แผนการดำเนินงาน 2567

แผนการดำเนินงานและงบประมาณ ปีงบประมาณ 2567 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / สิงหาคม 2566

VDO แนะนำ สวทช.

VDO แนะนำบริการสำหรับภาคเอกชน ของ สวทช.

สวทช. ติวเข้ม เยาวชนในชนบท รับทุนพัฒนาทักษะด้าน ‘สะเต็มและโค้ดดิ้ง’ เตรียมพร้อมสู่ ‘ยุวเกษตรกรอัจฉริยะ’ ในอุตสาหกรรมเกษตรแม่นยำ

(วันที่ 27 กันยายน 2566): ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานในพิธีมอบเงินสนับสนุนการทำโครงงานให้กับนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะด้านสะเต็มและโค้ดดิ้ง (STEM and Coding Skills) แก่เยาวชนในชนบท เพื่อก้าวสู่ยุวเกษตรกรอัจฉริยะในอุตสาหกรรมเกษตรแม่นยำ โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยมีโรงเรียนเป้าหมายภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่ผ่านการคัดเลือกข้อเสนอโครงงานด้านเกษตรอัตโนมัติเกษตรแม่นยำ จำนวน 46 โครงงาน จากโรงเรียน 31 แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 114 คน เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “การทำโครงงานเกษตรอัฉริยะ (AI Coding for Smart Agriculture)” ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2566 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่ผ่านการพิจารณารับทุนสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านสะเต็มและโค้ดดิ้ง (STEM and Coding Skills) ซึ่งจะเป็นกำลังใจและสร้างแรงจูงใจให้กับเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนสอนนักเรียนพิการ กลุ่มโรงเรียนพระประปริยัติธรรม สามเณรจากกลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมถึงโรงเรียนในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนในชนบท (ทสรช.) ภายใต้มูลนิธิฯ ได้นำทุนพัฒนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนของตนเองและเพื่อน ๆ ร่วมสถานศึกษามากที่สุด สำหรับโครงงานที่ได้รับทุนสนับสนุนมีจำนวนทั้งสิ้น 46 โครงงาน จากโรงเรียน 31 แห่ง โดยแต่ละโครงงานจะได้รับทุนสนับสนุนไม่เกิน 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงงาน) จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 226,491 บาท

ทั้งนี้ ตลอดการอบรมเชิงปฏิบัติการทั้ง 3 วัน นักเรียนที่เข้าร่วมอบรมจะได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงด้านการพัฒนาโครงงานแบบกลุ่ม อีกทั้งได้รับองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ อาทิ การโค้ดควบคุมไมโครคอนโทรเลอร์ และหลักการควบคุมอัตโนมัติทั้งแบบอนาลอกและดิจิทัล, การพัฒนาโครงงานด้วยโค้ดดิ้ง เพื่องานการเกษตรอัจฉริยะ โดย รศ.ยืน ภู่วรวรรณ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การประยุกต์เอไอโมเดลกับงานการสร้างนวัตกรรม โครงงานเกษตรอัจฉริยะเป็นโครงงานที่สร้างสรรค์และประยุกต์ต้นแบบ โดย รศ.พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า ภาควิชาคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นต้น โดยมีนางสาวเยาวลักษณ์ คนคล่อง ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการตามพระราชดำริฯ นายนพดร ปัญญาจงถาวร รองผู้อำนวยการงานส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพชั้นสูง สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต สวทช. นายนริชพันธ์ เป็นผลดี ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัลศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน เข้าร่วมกิจกรรม

 

 

อย่างไรก็ตาม สวทช. คาดหวังว่าโครงการดังกล่าว จะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้จัดทำ โครงงานหรือนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาเป็น และเรียนรู้การทำงานกับผู้อื่นผ่านกระบวนการทำโครงงานได้ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 แก่เยาวชนทุกคนในยุคดิจิทัล

 

 

 

 

คลินิกสร้างโครงงานวิจัยและสื่ออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น 

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสำนักงานประสานงานโครงการตามพระราชดำริฯ (HRH) และงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนชนบท (SRS) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิใจกระทิง จัดกิจกรรม“กิจกรรม “คลินิกสร้างโครงงานวิจัยและสื่ออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2566 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “ดิจิทัลและวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น”
วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม
     (1) โรงเรียนได้นำเสนอข้อเสนอโครงงานวิจัยโลกทั้งระบบ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำปรึกษา เพื่อแก้ไข ปรับปรุงข้อเสนอโครงงานฯ ก่อนของบประมาณสนับสนุนการทำโครงงานฯ ในลำดับต่อไป
     (2) อบรมแนวทางจัดทำสื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นที่ตนค้นพบเผยแพร่สู่ชุมชนต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ พระอาจารย์ สามเณร ครู และนักเรียน จากโรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา ในโครงการตามพระราชดำริฯ ทั้งในรูปแบบ ออนไซต์ และออนไลน์ จำนวน 16 โรงเรียน 70 คน

 

 

กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 เวลา 14.30 น. – 16.30 น. กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ และนางสาวมทกานติ์ ใหม่แท้ ได้ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางสาวศิริวรรณ อ่อนเกตุ ครูชนาญการพิเศษ และคณะครูที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ โดยโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการจัดการเรียนการสอน การส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนตาบอด

กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. – 14.30 น. กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ และนางสาวมทกานติ์ ใหม่แท้ ได้ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร โดยมี นายอัมรินทร์ พันธ์วิไล ผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวดวงเดือน คำมูลสุข รองผู้อำนวยการ และคณะครูที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมรายงานการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ โดยโรงเรียนโสตอนุสารสุนทรมีการดำเนินงานหลายโครงการ อาทิเช่น การพัฒนาการอ่านและเขียนภาษาไทยด้วยบัตรภาพคำศัพท์พหุภาษา การดำเนินงานห้องเรียนไอที การดำเนินงานห้องคอมพิวเตอร์ การฝึกและแก้ไขการพูด การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และการส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งพิการ

การอบรม (ออนไลน์) หลักสูตร “สมรรถนะด้านการใช้อีคอมเมิร์ซ…เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ”

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จัดการอบรม (ออนไลน์) หลักสูตร “สมรรถนะด้านการใช้อีคอมเมิร์ซ…เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ” ในวันอังคารที่ 12 กันยายน 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญและประโยชน์ของการทดสอบสมรรถนะทางด้านอีคอมเมิร์ซ ตามมาตรฐานของประเทศ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถนะทางด้านอีคอมเมิร์ซ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบตามมาตรฐานของประเทศสามารถเตรียมความพร้อมด้านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในการจัดสอบออนไลน์ได้มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 106 คน ประกอบด้วย ครูและนักเรียนเข้าอบรม 39 คนจาก 3 โรงเรียน และครูและเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนในสถานพินิจเข้าอบรม 67 คน จาก 10 ศูนย์

กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนกาวิละอนุกูล

 

  เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ และนางสาวมทกานติ์ ใหม่แท้ ได้ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนกาวิละอนุกูล โดยมี นายวรเวช จันทรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการทั้ง 4 ฝ่าย และคณะครูที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมรายงานการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ

    โดยโรงเรียนกาวิละอนุกูลมีการดำเนินงานหลายโครงการ ทั้งการดำเนินงานห้องเรียนไอที การดำเนินงานห้องคอมพิวเตอร์ การพัฒนาทักษะการสื่อสาร การฝึกและแก้ไขการพูด การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และการส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งเพื่อพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและ/หรือออทิสติก

ค่าย 1 จุดประกายนวัตกรอาหารรุ่นเยาว์ฯ รุ่นที่ 4

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดค่าย ๑ “จุดประกายนวัตกรอาหารรุ่นเยาว์สร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์” ภายใต้โครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร รุ่นที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์อาหาร สร้างแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมอาหาร กระบวนการผลิตและการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารเบื้องต้น ตลอดจนจัดทำข้อเสนอโครงงานเพื่อเตรียมส่งประกวด ได้ต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการ 85 คน ประกอบด้วยครู 25 คน และ นักเรียน 60 คน จาก 12 โรงเรียน

 

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2566 ไตรมาส 3

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2566
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
10 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(28,320 ล้านบาท)
8.39 เท่า
(23,772 ล้านบาท)
KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
ในภาคการผลิต ภาคบริการ
และภาคเกษตรกรรม
2.2 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(6,230 ล้านบาท)
2.97 เท่า
(8,422 ล้านบาท)
KS1-C
การพัฒนาบุคลากร /อาชีพ ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรวิจัย/บุคลากรด้าน วทน.
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนา
13,000 คน
9,607 คน
ความมั่นคงองค์กร KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 16.67
กระบวนการภายใน KS3
การยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติและหน่วยงานต่าง ๆ ใน สวทช. เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรที่คล่องตัวขึ้น
สร้างกลไกใหม่เพื่อส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติ กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สวทช. เพิ่มมากขึ้น ดำเนินการตามแผนได้
ร้อยละ 81.17
ความสามารถองค์กร KS4
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริงในภาคเอกชนหรือชุมชน
KS4-1 สัดส่วนบุคลากรที่ทำงานกับภาคผลิต/ภาคบริการ/ภาคเกษตรกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ร้อยละ 40.54
KS4-2 จำนวนบริษัท/ชุมชนที่ได้รับการยกระดับด้วย วทน. 330 โครงการหรือชุมชน 251 โครงการหรือชุมชน
KS4-3 จำนวนทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการใช้ประโยชน์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 (~ 516 รายการ) 461 รายการ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
180 บทความ
ทรัพย์สินทางปัญญา 30 คำขอ/ 100 คน
97 คำขอ
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 34 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 330 ชุมชน 167 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 660 โครงการ 472 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 65 ผลงาน 58 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 200%)
มูลค่ารวม 1,350 ล้านบาท มูลค่า 752.79 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 61,434 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน ผล
รายจ่าย 8,260.00 ล้านบาท 5,522.78 ล้านบาท
รายรับจากการดำเนินงาน 1,900.00 ล้านบาท 1,384.63 ล้านบาท

หมายเหตุ : แผนรายรับจากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณประจำปี 2566 เท่ากับ 1,900 ล้านบาท (ไม่รวม ววน.)

ผลการใช้จ่ายงบประมาณโดยเทียบกับแผนและค่าเป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน
รายการ แผนการใช้จ่าย ผลการใช้จ่ายจริง
1. รายจ่ายเพื่อการดำเนินงาน 5,500.00 3,799.29
   1.1 รายจ่ายงบบุคลากร
2,668.00 1,908.25
   1.2 รายจ่ายงบดำเนินงาน
2,832.00 1,891.04
     – กลุ่มแผนงาน Agenda ตามแผนกลยุทธ์ สวทช.
570.00 344.16
     – กลุ่มแผนงานวิจัย วทน. และบริหารวิจัย
1,000.00 691.59
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขัน
360.00 193.40
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและชุมชน
40.00 23.18
     – กลุ่มแผนงานพัฒนา สร้างเสริม และพัฒนาบุคลากรวิจัย
232.00 156.30
     – กลุ่มแผนงานบริหารและส่งเสริมเขตนวัตกรรม
240.00 233.34
     – กลุ่มแผนงานบริหาร สนับสนุน และบริการกลาง
390.00 249.07
2. รายจ่ายค่าก่อสร้างและครุภัณฑ์อุดหนุนเฉพาะกิจ 2,500.00 1,723.49
3. รายจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุน NASTDA Holding และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 120.00
4. รายจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ 140.00
รวมงบประมาณทั้งสิ้น* 8,260.00 5,522.78

* หมายเหตุ : การปรับกรอบงบประมาณประจำปี 2566 จาก 8,300 ล้านบาท เป็น 8,260 ล้านบาท เนื่องจากเงินคงเหลือในกองทุน ณ 30 ก.ย. 2565 ต่ำากว่าที่คาดการณ์ไว้ 40 ล้านบาท ซึ่งผ่านการประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 เรียบร้อยแล้ว