A-MED เฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยสู่การประกวด i-CREATe 2023

    ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ได้จัดกิจกรรม “การคัดเลือกสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุภายในประเทศ ประจำปี 2566” เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ณ อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร เพื่อคัดเลือกทีมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่มีผลงานนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือคนพิการหรือผู้สูงอายุที่โดดเด่น เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุระดับนานาชาติ (The Global Student Innovation Challenge: gSIC 2023) ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่องวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 16 (The 16th International Convention on Rehabilitation Engineering and Assistive Technology: i-CREATe 2023) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. จังหวัดปทุมธานี เป็นเวทีสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้มีโอกาสเข้าร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมระดับนานาชาติ อีกทั้งได้เข้าร่วมฟังและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านนี้ในประเทศไทยต่อไป

    ภายในงานได้รับเกียรติจากนางสาววันทนีย์ พันธชาติ ผู้เชี่ยวชาญ A-MED/สวทช. ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.กฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ฝังใน Prof. Wei Tech Ang จาก Rehabilitation Research Institute of Singapore ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจาก สวทช. และหน่วยงานภายนอกร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวด

    การประกวดสิ่งประดิษฐ์ฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผลงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (Technology Category) และผลงานด้านการออกแบบนวัตกรรมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (Design Category) มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในรอบช้อเสนอโครงการ จำนวน 122 ผลงาน และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จำนวน 41 ผลงาน จากมหาวิทยาลัย 5 แห่ง โรงเรียน 11 แห่ง และสถาบันอาชีวศึกษา 2 แห่ง 

    โดยมีทีมที่ได้รับการคัดเลือกทั้งสิ้น 11 ทีม จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2 ทีม) วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล โรงเรียนสุไหงโกลก โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี และ โรงเรียนนานาชาติเกวลี เพื่อเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวด Global Student Innovation Challenge (gSIC 2023) ในเดือนสิงหาคม 2566

credit : A-MED เฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยสู่การประกวด i-CREATe 2023 | www.nectec.or.th

นำผู้ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเข้าเฝ้าฯ ประจำปี 2566

            วันเสาร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๔.๓๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาฯ ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงาน ก.พ. นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน และนักเรียนทุนรัฐบาล ไปศึกษา
ณ มหาวิทยาลัยของสภาวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (UCAS) เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสที่นักศึกษากราบถวายบังคมลาก่อนออกเดินทางไปศึกษา

            ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศหลายแห่งได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพระราชทานให้แก่บุคคลไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ในการดำเนินงานเพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นผู้รับทุน มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดำเนินการเพื่อคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และ
ขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

            ในปีการศึกษา ๒๕๖๖ (ค.ศ. ๒๐๒๓) มีนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัย/สถาบัน
ในต่างประเทศดังกล่าว  จำนวน ๑๐ คน ดังนี้ (๑) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการออกแบบแห่งสิงคโปร์ ระดับปริญญาเอก จำนวน ๓ คน (๒) มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง ระดับปริญญาโท จำนวน ๒ คน (๓) มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน ระดับปริญญาโท จำนวน ๒ คน และ (๔) สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสโกลโกโว ระดับปริญญาโท จำนวน ๓ คน

            นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระราชดำริให้ประเทศไทยมีความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน สำนักงาน ก.พ. และ มหาวิทยาลัยของสภาวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (UCAS) ได้มีการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ มีการคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนรัฐบาลไปศึกษาในระดับปริญญาเอกที่ UCAS สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี ๒๕๖๖ มีผู้ได้รับทุนจำนวน ๒ คน

            สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ มูลนิธิฯ นำนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน และนักเรียนทุนรัฐบาล ไปศึกษา ณ มหาวิทยาลัยของสภาวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (UCAS) รวมจำนวน ๑๒ คน เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสที่นักศึกษากราบถวายบังคมลาก่อนออกเดินทางไปศึกษา

นักวิจัยไทยเดินทางเข้าร่วมการวิจัยอาร์กติกทางเรือ

ภาพนักวิจัยเดินทางร่วมการวิจัยอาร์กติกทางเรือ (Arctic Research Cruise)

 

     เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 นักวิจัยไทยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ ดร. สุจารี บุรีกุล อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ และนายอานุภาพ พานิชผล นักวิจัย สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ ออกเดินทางเข้าร่วมการวิจัยอาร์กติกทางเรือ (Arctic Research Cruise) ร่วมกับสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (PRIC) โดยเรือสำรวจ RV Xuelong 2 ระยะเวลาประมาณ 80 วัน ระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2566
ภาพนักวิจัย : ดร. สุจารี บุรีกุล (ซ้าย) และนายอานุภาพ พานิชผล (ขวา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทางเข้าร่วมการวิจัยอาร์กติกทางเรือ (Arctic Research Cruise) ร่วมกับสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (PRIC) และศ.ดร. สุชนา ชวนิชย์(กลาง) ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในนักวิจัยไทยที่เคยเดินทางรวมคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกแห่งจีน Chinese National Antarctic Research Expedition ชื่อย่อ CHINARE ในปี 2557 และเป็นกรรมการในคณะภาคีวิทยาศาสตร์ขั้วโลกแห่งประเทศไทย

 

    โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินงานตามพระราชดำริฯ ที่ควรส่งเสริมให้นักวิจัยไทยเข้าร่วมการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ขั้วโลกของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ ซึ่งนักวิจัยทั้ง 2 ท่าน ได้เดินทางไปเพื่อศึกษาเรื่อง “ไมโครพลาสติกและชีวนิเวศจุลชีพที่เกี่ยวข้องและสะสมในไมโครไบโอมในมวลน้ำ ตะกอน และสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรอาร์กติก” และ “การหมุนเวียนสารอาหารและฟลักซ์คาร์บอนไดออกไซด์ : สัญญาณการตอบสนองทางชีวธรณีเคมีต่อการเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรอาร์กติกในภาวะโลกร้อน” เพื่อขยายผลงานวิจัยที่ขั้วโลกเหนือของไทยที่ผ่านมาเมื่อ 5 ปีก่อน และยกระดับความก้าวหน้าของงานวิจัยและนักวิจัยไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบการศึกษาอื่นเพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการเมื่อต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต

ภาพนักวิจัย ดร. สุจารี บุรีกุล อาจารย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายอานุภาพ พานิชผล นักวิจัย สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนออกเดินทางเข้าร่วมการวิจัยอาร์กติกทางเรือ (Arctic Research Cruise) ร่วมกับสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (PRIC) โดยเรือสำรวจ RV Xuelong 2

 

ภาพนักวิจัยบน เรือสำรวจ RV Xuelong 2 ก่อนออกเดินทางร่วมการวิจัยอาร์กติกทางเรือ (Arctic Research Cruise)

 

รือสำรวจ RV Xuelong 2

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน เป็นประธานวางศิลาฤกษ์อาคารปฏิบัติการเครื่องโทคาแมค

27 พฤศจิกายน 2563 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนิน  เป็นประธานวางศิลาฤกษ์อาคารปฏิบัติการเครื่องโทคาแมค  และทอดพระเนตรกิจกรรมการดำเนินงาน  และความก้าวหน้าของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  ณ  สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  สำนักงานใหญ่  อำเภอองครักษ์จังหวัดนครนายก  เป็นการส่วนพระองค์

     อาคารปฏิบัติการเครื่องโทคาแมคแห่งนี้ เป็นอาคารเพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องโทคาแมครุ่น HT-6M ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม หรือ สทน. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยจำนวน 214 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเครื่องโทคาแมคของไทย จากชิ้นส่วนหลักของเครื่องโทคาแมค HT-6M และระบบสนับสนุนของเครื่องโทคาแมค รวมทั้ง ยังได้รับสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินจำนวนประมาณ 100 ล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณเพื่อพัฒนาระบบวิศวกรรมต่อยอดและนวัตกรรมสำหรับเครื่องโทคาแมคจำนวน 54 ล้านบาท และงบประมาณสำหรับการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการโทคาแมค อีกจำนวน 46 ล้านบาทเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 2 ชั้น แบ่งเป็นส่วนสำนักงานและส่วนปฏิบัติการโดยส่วนปฏิบัติการ มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 670 ตารางเมตร ประกอบด้วย พื้นที่ปฏิบัติการสำหรับติดตั้งเครื่องโทคาแมคและพื้นที่สำหรับระบบสนับสนุนของเครื่องโทคาแมค อาคารดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2564 ทั้งนี้ซึ่งมีแผนที่จะแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2565 สำหรับการดำเนินงานการวิจัยด้านพลาสมาและฟิวชันในประเทศไทยเพื่อนำผลวิจัยพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีมาใช้ประโยชน์ในเชิงเกษตรกรรมด้านอาหาร เพื่อการฆ่าเชื้อโรคในอาหารและผลิตผลทางการเกษตร ในเชิงการแพทย์ การประยุกต์เทคโนโลยีพลาสมามาใช้ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสุขอนามัยโดยใช้พลาสมาในการบำบัดแผลติดเชื้อและแผลเรื้อรัง พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดเนื้อเยื่อใหม่หรือการรักษาผิวหน้า การรักษาแผล ตลอดจนถึงการมีส่วนช่วยในเรื่องของการกำจัดขยะและของเสียอีกด้วย

ข่าวสารจาก : สทน. | กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน เป็นประธานวางศิลาฤกษ์อาคารปฏิบัติการเครื่องโทคาแมค (tint.or.th)

กิจกรรมการนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (แบบออนไลน์)

   มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จัดกิจกรรมการนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (แบบออนไลน์) สำหรับครูระดับระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ในวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อนิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยในโรงเรียน การจัดทำโครงงานเพื่อเตรียมการประเมินตราพระราชทาน และร่วมแก้ปัญหา อุปสรรค และหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้สามารถดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยได้ตามแผนงานต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 23 คน จาก 8 โรงเรียน โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ชนกพร ธีระกุล จากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ร่วมเป็นคณะวิทยากรในการจัดอบรมดังกล่าว

กิจกรรมการนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (แบบออนไลน์) สำหรับครูระดับปฐมวัย

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จัดกิจกรรมการนิเทศและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย (แบบออนไลน์) สำหรับครูระดับปฐมวัย ในวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อนิเทศ ติดตาม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยในโรงเรียน การจัดทำโครงงานเพื่อเตรียมการประเมินตราพระราชทาน และร่วมแก้ปัญหา อุปสรรค และหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้สามารถดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยได้ตามแผนงานต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 37 คน จาก 11 โรงเรียน โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ชนกพร ธีระกุล จากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ร่วมเป็นคณะวิทยากรในการจัดอบรมดังกล่าว

กิจกรรม “ค่าย 1 : สิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว” ปีการศึกษา 2566 ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 28 จังหวัดยโสธร

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ฯ ได้ดำเนินกิจกรรม “ค่าย 1 : สิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว” ปีการศึกษา 2566 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้จัดทำโครงงานหรือนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิด การแก้ปัญหา และเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำโครงงาน อันเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จำนวน 3 ค่ายต่อเนื่อง แล้วจัดให้มีกิจกรรม Show & Share เป็นประจำทุกปีพร้อมทั้ง ส่งเสริมให้นักเรียนส่งโครงงานเข้าร่วมประกวดในเวทีต่าง ๆ และผลงานที่เกิดขึ้นจะสร้างโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาต่ออุดมศึกษาในโควตาพิเศษ ฝ่ายเลขานุการฯ ในโครงการพัฒนาทักษะอิเล็กทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปีที่ 10 ปีการศึกษา 2566 ภายใต้ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  กำหนดจัดการอบรม ให้แก่ครูและนักเรียนจากโรงเรียน ภาคใต้ ในการอบรมครั้งนี้ในรูปแบบ Onsite ในวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2566 ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 28 จังหวัดยโสธร โดยมี อาจารย์จิระศักดิ์ สุวรรณโณ ที่ปรึกษาโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เรวัตร ใจสุทธิ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ และผู้ช่วยวิทยากร ในครั้งนี้มีผู้อบรมทั้งหมด ร่วมจำนวน 94 คน ครูและนักเรียน จาก 8 โรงเรียน

ค่ายอิคคิวซัง 1 หัวข้อ “การประยุกต์ใช้บอร์ดสมองกลฝังตัวกับโครงงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับสามเณร” (ประจำปีการศึกษา 2566)

   มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จัดค่ายอิคคิวซัง 1 หัวข้อ “การประยุกต์ใช้บอร์ดสมองกลฝังตัวกับโครงงานสิ่งประดิษฐ์สำหรับสามเณร” (ประจำปีการศึกษา 2566) ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการจัดทำข้อเสนอโครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมได้แก่ ครูและสามเณรในโรงเรียนวัดไผ่ดำ จังหวัดสิงห์บุรี โรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ และ เยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จำนวน 170 รูป/คน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ครั้งที่ ๗๒ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

     การประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา (Lindau Nobel Laureate Meetings) เป็นการประชุมเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ได้รับรางวัลโนเบลกับเยาวชนและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ โดยได้เชิญผู้ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Laureate) นักศึกษาและนักวิจัยจากทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม เริ่มการประชุมครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๕๑ ณ เมืองลินเดา เกาะขนาดเล็กทางตอนใต้ของเยอรมนี บริเวณทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee) พรมแดนธรรมชาติระหว่างเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์
การประชุมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้ได้รับรางวัลโนเบลกับนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันได้มุ่งเน้นผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มเยาวชน นักศึกษา และนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงจากนานาประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามคำขวัญ ๓ ประการ คือ (๑) ให้ความรู้ (educating) (๒) สร้างแรงบันดาลใจ (inspiring) และ (๓) เชื่อมโยงเครือข่าย (connecting) ทั้งนี้ สภาการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา (The Council for the Lindau Nobel Laureate Meetings) ร่วมกับมูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา (Foundation Lindau Nobel Laureate Meetings) จัดการประชุมนี้ขึ้นทุกปีในช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม หมุนเวียนไปตามสาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ และจะจัดการประชุมทั้งสิ้น ๖ วัน โดยมีพิธีเปิดที่เมืองลินเดาในวันแรกและพิธีปิดที่เกาะไมเนาในวันสุดท้าย สำหรับสาขาเศรษฐศาสตร์ จะจัดขึ้นทุก ๒ ปี เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๔
     การประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบลในปีนี้เป็นการจัดขึ้นครั้งที่ ๗๒ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ มุ่งเน้นด้านการค้นคว้าวิจัยทางสรีรวิทยา/ยา (physiology/medicine) ซึ่งมีผู้ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลกว่า ๔๐ คน และนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่กว่า ๖๐๐ คน เข้าร่วมการประชุมฯ ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาและนักวิทยาศาสตร์จากประเทศไทยที่ดำเนินการคัดเลือกโดยโครงการการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน ๖ คน ที่ผ่านมา จากพระราชดำริของสมเด็๗พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน โครงการฯ ได้สนับสนุนผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมฯ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๘๑ คน จำแนกตามสาขาการประชุมในแต่ละปี ได้ดังนี้ สาขาฟิสิกส์ ๒๑ คน สาขาเคมี ๒๓ คน, สาขาเคมี ฟิสิกส์ สรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ ๑๗ คน และสาขาสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ ๒๐ คน
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุม ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. ตามคำเชิญของมูลนิธิการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งเป็นผู้จัดงาน ในฐานะวุฒิสภากิตติมศักดิ์ (Honorary Senate) ของมูลนิธิฯ หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้ศาสตราจารย์ ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ นำคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุมจำนวน ๖ คน และผู้บริหารของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ เข้าเฝ้าฯ และร่วมฉายพระฉายาลักษณ์ ที่โรงแรม Bayerischer Hof.
ผู้แทนประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกโดยโครงการการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ภายใต้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ให้เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ จำนวน ๖ คน ประกอบด้วย
   ๑. ดร.พินันทา นิตยาจาร นักวิจัยหลังปริญญาเอก สาขารังสีวิทยา Case Western Reserve University, USA
   ๒. พญ.ณัฐชญา สุคนธ แพทย์ประจาบ้านชั้นปีที่ 2 สาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
   ๓. น.ส.ไพลิน เจียระนันท์ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาภูมิคุ้มกันวิทยา University of Toronto, Canada
   ๔. ดร.ภูมิ ชัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
   ๕. พญ.พรลดา ลิขสิทธิ์วัฒนกุล นักวิจัยหลังปริญญาเอก Department of Medical Oncology, Dana-Farber Cancer Institute, USA
   ๖. ดร.นรินธเดช เจริญสมบัติ นักวิจัยหลังปริญญาเอก สาขา Bioengineering, Mayo Clinic, USA
     นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีก ๑ คน ที่ได้รับการคัดเลือกจาก The Royal Swedish Academy of Science คือ ดร.ณัญญา โชติวรรณ อาจารย์โรงเรียนแพทย์รามาธิบดี สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (ได้รับการคัดเลือกจาก The Royal Swedish Academy of Science ให้เข้าร่วมการประชุมแบบออนไลน์ในปี 2020 และfปีนี้ ได้รับเชิญจากผู้จัดให้เข้าร่วมการประชุมแบบ onsite ที่ลินเดา) ในพิธีเปิดการประชุมในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ มีการกล่าวถ้อยแถลงจาก นาง Bettina Stark-Watzinger รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและวิจัยแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นาย Al Gore อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี ค.ศ. ๒๐๐๗ และนาย Martin Polaschek รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษา วิทยาศาสตร์และการวิจัยแห่งออสเตรีย

นกิจกรรม “ค่าย 1 : สิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว” ปีการศึกษา 2566 ณ โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ จ.สงขลา

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ฯ ได้ดำเนินกิจกรรม “ค่าย 1 : สิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัว” ปีการศึกษา 2566 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้จัดทำโครงงานหรือนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิด การแก้ปัญหา และเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำโครงงาน อันเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จำนวน 3 ค่ายต่อเนื่อง แล้วจัดให้มีกิจกรรม Show & Share เป็นประจำทุกปีพร้อมทั้ง ส่งเสริมให้นักเรียนส่งโครงงานเข้าร่วมประกวดในเวทีต่าง ๆ และผลงานที่เกิดขึ้นจะสร้างโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาต่ออุดมศึกษาในโควตาพิเศษ ฝ่ายเลขานุการฯ ในโครงการพัฒนาทักษะอิเล็กทรอนิกส์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปีที่ 10 ปีการศึกษา 2566 ภายใต้ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กำหนดจัดการอบรม ให้แก่ครูและนักเรียนจากโรงเรียน ภาคใต้ ในการอบรมครั้งนี้ในรูปแบบ Onsite ในวันที่ 23 – 25 มิถุนายน 2566 ณ โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ จ.สงขลา โดยมี อาจารย์จิระศักดิ์ สุวรรณโณ ที่ปรึกษาโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เรวัตร ใจสุทธิ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาฟิสิกส์ และผู้ช่วยวิทยากร เป็นวิทยากรในครั้งนี้มีผู้อบรมทั้งหมด ร่วมจำนวน 116 คน ครูและนักเรียน จาก 9 โรงเรียน