อบรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (ป.1) เรื่องการสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สวทช. และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (ระดับประถมศึกษา) เรื่อง การสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย ระหว่างวันที่ 20 – 21 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุม 68-302 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
วัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาครูเกี่ยวกันแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนระดับประถมศึกษาได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ฝึกการสังเกต รู้จักคิด ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ฝึกปฏิบัติจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์เรื่อง การสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย เช่น กิจกรรมทดสอบความรู้สึก กิจกรรมไม่เห็น ไม่ได้ยิน กิจกรรมลายนิ้วมือ เป็นต้น และเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการทำโครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย กิจกรรมดังกล่าวมีครูเข้าอบรม 26 คน จาก 10 โรงเรียน โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ชนกพร ธีระกุลและคณะ จากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ร่วมเป็นคณะวิทยากรในการจัดอบรมดังกล่าว

อบรมเชิงปฏิบัติการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (ระดับปฐมวัย) เรื่อง น้ำ

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สวทช. และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (ระดับปฐมวัย) ครั้งที่ 1 เรื่อง น้ำ ระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุม 68-302 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูด้านเทคนิคการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ฝึกการสังเกต รู้จักคิด ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง และฝึกปฏิบัติจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์เรื่องน้ำ เช่น กิจกรรมหมุดลอยน้ำ กิจกรรมไหลแรงหรือค่อย กิจกรรมหลอดดำน้ำ เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวมีครูเข้าอบรม 37 คน จาก 13 โรงเรียน โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ชนกพร ธีระกุลและคณะ จากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ร่วมเป็นคณะวิทยากรในการจัดอบรมดังกล่าว

กิจกรรม สวทช. ปี 2565

การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์การ ในด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของบุคลากรในการปฏิบัติงานตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านกิจกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การประกาศเจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ การรณรงค์เรื่องค่านิยมองค์กร กิจกรรมพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามทุจริตผ่านระบบ e-learning ในหลักสูตร จริยธรรมการวิจัย สำหรับนักวิจัย หลักสูตรปราบปรามทุจริต (Anti-Corruption) สำหรับนักวิจัยและผู้บริหาร และหลักสูตรปราบปรามทุจริต (Anti-Corruption) สำหรับบุคลากร สวทช. อื่นๆ รวมถึงมีการสร้างความตระหนักให้บุคลากรมีการทำงานโดยยึดหลัก Core Value (NSTDA) เป็นต้น

ในปีงบประมาณ 2565 สวทช. มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต ดังนี้

  1. การจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
  2. การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
  3. ยกระดับและส่งเสริมระบบการพัฒนาบุคลากรให้มีความตระหนักด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

 

โดยมีรายละเอียดการดำเนินการ ดังนี้

1. การจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและเทคโนโลยีมแห่งชาติ และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งมีหน้าที่ในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พ.ศ. 2565 ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างมีธรรมาภิบาล เกิดความโปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนมีการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยยึดหลักของศาสนาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมอันดีงาม นำไปสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม และเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ตามกรอบแนวทางแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 – 2564) และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) (ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา) แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (พ.ศ. 2563 – 2565) แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (พ.ศ. 2563 – 2565) โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้คนในสังคมมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้คุณธรรมนำการพัฒนา ทำให้สังคมไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และเป็นสังคมแห่งคุณธรรม ทั้งนี้ รายละเอียดของแผนและผลการดำเนินงานตามแผนสามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าเว็บไซต์การกำกับดูแลกิจการที่ดี สวทช. https://www.nstda.or.th/home/introduce/governance-org/ เลือกเมนู >เอกสารนโยบายการการกำกับดูแลกิจการที่ดี >แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ เลือก >แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม

ผู้บริหารและบุคลากร สวทช. ร่วมแสดงสัญลักษณ์ “เจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน”

 

2. การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร

2.1 การประกาศนโยบาย No Gift Policy

ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้แสดงเจตนารมณ์การไม่รับของขวัญ No Gift Policy โดยการประกาศ “นโยบายไม่รับ ของขวัญหรือของกำนัล (No Gift Policy)” เปลี่ยนของขวัญเป็นคำขอบคุณ สวทช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริตซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จึงได้ประกาศนโยบาย No Gift Policy ไว้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2564 และมีการสื่อสารผ่านอีเมลในรูปแบบสารจากผู้อำนวยการ ถึงบุคลากรทุกคนในองค์กร ในหัวข้อ “สวัสดีปีใหม่ 2565….จากใจคณะผู้บริหาร สวทช.” พร้อมทั้งแสดงไว้บนหน้าเว็บไซต์ สวทช. สื่อสารบนหน้าอินทราเน็ตของสำนักงาน รวมทั้งสื่อสารผ่านทางไลน์ออฟฟิเชียล สวทช. นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารผ่านศูนย์แห่งชาติและสายงานต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในกลุ่มผู้บริหารระดับกลาง ในการกำกับดูแลติดตามรวมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามนโยบายของสำนักงานและแนวทางที่สำนักงาน ป.ป.ท. กำหนด

2.2 การประชุมของผู้บริหารระดับสูง

การประชุมผู้บริหารระดับสูงซึ่งจัดขึ้นในทุกเดือน โดยมี ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติเข้าร่วมประชุม ซึ่งในการประชุมฯ มีการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ในกรณีตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อน ร่วมถอดบทเรียนจากการบริหารจัดการที่มีความเสี่ยงในสำนักงานฯ หรือกรณีตัวอย่างจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานที่ทุจริตมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของสำนักงานฯ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหารแต่ละศูนย์ฯ นำความรู้หรือข้อมูลที่ได้ไปสื่อสารถ่ายทอด รวมถึงส่งเสริมและชี้แนะแนวปฏิบัติที่ถูกต้องให้กับพนักงานในแต่ละสายบังคับบัญชา ซึ่งจะทำให้พนักงานมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนมากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง มีพฤติกรรมและวิธีการปฏิบัติงานที่สุจริตโปร่งใส เกิดความตระหนักในเรื่องวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2.3 การประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ด้านการบริหารงานบุคคล

การประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ด้านการบริหารงานบุคคล โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้มีการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2565 โดยการนำผลคะแนนและความเห็นของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2564 มาวิเคราะห์และกำหนดแผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และเพื่อยกระดับผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปี 2565 ซึ่งดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ และให้ผู้บริหารทุกระดับให้ความสำคัญ

2.4 การประชุมด้านบริหารจัดการภายในของ สวทช.

การประชุมผู้บริหารด้านบริหารจัดการภายในที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือนทุกเดือน โดยมี ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และผู้บริหารระดับกลางที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นกลไกในการติดตามการดำเนินการของสำนักงานฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการดำเนินการด้วยความด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และกระบวนการมาตรฐาน ซึ่งในการประชุมฯ มีการกำหนดวาระประจำที่สำคัญในการประชุม ดังนี้ 1) วาระรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดประจำเดือน 2) วาระรายงานงบการเงินประจำเดือน 3) รายงานข้อร้องเรียน สวทช. ประจำเดือน

2.5 กิจกรรม NSTDA Day

การเวทีการสื่อสารโดยตรงของ ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารระดับสูงถึงบุคลากรทั่วทั้งสำนักงาน โดยเป็นการสื่อสารข้อมูลอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา สร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างผู้บริหารและบุคลากร สวทช. ร่วมทั้งการสื่อสารนโยบายของสำนักงานฯ ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 นี้ มีการจัดกิจกรรมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2564 NSTDA DAY ตอน “Keep Moving Forward” ซึ่งมีการสื่อสารทำความเข้าใจ ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2564 สถานะการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานฯ นโยบายการทำงาน เป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ สวทช. และแผนดำเนินงานปี 2565 ซึ่งในการสื่อสาร ดร.ณรงค์ฯ ได้ให้นโยบายการทำงานในการบริหารจัดการจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ ลด-ละ-เลิก การใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตตามเป้าหมายของสำนักงานฯ และเน้นย้ำให้บุคลากรช่วยกันทบทวนการบริหารทรัพยากรทางการเงิน ติดตามให้มีการใช้จ่ายด้วยซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด รวมทั้งฝากให้ “ผู้จัดการทุกระดับ” ที่จะเป็นผู้สามารถเปลี่ยนแปลงขั้นตอน แนวทาง และสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบและมีธรรมภิบาล

2.6 การสื่อสาร NSTDA Core Values ตอน “ก้าวสู่เป้าหมายเดียวกันด้วย NSTDA Core Values”

NSTDA Core Value หรือ ค่านิยมองค์กรที่เปรียบเหมือนกรอบความคิดหลัก ความเชื่อที่แสดงถึงอัตลักษณ์ขององค์กร และเป็นบรรทัดฐานที่กำหนดรากฐานและพฤติกรรมของบุคลากร สวทช. และเมื่อพบเจอกับปัญหา อุปสรรค ความท้อแท้ สามารถนำมายึดถือ ตั้งมั่น และเดินตาม NSTDA Core Values เพื่อก้าวผ่านปัญหา สู่ความสำเร็จ ด้วยหัวใจของคน สวทช. ซึ่งประกอบด้วย

N: Nation first การคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เห็นถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม

S: S&T excellence มุ่งเน้นในการสร้างความเป็นเลิศในสิ่งที่ทำ ค้นคว้าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

T: Teamwork การทำงานร่วมกันเป็นทีม พร้อมที่จะเปิดใจรับฟังการกล้าวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์

D: Deliverability ความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ให้ได้ตามคำมั่นสัญญา

A: Accountability and Integrity ความมีจริยธรรม จรรยาบรรณ โปร่งใสกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเจตนารมณ์เกี่ยวกับ หลักคิด แนวปฏิบัติในการทำงานจากรุ่นสู่รุ่น ตามค่านิยมหลัก สวทช. เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันองค์กรให้ประสบผลสำเร็จบรรลุเป้าหมายขององค์กรในการเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้การทำงานที่ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และมีวินัย ที่เป็นไปตามค่านิยมขององค์กรซึ่งแผนการดำเนินการในปีนี้มีการดำเนินการจัดทำและสื่อสารตลอดทั้งปีโดยมีบุคลากรที่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้ง อดีตผู้อำนวยการ ผู้บริหารระดับสูง นักวิจัย และบุคลากรด้านการสนับสนุนวิจัย (ทั้งนี้ตามแผนงาน ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. มีแผนดำเนินการสัมภาษณ์และถ่ายทำในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565)

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ และ รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส
อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

     

 

3. ยกระดับและส่งเสริมระบบการพัฒนาบุคลากรให้มีความตระหนักด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดทำแผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคะแนน ITA ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ทั้งนี้เพื่อเป็นวิเคราะห์ผลประเมินคะแนน ITA ในปี 2564 วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนและตัวชี้วัด/ประเด็นที่ต้องปรับปรุง และนำมาผลคะแนนในแต่ละตัวชี้วัดมาเปรียบเทียบกับผลในปีอื่นๆ รวมถึงเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เพื่อสรุปประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้ตรวจประเมิน รวมถึงเพื่อเป็นแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาหน่วยงานให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการยกระดับผลการประเมินนคุุณธรรมและความโปร่่งใสในการดำเนิินงานของหน่่วยงานภาครััฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ให้บรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกำหนดไว้ต้องมีผลคะแนน 85 คะแนนขึ้นไปทุกตัวชี้วัด ภายในปี พ.ศ. 2565

ทั้งนี้ แผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคะแนน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565สามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าเว็บไซต์การกำกับดูแลกิจการที่ดี สวทช. https://www.nstda.or.th/home/introduce/governance-org/ เลือกเมนู >เอกสารนโยบายการการกำกับดูแลกิจการที่ดี >มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน

คู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ปี 2566

เอกสารคู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ประจำปี 2566 ตามกรอบมาตรฐานบริหารความเสี่ยง ISO 31000:2018 เวอร์ชั่น 6.2 (2566) ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เมื่อ 23 มกราคม พ.ศ. 2566

Disclaimer: เอกสารนี้ใช้เป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงภายใน สวทช. และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ และบริบทที่เกี่ยวข้องของ สวทช. เนื้อหาในคู่มือจะมีการพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์และทันสมัยตามแนวทางการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงของ สวทช. แบบวิวัฒนาการ (Evolutionary approach) เอกสารฉบับนี้เป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมจากคู่มือบริหารความเสี่ยง version 6.1

 

คู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ปี 2566

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2566 ไตรมาส 2

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2566
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
10 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(28,320 ล้านบาท)
1.65 เท่า
(4,681 ล้านบาท)
KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
ในภาคการผลิต ภาคบริการ
และภาคเกษตรกรรม
2.2 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(6,230 ล้านบาท)
2.49 เท่า
(7,035 ล้านบาท)
KS1-C
การพัฒนาบุคลากร /อาชีพ ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรวิจัย/บุคลากรด้าน วทน.
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนา
13,000 คน
5,754 คน
ความมั่นคงองค์กร KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 10.63
กระบวนการภายใน KS3
การยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติและหน่วยงานต่าง ๆ ใน สวทช. เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรที่คล่องตัวขึ้น
สร้างกลไกใหม่เพื่อส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติ กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สวทช. เพิ่มมากขึ้น เป้าหมายร้อยละ 100 ร้อยละ 20.60
ความสามารถองค์กร KS4
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริงในภาคเอกชนหรือชุมชน
KS4-1 สัดส่วนบุคลากรที่ทำงานกับภาคผลิต/ภาคบริการ/ภาคเกษตรกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ร้อยละ 28.41
KS4-2 จำนวนบริษัท/ชุมชนที่ได้รับการยกระดับด้วย วทน. 330 โครงการหรือชุมชน 114 โครงการ/ชุมชน
KS4-3 จำนวนทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการใช้ประโยชน์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 (~ 516 รายการ) 356 รายการ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
85 บทความ
ทรัพย์สินทางปัญญา 30 คำขอ/ 100 คน
58 คำขอ
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 19 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 330 ชุมชน 114 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 660 โครงการ 191 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 65 ผลงาน 35 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 200%)
มูลค่ารวม 1,350 ล้านบาท มูลค่ารวม 918.39 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 35,658 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน ผล
รายจ่าย 8,260.00 ล้านบาท 4,206.15 ล้านบาท
รายรับจากการดำเนินงาน 1,900.00 ล้านบาท 816.45 ล้านบาท

หมายเหตุ : แผนรายรับจากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณประจำปี 2566 เท่ากับ 1,900 ล้านบาท (ไม่รวม ววน.)

ผลการใช้จ่ายงบประมาณโดยเทียบกับแผนและค่าเป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน
รายการ แผนการใช้จ่าย ผลการใช้จ่ายจริง
1. รายจ่ายเพื่อการดำเนินงาน 5,500.00 2,633.52
   1.1 รายจ่ายงบบุคลากร
2,668.00 1,289.39
   1.2 รายจ่ายงบดำเนินงาน
2,832.00 1,344.13
     – กลุ่มแผนงาน Agenda ตามแผนกลยุทธ์ สวทช.
570.00 258.65
     – กลุ่มแผนงานวิจัย วทน. และบริหารวิจัย
1,000.00 494.54
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขัน
360.00 125.51
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและชุมชน
40.00 14.22
     – กลุ่มแผนงานพัฒนา สร้างเสริม และพัฒนาบุคลากรวิจัย
232.00 103.50
     – กลุ่มแผนงานบริหารและส่งเสริมเขตนวัตกรรม
240.00 168.52
     – กลุ่มแผนงานบริหาร สนับสนุน และบริการกลาง
390.00 179.19
2. รายจ่ายค่าก่อสร้างและครุภัณฑ์อุดหนุนเฉพาะกิจ 2,500.00 1,585.65
3. รายจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุน NASTDA Holding และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 120.00 (13.02)
4. รายจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ 140.00
รวมงบประมาณทั้งสิ้น* 8,260.00 4,206.15

* หมายเหตุ : การปรับกรอบงบประมาณประจำปี 2566 จาก 8,300 ล้านบาท เป็น 8,260 ล้านบาท เนื่องจากเงินคงเหลือในกองทุน ณ 30 ก.ย. 2565 ต่ำากว่าที่คาดการณ์ไว้ 40 ล้านบาท ซึ่งผ่านการประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 เรียบร้อยแล้ว

รายงานประจำปี 2565

รายงานประจำปี 2565สวทช. ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model : BCG Economy Model) ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน) จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบการทำงานสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนวาระแห่งชาตินี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วและยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์ คือ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และมีวัตถุประสงค์ คือ การอนุรักษ์ฟื้นฟูจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น การสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value creation) ให้กับทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม BCG เดิมและการพัฒนาต่อยอดสู่อุตสาหกรรม BCG ใหม่ นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และ การสร้างความสามารถในการพึ่งตนเองทางเทคโนโลยี นวัตกรรม เพิ่มความสามารถในการปรับตัว การฟื้นตัวจากวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และเนื่องด้วยประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือผู้นำเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Asia Pacific Economics Cooperation: APEC) หรือเอเปค โดย สวทช.ได้ดำเนินการสนับสนุนข้อมูลผลการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ให้แก่นายกรัฐมนตรีในการนำเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมเอเปค อีกทั้งยังได้เสนอแนวคิดและสนับสนุนข้อมูลประกอบการจัดนิทรรศการเอเปค Thailand BCG ส่งผลให้เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG หรือ Bangkok Goals on Bio-Circular-Green (BCG) Economy เป็นผลงานที่โดดเด่นและได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเอเปค ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในเอเปคอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ถือได้ว่าประเทศไทยสามารถประสบผลสำเร็จในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปคในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี

 

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเรือนจำกลางกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา เรือนจำกลางกำแพงเพชร

    เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 เวลา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเรือนจำกลางกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อทรงเปิดห้องสมุดพร้อมปัญญา เรือนจำกลางกำแพงเพชร ซึ่งเป็นห้องสมุดพร้อมปัญญาแห่งที่ 30 สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ ดำเนินงานตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ ในด้านการควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัย ในการคืนคนดี มีคุณค่า กลับสู่สังคม ตามพระราชกระแสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้คำปรึกษาและมอบโปรแกรมห้องสมุดอัตโนมัติ และอบรมผู้ต้องขังในการนำหนังสือเข้าสู่ระบบ เพื่อการสืบค้นและการยืม-คืนหนังสือภายในห้องสมุด จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรห้องเรียนคอมพิวเตอร์ โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาผู้ต้องขัง และเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ โครงการแม่ขนุน ซึ่งเรือนจำกำแพงเพชรได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้ ICT ในการสร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นโครงการภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้นำมาต่อยอดพัฒนารูปแบบการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ด้วยวิธีการ Live สด ให้กับผู้ต้องขัง โดยให้ผู้ต้องขังสวมใส่หน้ากากแฟนตาซี เพื่อปิดบังใบหน้า และทำการ Live สด จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขัง อาทิ กระเป๋าแฮนด์เมด งานถักโครเชต์ ฯลฯ ผ่านร้านค้าออนไลน์ของเรือนจำฯ “เรือนเพชร SHOP” และเรือนจำกลางกำแพงเพชร ยังได้นำผลิตภัณฑ์จากการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขัง จำหน่ายบนแพลตฟอร์มOneplatform ของโครงการ “แม่ขนุน” ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายให้กับเรือนจำและทัณฑสถาน จากการเข้าร่วมโครงการ “แม่ขนุน” ทำให้ผลิตภัณฑ์จากฝีมือผู้ต้องขังเรือนจำกลางกำแพงเพชร เป็นที่รู้จักกว้างขวาง และมียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในส่วนของเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นแม่ขนุน มีหลากหลายรายการ อาทิ กระเป๋าทรงญี่ปุ่นและกระเป๋ารูดต่อกระสอบ -หน้ากากผ้าปักลายในเทศกาลตรุษจีน กระเป๋าผ้าแคนวาสต่อกระสอบ กระเป๋าใส่แก้วเยติ เป็นต้น ฯลฯ

เยี่ยมเด็กพิการจากนราธิวาส ณ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ

    เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยนางสาววันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิฯ และคณะทำงาน เข้าร่วมประชุมติดตามการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการในช่วงปิดภาคเรียนของเด็กชายฮาริส ดาแมยี เด็กชายอับดุลวาเรส เปาะซูปายา เด็กชายอัลฟุรกรณ์ หามะ และเด็กหญิงอารีสา มะลี คนพิการจากจังหวัดนราธิวาส ณ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ โดยมี นางอรพรรณ สุวรรณรัตน์ รองประธานกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ พร้อมด้วย ผู้จัดการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ และ นางมีนา รอดคล้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ คณะครูที่สอนวิชาการ นักกายภาพและทีมฟื้นฟูของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมด้วย จากการติดตามเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของเด็กพิการ ทราบว่าเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เด็กพิการได้รับการตรวจและเอกซเรย์ร่างกาย ณ สถาบันสิรินธร เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ โดยมีนางจุไรรัตน์ บัวภิบาล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเด็กพิการ และช่วยวิเคราะห์เครื่องมือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับเด็กพิการแต่ละคน เช่น รถเข็นของเด็กชายอับดุลวาเรส รองเท้าของเด็กหญิงอารีสา เป็นต้น และนักกายภาพและทีมฟื้นฟูของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ให้เพิ่มเติมเสริมอุปกรณ์และวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของเด็กพิการแต่คนด้วย ด้านการเสริมการเรียนรู้วิชาการของเด็กพิการแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว มีความคิดสร้างสรรค์และกล้าแสดงออก

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2566 ไตรมาส 1

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2566
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
10 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(28,320 ล้านบาท)
0.079 เท่า
(223 ล้านบาท)
KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
ในภาคการผลิต ภาคบริการ
และภาคเกษตรกรรม
2.2 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(6,230 ล้านบาท)
0.92 เท่า
(2,612 ล้านบาท)
KS1-C
การพัฒนาบุคลากร /อาชีพ ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรวิจัย/บุคลากรด้าน วทน.
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนา
13,000 คน
3,651 คน
ความมั่นคงองค์กร KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 4.56
กระบวนการภายใน KS3
การยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติและหน่วยงานต่าง ๆ ใน สวทช. เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรที่คล่องตัวขึ้น
สร้างกลไกใหม่เพื่อส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติ กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สวทช. เพิ่มมากขึ้น เป้าหมายร้อยละ 100 ร้อยละ 20.60
ความสามารถองค์กร KS4
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริงในภาคเอกชนหรือชุมชน
KS4-1 สัดส่วนบุคลากรที่ทำงานกับภาคผลิต/ภาคบริการ/ภาคเกษตรกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ร้อยละ 25.70
KS4-2 จำนวนบริษัท/ชุมชนที่ได้รับการยกระดับด้วย วทน. 330 โครงการหรือชุมชน 30 โครงการ/ชุมชน
KS4-3 จำนวนทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการใช้ประโยชน์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 (~ 516 รายการ) 342 รายการ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
31 บทความ
ทรัพย์สินทางปัญญา 30 คำขอ/ 100 คน
21 คำขอ
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 17 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 330 ชุมชน 60 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 660 โครงการ 123 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 65 ผลงาน 20 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 200%)
มูลค่ารวม 1,350 ล้านบาท มูลค่ารวม 408.06 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 19,672 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน ผล
รายจ่าย 8,260.00 ล้านบาท 1,906.10 ล้านบาท
รายรับจากการดำเนินงาน 1,900.00 ล้านบาท 699.50 ล้านบาท

หมายเหตุ : แผนรายรับจากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณประจำปี 2566 เท่ากับ 1,900 ล้านบาท (ไม่รวม ววน.)

ผลการใช้จ่ายงบประมาณโดยเทียบกับแผนและค่าเป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน
รายการ แผนการใช้จ่าย ผลการใช้จ่ายจริง
1. รายจ่ายเพื่อการดำเนินงาน 5,500.00 1,343.37
   1.1 รายจ่ายงบบุคลากร
2,668.00 660.18
   1.2 รายจ่ายงบดำเนินงาน
2,832.00 683.19
     – กลุ่มแผนงาน Agenda ตามแผนกลยุทธ์ สวทช.
570.00 141.49
     – กลุ่มแผนงานวิจัย วทน. และบริหารวิจัย
1,000.00 244.06
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขัน
360.00 46.93
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและชุมชน
40.00 7.51
     – กลุ่มแผนงานพัฒนา สร้างเสริม และพัฒนาบุคลากรวิจัย
232.00 41.44
     – กลุ่มแผนงานบริหารและส่งเสริมเขตนวัตกรรม
240.00 109.52
     – กลุ่มแผนงานบริหาร สนับสนุน และบริการกลาง
390.00 92.24
2. รายจ่ายค่าก่อสร้างและครุภัณฑ์อุดหนุนเฉพาะกิจ 2,500.00 599.37
3. รายจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุน NASTDA Holding และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 120.00 3.36
4. รายจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ 140.00
รวมงบประมาณทั้งสิ้น* 8,260.00 1,906.10

* หมายเหตุ : การปรับกรอบงบประมาณประจำปี 2566 จาก 8,300 ล้านบาท เป็น 8,260 ล้านบาท เนื่องจากเงินคงเหลือในกองทุน ณ 30 ก.ย. 2565 ต่ำากว่าที่คาดการณ์ไว้ 40 ล้านบาท ซึ่งผ่านการประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 เรียบร้อยแล้ว