หน้าแรก “กับดักชีวภัณฑ์” เปลี่ยนแมลงวันผลไม้เป็นซอมบีปราบพวกเดียวกัน

“กับดักชีวภัณฑ์” เปลี่ยนแมลงวันผลไม้เป็นซอมบีปราบพวกเดียวกัน

2 ก.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น

อินโฟกราฟิกนวัตกรรมกับดักชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้ โดยใช้กับดักที่ทำให้แมลงวันรับเชื้อราแมลงและแพร่เชื้อต่อไปยังแมลงวันตัวอื่น เพื่อลดการระบาดในสวนผลไม้

สรุปใจความสำคัญ

  • ไบโอเทค สวทช. พัฒนากับดักชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้แบบ “ดักและปล่อย” เปลี่ยนแมลงวันให้เป็นพาหะแพร่เชื้อราแมลงกำจัดพวกเดียวกัน
  • ใช้เชื้อรา Beauveria bassiana และ Metarhizium anisopliae ทำให้แมลงวันผลไม้ป่วยและตายภายใน 3–7 วัน
  • กำจัดได้ทั้งแมลงวันตัวผู้ และแมลงวันตัวเมียซึ่งเป็นตัวการวางไข่และสร้างความเสียหายต่อผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ชีวภัณฑ์ออกฤทธิ์จำเพาะต่อแมลงวันผลไม้ ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ผลทดสอบภาคสนามกำจัดแมลงวันผลไม้ได้ 85–90% พร้อมช่วยลดต้นทุนสารเคมี ถุงห่อผลไม้ และแรงงานได้ประมาณ 1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน

แมลงวันผลไม้ถือเป็นศัตรูสำคัญของพืชเศรษฐกิจ เนื่องจากการวางไข่เพียงครั้งเดียวอาจก่อให้เกิดผลกระทบตลอดห่วงโซ่การผลิตและส่งออก ตั้งแต่ผลผลิตเสียหาย ผลไม้มีตำหนิ เน่าเสีย และร่วงก่อนระยะเก็บเกี่ยว ไปจนถึงต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการต้องนำผลไม้ทั้งลอตเข้ากระบวนการกำจัดแมลงก่อนส่งออกไปยังประเทศที่มีมาตรการด้านสุขอนามัยพืชเข้มงวด สร้างความเสียหายโดยตรงทั้งต่อรายได้ของเกษตรกรและโอกาสในการส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก

ผลมะม่วงกำลังโดนแมลงวันผลไม้เกาะและวางไข่
แมลงวันผลไม้

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis ในรูปแบบกับดักชนิดดักและปล่อย เพื่อให้แมลงวันผลไม้ทำหน้าที่รับและแพร่ราแมลงไปยังแมลงวันผลไม้ตัวอื่น ๆ ในพื้นที่เพาะปลูก ทั้งนี้เป็นการทำวิจัยร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.)

ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. อธิบายการพัฒนากับดักชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้
ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช.

ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. อธิบายว่า แมลงวันผลไม้เป็นศัตรูสำคัญของผลไม้เศรษฐกิจที่มีเปลือกบาง เช่น มะม่วง มังคุด ฝรั่ง ชมพู่ โดยแมลงวันผลไม้ตัวเมียจะทำหน้าที่วางไข่ไว้ใต้เปลือกของผลไม้ เมื่อไข่ผ่านการฟักเป็นหนอน หนอนจะกัดกินเนื้อผลจากภายในจนทำให้ผลไม้เน่าเสีย ร่วงก่อนระยะเก็บเกี่ยว หรือมีตำหนิจนไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ขณะเดียวกันรอยเจาะยังเป็นช่องทางเปิดให้เชื้อก่อโรคต่าง ๆ เข้าทำลายผลไม้ซ้ำ จนส่งผลให้คุณภาพของผลผลิตลดลงอย่างรวดเร็วด้วย

“แม้ปัจจุบันจะมีวิธีควบคุมแมลงวันผลไม้ที่หลากหลาย ทั้งการใช้สารเคมี การห่อผล และการใช้กับดักแมลงวันผลไม้ตัวผู้เพื่อหวังลดอัตราการผสมพันธุ์ในพื้นที่ แต่แนวทางเหล่านี้ก็ยังมีจุดอ่อนเฉพาะตัว เช่น สารเคมีอันตรายตกค้างในผลไม้และพื้นที่เพาะปลูก การต้องใช้แรงงานมาก และการกำจัดแมลงได้ไม่ทันกาล”

ผลมะม่วงที่ผ่าออกเผยให้เห็นความเสียหายภายในเนื้อผลจากการเข้าทำลายของหนอนแมลงวันผลไม้
ผลมะม่วงที่โดนทำลาย

จากปัญหาดังกล่าวทีมวิจัยไบโอเทค สวทช. จึงได้พัฒนา ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชชนิดออกฤทธิ์จำเพาะกับแมลงวันผลไม้ และกับดักชนิดดักและปล่อย เพื่อให้แมลงวันผลไม้ทำหน้าที่เป็นผู้แพร่เชื้อไปยังตัวอื่น ๆ ในพื้นที่เพาะปลูก

ดร.อลงกรณ์ อธิบายว่า กลไกการกำจัดแมลงวันผลไม้ที่ทีมวิจัยพัฒนา คือ การออกแบบกับดักที่ดึงดูดแมลงวันผลไม้ตัวผู้ให้เข้ามาติดกับด้วยสารเมทิลยูจีนอล (methyl eugenol) ซึ่งเป็นสารฟีโรโมนที่มีฤทธิ์ในการดึงดูดแมลงวันผลไม้ตัวเมีย เมื่อแมลงวันตัวผู้บินเข้ามาภายในกับดัก ร่างกายจะสัมผัสโดนราแมลงหนึ่งในสอง ชนิดที่ออกฤทธิ์กับแมลง คือ Beauveria bassiana (บิวเวอเรีย บาสเซียนา) สายพันธุ์ BCC 2660 และ Metarhizium anisopliae (เมทาไรเซียม แอนิโซพลิอี) สายพันธุ์ BCC 4849 ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้แมลงวันผลไม้ป่วยและตายภายใน 3–7 วัน แตกต่างจากกับดักทั่วไปที่จะทำให้แมลงวันผลไม้เฉพาะตัวผู้ติดกับและตายภายในกับดักเลย

ตัวอย่างเชื้อราแมลง 2 ชนิด ได้แก่ Beauveria bassiana และ Metarhizium anisopliae ซึ่งใช้เป็นชีวภัณฑ์สำหรับกำจัดแมลงวันผลไม้
ราแมลง
ตัวอย่างต้นแบบกับดักชีวภัณฑ์กำจัดแมลงวันผลไม้หลายรูปแบบที่พัฒนาโดย ไบโอเทค สวทช. สำหรับดักและปล่อยแมลงวันที่รับเชื้อราออกสู่แปลงปลูก
กับดักชีวภัณฑ์

“เมื่อแมลงวันผลไม้ตัวผู้หลงเข้ามาในกับดัก รับเชื้อราแมลง และบินออกไปใช้ชีวิตต่อภายนอก แมลงตัวนั้นจะทำหน้าที่เป็นผู้แพร่เชื้อไปยังแมลงวันผลไม้ตัวอื่น ๆ ในละแวก โดยเฉพาะการส่งต่อเชื้อสู่แมลงวันผลไม้ตัวเมียผ่านการสัมผัสร่างกายขณะผสมพันธุ์ ส่งผลให้วิธีการนี้สามารถกำจัดแมลงวันตัวเมียซึ่งเป็นตัวการสำคัญของการทำลายผลไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกต่างจากกับดักแมลงทั่วไปที่กำจัดได้เฉพาะแมลงวันผลไม้ตัวผู้เท่านั้น ที่สำคัญชีวภัณฑ์ชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงและไม่ก่อให้เกิดการดื้อยาเหมือนการใช้สารเคมีทั่วไป จึงมีความยั่งยืนในการใช้งานมากกว่า”

อินโฟกราฟิกอธิบายกลไกของกับดักชีวภัณฑ์ที่ทำให้แมลงวันผลไม้รับเชื้อราและแพร่เชื้อต่อไปยังแมลงวันตัวอื่น เพื่อลดการระบาดในสวนผลไม้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันทั้งชีวภัณฑ์และกับดักผ่านการทดสอบใช้งานแล้วทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ โรงเรือน และระดับภาคสนามในสวนผลไม้ 5 แห่ง ภายในจังหวัดราชบุรี นครปฐม และจันทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ครอบคลุมทั้งสวนมะม่วง มังคุด ฝรั่ง และชมพู่

ดร.อลงกรณ์ เล่าว่า หนึ่งในตัวอย่างผลการทดสอบ คือ การนำกับดักไปติดตั้งที่สวนมะม่วงสุขจรัลจำนวน 4 กับดักต่อไร่ ในช่วงตั้งแต่ระยะออกดอกจนถึงผลสุก พบว่ากำจัดแมลงวันผลไม้ได้สูงถึงร้อยละ 85–90 ผลผลิตที่ได้รับความเสียหายลดลง และยังช่วยลดต้นทุนทั้งค่าสารเคมีกำจัดแมลง ถุงห่อผลไม้ และแรงงานได้ราว 1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือนด้วย

“ขณะนี้ทีมวิจัยเปิดถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว โดยเปิดให้ทั้งผู้ที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีและผู้ประกอบการสวนผลไม้ที่สนใจทดสอบใช้งานผลิตภัณฑ์ในพื้นที่จริง ทั้งนี้คาดว่าจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้ในอนาคตอันใกล้นี้”

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรับถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือทดสอบใช้งานผลิตภัณฑ์ ติดต่อสอบถามได้ที่ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. เบอร์โทรศัพท์ 0 2564 6700 ต่อ 3378 หรือ 3364, อีเมล ibct.biotec@gmail.com หรือทางเฟซบุ๊กเพจ ชีวภัณฑ์ไบโอเทค เพื่อผักผลไม้ปลอดภัย


เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช. และภาพจาก Shutterstock

 

อินโฟกราฟิก DAPBot แพลตฟอร์มบนไลน์ที่ช่วยเกษตรกรวินิจฉัยโรคพืชและแมลงศัตรูพืช ติดตามสภาพอากาศ และรับข้อมูลการระบาดของศัตรูพืชผ่านสมาร์ตโฟน

เกษตรกรกดไลก์ ! นักวิจัยส่ง “DAPBot” แพลตฟอร์มช่วยปราบศัตรูพืชผ่านไลน์ คู่คิดติดปลายนิ้วคนเกษตร

 

แชร์หน้านี้: