สวทช. จับมือ Science Tokyo จัดงานประชุมวิชาการ Science Tokyo & NSTDA Joint Workshop 2026 เสริมแกร่งเทคโนโลยีการแพทย์ไทยให้ทันสมัยระดับสากล
วันที่ 29 มกราคม 2569 ต่อเนื่องจากภารกิจความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ Institute of Science Tokyo ระหว่างวันที่ 27–28 มกราคม 2569 ทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Science Tokyo & NSTDA Joint Workshop 2026 ภายใต้หัวข้อ “Biomedical Engineering & Artificial Intelligence: The Cutting Edge of AI Applications in Medical-Engineering Collaboration” ณ โรงแรมเรมแบรนดท์ กรุงเทพฯ โดยมีนักวิชาการ อาจารย์ นักวิจัย ผู้แทนภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย ศิษย์เก่า และนักศึกษาจากประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ช่วงเปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก Professor Hidetoshi Sekiguchi, Executive Vice President for Education, Institute of Science Tokyo และ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในการพัฒนาการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขและเทคโนโลยีการแพทย์ของประเทศ จากนั้นเป็นการบรรยายปาฐกถาพิเศษ (Keynote Lecture) โดย Professor Jun-ichi Takada, Institute of Science Tokyo ในหัวข้อ “Institute of Science Tokyo: Reform for Vision-Driven, Cross-Disciplinary Research and Education” ซึ่งนำเสนอที่มา วิสัยทัศน์ และแนวทางการขับเคลื่อนการวิจัยและการศึกษาภายหลังการบูรณาการสถาบันชั้นนำของญี่ปุ่น พร้อมทั้งบทบาทของ Science Tokyo ในการขยายความร่วมมือมายังประเทศไทย

ต่อเนื่องด้วยการบรรยายจากศิษย์เก่าในหัวข้อ “Expectation for the New University” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุจิรา วโนทยาน มหาวิทยาลัยมหิดล (ศิษย์เก่า Tokyo Institute of Technology) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทพญ.ภัคสินี กมลรัตนกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศิษย์เก่า Tokyo Medical and Dental University: TMDU) ซึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์และสะท้อนมุมมองต่อบทบาทของ Institute of Science Tokyo และความคาดหวังต่อความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนด้านการศึกษาและการวิจัยในอนาคต

![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
จากนั้นมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ หลักสูตรใหม่ TAIST–Science Tokyo ด้าน Biomedical Engineering & AI โดยเริ่มจากการบรรยายหัวข้อ “Introduction of the TAIST–Science Tokyo New Course: Biomedical Engineering & AI” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อด้วยการเสวนากลุ่ม “From Curriculum Design to Real-World Impact: Advancing Biomedical & AI through the TAIST–Science Tokyo Partnership” ดำเนินรายการโดย Professor Nobuhiro Hayashi, Institute of Science Tokyo พร้อมผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ Professor Tohru Yagi และ Associate Professor Shin-ichiro Ogura, Institute of Science Tokyo รวมถึงผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทยและภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ Asst. Prof. Apichon Witayangkurn, Sirindhorn International Institute of Technology Asst. Prof. Dr. Achara Pichetjamroen, Kasetsart University และ Mr.Chuwit Waisiriroaj, Managing Director, Bangkok DrugStore Co.,Ltd. เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในการออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
![]() |
![]() |
จากนั้นเป็นการนำเสนอหัวข้อวิชาการภายใต้ช่วง Session I: AI, Data Science & Computational Medicine โดยมีการบรรยายหัวข้อ Cutting Edge Topics from the New Course “Biomedical Engineering & AI” โดย ดร.ปชญา สายลมุล นักวิจัยจากทีมวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และระบบทางชีวการแพทย์ (BES) สวทช. ในหัวข้อ “Biological Intelligence + Artificial Intelligence: Lessons for Computational Medicine” และการบรรยายหัวข้อ “Genomics Thailand Initiative: Transforming National Healthcare through Biomedical Data and AI” โดย ดร.ศิษเฎศ ทองสิมา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ (IMBG) สวทช. Prof.Nobuhiro Hayashi หัวข้อ “AI Proteomics”
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ในช่วงบ่าย การประชุมแบ่งออกเป็นการนำเสนอผลงานวิชาการภายใต้ Session II: Application of Dental, Medical and Engineering Technologies โดยมีการบรรยายหัวข้อ “The Cutting Edge of Digital Dentures” โดย Professor Manabu Kanazawa, Institute of Science Tokyo “Dental Biomechanics: From Fundamentals to Industrial Application” โดย รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.ชลิดา ลิ้มจีระจรัส อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “Biomechanical Simulation: Musculoskeletal Analysis and Optimization of Human Motion” โดย Professor Motomu Nakashima, Institute of Science Tokyo และ “Neural Interfaces” โดย Professor Tohru Yagi, Institute of Science Tokyo ซึ่งสะท้อนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมและชีวการแพทย์ในบริบทของการแพทย์สมัยใหม่
![]() |
![]() |
ต่อเนื่องด้วย Session III: Advanced Therapeutics & Cancer Innovation ซึ่งมุ่งเน้นนวัตกรรมด้านการรักษาโรคขั้นสูง โดยมีการบรรยายหัวข้อ “Photodynamic Medicine for Cancer” โดย Associate Professor Shun-ichiro Ogura, Institute of Science Tokyo “Matrikine-Driven Tumor Progression and Diagnosis: Laminin-γ2 Monomer as a Biomarker” โดย Professor Naohiko Koshikawa, Institute of Science Tokyo และปิดท้ายด้วยการบรรยาย “From Bench to Bedside: Self-Folding Polymeric Gels for Brain Cancer Chemotherapy” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้ทางคลินิกอย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงปิดการประชุม ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้กล่าวสรุปและแสดงความขอบคุณต่อผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้ร่วมเสวนา และผู้เข้าร่วมการประชุมทุกท่าน สำหรับการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ตลอดการประชุม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขสมัยใหม่ พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศและการบูรณาการข้ามสาขาวิชา โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นภายใต้กรอบ TAIST–Science Tokyo ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย และการผลิตกำลังคนคุณภาพสูงด้าน Biomedical Engineering & Artificial Intelligence เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคสังคมและอุตสาหกรรมในอนาคต ทั้งนี้ สวทช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือเชิงลึกและยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

การประชุม Science Tokyo & NSTDA Joint Workshop 2026 ครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาควิจัย และภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและกำลังคนด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงและระบบสาธารณสุขอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |




























