กรุงเทพฯ 21 มกราคม 2560 - บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และพันธมิตร จัดงานมหกรรมแสดงผลงานและสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ “Bangkok Mini Maker Faire ปี 2” ทำของมาอวด” รวมพล “เมกเกอร์” หรือนักสร้างสรรค์และนักประดิษฐ์ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่าร้อยชีวิต เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อันเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 22 มกราคม ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรีตลอดงาน ตั้งแต่เวลา 13.00 – 20.00 น.

alt

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “เพื่อเป็นการขานรับนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะและส่งเสริมสตาร์ทอัพไทยแลนด์สร้างมูลค่าในสินค้า บริการ มีความสามารถทางการค้าและเข้าถึงตลาดในประเทศ อาเซียน และตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน อันจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้มีการเติบโต ทั้งยังสร้างรากฐานวัฒนธรรมเมกเกอร์จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดแนวคิดสู่การทำสตาร์ทอัพในประเทศไทยได้ในอนาคต การจัดงานเมกเกอร์แฟร์ จึงเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนขบวนการเมกเกอร์ (Maker Movement) นอกจากได้สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของเมกเกอร์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกเหมือนเดิมอีกต่อไป ยังเป็นการส่งเสริมสังคมเมกเกอร์ให้มีความแข็งแกร่ง นับเป็นการบ่มเพาะสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง”

 

alt  alt

งาน Bangkok Mini Maker Faire ปี 2 จัดแสดงผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของเมกเกอร์จากทั่วประเทศไทย กว่า 60 บูธ พร้อมด้วยกิจกรรมน่าสนใจเพื่อให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ในวัฒนธรรมเมกเกอร์ อาทิ เวิร์กชอปสำหรับผู้รักการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ทั้งการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ การทำงานศิลปะบนผืนผ้า ไปจนถึงการประกอบโดรน การแข่งขันหุ่นยนต์เห่ย การโชว์ขบวนพาเหรดแห่งแสงไฟและเสียงดนตรี นอกจากนั้น ยังมีการประกาศผลการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับเมกเกอร์ ในระดับนักเรียน-นักศึกษาสายสามัญและอาชีวศึกษา ในรายการ “Enjoy Sciences: Young Makers Contest” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต โดยในครั้งนี้ได้กำหนดหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ” ผู้ชนะจะได้รับรางวัลทุนการศึกษา ตลอดจนทริปเข้าร่วมงาน Maker Faire ในสหราชอาณาจักรและประเทศญี่ปุ่น รวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งการประกวดในปีนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากอีกสองพันธมิตรสำคัญคือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

alt  alt

คุณอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของการจัดงาน Bangkok Mini Maker Faire ครั้งแรก ในปี 2558 ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย ด้วยจำนวนผู้ร่วมงานกว่า 4,000 คน เป็นการเปิดโอกาสให้เมกเกอร์จากทั่วประเทศได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และนำผลงานของตนเองมาจัดแสดง นอกจากนี้ยังได้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้กับสังคมไทยในวงกว้าง และถือเป็นการปักหมุดประเทศไทยลงในแผนที่ของเมกเกอร์โลกเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ในปีนี้เราได้ร่วมมือกับ สวทช. และพันธมิตร จัดงาน Bangkok Mini Maker Faire ขึ้นเป็นปีที่สอง โดยมุ่งหวังให้วัฒนธรรมเมกเกอร์เข้ามาเป็นหนึ่งในรากฐานการพัฒนาสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในการนำพาประเทศไปสู่สังคมเศรษฐกิจแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม”

alt  alt

คุณกรรณิการ์ วงษ์ทองศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “อพวช. มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Young Makers Contest เพราะการกระตุ้นและส่งเสริมสังคมไทยให้สนใจและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของเรา ซึ่งการส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ที่แข็งแกร่งในสังคมจะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาขีดความสามารถดังกล่าวได้อย่างมั่นคง โดยในปัจจุบัน อพวช. ได้ดำเนินการสนับสนุนวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้กับสาธารณชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดแสดงผลงานของเมกเกอร์ รวมถึงการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์งานของเมกเกอร์ หรือ เมกเกอร์สเปซ ณ พิพิธภัณฑ์ในสังกัด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์นวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้มีความทัดเทียมกัน”

alt  alt

ดร. มงคลชัย สมอุดร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า “กำลังคนอาชีวศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งต่อภาคการผลิต ภาคบริการและการเป็นผู้ประกอบการ การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้นั้น จะต้องยกระดับคุณภาพการศึกษาวิชาชีพ การส่งเสริมให้นักเรียนอาชีวศึกษาเข้าสู่วัฒนธรรมเมกเกอร์เป็นอีกหนึ่งในแนวทางการพัฒนากำลังคนให้สอดรับกับความต้องการกำลังคนของประเทศซึ่งมีแนวโน้มความต้องการแรงงานที่สามารถสร้างนวัตกรรมมาแทนที่แรงงานฝีมือ เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับโครงการ Chevron Enjoy Science และหวังจะได้เห็นผลสัมฤทธิ์ คือกำลังคนที่มีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

alt  alt

“การส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ในประเทศเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการพัฒนาพลังคน ภายใต้โครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว 5 ปี ที่มุ่งส่งเสริมแรงบันดาลใจและสร้างความสนใจในการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม ทั้งในระบบการศึกษาสายสามัญและสายอาชีพ ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เราเชื่อว่าการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศผ่านการพัฒนานวัตกรรมจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ให้สัมฤทธิ์ผล” คุณอาทิตย์ กล่าวสรุป

มหกรรม Bangkok Mini Maker Faire บริหารและจัดการโดยอิสระ ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Maker Media, Inc.

ประกาศผลการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับเมกเกอร์ ในระดับนักเรียนนักศึกษาสายสามัญและอาชีวศึกษา ในรายการ “Enjoy Sciences: Young Makers Contest” 

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chevron Enjoy Sciences: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ในหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ” 

• ประกาศผลรางวัล ประเภทสายสามัญ

• รางวัลชนะเลิศ (เงินรางวัล 400,000 บาท พร้อมดูงาน ที่สหราชอาณาจักร) 

ได้แก่ “ระบบเฝ้าระวังผู้สูงอายุ โดยใช้กล้องตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ ตรวจจับการล้มพร้อมแจ้งเตือน” (The fall surveillance system by 3D non-contact senser) ของทีม BME Innovation KMITL Team2 จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 

• รางวัลรางชนะเลิศอันดับ 1 (เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น) 

ได้แก่ “หุ่นเคลื่อนที่ดูแลผู้สูงอายุช่วยประคองคนเดิน” ของทีม No Comment จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 

• รางวัลรางชนะเลิศอันดับ 2 (เงินรางวัล 30,000 บาท) 

ได้แก่ “การออกแบบและพัฒนาระบบช่วยกำลังสามล้อถีบ สำหรับเด็กพิการทางสมอง” ของทีม AOFNUS มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

• รางวัล POPPULAR VOTE (เงินรางวัล 10,000 บาท) 

ได้แก่ “The Flushing UP” ของทีม Rajinian 112.5 จากโรงเรียนราชินี

• รางวัลชมเชย 2 รางวัล (รางวัลละ 10,000 บาท) ได้แก่

ผลงาน “PhysiotherapyWheelchair” ของทีม KPSP01 จากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จ.สุพรรณบุรี 

ผลงาน “The Flushing UP” ของทีม Rajinian 112.5 จากโรงเรียนราชินี

• ประกาศผลรางวัล ประเภทสายอาชีวะ

• รางวัลชนะเลิศ (เงินรางวัล 400,000 บาท พร้อมดูงาน ที่สหราชอาณาจักร) 

ได้แก่ “ไม้เท้าแจ้งเตือนการล้มสำหรับผู้สูงอายุ” ของทีม สมิหลา ทีมA จากวิทยาลัยสารพัดช่างสงขลา

• รางวัลรางชนะเลิศอันดับ 1 (เงินรางวัล 300,000 บาท พร้อมดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น) 

ได้แก่ “อุปกรณ์ช่วยเดิน (Walker) สำหรับช่วยลุกยืน ของผู้สูงอายุและผู้พิการ” ของทีม เมืองหอยใหญ่ จากวิทยาลัยสุราษฏร์ธานี

• รางวัลรางชนะเลิศอันดับ 2 (เงินรางวัล 30,000 บาท) 

ได้แก่ “เก้าอี้ช่วยบริหาร สำหรับโรคข้อเข้าเสื่อม และอักเสบพร้อมระบบประคบร้อน” ของทีม ดอกบัว1 จากวิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี

• รางวัล POPPULAR VOTE (เงินรางวัล 10,000 บาท) 

ได้แก่ “HEMISPHERE” ของทีม TONY CISAT จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรราชมงคลล้านนา

• รางวัลชมเชย 2 รางวัล (รางวัลละ 10,000 บาท)

ผลงาน “ขากลเพื่อคนพิการ โดยใช้เทคนิคการจรูปแบบการเดิน” ของทีม “WALK WITH ME” 

จากวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์

ผลงาน “อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ในการสระผมผู้ป่วยและผู้พิการ” ของทีม Young Inventors of SRTC จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฏร์ธานี

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป