(30 พฤษภาคม 2560 ) ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ: สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKS)  และสํานักหอสมุดกฎหมายมหาชน สํานักงานศาลปกครอง ร่วมกันจัดการสัมมนาวิชาการ “การบริการสารสนเทศแบบเปิด: ร่วมมือ ผสานใจ เพื่อตอบรับไทยแลนด์ 4.0” ระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2560 เพื่อเผยแพร่ความรู้และนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 และขยายความร่วมมือจนเกิดเป็นความร่วมมือเพิ่มเติมในกลุ่มเครือข่ายห้องสมุดกฎหมาย และการเมือง การปกครอง

นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวเปิดตัวเครือข่ายความร่วมมือสารนิเทศด้านกฎหมาย และการเมือง การปกครอง และการสัมมนาว่า สวทช. สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งการสัมมนา “การบริการสารสนเทศแบบเปิด : ร่วมมือ ผสานใจ เพื่อตอบรับไทยแลนด์ 4.0” ร่วมกับ สำนักงานศาลปกครอง นี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้และนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการฯ และขยายผลกิจกรรมเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ในรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การบรรยายและการเสวนาวิชาการ โดย วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการเปิดตัวเครือข่ายความร่วมมือสารนิเทศด้านกฎหมาย และการเมือง การปกครอง และมอบสื่อความรู้ของหน่วยงานเครือข่ายฯ พร้อมทั้งนิทรรศการแสดงผลงานเครือข่ายต่างๆ

อีกทั้งเพื่อเผยแพร่โครงการระบบสื่อสาระออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ทางไกล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ที่ฝ่ายบริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. เป็นผู้ดำเนินการ ด้วยการบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมจากทุกภาคส่วน ร่วมกันพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับการเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่จะส่งผลให้ได้สื่อสาระที่ครูสามารถนำไปใช้สร้างสื่อการสอน รวมถึงการสร้างบทเรียนออนไลน์สำหรับครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วประเทศ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมสาระการเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย อันจะช่วยลดช่องว่างและพัฒนาการกระบวนการเรียนรู้ให้บูรณาการไปอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งโครงการฯ นี้ ได้พัฒนาสารสนเทศแบบเปิดด้วยกัน 2 ลักษณะคือ ทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด และบทเรียนออนไลน์แบบเปิด ตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว มีแผนส่งเสริมสารสนเทศแบบเปิดรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบบเปิด หรือ Open Data บทความวิชาการที่เข้าถึงแบบเปิด หรือ Open Access Journal และขยายผลเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ในการจัดสัมมนาฯ ครั้งนี้จึงเป็นเสมือนเวทีที่จะเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดําเนินงานสารสนเทศแบบเปิดทุกรูปแบบที่มีการดําเนินการในประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของการประยุกต์ใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

“สำหรับความร่วมมือกับศาลปกครองครั้งนี้ เนื่องจากเป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การเมือง และการปกครอง หน่วยงานด้านศาลและกระบวนการยุติธรรมหลายๆ หน่วยงานเข้ามาร่วมด้วยก็จะเกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะเรื่องกฎหมายเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกๆ คน ทั้งในระดับบุคคล และสิทธิต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละคน มีความจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมมือกันทำสื่อการเรียน การสอนที่น่าสนใจ ซึ่งยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆ อีกมาก ดังนั้นลำพัง สวทช. ไม่สามารถมีความรู้ด้านกฎหมายได้ ดังนั้นวันนี้เป็นโอกาสดีที่ศาลปกครอง ศาลยุตธรรม หรือองค์กรด้านสิทธิมุษยชน ที่มีเนื้อหาหลากหลายรูปแบบมาร่วมกันแชร์ความรู้ให้ประชาชน ซึ่ง สวทช. มีหน้าที่รวบรวมและทำสื่อกลางให้เป็นรูปเป็นร่างและมีความน่าสนใจมากขึ้น หากประชาชนมีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ สิทธิเบื้องต้นส่วนบุคคลว่ามีอะไรบ้าง สามารถเข้าไปค้น ได้ในเว็บไซต์ ในรูปแบบที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน หนังสือที่หาอ่านได้ง่าย ซึ่งมีการรวบรวมอย่างเป็นหมวดหมู่และอยู่ในรูปแบบปลอดลิขสิทธิ์อีกด้วย” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

นายสุรพันธ์ บุรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สวทช. และสำนักงานศาลปกครองนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เผยแพร่ “เครือข่ายความร่วมมือสารนิเทศด้านกฎหมาย และการเมือง การปกครอง” สู่สาธารณชน เพื่อประชาชนที่สนใจได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายฯ นี้ เป็นผลจากหน่วยงานห้องสมุดของหน่วยงานของรัฐได้แก่ สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลยุติธรรม และ สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งหน้าที่ในการให้บริการข้อมูลความรู้แก่บุคลากรของหน่วยงานและประชาชนผู้สนใจ ได้เข้าร่วมโครงการระบบสื่อสาระออนไลน์ฯ ที่มี สวทช. เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยการนำข้อมูลความรู้ในรูปแบบสื่อสาระต่างๆ ที่ปลอดลิขสิทธิ์จากหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ มารวบรวมจัดทำเป็นระบบคลังทรัพยากรการศึกษา และระบบคลังการเรียนออนไลน์ เพื่อหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ สถาบันการศึกษาสามารถนำข้อมูลความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมเครือข่ายฯ

มากขึ้นเป็นจำนวนทั้งสิ้น 19 หน่วยงาน ทั้งนี้เครือข่ายฯ ได้จัดทำเว็บไซต์ “เครือข่ายความร่วมมือสารนิเทศด้านกฎหมาย และการเมือง การปกครอง” (www.thailawpolitics.info) ประกอบด้วยการจัดทำคลังภาพรัชกาลที่ ๙ กับพระราชกรณียกิจที่มีต่อหน่วยงาน นอกจากนี้เครือข่ายฯ ยังจัดทำสื่อภาษามือสำหรับผู้พิการด้านการได้ยิน หนังสือเสียงประเภท epub ประเภท GR Code และหนังสือเสียง Daisy สำหรับผู้พิการทางสายตา พร้อมด้วยระบบสืบค้นแบบ One Search เช่น ฐานข้อมูลความรู้ ฐานข้อมูลสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ ตามลักษณะข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน สำหรับเป็นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลความรู้และสารประโยชน์ต่างๆ และสามารถลดงบประมาณในการจัดหาข้อมูลความรู้

โครงการฯ นี้ ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีการนําเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับความสนใจและร่วมมือจากหลายหน่วยงานได้แก่ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กระทรวงศึกษาธิการ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดําริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน) กรมประชาสัมพันธ์ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการปฏิวัติระบบการเรียนการสอนของไทย

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป