กระทรวง อว. เดินหน้าภารกิจอวกาศผนึกศูนย์วิจัยดาวเทียมไห่หนาน ยกระดับ AI จัดการภัยพิบัติ พร้อมย้ำอุปกรณ์ไทย CE-7 MATCH สมบูรณ์เต็มร้อย รองรับกำหนดปล่อยยานสำรวจดวงจันทร์ปี 2570

เมื่อวันที่ 23-24 สิงหาคม 2569 ณ มณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เดินทางเยือนนครอวกาศนานาชาติเหวินชาง มณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประชุมหารือทวิภาคีร่วมกับศูนย์วิจัยและประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมมณฑลไห่หนาน (Hainan Satellite Data and Application Research Center: HSDARC) ควบคู่กับการติดตามความพร้อมภารกิจส่งยานสำรวจดวงจันทร์ “ฉางเอ๋อร์ 7” (Chang’e-7) ภายใต้โครงการความร่วมมือการสร้างสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนดวงจันทร์ (ILRS)

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารฝ่ายไทย ได้เข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ด้วย

ในการประชุมทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายได้มุ่งเน้นการขยายกรอบความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ การประมวลผลข้อมูลดาวเทียมขั้นสูง และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อรับมือภัยธรรมชาติ โดยศูนย์วิจัยดาวเทียมไห่หนานได้นำเสนอแพลตฟอร์ม “AI Hub” ที่ผสานการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และ Large Language Models เข้ากับการประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจโลก ช่วยลดข้อจำกัดด้านเมฆบดบังในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น พร้อมแสดงระบบติดตามน้ำท่วมและการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรแบบอัตโนมัติ และได้ร่วมลงบันทึกความร่วมมือกันระหว่าง สดร. และ HSDARC

ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยได้นำเสนอศักยภาพความพร้อมด้านวิศวกรรมขั้นสูง อาทิ การพัฒนาเลนส์เชิงแสงอิสระ การออกแบบชิปโฟโทนิกส์ สำหรับกล้องโทรทรรศน์อวกาศบนดาวเทียม CubeSat ระบบกล้องอินฟราเรดย่านคลื่นความร้อนเพื่อตรวจจับไฟป่าทะลุหมอกควัน และการประยุกต์ใช้เคมีบรรยากาศจำแนกแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ตลอดจนหารือการบูรณาการข้อมูลภาพถ่ายเรดาร์ดาวเทียม (SAR) ร่วมกับพิกัดสัญญาณสื่อสารภาคพื้นดิน เพื่อระบุตำแหน่งผู้ประสบภัยน้ำท่วมแบบเรียลไทม์สำหรับภารกิจกู้ภัยในฤดูมรสุม

สำหรับการติดตามภารกิจสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อร์ 7 ซึ่งเดิมมีกำหนดการปล่อยยานเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 แต่จำเป็นต้องปรับเลื่อนการปล่อยจรวดออกไปในปี 2570 เนื่องจากข้อจำกัดด้านหน้าต่างการปล่อย (Launch Window) และมุมแสงอาทิตย์ที่เหมาะสมต่อการลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์นั้น สดร. ได้ยืนยันว่าการปรับเลื่อนดังกล่าวไม่กระทบต่อภารกิจ โดยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สัญชาติไทย Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope (CE-7 MATCH) ที่ได้รับการติดตั้งบนยาน Orbiter ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานสูง ไม่ใช้แบตเตอรี่เคมีที่เสื่อมสภาพตามเวลา และยังคงมีความพร้อมสมบูรณ์แบบที่จะร่วมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูงบนพื้นผิวดวงจันทร์ทันทีเมื่อถึงกำหนดการใหม่








