ในปี 2563 มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฝุ่น PM2.5 หรือแม้กระทั่งไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ไม่น้อย แต่หนึ่งเหตุการณ์ที่มีผลกระทบกันทั้งโลกคงหนีไม่พ้น การระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่รู้จักกันดีในชื่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ที่คร่าชีวิตของผู้คนทั่วโลกไปแล้วกว่า 8 หมื่นราย และส่งผลมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจและเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ตัวเลขของผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 2,862 ราย เสียชีวิตแล้วกว่า 49 ราย (โดยข้อมูล ณ วันที่ 22 เมษายน 2563) ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อรวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรับมือในการเฝ้าระวังผู้มีความเสี่ยงไม่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนัก

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เข้ามาช่วยคัดกรองผู้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาแอปพลิเคชัน DDC-Care: ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินสุขภาพผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด -19 และเริ่มใช้งานจริงที่สถาบันบำราศนราดูรที่แรก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า DDC-Care เป็นระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและประเมินสุขภาพผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด -19 ซึ่งจะต้องกักตัวเองอยู่ภายในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งกรมควบคุมโรคจะประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลสุขภาพที่ได้จากระบบ เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อมีอาการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่มาตรวจที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลพิจารณาว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง จะได้รับคำแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน DDC-Care กลุ่มที่ 2 คือผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามาตรวจและผลตรวจออกเป็น Positive และกลุ่มผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น ญาติที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน จะได้รับคำแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน DDC-Care เพื่อติดตามประเมินสุขภาพตลอด 14 วัน ทั้งนี้ต้องรายงานสุขภาพทุกวัน ซึ่งกรมควบคุมโรค ได้นำมาใช้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้วที่สถาบันบำราศนราดูร และในส่วนภูมิภาคสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ได้ดำเนินการระดับจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ สคร. 2 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย) สคร. 8 (อุดรธานี บึงกาฬ) ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยเจ้าหน้าที่ของกรมฯ จะทำการส่ง link ผ่านทาง SMS ซึ่งจะต้องมีการสมัครและ Log in เข้าไปใช้งาน กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจะต้องรายงานสุขภาพให้กับกรมฯ ได้ทราบในทุกวัน ปัจจุบันได้ส่งแอปฯ ให้กับกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงฯ จำนวน 1,305 ราย และมีผู้ที่ความเสี่ยงมากกว่า 495 ราย ได้รายงานผลของสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบัน ในระบบ Dashboard ซึ่งแอป DDC-Care นี้รองรับ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ และจีน)

  

สำหรับแอปพลิเคชัน DDC-Care มีวัตถุประสงค์อยู่สองประการคือ ประการแรกจะมีการปักหมุดบริเวณที่คุณจะกักตัวในระยะเวลา 14 วัน ว่าคือบริเวณใด ระบบจะส่งสัญญาณติดตามทุก ๆ 10 นาที ด้วยการส่ง Location เพื่อยืนยันว่าคุณอยู่ในบริเวณที่กักตัวจริง ถ้าออกนอกบริเวณในระยะ 50 เมตร ระบบจะขึ้นเตือนว่าคุณออกนอกบริเวณที่กักตัว และส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่รับทราบได้เช่นกัน ประการที่ 2 ในระยะ 14 วัน ทางกรมควบคุมโรค ต้องการให้บุคคลที่มีความเสี่ยงตรวจเช็กและประเมินสุขภาพตนเอง โดยจะมีรายละเอียดของคำถาม เช่น วัดอุณหภูมิได้เท่าไร มีอาการเจ็บคอ หรือไอบ้างไหม เป็นต้น เมื่อได้รับข้อมูลจะประเมินผล หากมีความเสี่ยงสูงว่าจะติดเชื้อโควิด -19 ทางกรมฯ ก็จะติดต่อกลับไป เพื่อช่วยเหลือในขั้นตอนอื่นต่อไป สำหรับในส่วนของข้อมูลที่กรอกเข้าระบบนั้น ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ และผู้ที่เข้าใช้ข้อมูล จะมีเพียงโรงพยาบาล ซึ่งจะเห็นแค่ข้อมูลคนไข้ของตนเองเท่านั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะเห็นเฉพาะผู้มีความเสี่ยงที่อยู่ในจังหวัด สำนักของกรมควบคุมโรคที่มี 13 เขตทั่วประเทศ จะเห็นข้อมูลแค่ในเขตของตนเอง และสุดท้ายคือ กรมควบคุมโรค ที่จะเห็นข้อมูลตรงนี้เพื่อจะได้บริหารจัดการรับมือการระบาดอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ดร.จุฬารัตน์ กล่าวเพิ่มเติม

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคโควิด – 19 โดยมุ่งเน้นเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน ลดการแพร่ระบาด ลดความสูญเสียทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และอาจรวมไปถึงเรื่องความมั่นคงของประเทศด้วย กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญเรื่องของการติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงสูงไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ หรือผู้ที่สัมผัสจากตัวผู้ป่วยโดยตรงเป็นเรื่องที่ต้องทำ ถือเป็นมาตรการทางสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดที่จะช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 ซึ่งในส่วนของการติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในอดีตเราใช้วิธีการส่งบุคลากรเข้าไปตรวจสอบผู้ที่มีความเสี่ยงถึงที่พักอาศัยเพื่อสอบถามอาการ และตรวจสอบว่ามีการเดินทางออกนอกที่พักหรือไม่ ซึ่งมีข้อเสียคือ ไม่สามารถทำได้หลาย ๆ ครั้งใน 1 วัน ฉะนั้นการมีแอปพลิเคชันนี้ถือว่าช่วยได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการสื่อสารทั้ง 2 ทาง โดยที่ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถสอบถามข้อมูลและแจ้งอาการกับเจ้าหน้าที่เวลาใดก็ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามและเก็บข้อมูลได้ตลอดเวลา

  

DDC-Care เป็นเพียงหนึ่งผลงานที่เกิดจากการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ แม้ว่าในปัจจุบันการระบาดของไวรัสโควิด – 19 จะยังไม่มีแนวโน้มว่าจะจบในเร็ววันนี้ แต่เหตุระบาดในครั้งนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ทุกหน่วยงานในประเทศพร้อมที่จะนำความรู้ความสามารถที่มีเข้ามาช่วยเหลือด้านระบบสาธารณสุขอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้การระบาดจบได้โดยเร็ว และเพื่อให้คนในประเทศกลับมาใช้ชีวิตในสังคมร่วมกันได้อย่างปกติสุขอีกครั้งหนึ่ง

ข้อมูล "งานวิจัย สวทช. สู้ภัยโควิด" อื่นๆ (คลิก)

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป