16 มิถุนายน 2560 – กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานวิจัยและพัฒนาระดับประเทศ ลงนามความร่วมมือสนับสนุนพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) กับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง

เพื่อดึงอัตลักษณ์มหาวิทยาลัยนักปฏิบัติด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนด้านการพัฒนาบุคลากร การวิจัย การพัฒนานวัตกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในโครงการ

ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยถึงโครงการความร่วมมือระหว่าง สวทช. กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ทั้ง 9 แห่งว่า โครงการพัฒนา “เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” หรือ EECi : Eastern Economic Corridor of Innovation เป็นโครงการฯ ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย ในการพัฒนาให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีความเข้มข้นของงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการวิเคราะห์ทดสอบที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก โดยที่ผ่านมา มีหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนหน่วยงานวิจัยพันธมิตรจากต่างประเทศ ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนจำนวน 51 หน่วยงาน

สำหรับความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนา EECi กับ มทร. ทั้ง 9 แห่งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและทรัพยากรอื่นใดตามสมควรและเหมาะสม เพื่อให้การพัฒนานโยบายและการวางแผนขับเคลื่อนการพัฒนา EECi เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย มทร. ทั้ง 9 แห่ง จะดำเนินกิจกรรมวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาบุ คลากรเพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงการให้บริการตามภารกิจและบทบาทของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ด้านวิศวกรรมยานยนต์ และวิศวกรรมการบินและอวกาศ ตลอดจนอุตสาหกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ EECi อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EECi เพื่อประโยชน์ของภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  ได้กล่าวถึงมุมมองและแผนการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน EECi ของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มทร.กรุเทพ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน)  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.ศรีวิชัย) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก(ตะวันออก) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) ว่า รายละเอียดและขอบเขตการดำเนินงานในโครงการ EECi หลายๆ ส่วนมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ที่กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่งกำลังขับเคลื่อนและดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเพื่อก้าวไปสู่การเป็น Train the Trainer รวมไปถึงการพัฒนาและออกแบบหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของประเทศในยุค 4.0
กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลได้มีการผนึกกำลังร่วมกันขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) ใน 6 ด้าน เพื่อรองรับยุทธศาสตร์หลักและแผนการพัฒนาประเทศมาแล้วกว่า 2 ปี ดังนี้

ด้านที่ 1 พัฒนากำลังคนระบบ Transport & Logistic ประกอบด้วย 1.ศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน มทร.กรุงเทพ เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน 2.ระบบขนส่งทางราง มทร.อีสาน เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน 3.ระบบขนส่งทางทะเล มทร.ศรีวิชัย เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน 4.การพัฒนาบุคลากรนักปฏิบัติโลจิสติกส์ระดับอาเซียน มทร.ตะวันออก เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน

ด้านที่ 2 ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( Digital Economy)  มทร.พระนคร เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน

ด้านที่ 3 การบริหารจัดการน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มทร.สุวรรณภูมิ เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน

ด้านที่ 4 โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูวิชาชีพ มทร.ธัญบุรี เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน และ 2.การผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ มทร.ล้านนา เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน

ด้านที่ 5 โครงการด้านกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) มทร.กรุงเทพ เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนและ Social Engagement มทร.ล้านนาเป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนและ ด้านที่ 6 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มทร.รัตนโกสินทร์ เป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อน

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าของโครงการ EECi ขณะนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สวทช. ได้ศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) ของการจัดตั้ง EECi และลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากชุมชนในพื้นที่แล้ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี เพราะชุมชนเห็นว่า EECi จะช่วยพัฒนาพื้นที่และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้น สวทช. ยังได้ระดมความคิดเห็นจากภาคเอกชนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อนำความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไปจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา EECi ที่จะตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้และการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศต่อไปอย่างยั่งยืน “เป้าหมายของพื้นที่ EECi ตามแผนแม่บทการพัฒนา EECi จะใช้เป็นพื้นที่วิจัยและออกแบบวิศวกรรมควบคู่กันไป ซึ่งศักยภาพในพื้นที่แห่งนี้สามารถมีองค์กรวิจัยที่มีนักวิจัยระดับหัวกะทิของประเทศ และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมกันทำงานในลักษณะการวิจัยในโรงงานต้นแบบและยังมีศูนย์วิจัยจากต่างประเทศมาร่วมทำงานในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ดังนั้นจะเป็นการระดมกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรม ไปร่วมกันใช้พื้นที่ EECi ทำการวิจัยที่ใช้ได้จริง สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้อง 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.การบิน 2.เครื่องมือแพทย์ 3.ยานยนต์อัจฉริยะ 4.ระบบอัติโนมัติ หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 5.อาหาร เกษตรสมัยใหม่ และ 6.เคมี เชื้อเพลิงชีวภาพ” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

AIMI

nctc

ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป