สวทช. ผนึกกำลัง สกว. จัดสรรงบประมาณ 75 โครงการ พัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร-สมุนไพรและเวชสำอาง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนบนฐานความรู้ ภายใต้แนวคิด “วิจัยได้...ขายจริง”

8 กุมภาพันธ์ 2561 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค : ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ภายใต้โครงการ “การสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง ระยะที่ 3” เพื่อมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ในด้านการสนับสนุนทุนวิจัยในรูปแบบการบูรณาการ ด้วยการสร้างองค์ความรู้ที่เหมาะสมผ่านกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับการจัดการด้านธุรกิจ การศึกษาข้อมูลทางการตลาดเบื้องต้นและการพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “วิจัยได้...ขายจริง” จากกลไกการทำงานของโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. และชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative house ฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. โดยการจัดสรรทุนวิจัยให้แก่นักวิจัย คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อศึกษาวิจัยให้กับผู้ประกอบการ SME ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอางและเวชสำอาง

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ระบุว่า สวทช. มีภารกิจหลักในการสนับสนุนงานวิจัย การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ SME ที่จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนฐานความรู้ เป็นกำลังหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดย สวทช. ได้ดำเนินโปรแกรม ITAP มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ให้การสนับสนุน SME ไปแล้วไม่น้อยกว่า 7,000 ราย

  

โดยสรรหาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงกับโจทย์ความต้องการของ SME แต่ละราย มาช่วยทำโครงการวิจัยและพัฒนาให้สามารถยกระดับเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรม ปัจจุบัน ITAP มีผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมดำเนินงานกว่า 1,300 ราย แต่ยังไม่เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือ SME ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ยังขาดทรัพยากรด้านต่างๆ สำหรับการวิจัยและพัฒนาทั้งด้านการเงินและบุคลากร

“ความร่วมมือระหว่าง สวทช. กับ สกว. ในครั้งนี้ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ด้านอาหาร เกษตรแปรรูป เครื่องสำอาง โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพ นอกจากนี้ จะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ SME เติบโตบนเศรษฐกิจฐานความรู้ เพื่อเป็นแกนหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ในการก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางของประเทศต่อไป”

ด้าน รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร ผู้อำนวยการโปรแกรม ITAP สวทช. เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินการของโครงการนี้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการ SME และนักวิจัยเป็นอย่างดี ผู้ประกอบการมีการตื่นตัวในการสร้างสินค้านวัตกรรมมากขึ้น และเกิดนักวิจัยที่มาร่วมทำงานกับภาคเอกชนใหม่ถึงร้อยละ 22 ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการทำบันทึกความร่วมมือกันเป็นปีที่ 3 โดยได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 75 โครงการ แบ่งเป็นโครงการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ 50 โครงการ และเพิ่มรูปแบบทุนวิจัยในการทดลองระดับโรงงานต้นแบบอีก 25 โครงการ เพื่อสร้างให้นักวิจัยเกิดการศึกษาวิจัยแบบบูรณาการและทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง อีกทั้งยังช่วยพัฒนาและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ ตลอดจนสามารถพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย ซึ่ง สกว. และ สวทช. จะร่วมกันบริหารจัดการงานวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อผลักดันงานวิจัยที่เกิดขึ้นให้สามารถจัดจำหน่ายได้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้สามารถพัฒนาได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เผยว่า สกว. มุ่งหวังที่จะใช้กระบวนการวิจัยเข้าไปช่วยยกระดับผู้ประกอบการ SME ในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของผู้ประกอบการ พร้อมกับการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจเบื้องต้นเพื่อใช้ข้อมูลในการตัดสินใจวางแผนการตลาดให้ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ และยังสนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สะดวก ดึงดูดและสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง เพื่อสุดท้ายแล้วการวิจัยพัฒนาจะต้องเกิดผลิตภัณฑ์ที่ “วิจัยได้...ขายจริง” นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้มีการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงโอกาสด้านต่างๆ เช่น ความร่วมมือกับธนาคารเพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับใช้ลงทุนการผลิต หรือความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า เป็นต้น

  

การดำเนินงานในปีแรกนั้น เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ สกว. ได้ร่วมกับผู้ประกอบการจำนวน 76 บริษัท พัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถเกิดการจำหน่ายได้ในเชิงพาณิชย์แล้วร้อยละ 13 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด อีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการผลิตหรือการตลาดประมาณร้อยละ 75 ดังตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากโครงการที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ สำหรับการดำเนินงานในระยะที่ 3 สกว. จะร่วมสนับสนุนงบประมาณผ่านชุดโครงการ Innovative House ฝ่ายอุตสาหกรรม ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทุนวิจัย โดยให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้ประกอบการที่ร่วมในโครงการ ซึ่ง สกว และ สวทช. ร่วมกันตั้งเป้าหมายที่จะสนับสนุนการวิจัยจำนวน 75 โครงการ แบ่งรูปแบบทุนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างสินค้านวัตกรรมในรูปแบบเดิมที่เคยดำเนินการมา และ 2. กลุ่มการวิจัยในระดับปฏิบัติการ เพื่อพัฒนาสูตรและกระบวนการผลิตในระดับอัพสเกล เพราะเมื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้แล้วยังคงต้องศึกษาด้านต่างๆ ในเชิงลึกเพิ่มขึ้น เช่น การวิเคราะห์สารชีวภาพ คุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงการพัฒนากระบวนการผลิตระดับอัพสเกล เป็นต้น เพื่อให้โครงการรองรับความต้องการของผู้ประกอบการได้ครอบคลุมยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“โครงการนี้จะเป็นหนึ่งในโครงการที่ สกว. พยายามจะผลักดันสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ก้าวสู่การเติบโตทางธุรกิจบนฐานนวัตกรรม ที่ไม่ต้องแข่งขันกันด้วยราคาหรือแรงงานราคาถูก ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นและยั่งยืน เกิดการจ้างงานและการรับซื้อวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนวิจัยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการวิจัยของประเทศโดยรวม โดยมีนักวิจัยและผู้ประกอบการเป็นกลไกสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการ สกว. กล่าว

  

ภายหลังการลงนามความร่วมมือได้จัดพิธีมอบรางวัลผลงานวิจัยประจำปีงบประมาณ 2559 (ระยะที่ 1) Innovative House Awards พร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากงานวิจัยจำนวนกว่า 100 ผลิตภัณฑ์จาก 8 กลุ่มงานวิจัยมานำเสนอ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารพร้อมปรุง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบอาหาร และขนมหวาน รวมถึงการประกาศผลรางวัลผลงานวิจัยเด่นในแต่ละด้าน 12 รางวัล และรางวัลป๊อปปูล่าร์โหวตจากผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ จะมีการบรรยาย “นวัตกรรมนั้นสำคัญอย่างไร” และการเสวนา “กว่าจะได้งานวิจัยที่พร้อมจะขายจริงในเชิงพาณิชย์” ตลอดจนการนำเสนอรูปแบบทุนวิจัยในปี 2561

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ผลงานวิจัยพร้อมถ่ายทอด

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป