ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหา ‘ฝุ่น PM2.5’ ที่มีความรุนแรงอย่างมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้ วิธีการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด คือ ‘การใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กระดับ 2.5 ไมครอนได้’ ซึ่งปัจจุบันหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่วางขายในท้องตลาดมีหลากหลายประเภท ทั้งแบบหน้ากากอนามัยทั่วไป หน้ากากป้องกัน PM2.5 หรือ หน้ากาก N95 เป็นต้น ซึ่งความแตกต่างของหน้ากากแต่ละประเภท คือประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคฝุ่นละอองที่มีขนาดต่างกัน และปริมาณอากาศที่ไหลเข้าไปในหน้ากากโดยไม่ผ่านการกรองได้มากน้อยต่างกัน

ประเภทของหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5

1. หน้ากากอนามัย N95

หน้ากากอนามัย N95 ถูกจัดว่าเป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM2.5 ได้มากเป็นอันดับต้นๆ โดยมีการผลิตจากแผ่นของเส้นใยที่มีขนาดเล็กระดับนาโน-ไมโครเมตร ซ้อนกันจำนวนหลายๆ ชั้น เพื่อให้สามารถป้องกันฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาดเล็กระดับ 0.1-0.3 ไมครอน ได้ถึง 95% ตัวหน้ากากจึงมีความหนา และถูกออกแบบให้ปิดปกคลุมจมูกและปากได้อย่างมิดชิด ทำให้มีปริมาณอากาศที่ไม่ได้ผ่านการกรองไหลเข้าไปภายในหน้ากากน้อยมาก (น้อยกว่า 8%) เมื่อใส่อย่างถูกวิธี แต่จากการที่อากาศไหลเข้าไปได้ยาก มีผลทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกอึดอัด หายใจลำบากหากต้องใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

สำหรับรูปแบบหน้ากากอนามัย N95 มี 2 แบบหลักๆ คือ ชนิดมีวาล์วเปิด-ปิด กับชนิดที่ไม่มี โดยหน้ากากรุ่นที่มีวาล์วจะมีส่วนช่วยในเรื่องของการระบายอากาศ ความร้อน และความชื้นภายในหน้ากาก เพิ่มความสบายในการสวมใส่และทำให้หายใจสะดวกยิ่งขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นยังคงดีเช่นเดิม โดยลักษณะการทำงานของวาล์วปิด-เปิด คือเมื่อหายใจออกวาล์วจะเปิด และเมื่อเราหายใจเข้าวาลว์จะปิด

ส่วนในเรื่องของรูปทรงหน้ากากนั้น บริษัทผู้ผลิตต่างๆ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์หน้ากาก N95 ออกมาหลากหลายรุ่น หลายทรง ซึ่งแบ่งหลักๆ ได้เป็น 4 แบบด้วย กัน คือ แบบก้นถ้วย (Cup Shape) แบบพับได้สองชั้น (Falt Fold 2 Panel) แบบพับได้สามชั้น (Falt Fold 3 Panel) และแบบ V-Flex อีกทั้งแต่ละรุ่นจะมีรูปแบบของสายรัดที่ต่างกัน เช่น สายรัดด้านหลัง หรือคล้องหู โดยสายรัดแต่ละแบบจะมีผลให้หน้ากากแนบกระชับกับใบหน้าต่างกัน ทั้งนี้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อโดยพิจารณาจากประสิทธิภาพการกรองฝุ่น และความกระชับแนบสนิทกับใบหน้าขณะสวมใส่ให้มากที่สุด

2. หน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่น PM2.5

หน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่น PM2.5 มีลักษณะคล้ายหน้ากากอนามัยทั่วไป แต่มีการบรรจุ ‘แผ่นกรองหลายชั้น’ ที่มีคุณสมบัติในการดักจับและกรองฝุ่นละออง PM2.5 ได้ อีกทั้งบางผลิตภัณฑ์ยังมีการใส่ ‘สารเคลือบชนิดพิเศษ’ ที่ป้องกันจุลินทรีย์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการผลิตแบบ ‘อิเล็กโตรสปินนิ่ง’ ในการพัฒนาเส้นใยนาโนสมบัติพิเศษที่ทำให้ได้เส้นใยขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก และมีสมบัติสามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละออง PM2.5 ได้

หน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่น PM2.5 มีการผลิตออกมาหลากหลายรุ่น หลายแบบเช่นเดียวกัน อาทิ แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั่วไป หรือแบบ 3 มิติ ที่มีความกระชับ แนบสนิทตามรูปใบหน้า

วิธีเลือกซื้อหน้ากากอนามัยกันฝุ่น PM 2.5

1. ประสิทธิภาพการกรองฝุ่น โดยฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กเพียง 2.5 ไมครอน ดังนั้นควรเลือกซื้อหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้ โดยหน้ากากอนามัยธรรมดาทั่วไปสามารถกรองฝุ่นขนาด 3 ไมครอน จึงไม่สามารถป้องกันฝุ่น 2.5 ได้

2. ผ่านการรับรองหรือได้รับมาตรฐาน ควรตรวจสอบว่าหน้ากากมีมาตรฐานจากหน่วยงานหรือสถาบันที่เชื่อถือได้รองรับ ซึ่งสังเกตได้จากข้อความบนอุปกรณ์ หรือบรรจุภัณฑ์ โดยมาตรฐานรับรองสำหรับหน้ากากกรองอากาศชนิดกรองอนุภาคที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ได้แก่ มาตรฐานอเมริกา (NIOSH Standard, NIOSH 42 CFR 84 หรือ ASTM Standard), มาตรฐานยุโรป (European Standard, EN 149) มาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (Australia/New Zealand Standard, AS/NZS 1761) และมาตรฐานญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standard หรือ JIS)

• N95: เป็นการรับรองของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรับรองว่าหน้ากากนี้มีประสิทธิภาพในการกรอง 95% (หากเลขมากกว่านั้น เช่น N99 หมายถึง มีประสิทธิภาพในการกรอง 99%)

• ASTM F2299 Level 1 เป็นการรับรองของสมาคม ASTM สหรัฐอเมริกา โดยรับรองว่าหน้ากากนี้มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาด 0.1 ไมครอนได้ ≥95% (หากเป็น Level 2 และ 3 ได้ ≥98%)

• FFP2: เป็นการรับรองของฝั่งยุโรป โดยรับรองว่าหน้ากากนี้มีประสิทธิภาพในการกรอง 94% (หากเป็น FFP3 จะหมายถึง มีประสิทธิภาพในการกรอง 99%)

• P2: เป็นการรับรองของประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยรับรองว่าหน้ากากนี้มีประสิทธิภาพในการกรอง 94% (หากเป็น P3 จะหมายถึง มีประสิทธิภาพในการกรอง 99%)

• JIS T 8151: 2018 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น โดยรับรองว่าหน้ากากนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นละอองในอากาศที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์โดยการหายใจ

3. ความกระชับในการสวมใส่ ควรเลือกหน้ากากที่สวมใส่แล้วรู้สึกสบายไม่อึดอัดจนเกินไป สายรัดไม่รัดบริเวณหูจนเกิดอาการเจ็บ และเมื่อใส่อย่างถูกต้องแล้ว หน้ากากต้องกระชับแนบสนิทกับใบหน้า มีอากาศรั่วไหลหรือเล็ดรอดจากขอบหน้ากากเข้าสู่ด้านในน้อยที่สุด

อย่างไรก็ดีนอกจากการเลือกซื้อหน้ากากอนามัยที่กรองฝุ่น PM2.5 ได้แล้ว การสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เช่น พยายามใส่ให้กระชับแนบสนิทกับใบหน้า ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ใช้หน้ากากอนามัยซ้ำเมื่อมีการเปื้อน หรือแผ่นด้านที่สัมผัสผิวถูกเสียดถูจนด้อยสภาพ หน้ากากเสียรูปหรือชำรุด หรือชื้นแฉะ รวมถึงล้างมือก่อนการสวมใส่และหลังการถอดออกทุกครั้ง จะช่วยป้องกันและช่วยกรองฝุ่น PM2.5 ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

///////////////////////////

เรียบเรียงข้อมูล: ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.

กราฟิก: นางสาวฉัตรทิพย์ สุริยะ ฝ่ายผลิตสื่อสมัยใหม่ สวทช.

ข้อมูลจาก:

บทความ เรื่องวิธีเลือกหน้ากาก N95 จาก honestdocs

สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน ( ประเทศไทย ) ในพระราชูปถัมภ์

นิตยสาร Green Network ฉบับที่ 91 มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ GREEN Article โดย รศ. ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล, กริชชาติ ว่องไวลิขิต

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป