
อบรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (ป.1) เรื่องการสืบเสาะเกี่ยวกับร่างกาย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์การ ในด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของบุคลากรในการปฏิบัติงานตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านกิจกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การประกาศเจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ การรณรงค์เรื่องค่านิยมองค์กร กิจกรรมพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามทุจริตผ่านระบบ e-learning ในหลักสูตร จริยธรรมการวิจัย สำหรับนักวิจัย หลักสูตรปราบปรามทุจริต (Anti-Corruption) สำหรับนักวิจัยและผู้บริหาร และหลักสูตรปราบปรามทุจริต (Anti-Corruption) สำหรับบุคลากร สวทช. อื่นๆ รวมถึงมีการสร้างความตระหนักให้บุคลากรมีการทำงานโดยยึดหลัก Core Value (NSTDA) เป็นต้น
ในปีงบประมาณ 2565 สวทช. มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต ดังนี้
โดยมีรายละเอียดการดำเนินการ ดังนี้
1. การจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและเทคโนโลยีมแห่งชาติ และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งมีหน้าที่ในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พ.ศ. 2565 ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างมีธรรมาภิบาล เกิดความโปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนมีการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยยึดหลักของศาสนาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมอันดีงาม นำไปสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม และเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ตามกรอบแนวทางแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 – 2564) และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) (ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา) แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (พ.ศ. 2563 – 2565) แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (พ.ศ. 2563 – 2565) โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้คนในสังคมมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้คุณธรรมนำการพัฒนา ทำให้สังคมไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และเป็นสังคมแห่งคุณธรรม ทั้งนี้ รายละเอียดของแผนและผลการดำเนินงานตามแผนสามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าเว็บไซต์การกำกับดูแลกิจการที่ดี สวทช. https://www.nstda.or.th/home/introduce/governance-org/ เลือกเมนู >เอกสารนโยบายการการกำกับดูแลกิจการที่ดี >แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ เลือก >แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม
ผู้บริหารและบุคลากร สวทช. ร่วมแสดงสัญลักษณ์ “เจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน”
2. การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
2.1 การประกาศนโยบาย No Gift Policy
ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้แสดงเจตนารมณ์การไม่รับของขวัญ No Gift Policy โดยการประกาศ “นโยบายไม่รับ ของขวัญหรือของกำนัล (No Gift Policy)” เปลี่ยนของขวัญเป็นคำขอบคุณ สวทช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริตซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จึงได้ประกาศนโยบาย No Gift Policy ไว้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2564 และมีการสื่อสารผ่านอีเมลในรูปแบบสารจากผู้อำนวยการ ถึงบุคลากรทุกคนในองค์กร ในหัวข้อ “สวัสดีปีใหม่ 2565….จากใจคณะผู้บริหาร สวทช.” พร้อมทั้งแสดงไว้บนหน้าเว็บไซต์ สวทช. สื่อสารบนหน้าอินทราเน็ตของสำนักงาน รวมทั้งสื่อสารผ่านทางไลน์ออฟฟิเชียล สวทช. นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารผ่านศูนย์แห่งชาติและสายงานต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในกลุ่มผู้บริหารระดับกลาง ในการกำกับดูแลติดตามรวมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามนโยบายของสำนักงานและแนวทางที่สำนักงาน ป.ป.ท. กำหนด
2.2 การประชุมของผู้บริหารระดับสูง
การประชุมผู้บริหารระดับสูงซึ่งจัดขึ้นในทุกเดือน โดยมี ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติเข้าร่วมประชุม ซึ่งในการประชุมฯ มีการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ในกรณีตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อน ร่วมถอดบทเรียนจากการบริหารจัดการที่มีความเสี่ยงในสำนักงานฯ หรือกรณีตัวอย่างจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานที่ทุจริตมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของสำนักงานฯ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหารแต่ละศูนย์ฯ นำความรู้หรือข้อมูลที่ได้ไปสื่อสารถ่ายทอด รวมถึงส่งเสริมและชี้แนะแนวปฏิบัติที่ถูกต้องให้กับพนักงานในแต่ละสายบังคับบัญชา ซึ่งจะทำให้พนักงานมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนมากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง มีพฤติกรรมและวิธีการปฏิบัติงานที่สุจริตโปร่งใส เกิดความตระหนักในเรื่องวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 การประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ด้านการบริหารงานบุคคล
การประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ด้านการบริหารงานบุคคล โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้มีการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2565 โดยการนำผลคะแนนและความเห็นของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2564 มาวิเคราะห์และกำหนดแผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และเพื่อยกระดับผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปี 2565 ซึ่งดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ และให้ผู้บริหารทุกระดับให้ความสำคัญ
2.4 การประชุมด้านบริหารจัดการภายในของ สวทช.
การประชุมผู้บริหารด้านบริหารจัดการภายในที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือนทุกเดือน โดยมี ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และผู้บริหารระดับกลางที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นกลไกในการติดตามการดำเนินการของสำนักงานฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการดำเนินการด้วยความด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และกระบวนการมาตรฐาน ซึ่งในการประชุมฯ มีการกำหนดวาระประจำที่สำคัญในการประชุม ดังนี้ 1) วาระรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดประจำเดือน 2) วาระรายงานงบการเงินประจำเดือน 3) รายงานข้อร้องเรียน สวทช. ประจำเดือน
2.5 กิจกรรม NSTDA Day
การเวทีการสื่อสารโดยตรงของ ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารระดับสูงถึงบุคลากรทั่วทั้งสำนักงาน โดยเป็นการสื่อสารข้อมูลอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา สร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างผู้บริหารและบุคลากร สวทช. ร่วมทั้งการสื่อสารนโยบายของสำนักงานฯ ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 นี้ มีการจัดกิจกรรมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2564 NSTDA DAY ตอน “Keep Moving Forward” ซึ่งมีการสื่อสารทำความเข้าใจ ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2564 สถานะการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานฯ นโยบายการทำงาน เป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ สวทช. และแผนดำเนินงานปี 2565 ซึ่งในการสื่อสาร ดร.ณรงค์ฯ ได้ให้นโยบายการทำงานในการบริหารจัดการจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ ลด-ละ-เลิก การใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตตามเป้าหมายของสำนักงานฯ และเน้นย้ำให้บุคลากรช่วยกันทบทวนการบริหารทรัพยากรทางการเงิน ติดตามให้มีการใช้จ่ายด้วยซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด รวมทั้งฝากให้ “ผู้จัดการทุกระดับ” ที่จะเป็นผู้สามารถเปลี่ยนแปลงขั้นตอน แนวทาง และสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้า ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบและมีธรรมภิบาล
2.6 การสื่อสาร NSTDA Core Values ตอน “ก้าวสู่เป้าหมายเดียวกันด้วย NSTDA Core Values”
NSTDA Core Value หรือ ค่านิยมองค์กรที่เปรียบเหมือนกรอบความคิดหลัก ความเชื่อที่แสดงถึงอัตลักษณ์ขององค์กร และเป็นบรรทัดฐานที่กำหนดรากฐานและพฤติกรรมของบุคลากร สวทช. และเมื่อพบเจอกับปัญหา อุปสรรค ความท้อแท้ สามารถนำมายึดถือ ตั้งมั่น และเดินตาม NSTDA Core Values เพื่อก้าวผ่านปัญหา สู่ความสำเร็จ ด้วยหัวใจของคน สวทช. ซึ่งประกอบด้วย
N: Nation first การคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เห็นถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม
S: S&T excellence มุ่งเน้นในการสร้างความเป็นเลิศในสิ่งที่ทำ ค้นคว้าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ
T: Teamwork การทำงานร่วมกันเป็นทีม พร้อมที่จะเปิดใจรับฟังการกล้าวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์
D: Deliverability ความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ให้ได้ตามคำมั่นสัญญา
A: Accountability and Integrity ความมีจริยธรรม จรรยาบรรณ โปร่งใสกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง
ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเจตนารมณ์เกี่ยวกับ หลักคิด แนวปฏิบัติในการทำงานจากรุ่นสู่รุ่น ตามค่านิยมหลัก สวทช. เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันองค์กรให้ประสบผลสำเร็จบรรลุเป้าหมายขององค์กรในการเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้การทำงานที่ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และมีวินัย ที่เป็นไปตามค่านิยมขององค์กรซึ่งแผนการดำเนินการในปีนี้มีการดำเนินการจัดทำและสื่อสารตลอดทั้งปีโดยมีบุคลากรที่เป็นแบบอย่างที่ดีทั้ง อดีตผู้อำนวยการ ผู้บริหารระดับสูง นักวิจัย และบุคลากรด้านการสนับสนุนวิจัย (ทั้งนี้ตามแผนงาน ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. มีแผนดำเนินการสัมภาษณ์และถ่ายทำในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565)
ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ และ รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส
อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
3. ยกระดับและส่งเสริมระบบการพัฒนาบุคลากรให้มีความตระหนักด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดทำแผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคะแนน ITA ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ทั้งนี้เพื่อเป็นวิเคราะห์ผลประเมินคะแนน ITA ในปี 2564 วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนและตัวชี้วัด/ประเด็นที่ต้องปรับปรุง และนำมาผลคะแนนในแต่ละตัวชี้วัดมาเปรียบเทียบกับผลในปีอื่นๆ รวมถึงเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เพื่อสรุปประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้ตรวจประเมิน รวมถึงเพื่อเป็นแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาหน่วยงานให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการยกระดับผลการประเมินนคุุณธรรมและความโปร่่งใสในการดำเนิินงานของหน่่วยงานภาครััฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ให้บรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกำหนดไว้ต้องมีผลคะแนน 85 คะแนนขึ้นไปทุกตัวชี้วัด ภายในปี พ.ศ. 2565
ทั้งนี้ แผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคะแนน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565สามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าเว็บไซต์การกำกับดูแลกิจการที่ดี สวทช. https://www.nstda.or.th/home/introduce/governance-org/ เลือกเมนู >เอกสารนโยบายการการกำกับดูแลกิจการที่ดี >มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน
เอกสารคู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ประจำปี 2566 ตามกรอบมาตรฐานบริหารความเสี่ยง ISO 31000:2018 เวอร์ชั่น 6.2 (2566) ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เมื่อ 23 มกราคม พ.ศ. 2566
Disclaimer: เอกสารนี้ใช้เป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงภายใน สวทช. และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ และบริบทที่เกี่ยวข้องของ สวทช. เนื้อหาในคู่มือจะมีการพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์และทันสมัยตามแนวทางการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงของ สวทช. แบบวิวัฒนาการ (Evolutionary approach) เอกสารฉบับนี้เป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมจากคู่มือบริหารความเสี่ยง version 6.1
สวทช. ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model : BCG Economy Model) ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน) จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบการทำงานสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนวาระแห่งชาตินี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วและยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์ คือ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และมีวัตถุประสงค์ คือ การอนุรักษ์ฟื้นฟูจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น การสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value creation) ให้กับทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม BCG เดิมและการพัฒนาต่อยอดสู่อุตสาหกรรม BCG ใหม่ นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และ การสร้างความสามารถในการพึ่งตนเองทางเทคโนโลยี นวัตกรรม เพิ่มความสามารถในการปรับตัว การฟื้นตัวจากวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และเนื่องด้วยประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือผู้นำเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก (Asia Pacific Economics Cooperation: APEC) หรือเอเปค โดย สวทช.ได้ดำเนินการสนับสนุนข้อมูลผลการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ให้แก่นายกรัฐมนตรีในการนำเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมเอเปค อีกทั้งยังได้เสนอแนวคิดและสนับสนุนข้อมูลประกอบการจัดนิทรรศการเอเปค Thailand BCG ส่งผลให้เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG หรือ Bangkok Goals on Bio-Circular-Green (BCG) Economy เป็นผลงานที่โดดเด่นและได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเอเปค ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในเอเปคอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ถือได้ว่าประเทศไทยสามารถประสบผลสำเร็จในฐานะเจ้าภาพการประชุมเอเปคในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยนางสาววันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิฯ และคณะทำงาน เข้าร่วมประชุมติดตามการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการในช่วงปิดภาคเรียนของเด็กชายฮาริส ดาแมยี เด็กชายอับดุลวาเรส เปาะซูปายา เด็กชายอัลฟุรกรณ์ หามะ และเด็กหญิงอารีสา มะลี คนพิการจากจังหวัดนราธิวาส ณ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ โดยมี นางอรพรรณ สุวรรณรัตน์ รองประธานกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ พร้อมด้วย ผู้จัดการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ และ นางมีนา รอดคล้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสังวาลย์ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ คณะครูที่สอนวิชาการ นักกายภาพและทีมฟื้นฟูของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมด้วย จากการติดตามเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของเด็กพิการ ทราบว่าเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เด็กพิการได้รับการตรวจและเอกซเรย์ร่างกาย ณ สถาบันสิรินธร เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ โดยมีนางจุไรรัตน์ บัวภิบาล รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเด็กพิการ และช่วยวิเคราะห์เครื่องมือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับเด็กพิการแต่ละคน เช่น รถเข็นของเด็กชายอับดุลวาเรส รองเท้าของเด็กหญิงอารีสา เป็นต้น และนักกายภาพและทีมฟื้นฟูของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ให้เพิ่มเติมเสริมอุปกรณ์และวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของเด็กพิการแต่คนด้วย ด้านการเสริมการเรียนรู้วิชาการของเด็กพิการแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว มีความคิดสร้างสรรค์และกล้าแสดงออก