ที่ จ.ฉะเชิงเทรา - ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมผลงานวิจัยของนาโนเทค ที่ดำเนินการร่วมกับ บริษัท บานตะไท จำกัด ในการพัฒนานวัตกรรมไฮโดรเจลอาหารลูกกุ้งสูตรไร้ปลาป่น ที่ ‘ชุติกาญจน์ฟาร์ม’ ฟาร์มเพาะเลี้ยงลูกกุ้งต้นแบบโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน แฮชเชอรี่ จำกัด ที่ใช้สูตรเลี้ยงลูกกุ้งดังกล่าว

โดยทีมวิจัยได้พัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงลูกกุ้งแบบไร้ปลาป่น ใช้เทคโนโลยีการกักเก็บสารสำคัญในโครงสร้างแบบเจล เพิ่มความสามารถดูดซึมให้กับลูกกุ้ง ยืดอายุให้ไม่เน่าเสียเร็ว และกระตุ้นการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารตามข้อกำหนด EU ที่ลดการใช้ปลาป่นเป็นอาหารสัตว์น้ำ พร้อมเดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมช่วยเกษตรกรไทยสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ เข้าถึงตลาดใหม่ และขายได้ในราคาสูงขึ้น

ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำจากการคำนวณมูลค่าตลาดและอัตราการเติบโตของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยในปี 2561 พบว่า อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกุ้งและปลา มีความจำเป็นต้องใช้ปริมาณอาหารในการเพาะเลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านตันต่อปี คิดเป็น มูลค่าตลาดของอาหารสัตว์น้ำ ประมาณ 32,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอุตสาหกรรมอาหารเลี้ยงกุ้ง 19,000 ล้านบาท และอาหารเลี้ยงปลา 13,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตของตลาดอยู่ที่ประมาณ 5-10 % และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามกำลังการเติบโตของอาหารจากอุตสาหกรรมสัตว์น้ำที่มีแนวโน้มความต้องการที่สูงขึ้น

 

ศักยภาพของนาโนเทค สวทช. ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทด้านวิจัยและพัฒนานาโนเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการกักเก็บที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริม ยา รวมไปถึงอาหารสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมไฮโดรเจลอาหารลูกกุ้ง และนวัตกรรมนาโนวัคซีนปลานิลแบบแช่ โดยในส่วนของ ‘ไฮโดรเจลอาหารลูกกุ้งสูตรไร้ปลาป่น’ เป็นหนึ่งในผลงานที่ทีมวิจัยได้พัฒนากระบวนการในการพัฒนาสูตรอาหารลูกกุ้งที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการดูดซึม ยืดอายุให้ไม่เน่าเสียเร็ว และลดปัญหาข้อจำกัดการใช้วัตถุดิบทดแทนปลาป่น จากโจทย์วิจัยจากภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการพัฒนากระบวนการผลิตและสูตรอาหารลูกกุ้งที่สามารถรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต โดยคาดว่างานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำของไทยให้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำได้อย่างครอบคลุม ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป (EU) ที่ลดการใช้ปลาป่นเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์น้ำ

 

ปัจจุบันนาโนเทคพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บสารสำคัญ (Encapsulation) เพื่อนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เพิ่มมากขึ้น ทั้งการเลี้ยงปศุสัตว์และการประมง ปัญหาสำคัญของอาหารสัตว์ในอุตสาหกรรมประมงคือ สารสำคัญที่อยู่ในรูปสารละลายที่มีความคงตัวต่ำ และสัตว์น้ำไม่สามารถกินสารสำคัญที่อยู่ในรูปสารละลายได้ รวมถึงปัญหาเรื่องการสูญเสียของสารสำคัญ เนื่องจากการชะล้างและการย่อยสลายของอาหารที่เกิดขึ้นก่อนที่สัตว์น้ำจะกินเข้าไป ลดปัญหาการให้อาหารในสัตว์น้ำ พร้อมทั้งสามารถเติมสารสำคัญอื่นได้มากกว่าอาหารที่มีในท้องตลาด ที่จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำได้ โดยเลือกใช้โปรตีนและเปปไทด์ (อนุพันธุ์ย่อยที่สุดของโปรตีน) ที่ย่อยง่ายมาขึ้นรูปเพื่อกักเก็บสารอาหารไว้ในโครงสร้างแบบวุ้น ไม่ให้ละลายน้ำได้ง่ายจนเกินไป รวมถึงยังมีจุดเด่นในเรื่องการสามารถปรับองค์ประกอบและลักษณะทางกายภาพให้ใช้กับสัตว์น้ำได้ทุกวัย ให้มีประสิทธิภาพการย่อยและองค์ประกอบของโปรตีนที่ดีขึ้น ซึ่งนวัตกรรมไฮโดรเจลอาหารลูกกุ้ง จะสามารถต่อยอดสู่อาหารอื่นๆ ได้อย่างหลากหลายในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อแก้ปัญหาความสามารถในการการกักเก็บสารสำคัญต่างๆ และต่อยอดการผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่ใหญ่ขึ้นได้ ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเกษตรกรไทยสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ เข้าถึงตลาดใหม่ และขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

ด้านภาคเอกชน นายบัณฑูร สายวิไล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บานตะไท จำกัด ผู้ประกอบการขายส่งวัตถุดิบทางการเกษตร กล่าวว่า นวัตกรรมไฮโดรเจลอาหารลูกกุ้งกำลังขยายผลไปใช้ในฟาร์มอื่นภายใต้การสนับสนุนจากกรมประมง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งวงจร ตั้งแต่กุ้งวัยอนุบาล (ต้นน้ำ) กุ้งเนอสเซอรี่ (กลางน้ำ) กุ้งบ่อดิน (ปลายน้ำ) รวมถึงให้ครอบคลุมสัตว์น้ำทุกชนิด หากประสบผลสำเร็จตามความคาดหมาย จะนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐ เพื่อกำหนดมาตรฐานสำหรับอาหารที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งขึ้นมาใหม่ นับเป็นการยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำให้แก่เกษตรกรในประเทศ และผู้ส่งออกกุ้งแช่แข็ง ช่วยเพิ่ม GDP ให้ประเทศไทย รวมถึงช่วยรักษาทรัพยากรทางทะเลในแง่ความมั่นคงทางด้านอาหาร และลดปริมาณการใช้ปลาป่น โดยผลทดสอบในเบื้องต้น พบว่า มีแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาต่อยอดสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิด และยังสามารถผลักดันให้เกิดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบ High density (ความหนาแน่นสูง) ได้อีกด้วย เนื่องจากอาหารชนิดไฮโดรเจลลดปัญหามลภาวะทางน้ำลงได้มากกว่าอาหารทั่วไป

 

นอกจากนี้ อาหารไฮโดรเจลสูตรไร้ปลาป่น จะยังสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในฐานะเป็นประเทศที่สามารถเพาะเลี้ยงกุ้งครบวงจรด้วยอาหารที่ปราศจากปลาป่นได้สำเร็จในเชิงพาณิชย์ คาดว่าจะช่วยให้ประเทศไทยกลับมาครองตลาดส่งออกกุ้งแช่แข็ง และเป็นผู้นำทางการตลาดโลกได้อีกครั้ง

ขณะที่ผู้ประกอบการฟาร์มเพาะเลี้ยงลูกกุ้ง นายชัยเจริญ ลิ้มเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน แฮชเชอรี่ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้นำสูตรอาหารไฮโดรเจล มาเลี้ยงลูกกุ้งทดแทนปลาป่น เนื่องจากการผลิตอาหารกุ้งแบบเดิมมีข้อจำกัดในการคงรูปในน้ำได้ไม่นาน มีการสลายตัวค่อนข้างเร็วถ้าใช้วัตถุดิบที่เป็นโปรตีนโมเลกุลเล็ก โดยอาหารกุ้งที่ผลิตด้วยไฮโดรเจล พบว่า ตัวกุ้งสามารถนำสารอาหารไปใช้ในการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพน้ำค่อนข้างนิ่ง เพราะของเสียที่เกิดจากกากน้อยลง น้ำไม่เสียง่าย เลี้ยงกุ้งได้นานขึ้น กุ้งมีขนาดใหญ่ขึ้น ราคาขายจึงดีตามมาด้วยเช่นกัน

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

nsd

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป