนผู้พิชิตความฝันอันยิ่งใหญ่ ( The Big Dream Climber) เด็กๆ สามารถปีนและสำรวจได้อย่างปลอดภัยเพื่อพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย ฐานการบินและอวกาศ (Flight and Space) เด็กๆ สนุกกับเรียนรู้เกี่ยวกับการบินและอวกาศผ่านกิจกรรมและการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ฐานมาสร้างบ้านและสิ่งแวดล้อมกันเถอะ (Built Environment) เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ สร้างและออกแบบบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างด้วยตัวเอง ซุปเปอร์มาร์เก็ตจำลอง (Supermarket) ที่เด็กๆ เรียนรู้เกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยและเศรษฐกิจ ซึ่งบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรสามารถนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ในการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ในการเล่นและเรียนรู้สำหรับเด็กไทยในอนาคตได้ นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ สวทช. กล่าวว่า นักวิจัยศูนย์วิจัยแห่งชาติและนักวิชาการ สวทช. พัฒนานวัตกรรมสื่อการศึกษาและหลักสูตรสะเต็มศึกษาที่เชื่อมโยงกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG เช่น บอร์ดสมองกลฝังตัว KidBright เลนส์มิวอาย ตุ๊กตาวัดไฟ กล่องปลูกพืชไมโครกรีน และชุดการทดลองต่างๆ เพื่อให้เด็กได้สนุกกับการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา การมาเยี่ยมชมและได้พูดคุยกับนักวิชาการด้านการศึกษาสร้างแรงบันดาลใจให้นำไปพัฒนาต่อยอดในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสื่อที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละช่วงวัย และในปี 2567 นี้ สวทช. เปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรมากขึ้น โดยจะมีการเปิดตัวกิจกรรมค่าย Next STEP รูปแบบต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าที่บ้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น เช่น กิจกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ของไทย กิจกรรมส่งเสริมการทำโครงงานวิทยาศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์ ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจะเน้นให้เด็กได้พัฒนาความรู้ ความเข้าใจและทักษะสำคัญ และมีความสุขกับการเรียนรู้
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เริ่มแล้ว ! กระทรวง อว. เปิดงานถนนสายวิทยาศาสตร์รับวันเด็กแห่งชาติ 2567 ร่วมสนุกแบบจัดเต็มกับกิจกรรมเด็กช่างคิด วิทย์สร้างฝัน พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
12 ม.ค. 2567 ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถ.โยธี กรุงเทพฯ: น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567” โดยมีนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. พร้อมผู้บริหาร อว. ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และน้อง ๆ นักเรียนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีบูธกิจกรรมต่างๆ จาก 23 หน่วยงานใน อว. ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมาจัดแสดงพร้อมให้น้อง ๆ ได้มาร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัลมากมายบริเวณพื้นที่โดยรอบกระทรวง อว. โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมพิธีเปิดและให้กำลังใจน้อง ๆ ที่มาร่วมสนุกในบูธ สวทช. กับกิจกรรม KidBright Formula Kids บังคับรถผ่านเขาวงกตและแข่งขันเตะฟุตบอลด้วยรถ Formula, หุ่นยนต์อัจฉริยะ “WALKIE” และการทดลองพิมพ์ชิ้นงานจาก 3D Printing ด้วยตนเอง โดยงานถนนสายวิทยาศาสตร์ที่จัดขึ้นที่กระทรวง อว. จะมีไปจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2567 และยังมีการจัดกิจกรรมให้น้อง ๆ ได้มาร่วมสนุกกันที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 12-14 มกราคม 2567 โดย สวทช. ได้นำกิจกรรมเรียนรู้ประโยชน์ของการนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ใหม่ และประดิษฐ์เป็นพวงกุญแจสุดน่ารักติดมือกลับบ้านด้วย นอกจากนี้ ในวันที่ 13 มกราคม 2567 ยังมีกิจกรรมที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลองห้า จ.ปทุมธานี ขณะที่ในต่างจังหวัดมีการจัดงานวันเด็กในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. อีกกว่า 51 แห่ง ใน 49 จังหวัด เพื่อมอบความสุขให้กับเด็ก ๆ ทั่วทุกภูมิภาค
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมการใช้ชุดตรวจโรคกุ้งด้วยเทคนิคแลมป์แบบเรียลไทม์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยไบโอเทค และโปรแกรม ITAP ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SME ไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่จดทะเบียนนิติบุคคล เข้าร่วมโครงการ “การให้คำปรึกษาการตรวจโรคกุ้งด้วยเทคนิคแลมป์แบบเรียลไทม์” เพื่อช่วยยกระดับการเลี้ยงกุ้งไทยสู่การจัดการปัญหาโรคกุ้งในฟาร์มได้อย่างทันท่วงที ซึ่งผู้ประกอบการจะสามารถใช้ชุดตรวจโรคกุ้งได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับได้รับคำปรึกษาจากทีมวิจัยตลอดโครงการ โดย “ชุดตรวจโรคกุ้งด้วยเทคนิคแลมป์แบบเรียลไทม์” เป็นเทคโนโลยีตรวจโรคกุ้งที่ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว มีความจำเพาะสูง และสามารถตรวจได้ด้วยตนเอง ทราบผลภายใน 60 นาที สามารถตรวจโรคกุ้งได้ 4 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตัวแดงดวงขาว (WSSV) โรคตายด่วน (EMS) โรคขี้ขาว (EHP) และโรคแคระเกร็น (IHHNV) ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่าวิธี PCR ผู้ประกอบการที่สนใจกรอกแบบสำรวจได้ที่ https://forms.gle/9dCDz6PuZWZwtUry7 สอบถามเพิ่มเติมที่โปรแกรม ITAP โทร. 086 781 1711 (เปรมฤดี)
ปฏิทินกิจกรรม
 
งานสัมมนา ONSITE หัวข้อ: Top 10 Technology & Cyber Security Trends and Updates 2024 (ฟรี)
เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สวทช.  ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วม Update ความรู้และทักษะใหม่ๆ กับงานฟรีสัมมนาในรูปแบบ ONSITE  หัวข้อ: Top 10 Technology & Cyber Security Trends and Updates 2024 🔵วิเคราะห์ก้าวต่อไปของเทรนด์เทคโนโลยีในปี 2024 🟢พร้อมประเด็นกระแสความแรงของ Generative AI อย่าง ChatGPT และเครื่องมืออื่นๆ ที่หลายๆ อาชีพนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในวงการธุรกิจและการศึกษา 🟡Platform Development Trends 2024 ที่นักพัฒนาโปรแกรมควรรู้ 🔴รวมไปถึงอัปเดตเรื่อง Cybersecurity และ Digital Risks ที่ยังคงคุกคามภาคธุรกิจและประชาชนในรูปแบบต่างๆ จะได้รู้เท่าทัน และมีภูมิคุ้มกันต่อ Cyber Threats 👉พบคำตอบจากกูรูระดับ Top ของประเทศ และเคลียร์ทุกคำตอบแบบ INSIGHT ได้ในงานนี้ Top 10 Technology & Cyber Security Trends and Updates 2024 📅วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 🕛เวลา: 12.00 - 16.30 น. 📍สถานที่: ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 3 อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 👉 ลิงค์สำหรับลงทะเบียนและข้อมูลเพิ่มเติม:https://www.nstda.or.th/r/oJYbT . เดินทางมาง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู 🚝 *สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สามารถลงที่สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 และใช้ทางออกที่ 2 เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย*
ปฏิทินกิจกรรม
 
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์เยาวชนโลก ค.ศ. ๒๐๒๔
เนื่องในวโรกาส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์เยาวชนโลก ค.ศ. ๒๐๒๔  ณ หอประชุมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ศาสตราจารย์ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. นำนักวิทยาศาสตร์เยาวชนไทย จำนวน ๑๘ คน เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท และร่วมงานประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์เยาวชนโลก ค.ศ. ๒๐๒๔ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้กล่าวถึงความเป็นมาว่า มูลนิธิวิจัยแห่งชาติ (National Research Foundation – NRF) แห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้ริเริ่มจัดการประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์เยาวชนโลก (Global Young Scientists Summit - GYSS@one-north) เพื่อเป็นการประชุมระดับนานาชาติของนักวิจัยเยาวชน ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีชั้นนำของโลก นอกเหนือจากนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลแล้ว ยังมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลเหรียญฟิลด์ส (Fields Medal)ด้านคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์รางวัลทูริ่งอะวอร์ด (Turing Award) ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักวิทยาศาสตร์รางวัลมิลลิเนียมเทคโนโลยี (Millennium Technology Prize)ด้านวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น นักวิทยาศาสตร์รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดีสิงคโปร์ (President's Science & Technology Awards) ได้รับเชิญมาบรรยายและทำกิจกรรมร่วมกับนักวิจัยเยาวชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักวิจัยเยาวชนดังกล่าว การประชุม GYSS@one-north จัดขึ้นครั้งแรกระหว่างวันที่ ๒๐–๒๕ มกราคม ๒๕๕๖ โดยมีนักวิทยาศาสตร์เยาวชนซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม ๒๘๐ คน ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์เยาวชนจากประเทศไทย ๕ คน ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระราชวินิจฉัยคัดเลือก ทั้งนี้ มูลนิธิวิจัยแห่งชาติฯ ได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จร่วมพิธีเปิดการประชุมฯ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๖ ณ หอประชุมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ต่อมาพระองค์ได้เสด็จเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม GYSS@one-north ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๗ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง พิธีเปิดการประชุม GYSS@one-north ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๘  ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางเช่นกัน พิธีเปิดการประชุม GYSS@one-north ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๙ ณ มหาวิทยาลัยแห่งเทคโนโลยีและการออกแบบสิงคโปร์  สำหรับการประชุมครั้งที่ ๕ ในปี ๒๕๖๐ นั้นทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ จึงไม่ได้ทรงเข้าร่วมงานประชุมครั้งนี้  ต่อมาเสด็จเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม GYSS@one-north ครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง พิธีเปิดการประชุม GYSS@one-north ครั้งที่ ๗ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางเช่นกัน พิธีเปิดการประชุม GYSS@one-north  ครั้งที่ ๘ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓ ณ หอประชุมใหญ่ ชั้น ๒ อาคารแมทริกซ์ แอท ไบโอโพลิส (Matrix @Biopolis) ส่วนการประชุมครั้งที่ ๙ ถึง ๑๑ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ถึง ๒๕๖๖ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงเข้าร่วมงานประชุมแบบออนไลน์เท่านั้น สำหรับในปี ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ ๑๒ นั้น มูลนิธิวิจัยแห่งชาติฯ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์เยาวชนโลก ค.ศ. ๒๐๒๔ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๘–๑๒ มกราคม ๒๕๖๗ ณ หอประชุมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ โดยมีนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ๑๕ คน มาเป็นวิทยากรร่วม ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลด้านเคมี ๒ คน ด้านฟิสิกส์ ๔ คน ด้านสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ๓ คน นักวิทยาศาสตร์รางวัลเหรียญฟิลด์ส  ๑ คน นักวิทยาศาสตร์รางวัลทูริ่งอะวอร์ด ๒ คน นักวิทยาศาสตร์รางวัลมิลลิเนียมเทคโนโลยี ๒ คน นักวิทยาศาสตร์รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดีสิงคโปร์ ๑ คน และวิทยากรรับเชิญ ๑ คน ในปีนี้นั้นมีนักวิทยาศาสตร์เยาวชนจากประเทศไทย ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชวินิจฉัยคัดเลือก จำนวน ๑๕ คน สรุปแล้วตั้งแต่ครั้งที่ ๑ จนถึงครั้งที่๑๒ ในปัจจุบันเสด็จร่วมการประชุม ๑๑ ครั้ง นางฤทัย จงสฤษดิ์ กรรมการและเลขานุการโครงการการคัดเลือกผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนักวิทยาศาสตร์เยาวชนโลก กล่าวว่า ปัจจุบัน มีนักวิทยาศาสตร์เยาวชนจากประเทศไทยเข้าร่วมทั้ง ๑๒ ครั้ง รวมทั้งสิ้น ๑๐๐ คน อยู่ระหว่างการศึกษาต่อ จำนวน ๔๘ คน และมีศิษย์เก่าที่ทำงานแล้ว จำนวน ๕๒ คน กระจายอยู่ในมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน หลายคนมีผลงานวิจัยที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ เช่น รศ. ดร.ทวีธรรม ลิมปานุภาพ ศิษย์เก่า รุ่นที่ ๑ เป็นผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี ๒๕๖๓ จากผลงานวิจัยเรื่อง “การใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อศึกษาปฏิกิริยาเคมีและการพัฒนาสื่อการสอนวิทยาศาสตร์” ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงในการทำงานวิจัยที่มีคุณภาพ และเพื่อเชิดชูเกียรตินักวิทยาศาสตร์ไทยและเพื่อเป็นแบบอย่างให้เยาวชนเจริญรอยตามด้วย นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่า รุ่นที่ 1 ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติระดับประเทศ “ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๔” คือ รศ. ดร.นัทธี สุรีย์ ศิษย์เก่า รุ่นที่ ๕ คือ ผศ. ดร.ธัญญพร วงศ์เนตร ได้รับรางวัล Loreal-UNESCO for Women in Science International Awards ประจำปี ๒๕๖๒ ที่มุ่งผลักดันประเด็นโลกด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน จากงานวิจัยด้านการค้นหาหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่อเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นสารมูลค่าเพิ่มเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้รางวัล จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ยูโร เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและส่งเสริมกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่าอีกหลายคนที่มีผลงานวิจัยในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องจนได้รับรางวัลดีเด่นด้านการวิจัยจากมหาวิทยาลัย เช่น รศ.ดร.พงษ์พิชิต จันทร์นุ้ย ศิษย์เก่ารุ่นที่ ๓ และ ผศ. ดร.นายสัตวแพทย์เกริกเกียรติ จินดา ศิษย์เก่ารุ่นที่ ๔
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท วันเด็กแห่งชาติ ปี 2566
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท สำหรับลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติปี 2567 ดังนี้ “ความสุขความสบายทั้งหลายนั้น เกิดขึ้นได้ด้วยการทำงานและทำความดี เด็กทุกคนจึงต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และฝึกฝนอบรมตนให้เต็มที่ จะได้สามารถประกอบอาชีพการงาน และปฏิบัติบำเพ็ญความดี เพื่อสร้างสรรค์ความสุขความเจริญทั้งของตนเองและส่วนรวมได้ในอนาคต” พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 3 มกราคม พุทธศักราช 2567   ที่มาข้อมูล : https://www.facebook.com/Sumnakkaow.PRD/posts/pfbid02A16FDHtdQ9iSkK5GhgZSH8EcMiYMJrVohaYoig4Dp1UhB8wk69kwQQFJiLYXGh86l
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ร่วมขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ๊อกซ์ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ จับมือพันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ลดโลกร้อนด้วยพลังงานสะอาด
(วันที่ 9 มกราคม2567) ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร. สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ได้เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงกรอบความร่วมมือ 15 เครือข่ายพลังงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด ลดโลกร้อน ขับเคลื่อนจังหวัดสระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำ "PPP-Saraburi Sandbox : A Low Carbon City" ชู วทน. เสริมทัพพลังงานสะอาด ตอบนโยบายเศรษฐกิจ BCG เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานของไทย         ดร. สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดขับเคลื่อนจังหวัดสระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำ "PPP-Saraburi Sandbox : A Low Carbon City" ในครั้งนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์กรอบความร่วมมือระหว่างเครือข่ายพลังงานภาครัฐและเอกชน ที่สอดรับกับนโยบายของ สวทช. ในการขับเคลื่อน BCG ตามภารกิจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)         "สวทช. เป็นขุมพลังหลักด้าน วทน. ของประเทศ อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เราพร้อมเดินหน้าพันธกิจร่วมขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่ความยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือเรื่องของพลังงานสะอาด ที่ทีมวิจัยจากศูนย์แห่งชาติภายใต้ สวทช. ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบทิศทางและความต้องการด้านพลังงานในอนาคต" ดร. สมบุญ ชี้ จากความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้ ทำให้ สวทช. ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานขับเคลื่อนด้านการเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด ร่วมกับพันธมิตรเครือข่ายพลังงานขับเคลื่อนให้เกิด 'สระบุรีแซนด์บ๊อกซ์' จังหวัดต้นแบบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในระยะเวลา 4 ปี พร้อม 19 โครงการนำร่องที่ตอบโจทย์สระบุรีแซนด์บ๊อกซ์ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของสระบุรี         ดร. สมบุญชี้ว่า สวทช. มี 2 บทบาท ในการขับเคลื่อนความร่วมมือนี้ คือ ส่งเสริมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา วิจัย จัดทำนวัตกรรมเพื่อให้เกิดการประยุกต์หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสะอาดและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการสำรวจประเมินศักยภาพเชิงพื้นที่ในการเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด และประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนงานต่างๆ หนึ่งในโครงการนำร่องของ สวทช. คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บก๊าซ CO2 หรือ carbon capture, utilization and storage (CCUS) ปัจจุบันประกอบด้วย 2 เทคโนโลยีที่สำคัญได้แก่ 1) carbon capture and storage (CCS) และ 2) carbon, capture and utilization (CCU) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน  โดยภายในงาน ทีมสวทช.ได้นำเสนอนวัตกรรมจากกลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาและการคำนวณระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค-สวทช.) คือ  “ถ่านชีวภาพ” หรือ “BioCoal” เชื้อเพลิงแข็งชีวภาพจากของเหลือใช้ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นใบอ้อย ใบข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง ทะลายปาล์ม ไม้โตไวตระกูลกระถิน เปลือกไม้ยูคาลิปตัส เป็นต้น ที่มีสมบัติต่างๆ ใกล้เคียงกับถ่านหิน ผลิตโดยกระบวนการที่เรียกว่า ทอร์รีแฟคชัน (Torrefaction) ซึ่งเป็นการปรับปรุงคุณภาพและเปลี่ยนรูปชีวมวลผ่านกระบวนการทางเคมีความร้อน โดยให้ความร้อนแก่ชีวมวลในสภาวะไร้ออกซิเจนหรือจำกัดออกซิเจน (อากาศ) ในช่วงอุณหภูมิ 200-300 องศาเซลเซียส ถ่านชีวภาพสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วม (Co-firing) หรือทดแทน (Replacement) เชื้อเพลิงชีวมวลและถ่านหินสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าหรือความร้อนได้ โดยทีมวิจัยมีการทดลอง ผลิต ทดสอบ วิเคราะห์ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีระบบผลิตถ่านชีวภาพที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรมอีกด้วย   "สวทช. เราตั้งใจที่จะเป็นหนึ่งฟันเฟือง ที่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญและกำลังคนที่มีศักยภาพ สนับสนุน ขับเคลื่อนโครงการนี้ร่วมกับพันธมิตร ให้สระบุรีแซนด์บ๊อกซ์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และขยายสู่พื้นที่ต่างๆ ในประเทศ นำสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงานในอนาคต" ดร. สมบุญทิ้งท้าย
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ชวนน้อง ๆ มาเปิดประสบการณ์สนุกสุดล้ำกับ สวทช. ในงานถนนสายวิทยาศาสตร์ โดย กระทรวง อว. จัดเต็มรับวันเด็กแห่งชาติ 2567
🎈ชวนน้อง ๆ มาเปิดประสบการณ์สนุกสุดล้ำกับ สวทช. ในงานถนนสายวิทยาศาสตร์ โดย กระทรวง อว. จัดเต็มรับวันเด็กแห่งชาติ 2567 . 🎪วันที่ 12 – 13 มกราคม 2567 ณ บูธ สวทช. 🎈ชวนน้อง ๆ มาเปิดประสบการณ์สนุกสุดล้ำกับ สวทช. ในงานถนนสายวิทยาศาสตร์ โดย กระทรวง อว. จัดเต็มรับวันเด็กแห่งชาติ 2567 . 🎪วันที่ 12 – 13 มกราคม 2567 เวลา 08.30-17.00 น. ณ บูธ สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถนนโยธี พบกับกิจกรรมสุดตื่นเต้นมากมาย 🏎สร้างรถแข่ง KidBright สุดล้ำ เรียนรู้การ coding บอร์ด KidBright และสร้างรถแข่งสุดล้ำด้วยตนเอง 🤖ลองเป็นเจ้านายหุ่นยนต์ Walkie สุดอัจฉริยะ กับภารกิจให้บริการ ⚙️เรียนรู้และเล่น 3D Printing และทดลองพิมพ์ชิ้นงานจริงด้วยตนเอง . 🎪วันที่ 12 - 14 มกราคม 2567 เวลา 10.00-19.00 น. ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา พบกับกิจกรรมสุดพิเศษ ♻️ประดิษฐ์พวงกุญแจจากพลาสติกรีไซเคิล เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ประโยชน์ของการนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ใหม่ และประดิษฐ์เป็นพวงกุญแจสุดน่ารัก 🎁 ร่วมสนุกพร้อมลุ้นของรางวัลและของขวัญวันเด็กสุดพิเศษมากมาย แล้วมาเจอกันนะ 🎉 #สวทช #ถนนสายวิทยาศาสตร์ #วันเด็กแห่งชาติ #เด็กช่างคิด #วิทย์สร้างฝัน
ปฏิทินกิจกรรม
 
สวทช. ร่วมหน่วยงานพันธมิตรสิงคโปร์ชูกิจกรรมเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านสะเต็มศึกษา ฝึกฝนเยาวชนผ่านประสบการณ์จริง
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้กล่าวถึงผลการสอบ PISA วัดความรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอ่านวิเคราะห์ว่า เด็กทั่วโลก 81 ประเทศ ประเทศไทยได้ที่ 58 โดยด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต่ำสุดรอบ 20 ปี  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีพันธกิจหนึ่งในการพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์  ดังนั้นการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมเพิ่มพูนประสบการณ์ให้เด็กไทยได้เชื่อมโยงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันและโลก และมีสมรรถนะสำคัญต่าง ๆ เช่น สมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์ สมรรถนะด้านเทคโนโลยี  รู้จักวิเคราะห์และมีกระบวนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การมาประชุมหารือและศึกษาแนวทางบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบสิงคโปร์ ทำให้เห็นมุมมองการพัฒนาเยาวชนที่สิงคโปร์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นประเทศที่ได้คะแนนสอบสูงสุดในทุกทักษะ เพื่อนำไปพัฒนากิจกรรมเพิ่มพูนประสบการณ์ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ภายใต้การดูแลของ สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กและเยาวชนผู้มีความสนใจและมีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สถาบันเทคโนโลยีและการออกแบบสิงคโปร์ เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของสิงคโปร์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2553 ขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาในยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในโลกปัจจุบัน โดยมีหลักสูตรที่ผสานรวมความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ สถาปัตยกรรม และการจัดการเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สถาบันมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถแก้ไขปัญหาได้หลากหลายวิธี และมีความเข้าใจในเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต เหมาะสำหรับนักศึกษาที่สนใจในการเรียนรู้และทำงานในด้านเทคโนโลยีและการออกแบบในระดับสูง โดย Fabrication Lab ของสถาบันเทคโนโลยีและการออกแบบสิงคโปร์ (SUTD) เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างมากในการสนับสนุนการเรียนรู้และการวิจัยในด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ  โดยนักศึกษาและคณาจารย์สามารถทำการทดลอง, สร้างสรรค์และทดสอบโครงการต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า การที่ได้ลงนามความร่วมมือด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบสิงคโปร์ จึงเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนผ่านประสบการณ์จริง ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร มีโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรมหรือ Fabrication Lab เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยให้ครูและนักเรียนได้ฝึกฝนทางเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และการออกแบบ  สนับสนุนการเรียนรู้และการวิจัยในด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ ทั้งนี้บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรมีความพร้อมด้านเครื่องมือเพื่อให้เยาวชนสามารถเปลี่ยนจินตนาการให้เป็นต้นแบบได้ โดยมีทั้งเครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องตัดด้วยเลเซอร์ และพื้นที่สำหรับการทำงานด้านการประดิษฐ์และเวิร์กช็อปโดยมีวิศวกรบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรให้คำปรึกษาแนะนำ นางฤทัย จงสฤษดิ์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ กล่าวเสริมว่า โรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะสะเต็มและความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชนไทย และพัฒนากิจกรรมสำหรับนักเรียนและครู ให้มี ทักษะด้านวิศวกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สร้างชิ้นงานโดยการใช้เครื่องมือทางวิศวกรรม และเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์ การดำเนินงานมีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้าร่วมโครงการ 150 โรงเรียน และมีมหาวิทยาลัยทำหน้าที่มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง จำนวน 10 มหาวิทยาลัย ผลจากการดำเนินงาน มีกิจกรรมส่งเสริมทักษะสะเต็มที่จัดโดยบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. และมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง รวมทั้งสิ้น 147 ครั้ง มีนักเรียนได้รับประโยชน์ผ่านการเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติในห้อง FabLab 27,721 คน ครูได้รับการพัฒนา 2,179 คน มีผลงานนวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์เกิดขึ้นจากนักเรียนในโรงเรียนที่ร่วมโครงการจำนวนกว่า 532 ผลงาน และส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีระดับชาติและนานาชาติ  279 ผลงาน ตัวอย่างผลงานสิ่งประดิษฐ์จาก FabLab ที่ได้ใช้ได้จริง ได้แก่ เครื่องอบสมุนไพร โดยวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร โรงเรือนเอื้องแซะ โดยโรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” หุ่นยนต์ปลูกและดูแลพืชอัตโนมัติ ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน โดยโรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบบการแจ้งเตือนการตรวจจับการลอกคราบปูโดยอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล การติดตามบาตรพระ โดยใช้ GPS และเครื่องแยกขยะโดยใช้ AI โดยโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จังหวัดลำพูน เครื่องตรวจจับฝุ่น และรถเข็นอัจฉริยะสำหรับคนพิการ โดยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี เครื่องสอนปั๊มหัวใจ โดยโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา หมวกนิรภัยอัจฉริยะสำหรับแจ้งเตือนภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม อุปกรณ์ช่วยต่อลมหายใจฉุกเฉินในรถยนต์ โดยโรงเรียนวิสุทธรังสี เป็นต้น
ข่าว
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
สวทช. ร่วมเจรจากับ A*STAR ผนึกกำลังการผลักดันวิทยาศาสตร์สู่การใช้ประโยชน์จริง
(เมื่อวันที่  7 มกราคม 2567) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้ เข้าพบกับ คณะผู้บริหาร Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.แอนดี้ ฮอร์ รองประธานกรรมการบริหาร และ ดร.ฮาเซล ชู  ผู้อำนวยการระดับสูงด้านนวัตกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ และคณะผู้บริหารเนื่องในโอกาสเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์   ศาสตราจารย์ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งกับ A*STAR  หน่วยงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ว่า ตามที่ น.ส. ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำทีมผู้บริหารและนักวิจัยของกระทรวง อว. เข้าร่วมการประชุมผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก (Science and Technology in Society: STS forum) ภายใต้กรอบแนวคิด “Lights and Shadows of Science and Technology” ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2566 และได้ร่วมประชุมหารือทวิภาคีกับผู้บริหารของ Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) ประเทศสิงคโปร์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาและการพัฒนากำลังคน ซึ่งจะเสริมความเข้มแข็งซึ่งกันและกัน สวทช. และ A*STAR มีเป้าหมายเดียวกันคือ การนำวิทยาศาสตร์สู่สังคมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้าสู่การประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมและนำไปใช้จริงในวงกว้าง ประชาชนได้รับประโยชน์  จนมาสู่การที่ทั้งสององค์กรได้หารือความเป็นไปได้ในความร่วมมือในอนาคต จะมีความร่วมมือด้านการทำโครงการวิจัยร่วมกัน โครงการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพนักงานและผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ การจัดประชุมวิชาการและอบรมเชิงปฏิบัติการต่างๆ  การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสนับสนุนทุนวิจัยและทุนพัฒนาบุคลากร และการพัฒนาเยาวชนวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการทำงานที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบหมายไว้ คือ “เรียนดี มีความสุข มีรายได้ พร้อม “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” หนุน SMEs สตาร์ทอัพ นวัตกรรมแก้จน นำชุมชนแก้แล้ง   ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. สายงานพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า งานด้านพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยได้รับประโยชน์อย่างมากจากความร่วมมือครั้งนี้ เพราะบุคลากรด้านวิจัยที่ต้องการศึกษาต่อและนักศึกษาไทยจะได้เสนอเข้ารับทุนและทำงานวิจัยในสถาบันวิจัยของ 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ ได้แก่1.Nanyang Technological University (NTU) 2.National University of Singapore (NUS) Singapore 3.Management University (SMU) และ 4.Singapore University of Technology and Design (SUTD) เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยหลังจากที่สำเร็จการศึกษาเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาจะได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพันธมิตรที่ไปทำวิจัยด้วย นอกจากนี้จะมีโปรแกรมทำวิจัยระยะสั้นที่หลากหลายร่วมกับมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ โดย A*STAR จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนากำลังคน   นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิชาการ หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้ สวทช. กล่าวว่า บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ภายใต้การดูแลของ สวทช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ฝึกทักษะและพัฒนาศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กและเยาวชนผู้มีความสนใจและมีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นแหล่งเรียนรู้และสนับสนุนพัฒนาเด็กและเยาวชนและอบรมครูในรูปแบบที่หลากหลาย จึงนับว่าเป็นประโยชน์มากที่ได้แลกเปลี่ยนโครงการอบรมครูวิทยาศาสตร์ของสิงคโปร์และแนวทางการจัดระบบการศึกษาได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือสร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกับครูผู้สอนด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ การแนะแนวเส้นทางอาชีพที่หลากหลายและชี้ให้เห็นโอกาสความก้าวหน้าของอาชีพต่าง ๆ ให้นักเรียนได้ตัดสินใจและเลือกสาขาที่ตนถนัดและชอบ   “ความคาดหวังจากความร่วมมือดังกล่าว จะมีสนับสนุนการวิจัยที่มีคุณภาพและพัฒนาเทคโนโลยีที่สร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีคุณค่าสำหรับเศรษฐกิจและสังคม มีการทำงานร่วมกับบริษัทเอกชน สถาบันการศึกษาและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสร้างความร่วมมือในการนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้าสู่การประยุกต์ใช้ในสาขาอุตสาหกรรม ส่งเสริมและมุ่งเน้นการวิจัยในด้านต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ชีวภาพ  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ วัสดุ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิต, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์และพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
ข่าวประชาสัมพันธ์
 
เปิดรับสมัคร ผู้สนใจรับทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก ประจำปีการศึกษา 2567
เปิดรับสมัคร ผู้สนใจรับทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก ประจำปีการศึกษา 2567 (ค.ศ. 2024) *** โดยไม่มีภาระผูกพันการชดใช้ทุน *** มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ เปิดรับสมัครผู้สนใจรับทุนการศึกษา ไปศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในต่างประเทศได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานแก่บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย โดยไม่มีข้อผูกพันการชดใช้ทุน จำนวน 5 มหาวิทยาลัย ดูข้อมูลได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/ ดังนี้   1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University: NTU) สาธารณรัฐสิงคโปร์  ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก จำนวน 2 ทุน ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 7 สาขา ดังนี้ (1) Mechanical & Aerospace Engineering (2) Materials Science & Engineering (3) Biomechanics (4) Human Factors (5) Rehabilitation Engineering (6) Artificial Intelligence & Machine Learning (7) Robotics เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 19 มกราคม 2567 สนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัย ดูได้ที่ https://www.ntu.edu.sg/mae/research/research-focus สนใจประกาศรับสมัคร ดูและสมัครได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/ntu/   2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบแห่งสิงคโปร์ (Singapore University of Technology and Design: SUTD) สาธารณรัฐสิงคโปร์ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก จำนวน 3 ทุน ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 4 สาขา ดังนี้ Engineering Product Development (EPD) ดูที่ https://epd.sutd.edu.sg/people/faculty/ Engineering Systems and Design (ESD) ดูที่ https://esd.sutd.edu.sg/people/faculty/ Information Systems Technology and Design (ISTD) ดูที่ https://istd.sutd.edu.sg/people/faculty/ Science, Mathematics and Technology (SMT) ดูที่ https://smt.sutd.edu.sg/people/faculty/ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 สนใจประกาศรับสมัคร ดูและสมัครได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/sutd/                                             3. มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง (Xi'an Jiaotong University: XJTU) สาธารณรัฐประชาชนจีน ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 3 ทุน ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือการจัดการด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 9 สาขา ดังนี้ (1) Mechanical Engineering (2) Power Engineering and Engineering Thermophysics (3) Electronic Science and Technology (4) Information and Communication Engineering (5) Control Science and Engineering (6) Computer Science and Technology (7) Materials Science and Engineering (8) Electrical Engineering (9) Management Science and Engineering เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 26 มกราคม 2567 สนใจศึกษาข้อมูลของหลักสูตร ดูได้ที่ https://sie.xjtu.edu.cn/en/2024pdf สนใจประกาศรับสมัคร ดูและสมัครได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/xjtu/   4. มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin : UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 2 ทุน ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การเกษตร และวิทยาศาสตร์การอาหาร จำนวน 3 สาขา ได้แก่ College of Engineering and Architecture College of Science School of Agriculture & Food Science ภายใต้ College of Health and Agricultural Sciences เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2567 สนใจประกาศรับสมัคร ดูและสมัครได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/ucd/ สนใจศึกษาข้อมูลของหลักสูตร ดูได้ที่ เว็บไซต์ The HRH Scholarship Programme with the 2024/25 intake timeline and information https://bit.ly/3H5vdwx เว็บไซต์ Scholarships for Thai Students https://bit.ly/3RXekdI เว็บไซต์ https://www.ucd.ie/global/scholarships/ เลือก Thailand หัวข้อ HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn of Thailand Scholarship   5. สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว (Skolkovo Institute of Science and Technology: Skoltech) สหพันธรัฐรัสเซีย ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 3 ทุน ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 3 สาขาดังนี้ Master of Science in Electricity and Electrical Engineering (Energy Systems) Master of Science in Materials Science and Technology of Materials (Materials Science) Master of Science in Mathematics and Computer Science (Data Science) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2567 สนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทุนและหลักสูตร ดูได้ที่ https://student.skoltech.ru/sirindhorn-scholarship สนใจประกาศรับสมัคร ดูและสมัครได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/skoltech สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  โทรศัพท์ 089 452 4244 (คุณเยาวลักษณ์) email : info@princess-it.org สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.princess-it.org/scholarship/
ปฏิทินกิจกรรม
 
ผลการดำเนินงาน สวทช. ปีงบประมาณ 2566
สวทช. สรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2566 นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ NSTDA Core Business สามารถผลิตผลงานวิจัยนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม คิดเป็นมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท และเกิดการลงทุนด้าน วทน. มากถึง 15,000 ล้านบาท
คลิปสั้นทันเหตุการณ์