คู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ปี 2567

เอกสารคู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ประจำปี 2567 ตามกรอบมาตรฐานบริหารความเสี่ยง ISO 31000:2018 เวอร์ชั่น 6.3 (2567) ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงของ สวทช. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566

Disclaimer: เอกสารนี้ใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงภายใน สวทช. และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ และบริบทที่เกี่ยวข้องของ สวทช. เนื้อหาในคู่มือจะมีการพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์และทันสมัยตามแนวทางการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงของ สวทช. แบบวิวัฒนาการ (Evolutionary Approach) เอกสารฉบับนี้เป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมจากคู่มือบริหารความเสี่ยง version 6.2

 
คู่มือบริหารความเสี่ยงของ สวทช. ปี 2567

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2567 ไตรมาส 2

รายงานประจำปี 2566

รายงานประจำปี 2566สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนา ภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ ฉบับที่ 7.1 (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570) มุ่งเน้นกลยุทธ์ ได้แก่ 1) การจัดลำดับโครงการสำคัญที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของประเทศและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ บนฐานของความเชี่ยวชาญที่มี และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และทุ่มเททรัพยากร บุคลากร และเครื่องมือของ สวทช. ไปช่วยภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยคงไว้ซึ่งความยั่งยืนของ Solution 2) ใช้ความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานของ สวทช. ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ภาคเศรษฐกิจและสังคมสามารถฟื้นตัวในภาวะวิกฤตได้อย่างรวดเร็วและได้รับประโยชน์สูงสุด 3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนา วทน. ของประเทศ เพื่อสร้างความเป็นเลิศและ ขยายฐานความเชี่ยวชาญในด้านที่จะนำไปใช้ประโยชน์ สร้างผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 4) สร้างการรับรู้ถึงความสามารถและผลงานของ สวทช. ด้วยการสื่อสารและเพิ่มช่องทางให้ผู้รับประโยชน์เข้าถึงผลงานวิจัย และ 5) ปรับและสร้างความสามารถของ สวทช. ให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติด้วย AAA (Agenda, Alignment, Agility) เพื่อส่งเสริมให้เกิด Horizontal Collaboration ในองค์กรตอบโจทย์แบบ Total Solution

 

กิจกรรม สวทช. ปี 2566

กิจกรรมและการดำเนินการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์การ ในด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการสร้างจิตสำนึกของบุคลากรในการปฏิบัติงานตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านกิจกรรมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การประกาศเจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร การปฐมนิเทศบุคลากรใหม่ การรณรงค์เรื่องค่านิยมองค์กร กิจกรรมพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามทุจริตผ่านระบบ e-learning ในหลักสูตร จริยธรรมการวิจัย สำหรับนักวิจัย หลักสูตรปราบปรามทุจริต (Anti-Corruption) สำหรับนักวิจัยและผู้บริหาร และหลักสูตรปราบปรามทุจริต (Anti-Corruption) สำหรับบุคลากร สวทช. อื่นๆ รวมถึงมีการสร้างความตระหนักให้บุคลากรมีการทำงานโดยยึดหลัก Core Value (NSTDA) เป็นต้น

ในปีงบประมาณ 2566 สวทช. มีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส และการต่อต้านการทุจริต ดังนี้

  1. การจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
  2. การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
  3. ยกระดับและส่งเสริมระบบการพัฒนาบุคลากรให้มีความตระหนักด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)
  4. การขับเคลื่อนจริยธรรม

โดยมีรายละเอียดการดำเนินการ ดังนี้

1. การจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและเทคโนโลยีแห่งชาติ และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งมีหน้าที่ในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบและแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พ.ศ. 2566 ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างมีธรรมาภิบาล เกิดความโปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนมีการพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยยึดหลักของศาสนาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมอันดีงาม นำไปสู่การเป็นองค์กรคุณธรรม และเพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 -2570) ต่อเนื่องจากแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2559 – 2565) โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ ส่งเสริมให้คนในสังคมมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้คุณธรรมนำการพัฒนา ทำให้สังคมไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และเป็นสังคมแห่งคุณธรรม ทั้งนี้ รายละเอียดของแผนและผลการดำเนินงานตามแผนสามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าเว็บไซต์การกำกับดูแลกิจการที่ดี สวทช. https://www.nstda.or.th/home/introduce/governance-org/  เลือกเมนู >เอกสารนโยบายการการกำกับดูแลกิจการที่ดี >แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ เลือก >แผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรม

2. การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร

2.1 การประกาศนโยบาย No Gift Policy

ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์  ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารได้แสดงเจตนารมณ์การไม่รับของขวัญ No Gift Policy โดยการประกาศ “นโยบายไม่รับ ของขวัญหรือของกำนัล (No Gift Policy)” เปลี่ยนของขวัญเป็นคำขอบคุณ สวทช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริตซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จึงได้ประกาศนโยบาย No Gift Policy ไว้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2565 และมีการสื่อสารผ่านอีเมลประกาศนโยบายจากผู้อำนวยการ ถึงบุคลากรทุกคนในองค์กร ในหัวข้อ ประกาศนโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัล (No Gift Policy) พร้อมทั้งแสดงไว้บนหน้าเว็บไซต์ สวทช. สื่อสารบนหน้าอินทราเน็ตของสำนักงาน รวมทั้งสื่อสารผ่านทาง NSTDA Line Official และสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ Twitter LINE VOOM นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารผ่านกิจกรรม NSTDA Day เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผู้บริหารระดับสูงมาสื่อสารเกี่ยวกับการดำเนินงานและนโยบายต่างๆ ภายในองค์กรเพื่อให้พนักงานรับทราบ พร้อมทั้งสื่อสารผ่านหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับกลาง NSTDA Basic Learning 2023 กลุ่ม IMDP#4 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566 และศูนย์แห่งชาติและสายงานต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจ ในการกำกับดูแลติดตามรวมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามนโยบายของสำนักงานและแนวทางที่สำนักงาน ป.ป.ท. กำหนด

2.1.1 ภาพแสดงการดำเนินการแสดงเจตนารมณ์การไม่รับของขวัญหรือของกำนัล No Gift Policy ทั้งภายในและภายนอกองค์กรของ สวทช.

2.1.2 ภาพแสดงบรรยากาศกิจกรรมการสื่อสารผ่านหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับกลาง NSTDA Basic Learning 2023 กลุ่ม IMDP#4 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566

2.2 การประชุมของผู้บริหารระดับสูง

การประชุมผู้บริหารระดับสูงซึ่งจัดขึ้นในทุกเดือน โดยมี ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติเข้าร่วมประชุม ซึ่งในการประชุมฯ มีการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ในกรณีตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทุจริต และผลประโยชน์ทับซ้อน ร่วมถอดบทเรียนจากการบริหารจัดการที่มีความเสี่ยงในสำนักงานฯ หรือกรณีตัวอย่างจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานที่ทุจริตมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของสำนักงานฯ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหารแต่ละศูนย์ฯ นำความรู้หรือข้อมูลที่ได้ไปสื่อสารถ่ายทอด รวมถึงส่งเสริมและชี้แนะแนวปฏิบัติที่ถูกต้องให้กับพนักงานในแต่ละสายบังคับบัญชา ซึ่งจะทำให้พนักงานมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนมากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง มีพฤติกรรมและวิธีการปฏิบัติงานที่สุจริตโปร่งใส เกิดความตระหนักในเรื่องวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2.3 การประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ด้านการบริหารงานบุคคล

การประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ด้านการบริหารงานบุคคล โดยมี ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้มีการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2566 โดยการนำผลคะแนนและความเห็นของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี 2565 มาวิเคราะห์และกำหนดแผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และเพื่อยกระดับผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปี 2566 ซึ่งดำเนินการแล้วเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการ และให้ผู้บริหารทุกระดับให้ความสำคัญ

2.4 การประชุมด้านบริหารจัดการภายในของ สวทช.

การประชุมผู้บริหารด้านบริหารจัดการภายในที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือนทุกเดือน โดยมี ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นประธาน และมีผู้บริหารระดับรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการศูนย์แห่งชาติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และผู้บริหารระดับกลางที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมซึ่งเป็นกลไกในการติดตามการดำเนินการของสำนักงานฯ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการดำเนินการด้วยความด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และกระบวนการมาตรฐาน ซึ่งในการประชุมฯ มีการกำหนดวาระประจำที่สำคัญในการประชุม ดังนี้ 1) วาระรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดประจำเดือน 2) วาระรายงานงบการเงินประจำเดือน 3) รายงานข้อร้องเรียน สวทช. ประจำเดือน

2.5 กิจกรรม NSTDA Day

เวทีการสื่อสารโดยตรงของ ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้บริหารระดับสูงถึงบุคลากรทั่วทั้งสำนักงาน โดยเป็นการสื่อสารข้อมูลอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา สร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างผู้บริหารและบุคลากร สวทช. ร่วมทั้งการสื่อสารนโยบายของสำนักงานฯ ซึ่งในปีงบประมาณ 2566 นี้ มีการจัดกิจกรรมเมื่อวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2566 NSTDA DAY ตอน “Keep Working, Keep Striving and Never Give Up!” ซึ่งมีการสื่อสารทำความเข้าใจ ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา 2 ไตรมาส รวมทั้งสถานะการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานฯ นโยบายการทำงาน เป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ สวทช. ซึ่งในการสื่อสาร ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ได้ให้นโยบายการทำงานในการบริหารจัดการจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพ ลด-ละ-เลิก การใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตตามเป้าหมายของสำนักงานฯ และเน้นย้ำให้บุคลากรช่วยกันทบทวนการบริหารทรัพยากรทางการเงิน ติดตามให้มีการใช้จ่ายด้วยซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด รวมทั้งสื่อสารนโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัล (No Gift Policy) ซึ่งได้ทำการสื่อสารไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2565 พร้อมทั้งเน้นย้ำบุคลากรทุกระดับเรื่องการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

2.6 การสื่อสาร NSTDA Core Values ผ่าน NSTDA STYLE

NSTDA Core Value หรือ ค่านิยมองค์กรที่เปรียบเหมือนกรอบความคิดหลัก ความเชื่อที่แสดงถึงอัตลักษณ์ขององค์กร และเป็นบรรทัดฐานที่กำหนดรากฐานและพฤติกรรมของบุคลากร สวทช. และเมื่อพบเจอกับปัญหา อุปสรรค ความท้อแท้ สามารถนำมายึดถือ ตั้งมั่น และเดินตาม NSTDA Core Values เพื่อก้าวผ่านปัญหา สู่ความสำเร็จ ด้วยหัวใจของคน สวทช. ซึ่งประกอบด้วย

N: Nation first การคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เห็นถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม

S: S&T excellence มุ่งเน้นในการสร้างความเป็นเลิศในสิ่งที่ทำ ค้นคว้าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ

T: Teamwork การทำงานร่วมกันเป็นทีม พร้อมที่จะเปิดใจรับฟังการกล้าวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์

D: Deliverability ความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ให้ได้ตามคำมั่นสัญญา

A: Accountability and Integrity ความมีจริยธรรม จรรยาบรรณ โปร่งใสกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

เพื่อเน้นย้ำค่านิยมหลักขององค์กร (NSTDA Core Values) จึงได้มีการสื่อสารแนวทางการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนผ่าน NSTDA STYLE ซึ่งเป็นวารสารสำหรับบุคลากรภายใน สวทช. ทุกเดือนโดยระบุเนื้อหาอยู่ในคอลัมภ์ Inside NSTDA เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนภายในองค์กร โดยในฉบับเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมาได้มีการสื่อสารแนวทางการดำเนินการตามนโยบาย No Gift Policy เพื่อสร้างความเข้าใจกับบุคลากรด้วยอีกทางหนึ่ง

3. ยกระดับและส่งเสริมระบบการพัฒนาบุคลากรให้มีความตระหนักด้านคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดทำแผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคะแนน ITA ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ทั้งนี้เพื่อเป็นวิเคราะห์ผลประเมินคะแนน ITA ในปี 2565 วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนและตัวชี้วัด/ประเด็นที่ต้องปรับปรุง และนำมาผลคะแนนในแต่ละตัวชี้วัดมาเปรียบเทียบกับผลในปีอื่นๆ รวมถึงเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เพื่อสรุปประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้ตรวจประเมิน รวมถึงเพื่อเป็นแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาหน่วยงานให้มีแนวปฏิบัติที่ดีในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการยกระดับผลการประเมินนคุุณธรรมและความโปร่่งใสในการ   ดำเนิินงานของหน่่วยงานภาครััฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ให้บรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งกำหนดไว้ต้องมีผลคะแนน 85 คะแนนขึ้นไปทุกตัวชี้วัด ภายในปี พ.ศ. 2566

ทั้งนี้ แผนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อยกระดับคะแนน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สามารถดูรายละเอียดได้ในหน้าเว็บไซต์การกำกับดูแลกิจการที่ดี สวทช. https://www.nstda.or.th/home/introduce/governance-org/
เลือกเมนู >เอกสารนโยบายการการกำกับดูแลกิจการที่ดี >มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน

4. การขับเคลื่อนจริยธรรม

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รณรงค์และสื่อสารเกี่ยวกับการขับเคลื่อน จริยธรรมภายในองค์กรโดยมีการดำเนินการ ดังนี้

1) จัดทำแนวทางปฎิบัติด้านจริยธรรม Dos & Don’ts

เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติตนทางจริยธรรม พร้อมทั้งสื่อสารผ่านอีเมล All NSTDA และผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ Khunse

2) มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรม สวทช.

เพื่อให้คำปรึกษา เสนอแนะนโยบายและแผนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและส่งเสริมจริยธรรมรวมถึงตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านจริยธรรมและการป้องกันและปราบปรามทุจริตภายในองค์กร ซึ่งมีรายละเอียดคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรม สวทช. แสดงอยู่ที่ https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/ita/20230427-committee-appointment-order.pdf
เลือกเมนู >เกี่ยวกับ สวทช. >โครงสร้างการบริหาร >กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ >คำสั่ง

3) การฝึกอบรมเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม

ผ่านหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับกลาง NSTDA Basic Learning 2023 กลุ่ม IMDP#4 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566

หลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับกลาง NSTDA Basic Learning 2023 กลุ่ม IMDP#4

ติดตามเรื่องการเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการในช่วงปิดภาคเรียนของเด็กพิการจากจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับผู้บริหารและนักกายภาพของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ เข้านิเทศงานและติดตามเด็กพิการกรณีศึกษาที่พิการแต่กำเนิด ณ จังหวัดปัตตานี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยคณะทำงานโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อคนพิการ ได้ขอไปประชุมเพื่อติดตามเรื่องการเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการในช่วงปิดภาคเรียนของเด็กพิการจากจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับผู้บริหารและนักกายภาพของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และคณะครูของโรงเรียนศรีสังวาลย์ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ณ มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ โดยการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย เด็กพิการจะได้ฝึกกายภาพกับนักกายภาพทุกวันตามแผนที่วางไว้ และนักกายภาพให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังของเด็กพิการกับผู้ปกครองหลังจากที่กลับภูมิลำเนาแล้ว และขอให้ช่วยกำกับเด็กพิการให้ออกกำลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำหนักที่พอดี มีกล้ามเนื้อและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ส่วนเรื่องการเรียนรู้ด้านวิชาการ ครูแจ้งว่าเด็กพิการมีความตั้งใจและสามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ทั้งนี้ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ต้องขอขอบคุณมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ที่ให้ความอนุเคราะห์ที่พัก สถานที่และบุคลากรในการฝึกกายภาพให้กับเด็กพิการ โรงเรียนศรีสังวาลย์ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ ที่ให้ความอนุเคราะห์ครูเพื่อสอนเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการ ขอบคุณสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติที่สนับสนุนอุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีสนับสนุนการตรวจประเมินผลเพื่อวางแผนการผ่าตัดให้เด็กพิการ

อบรมเชิงปฏิบัติการด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์

     มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ทสพ.) ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ศล.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ให้แก่ครูจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (รร.ตชด.) ในพื้นที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายที่ 34 จังหวัดตาก จำนวน 10 แห่ง เป็นรร.ตชด.ในพื้นที่นำร่องของโครงการไอซีทีสำหรับชุมชนชายขอบ จำนวน 5 แห่ง และ รร.ตชด.ในโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สสท.) จำนวน 5 แห่ง มีครูตำรวจตระเวนชายแดนเข้ารับการอบรมจำนวน 20 นาย ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมวัฒนาวิลเลจ รีสอร์ท ตำบล พระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
     เป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ ด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ พัฒนาทักษะด้านการดูแลรักษาระบบ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โรงเรียน ตชด. ให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์และพึ่งพาตนเองได้ โดยคณะทำงานได้นำผลการสำรวจสภาพการใช้งาน มาออกแบบและพัฒนาหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับความต้องการด้านการพัฒนาตนเองให้มีทักษะด้านการบำรุงรักษาระบบ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
     รร.ตชด.ในพื้นที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายที่ 34 จังหวัดตาก (กก.ตชด.34) หลายแห่ง ได้รับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานในการดำเนินงานประจำวัน และการจัดการเรียนการสอน การบำรุงรักษาระบบภายในโรงเรียนนั้น ไม่มีแบบแผนหรืองบประมาณที่เพียงพอหากเกิดความเสียหาย ต้องรอคอยการซ่อมบำรุงจากหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ส่งผลให้ระบบชำรุดเสียหายอย่างรุนแรงเป็นขยะของโรงเรียนในที่สุด ครูและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องได้รับความรู้ ด้านการแก้ไขปัญหาระบบเบื้องต้นและการดูแลบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเร่งด่วน
     ในการอบรมเชิงปฏิบัติในครั้งนี้ ทางโครงการขอขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (จำกัด) มหาชน ที่ร่วมเป็นวิทยากร และขอขอบคุณพันตำรวจเอกอภิชาติ รักพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 ที่เข้าร่วมเป็นประธานเปิดการอบรมในครั้งนี้
      ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ดร.พัทธนันท์ เนาว์ในสิน : 02-564 7000 ต่อ 81840

รายงานผลการดำเนินงานของ สวทช. ประจำปีงบประมาณ 2567 ไตรมาส 1

ค่าย 1 “จุดประกายนวัตกรอาหารรุ่นเยาว์สร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์” ภายใต้โครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร รุ่นที่ 5

     มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดค่าย 1 “จุดประกายนวัตกรอาหารรุ่นเยาว์สร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์” ภายใต้โครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร รุ่นที่ 5 ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำโครงงานทางวิทยาศาสตร์อาหาร สร้างแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมอาหาร กระบวนการผลิตและการวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารเบื้องต้น ตลอดจนจัดทำข้อเสนอโครงงานเพื่อเตรียมส่งประกวด ได้ต่อไป กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการ 147 คน ประกอบด้วยครู 51 คน และ นักเรียน 96 คน จาก 20 โรงเรียน

กิจกรรมอบรมครูที่ปรึกษาโครงงาน (ผ่านระบบออนไลน์) “การสร้างไอเดียนวัตกรรมอาหารและการวางแผนการทดลองและวิเคราะห์ทางสถิติ”

    มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดกิจกรรมอบรมครูที่ปรึกษาโครงงาน (ผ่านระบบออนไลน์) “การสร้างไอเดียนวัตกรรมอาหารและการวางแผนการทดลองและวิเคราะห์ทางสถิติ”โครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร ในวันที่ 18 และ 25 มกราคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของครูที่ปรึกษาของโรงเรียนที่สนใจจะสมัครเข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2567 ให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถให้คำปรึกษานักเรียน เกี่ยวกับแนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารและการวางแผนการทดลองและวิเคราะห์ทางสถิติ ในการทำโครงงานได้ และได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานโครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร ในปี 2567 มีครูที่ปรึกษาเข้าร่วมกิจกรรม 59 คน จาก 22 โรงเรียน

 ค่าย 2 หลักสูตร “การต่อยอดนวัตกรอาหารสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์” และ จัดกิจกรรม Show & Share 2023 ผลงานนวัตกรรมอาหาร

      มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จัดค่าย 2 หลักสูตร “การต่อยอดนวัตกรอาหารสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์” และ จัดกิจกรรม Show & Share 2023 ผลงานนวัตกรรมอาหาร ภายใต้โครงการบ่มเพาะเยาวชนในชนบทเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้านนวัตกรรมอาหาร ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 2ธันวาคม 2566 ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต่อยอดให้กับครูและนักเรียนที่ได้ทำผลิตภัณฑ์อาหาร ในเรื่องการออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ การออกแบบโมเดลธุรกิจ การวางแผนธุรกิจและการตลาดสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ฯลฯ และเปิดโอกาสให้นักเรียนนำเสนอผลงานในเวที Show&Share 2023 ผลงานนวัตกรรมอาหาร กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมโครงการ 85 คน ประกอบด้วยครู 27 คน และ นักเรียน 86 คน จาก 13 โรงเรียน มีผลงานนวัตกรรมอาหารมาร่วมประกวดและนำเสนอจำนวน 19 เรื่อง