VDO แนะนำ สวทช.

VDO แนะนำบริการสำหรับภาคเอกชน ของ สวทช.

สวทช. ติวเข้ม เยาวชนในชนบท รับทุนพัฒนาทักษะด้าน ‘สะเต็มและโค้ดดิ้ง’ เตรียมพร้อมสู่ ‘ยุวเกษตรกรอัจฉริยะ’ ในอุตสาหกรรมเกษตรแม่นยำ

(วันที่ 27 กันยายน 2566): ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธานในพิธีมอบเงินสนับสนุนการทำโครงงานให้กับนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะด้านสะเต็มและโค้ดดิ้ง (STEM and Coding Skills) แก่เยาวชนในชนบท เพื่อก้าวสู่ยุวเกษตรกรอัจฉริยะในอุตสาหกรรมเกษตรแม่นยำ โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) โดยมีโรงเรียนเป้าหมายภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่ผ่านการคัดเลือกข้อเสนอโครงงานด้านเกษตรอัตโนมัติเกษตรแม่นยำ จำนวน 46 โครงงาน จากโรงเรียน 31 แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 114 คน เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “การทำโครงงานเกษตรอัฉริยะ (AI Coding for Smart Agriculture)” ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2566 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ดร.พัชร์ลิตา ฉัตรวริศพงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่ผ่านการพิจารณารับทุนสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านสะเต็มและโค้ดดิ้ง (STEM and Coding Skills) ซึ่งจะเป็นกำลังใจและสร้างแรงจูงใจให้กับเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนสอนนักเรียนพิการ กลุ่มโรงเรียนพระประปริยัติธรรม สามเณรจากกลุ่มโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมถึงโรงเรียนในโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของโรงเรียนในชนบท (ทสรช.) ภายใต้มูลนิธิฯ ได้นำทุนพัฒนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนของตนเองและเพื่อน ๆ ร่วมสถานศึกษามากที่สุด สำหรับโครงงานที่ได้รับทุนสนับสนุนมีจำนวนทั้งสิ้น 46 โครงงาน จากโรงเรียน 31 แห่ง โดยแต่ละโครงงานจะได้รับทุนสนับสนุนไม่เกิน 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงงาน) จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 226,491 บาท

ทั้งนี้ ตลอดการอบรมเชิงปฏิบัติการทั้ง 3 วัน นักเรียนที่เข้าร่วมอบรมจะได้ทดลองลงมือปฏิบัติจริงด้านการพัฒนาโครงงานแบบกลุ่ม อีกทั้งได้รับองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ อาทิ การโค้ดควบคุมไมโครคอนโทรเลอร์ และหลักการควบคุมอัตโนมัติทั้งแบบอนาลอกและดิจิทัล, การพัฒนาโครงงานด้วยโค้ดดิ้ง เพื่องานการเกษตรอัจฉริยะ โดย รศ.ยืน ภู่วรวรรณ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การประยุกต์เอไอโมเดลกับงานการสร้างนวัตกรรม โครงงานเกษตรอัจฉริยะเป็นโครงงานที่สร้างสรรค์และประยุกต์ต้นแบบ โดย รศ.พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า ภาควิชาคอมพิวเตอร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นต้น โดยมีนางสาวเยาวลักษณ์ คนคล่อง ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการตามพระราชดำริฯ นายนพดร ปัญญาจงถาวร รองผู้อำนวยการงานส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพชั้นสูง สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต สวทช. นายนริชพันธ์ เป็นผลดี ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัลศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน เข้าร่วมกิจกรรม

 

 

อย่างไรก็ตาม สวทช. คาดหวังว่าโครงการดังกล่าว จะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้จัดทำ โครงงานหรือนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาเป็น และเรียนรู้การทำงานกับผู้อื่นผ่านกระบวนการทำโครงงานได้ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 แก่เยาวชนทุกคนในยุคดิจิทัล

 

 

 

 

คลินิกสร้างโครงงานวิจัยและสื่ออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น 

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยสำนักงานประสานงานโครงการตามพระราชดำริฯ (HRH) และงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนชนบท (SRS) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิใจกระทิง จัดกิจกรรม“กิจกรรม “คลินิกสร้างโครงงานวิจัยและสื่ออย่างสร้างสรรค์ เพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2566 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “ดิจิทัลและวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น”
วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม
     (1) โรงเรียนได้นำเสนอข้อเสนอโครงงานวิจัยโลกทั้งระบบ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำปรึกษา เพื่อแก้ไข ปรับปรุงข้อเสนอโครงงานฯ ก่อนของบประมาณสนับสนุนการทำโครงงานฯ ในลำดับต่อไป
     (2) อบรมแนวทางจัดทำสื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เพื่อนำเสนอประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นที่ตนค้นพบเผยแพร่สู่ชุมชนต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ พระอาจารย์ สามเณร ครู และนักเรียน จากโรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา ในโครงการตามพระราชดำริฯ ทั้งในรูปแบบ ออนไซต์ และออนไลน์ จำนวน 16 โรงเรียน 70 คน

 

 

กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 เวลา 14.30 น. – 16.30 น. กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ และนางสาวมทกานติ์ ใหม่แท้ ได้ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางสาวศิริวรรณ อ่อนเกตุ ครูชนาญการพิเศษ และคณะครูที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ โดยโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการจัดการเรียนการสอน การส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนตาบอด

กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. – 14.30 น. กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ และนางสาวมทกานติ์ ใหม่แท้ ได้ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร โดยมี นายอัมรินทร์ พันธ์วิไล ผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวดวงเดือน คำมูลสุข รองผู้อำนวยการ และคณะครูที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมรายงานการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ โดยโรงเรียนโสตอนุสารสุนทรมีการดำเนินงานหลายโครงการ อาทิเช่น การพัฒนาการอ่านและเขียนภาษาไทยด้วยบัตรภาพคำศัพท์พหุภาษา การดำเนินงานห้องเรียนไอที การดำเนินงานห้องคอมพิวเตอร์ การฝึกและแก้ไขการพูด การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และการส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งพิการ

การอบรม (ออนไลน์) หลักสูตร “สมรรถนะด้านการใช้อีคอมเมิร์ซ…เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ”

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จัดการอบรม (ออนไลน์) หลักสูตร “สมรรถนะด้านการใช้อีคอมเมิร์ซ…เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ” ในวันอังคารที่ 12 กันยายน 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญและประโยชน์ของการทดสอบสมรรถนะทางด้านอีคอมเมิร์ซ ตามมาตรฐานของประเทศ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมรรถนะทางด้านอีคอมเมิร์ซ เพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบตามมาตรฐานของประเทศสามารถเตรียมความพร้อมด้านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในการจัดสอบออนไลน์ได้มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 106 คน ประกอบด้วย ครูและนักเรียนเข้าอบรม 39 คนจาก 3 โรงเรียน และครูและเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนในสถานพินิจเข้าอบรม 67 คน จาก 10 ศูนย์

กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนกาวิละอนุกูล

 

  เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 กรรมการและคณะทำมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นำโดย นางสาววันทนีย์ พันธชาติ นางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ และนางสาวมทกานติ์ ใหม่แท้ ได้ขอเข้านิเทศงานและติดตามการดำเนินงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสำหรับคนพิการของโรงเรียนกาวิละอนุกูล โดยมี นายวรเวช จันทรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการทั้ง 4 ฝ่าย และคณะครูที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมรายงานการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ

    โดยโรงเรียนกาวิละอนุกูลมีการดำเนินงานหลายโครงการ ทั้งการดำเนินงานห้องเรียนไอที การดำเนินงานห้องคอมพิวเตอร์ การพัฒนาทักษะการสื่อสาร การฝึกและแก้ไขการพูด การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และการส่งเสริมการเรียนการสอนโค้ดดิ้งเพื่อพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและ/หรือออทิสติก

ค่าย 1 จุดประกายนวัตกรอาหารรุ่นเยาว์ฯ รุ่นที่ 4

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดค่าย ๑ “จุดประกายนวัตกรอาหารรุ่นเยาว์สร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์” ภายใต้โครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร รุ่นที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์อาหาร สร้างแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมอาหาร กระบวนการผลิตและการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารเบื้องต้น ตลอดจนจัดทำข้อเสนอโครงงานเพื่อเตรียมส่งประกวด ได้ต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการ 85 คน ประกอบด้วยครู 25 คน และ นักเรียน 60 คน จาก 12 โรงเรียน

 

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2566 ไตรมาส 3

ตัวชี้วัด BSC ค่าเป้าหมาย และผลการดำเนินงาน
มุมมอง ตัวชี้วัดของ สวทช.
ปีงบประมาณ 2566
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย KS1-A
มูลค่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
10 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(28,320 ล้านบาท)
8.39 เท่า
(23,772 ล้านบาท)
KS1-B
มูลค่าการลงทุนด้าน ว และ ท
ในภาคการผลิต ภาคบริการ
และภาคเกษตรกรรม
2.2 เท่า ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานของ
สวทช. ปี 2566
(6,230 ล้านบาท)
2.97 เท่า
(8,422 ล้านบาท)
KS1-C
การพัฒนาบุคลากร /อาชีพ ด้วย วทน.
จำนวนบุคลากรวิจัย/บุคลากรด้าน วทน.
เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนา
13,000 คน
9,607 คน
ความมั่นคงองค์กร KS2
สัดส่วนรายได้ต่อค่าใช้จ่าย
ร้อยละ 25 ร้อยละ 16.67
กระบวนการภายใน KS3
การยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติและหน่วยงานต่าง ๆ ใน สวทช. เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรที่คล่องตัวขึ้น
สร้างกลไกใหม่เพื่อส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์แห่งชาติ กับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใน สวทช. เพิ่มมากขึ้น ดำเนินการตามแผนได้
ร้อยละ 81.17
ความสามารถองค์กร KS4
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริงในภาคเอกชนหรือชุมชน
KS4-1 สัดส่วนบุคลากรที่ทำงานกับภาคผลิต/ภาคบริการ/ภาคเกษตรกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ร้อยละ 40.54
KS4-2 จำนวนบริษัท/ชุมชนที่ได้รับการยกระดับด้วย วทน. 330 โครงการหรือชุมชน 251 โครงการหรือชุมชน
KS4-3 จำนวนทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการใช้ประโยชน์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 (~ 516 รายการ) 461 รายการ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
รายการ เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
บทความตีพิมพ์
ในวารสารนานาชาติ
180 บทความ
ทรัพย์สินทางปัญญา 30 คำขอ/ 100 คน
97 คำขอ
ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ 34 รายการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 330 ชุมชน 167 ชุมชน
สร้างความสามารถ SME (ITAP) 660 โครงการ 472 โครงการ
สนับสนุนการขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย 65 ผลงาน 58 ผลงาน
รับรองโครงการวิจัยของ
ภาคเอกชน (ภาษี 200%)
มูลค่ารวม 1,350 ล้านบาท มูลค่า 752.79 ล้านบาท
บริการวิเคราะห์ทดสอบ 61,434 รายการ
ผลการดำเนินงานด้านงบประมาณ
รายการ แผน ผล
รายจ่าย 8,260.00 ล้านบาท 5,522.78 ล้านบาท
รายรับจากการดำเนินงาน 1,900.00 ล้านบาท 1,384.63 ล้านบาท

หมายเหตุ : แผนรายรับจากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการและงบประมาณประจำปี 2566 เท่ากับ 1,900 ล้านบาท (ไม่รวม ววน.)

ผลการใช้จ่ายงบประมาณโดยเทียบกับแผนและค่าเป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน
รายการ แผนการใช้จ่าย ผลการใช้จ่ายจริง
1. รายจ่ายเพื่อการดำเนินงาน 5,500.00 3,799.29
   1.1 รายจ่ายงบบุคลากร
2,668.00 1,908.25
   1.2 รายจ่ายงบดำเนินงาน
2,832.00 1,891.04
     – กลุ่มแผนงาน Agenda ตามแผนกลยุทธ์ สวทช.
570.00 344.16
     – กลุ่มแผนงานวิจัย วทน. และบริหารวิจัย
1,000.00 691.59
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขัน
360.00 193.40
     – กลุ่มแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและชุมชน
40.00 23.18
     – กลุ่มแผนงานพัฒนา สร้างเสริม และพัฒนาบุคลากรวิจัย
232.00 156.30
     – กลุ่มแผนงานบริหารและส่งเสริมเขตนวัตกรรม
240.00 233.34
     – กลุ่มแผนงานบริหาร สนับสนุน และบริการกลาง
390.00 249.07
2. รายจ่ายค่าก่อสร้างและครุภัณฑ์อุดหนุนเฉพาะกิจ 2,500.00 1,723.49
3. รายจ่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุน NASTDA Holding และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 120.00
4. รายจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ 140.00
รวมงบประมาณทั้งสิ้น* 8,260.00 5,522.78

* หมายเหตุ : การปรับกรอบงบประมาณประจำปี 2566 จาก 8,300 ล้านบาท เป็น 8,260 ล้านบาท เนื่องจากเงินคงเหลือในกองทุน ณ 30 ก.ย. 2565 ต่ำากว่าที่คาดการณ์ไว้ 40 ล้านบาท ซึ่งผ่านการประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 เรียบร้อยแล้ว

การประชุมนำเสนอนวัตกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการจากบริษัท Start up ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สวทช. เพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่เด็กพิการของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ

     วันที่ 28 สิงหาคม 2566 ณ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี : อาจารย์วันทนีย์ พันธชาติ กรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับนางสาวอลิสา สุวรรณรัตน์ คณะทำงานมูลนิธิฯ ได้นำคณะบริษัท Start up ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ผศ.ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ได้เข้านำเสนอนวัตกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการให้แก่คุณอารยา อรุณานนท์ชัย ที่ปรึกษามูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ พร้อมกับ กรรมการมูลนิธิ และเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิประกอบด้วย นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด โดยมีรายการอุปกรณ์ที่นำไปเสนอประกอบด้วย
    Space walker. อุปกรณ์ช่วยฝึกเดินที่มีระบบพยุงน้ำหนักบางส่วน ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูการยืนและการเดินสำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการเดินในรูปแบบต่างๆ เพื่อใช้รักษาทางกายภาพบำบัด พัฒนาโดยบริษัทเมดิคิวบ์ จำกัด Stande-Go อุปกรณ์ช่วยลุกยืนและเคลื่อนย้าย เป็นนวัตกรรมช่วยลุกยืน และเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พัฒนาโดยบริษัทเมดิคิวบ์ จำกัด Sky Walker ก้าวเดิมไม่ล้ม เดินได้ เดินดี ไม่มีล้ม นวัตกรรมที่ทำให้ คุณฝึกเดินอย่างมั่นใจ ปลอดภัย ทุกที่ ทุกเวลา พัฒนาโดยบริษัทเมดิคิวบ์ จำกัด Standing Wheelchair วีลแชร์ยืนได้ วีลแชร์ออกแบบพิเศษ สามารถปรับยืนได้อย่างปลอดภัย จะปรับด้วยตัวเองหรือมีผู้ดูแลช่วยเหลือ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฝึกยืนเพื่อสุขภาพที่ดีขึั้น พัฒนา
 
    โดยบริษัท CMED MEDICAL CMED HOIST (Patient Lift) เป็นเครื่องยกและคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบไฟฟ้าโดยใช้ผู้ดูแลเพียงคนเดียว พัฒนาโดยบริษัท CMED MEDICAL Arm Booster เป็นนวัตกรรมกายภาพบำบัดแขนแบบ Bilateral สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยทำกายภาพบำบัดด้วยเทคนิค Bilateral เคลื่อนไหวแขนทั้งสองข้างไปพร้อมๆกัน สอดคล้องกับการใช้งานของแขนตามธรรมชาติ และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดย พัฒนาบริษัท เกรท เทค แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด Sit to Stand เครื่องออกกำลังกายและกายภาพบำบัด สำหรับการฝึกลุกยืนเพื่อผู้สูงอายุ ช่วยพัฒนาความแรงความคล่องแคล่วว่องไว และลดโอกาสการหกล้มลงได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยเสริมสร้างร่างกาย เสริมกล้ามเนื้อ เสริมสร้างกระดูกและข้อ พัฒนาโดยบริษัท CMED MEDICAL Podogram analyzer ระบบตรวจวัดและวิเคราะห์น้ำหนักกดบริเวณฝ่าเท้าอัจฉริยะที่สามารถประเมินอาการผิดปกติของเท้าได้ โดยการวัดอัตราส่วนของฝ่าเท้า เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของรูปเท้า ประเมินการไหลเวียนของโลหิตจากภาพทั้งก่อนและหลังการใส่อุปกรณ์เสริมอุ้งฝ่าเท้า โดยจะแสดงผลเป็นข้อมูลทางการแพทย์ ซึ่งแพทย์สามารถนำมาประกอบการวินิจฉัยโรคและการติดตามผลในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาโดย นายยุทธพงศ์ อุณหทวีทรัพย์ พร้อมกันนี้ ดร. กตัญชลี ไม้งาม จากบริษัท Kantrus จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Startup ของ สวทช. ได้นำนวัตกรรมเจลบำรุงผิวด้วย Double-Youth Innovation ใช้ทาเฉพาะที่ เพื่อปลอบประโลมผิวแพ้ง่ายจากยุง แมลง ต้นไม้ และสารเคมีอื่นๆ และบำรุงผิวที่ได้รับการกดทับเป็นประจำ มามอบให้ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ และ ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการจังหวัดนนทบุรี เพื่อนำไปใช้กับคนพิการที่ใช้ชีวิตบนรถวีลแชร์เป็นประจำ
     มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ให้ความสนใจอุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ อุปกรณ์ช่วยบุคคล และอุปกรณ์ช่วยวิเคราะห์ ต่างๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งกรรมการมูลนิธิจะนำไปหารือเรื่องการนำนวัตกรรมไปใช้ฟื้นฟูสมรรภาพในคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ต่อไป