หน้าแรก รองนายกฯ “ยศชนัน” นำคณะ อว. ขยายความร่วมมือเบลเยียม ดันวิจัยโฟโตนิกส์สู่การใช้ประโยชน์จริง

รองนายกฯ “ยศชนัน” นำคณะ อว. ขยายความร่วมมือเบลเยียม ดันวิจัยโฟโตนิกส์สู่การใช้ประโยชน์จริง

19 มิ.ย. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
“ยศชนัน” นำคณะกระทรวง อว. เดินหน้าขยายความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำของเบลเยียม โดยมหาวิทยาลัย Vrije Universiteit Brussel (VUB) ร่วมลงนามกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ พร้อมตั้งเป้านำแนวทางจากยุโรปมาประยุกต์ใช้เป็นสะพานเชื่อมงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รองรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอนาคตของประเทศ
.
ระหว่างการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรเบลเยียม และเข้าเยี่ยมชม Photonics Innovation Center ของมหาวิทยาลัย Vrije Universiteit Brussel (VUB) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ชั้นนำของยุโรปด้านการพัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์
โอกาสนี้ ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม หนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่าง VUB และ สวทช. เพื่อวางรากฐานความร่วมมือด้านการวิจัยโฟโตนิกส์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างสองหน่วยงาน
.
สำหรับหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับดังกล่าว ได้รับการลงนามโดย Prof. Dr. Jan Danckaert อธิการบดี VUB และ ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. โดยมี Prof. Dr. Ir. Hugo Thienpont ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Brussels Photonics (B-PHOT) ร่วมในโอกาสสำคัญครั้งนี้
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยี โฟโตนิกส์ (Photonics) ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ “แสง” แทนกระแสไฟฟ้าในการส่งผ่านและประมวลผลข้อมูล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบเซ็นเซอร์ การแพทย์สมัยใหม่ ตลอดจนชิปคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ และยังได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญของศตวรรษที่ 21 โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปถึง 5 เท่า ขณะที่ Photonics Innovation Center ของ VUB ทำหน้าที่เสมือนสายการผลิตนำร่องที่เชื่อมโยงงานวิจัย การศึกษา และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยังให้ความสนใจเป็นพิเศษกับแนวคิดของศูนย์ B-PHOT โดยระบุว่า จุดเด่นสำคัญคือแนวคิดที่ยึดหลักว่า “งานวิจัยต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง” ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการวิจัย นักวิจัยต้องมองถึงการต่อยอดใช้งานและวางแผนธุรกิจควบคู่กันไป พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงช่วยจับคู่กับภาคธุรกิจเพื่อผลักดันผลงานออกสู่ตลาด แนวทางดังกล่าวถือว่าตอบโจทย์ประเทศไทยอย่างมาก เพราะแม้ไทยจะมีงานวิจัยคุณภาพสูงจำนวนมาก แต่ยังขาดกลไกหรือสะพานเชื่อมที่จะพางานวิจัยเหล่านั้นไปสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นโมเดลของ VUB จึงนับเป็นต้นแบบที่น่าสนใจ และสามารถนำมาศึกษาเพื่อปรับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัย VUB ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการศึกษาด้านวิศวกรรมโฟโตนิกส์ของยุโรป โดยเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้านนี้เป็นแห่งแรกของทวีป ส่วนศูนย์ B-PHOT ซึ่งมีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญรวมกว่า 70 คน ก็ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลแฟลนเดอส์ในฐานะผู้นำด้านการวิจัยและนวัตกรรมอุตสาหกรรม
การเยือนในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้แนวทางการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าได้จริง จากสถาบันชั้นนำระดับโลก
.
สรุป: ไทยจับมือ VUB เบลเยียม และ สวทช. เดินหน้าความร่วมมือด้าน โฟโตนิกส์ เพื่อยกระดับงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงและเชิงพาณิชย์ พร้อมเรียนรู้โมเดลยุโรปในการเชื่อมงานวิจัย การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อหนุนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย
.
ข้อมูลและภาพ : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
แชร์หน้านี้: