หน้าแรก จัดยิ่งใหญ่ “SME ต้องรอด 2026” สวทช. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพันธมิตร เสริมแกร่งธุรกิจนวัตกรรมไทย

จัดยิ่งใหญ่ “SME ต้องรอด 2026” สวทช. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพันธมิตร เสริมแกร่งธุรกิจนวัตกรรมไทย

24 ส.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์

ภาพหมู่งานจัดยิ่งใหญ่ “SME ต้องรอด 2026”
สวทช. - ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึกพันธมิตร เสริมแกร่งธุรกิจนวัตกรรมไทย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. และผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชัน (FoodSERP) สวทช. นำผู้ประกอบการ 11 ราย ภายใต้การสนับสนุนจากฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (Business Innovation Division: BID) สวทช. เข้าร่วมงานสัมมนา “SME ต้องรอด 2026: Unlock New Possibilities” จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สวทช. และพันธมิตรภาครัฐและเอกชนรวม 22 หน่วยงาน มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานในหัวข้อ “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจ และ SME ไทย”

ภาพนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมี SME กว่า 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจไทยทั้งหมด แต่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกของ SME ยังมีเพียง 14% สะท้อนโอกาสในการเติบโตอีกมาก หากได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน เงินทุน ตลาด และเครือข่ายธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยรัฐบาลมีนโยบายมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ SME ผ่านการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างตลาดและรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าและเศรษฐกิจชุมชน พร้อมสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม อีกทั้งปัจจุบันมีคณะทำงานด้านเศรษฐกิจและ SME พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดเส้นทางตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ Scale Up ไปจนถึงการสร้างพันธมิตรและการลงทุนในอาเซียน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวตามแนวคิด “5 เปลี่ยน” เพื่อให้อยู่รอดและเติบโต ได้แก่ เปลี่ยนการแข่งขันด้านราคา เป็นการแข่งขันด้านคุณค่า , เปลี่ยนการขายสินค้า เป็นการสร้างแบรนด์และประสบการณ์ , เปลี่ยนการตัดสินใจด้วยประสบการณ์ เป็นการใช้ข้อมูลและ AI , เปลี่ยนการขายช่องทางเดียว เป็นการเชื่อมทุกช่องทาง และเปลี่ยนการทำคนเดียว เป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส และผลักดันจาก “SME ต้องรอด” สู่ “SME ไทยต้องโต” อย่างมั่นคงและทั่วถึง

ภาพหมู่ผู้ร่วมงาน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน “SME ต้องรอด 2026” สวทช. โดยฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (Business Innovation Division: BID) ถือเป็นพันธมิตรสำคัญในการร่วมจัดงานดังกล่าว ได้นำผู้ประกอบการ 11 ราย ที่ผ่านกิจกรรมภายใต้การบ่มเพาะ การเร่งกระตุ้นการเติบโตธุรกิจ หรือมีการใช้ผลงานวิจัย สวทช. ไปขับเคลื่อนบริษัทฯ มาร่วมออกบูธแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์นวัตกรรม พร้อมร่วมกิจกรรม Pitching Stage ที่เปิดให้ผู้ประกอบการมานำเสนอโมเดลธุรกิจ และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการทั้ง 11 ราย ประกอบด้วย บริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด , บริษัท เอไอไนน์ จำกัด , บริษัท เฮลท์ไซแอนซ์ อินโนเวชั่น จำกัด , บริษัท บี ไอ จี เนเชอรัล อินโนเทค จำกัด , บริษัท เมดไบโอซิน จำกัด , บริษัท เซนเซชั่น ซีเอส จำกัด , บริษัท คอสเม่เน็ต จำกัด , บริษัท ซีนเนอร์ยี่ เทคโนโลยี จำกัด , บริษัท โครโนไลฟ์ จำกัด , บริษัท ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด และ บริษัท ซินโนวิ จำกัด อีกทั้ง สวทช. ยังร่วมออกบูธนำเสนอบริการสำคัญของ สวทช. ในงานนี้ด้วย ความร่วมมือจัดงานในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่สำคัญให้ผู้ประกอบการ SME ได้เผยแพร่ความสำเร็จในการก้าวข้ามสู่การเป็น SME มูลค่าสูงด้วยการนำผลงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมไปดำเนินธุรกิจ สร้างความสามารถในการแข่งขัน และนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ภาพ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช.

นอกจากนี้ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชัน (FoodSERP) สวทช. ยังร่วมกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “From Ideas to Impact: ปั้นธุรกิจให้เป็น เห็นโอกาสด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” กล่าวถึงบทบาทของ สวทช. ในการเป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้ง SME และ Startup ผ่านกลไกต่าง ๆ พร้อมเชื่อมโยงแหล่งทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ โดย สวทช. มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ และแพลตฟอร์มบริการเฉพาะทางรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น FoodSERP มีทีมสนับสนุนครบวงจรทั้งด้านการตลาด การจดสิทธิบัตร และการร่วมมือกับ อย. นอกจากนี้ยังเน้นระบบ “ส่งไม้ต่อ” ให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างรวดเร็ว เพื่อลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่ตลาดจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพบรรยากาศภายในงาน

ดร.กอบกุล ยังเผยถึงการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต การแข่งขันด้วยความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยความแม่นยำ และการมีอัตลักษณ์หรืออาวุธที่แตกต่างเฉพาะตัว พร้อมแนะผู้ประกอบการยึดแนวคิด “3 อย่า” คือ 1.อย่ารอความสมบูรณ์แบบจนเสียโอกาสในการเริ่มต้น 2.อย่ากลัว Red Ocean เพราะตลาดที่มีการแข่งขันสูงสะท้อนถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และ 3.อย่าเดินคนเดียว ให้เน้นสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างมั่นคง

ภาพบรรยากาศภายในงาน ภาพบรรยากาศภายในงาน
ภาพบรรยากาศภายในงาน ภาพบรรยากาศภายในงาน

ทั้งนี้ “SME ต้องรอด 2026” มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสม ยกระดับความรู้และความพร้อมด้านการเงิน พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์และยั่งยืน ตลอดจนเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน นักลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

แชร์หน้านี้: