หน้าแรก อว. โดย สวทช. จับมือญี่ปุ่น ลุยเฟส 5 ปั้นนวัตกร ‘AI – การแพทย์’ รับอุตสาหกรรม วช. หนุนงบต่อเนื่อง 5 ปี ดึงจุฬาฯ ร่วมทัพสร้างหัวกะทิ ป้อนตลาดเทคโนโลยีโลก

อว. โดย สวทช. จับมือญี่ปุ่น ลุยเฟส 5 ปั้นนวัตกร ‘AI – การแพทย์’ รับอุตสาหกรรม วช. หนุนงบต่อเนื่อง 5 ปี ดึงจุฬาฯ ร่วมทัพสร้างหัวกะทิ ป้อนตลาดเทคโนโลยีโลก

28 เม.ย. 2569
0

คณะผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจาก อว. วช. สวทช. สถาบันวิทยาศาสตร์โตเกียว (Science Tokyo) และมหาวิทยาลัยพันธมิตร ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ TAIST-Science Tokyo ระยะที่ 5

(วันที่ 24 เมษายน 2569) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันวิทยาศาสตร์โตเกียว Institute of Science Tokyo (Science Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น และพันธมิตร จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ TAIST–Science Tokyo ระยะที่ 5  โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. และ Mr. Hiroki Akasaka เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวแสดงความยินดีในความสำเร็จของโครงการ และ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ TAIST–Science Tokyo ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ สถาบันวิทยาศาสตร์โตเกียว Institute of Science Tokyo (Science Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย 6 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT, TU) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU) มหาวิทยาลัยมหิดล (MU) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ภาพ: คณะผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 9 แห่ง ร่วมแสดงแฟ้มข้อตกลงหลังการลงนามความร่วมมือ TAIST-Science Tokyo ระยะที่ 5 เพื่อเดินหน้าพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภาพ ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช.

ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า โครงการ TAIST–Science Tokyo ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2549 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สวทช. ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Tokyo Institute of Technology: Tokyo Tech) ชื่อเดิม ปัจจุบันได้ควบรวมกับมหาวิทยาลัยการแพทย์และทันตกรรมแห่งโตเกียว (Tokyo Medical and Dental University: TMDU) และเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์โตเกียว Institute of Science Tokyo (Science Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา โครงการดำเนินงานมาแล้ว 4 ระยะ และประสบความสำเร็จในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโทคุณภาพสูงกว่า 600 ท่าน โดยตั้งแต่ระยะที่ 4 เป็นต้นมาโครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำหรับการดำเนินงานในระยะที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ในปีนี้ โครงการได้ขยายความร่วมมือด้วยการเปิดหลักสูตรใหม่ วิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ (Biomedical Engineering and AI) เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลก และได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรใหม่ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะเข้าร่วมในหลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์และระบบขนส่งขั้นสูง อันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายของเครือข่ายความร่วมมือ และนับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ภาพ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “กระทรวง อว. มีความเชื่อมั่นว่า การดำเนินงานโครงการ TAIST–Science Tokyo ในระยะที่ 5 นี้
เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ผ่านมา และเป็นการขยายผลไปสู่สาขาวิชาใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการศึกษาและการวิจัยให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ผ่านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนฐานนวัตกรรมของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”

ภาพ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช.

ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “สวทช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ผ่านการทำวิจัยร่วมที่ประยุกต์ใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม และขยายขอบเขตไปยังสาขาแห่งอนาคตอย่างวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ (Biomedical Engineering and AI) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสอดรับกับกระแสเทคโนโลยีโลกอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการ TAIST–Science Tokyo เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มาตั้งแต่ระยะที่ 4 จนเข้าสู่ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรที่มีทักษะสูงในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ให้เป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการและนวัตกรรม ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ”

ภาพ ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม (วช.)

ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า “พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือโครงการ TAIST–Science Tokyo Implementation Agreement ระยะที่ 5 ในวันนี้ จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรม จะส่งผลเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัยและนักศึกษาไทย แต่ยังเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติที่ดีเลิศ (Best Practices) จากประเทศญี่ปุ่นและพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อสังคม เศรษฐกิจและประเทศชาติ สำหรับการดำเนินงานในอนาคต วช. ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนโครงการที่สร้างมูลค่าทางนวัตกรรมและขับเคลื่อนงานวิจัยประยุกต์ที่ตอบสนองความต้องการของประเทศ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีขั้นสูง วิศวกรรมการแพทย์และชีวการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ และสาขาอื่น ๆ ที่มีศักยภาพสูง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลก”

ภาพ ศ.ดร.นพ.สมบัติ  ตรีประเสริฐสุข รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.นพ.สมบัติ  ตรีประเสริฐสุข รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ช่วยอธิการบดี กล่าวว่า “ในนามของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรใหม่ล่าสุดในโครงการ TAIST-Science Tokyo ระยะที่ 5 นี้ ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ทั้งในด้านการจัดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ และการสร้างเครือข่ายงานวิจัยร่วมกันในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เพื่อสร้างบุคลากรทักษะสูงที่เป็นรากฐานสำคัญ และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป”

การลงนามความร่วมมือ TAIST–Science Tokyo ระยะที่ 5 ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิทยาศาสตร์โตเกียว Institute of Science Tokyo (Science Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT, TU) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU) มหาวิทยาลัยมหิดล (MU) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU) เพื่อต่อยอดความสำเร็จของโครงการ TAIST–Science Tokyo ในการยกระดับการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ภาพ Prof. Dr. Jun-ichi Takada, Executive Vice President for Global Affairs Institute of Science Tokyo

ภาพ Mr. Hiroki Akasaka (มิสเตอร์ ฮิโรกิ อาคาซากะ) ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Director of Japan Information Service) ภาพ ผศ.ดร.กฤต วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ภาพ ผศ.ดร.จินดา เจริญพรพาณิชย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภาพ รศ. ดร.ทวิช พูลเงิน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ภาพ รศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยมหิดล ภาพ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ภานุวัฒน์วนิชย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายรับเข้าศึกษาและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิริธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

แชร์หน้านี้: