รายงานประจำปี 2556

สวทช. ดำเนินงานภายใต้แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 5 (ปี 2555-2559)

ซึ่งได้รับอนุมัติจาคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 และได้รับความเห็นชอบการทบทวนแผนกลยุทธ์ดังกล่าวจาก กวทช. ในการประชุมครั้งที่ 3/2556 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 โดยสาระสำคัญของแผนกลยุทธ์ฉบับนี้ คือ การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น จนเกิดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่มองเห็นและรับรู้ได้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรม และยกระดับความสามารถขององค์กรทั้งด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุผลตามแผนกลยุทธ์ฯ สวทช. กำหนดให้มีแผนงาน (โปรแกรม) ใน 5 คลัสเตอร์ ได้แก่ คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร คลัสเตอร์สุขภาพและการแพทย์ คลัสเตอร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม คลัสเตอร์ทรัพยากรชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ รวมทั้งแผนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญที่สามารถประยุกต์ใช้ได้หลายคลัสเตอร์ (Cross Cutting Technology) และแผนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฐานที่สำคัญในอนาคต (Platform Technology) นอกจากนี้ ยังมีแผนงานตามพันธกิจอื่นๆ อีก 9 แผนงาน ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์แห่งชาติ 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และมีศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ทีเอ็มซี) ทำงานร่วมกับนักวิจัย หน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน โดยใช้ Balanced Scorecard (BSC) เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย

ในปีงบประมาณ 2556 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้ 

  • การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถถ่ายทอดผลงานวิจัยและพัฒนาสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ จำนวน 156 ผลงาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา/ปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตัวอย่างผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ รถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่พลังงานแสงอาทิตย์, ซอฟต์แวร์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้, ระบบและวิธีการวิเคราะห์ข้อความแสดงความคิดเห็นโดยอัตโนมัติ, ซิลิโคนเจลเพื่อการรักษาแผลเป็นจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก, เทคโนโลยีการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อป้องกันการแพ้ยาชนิดรุนแรง, กระบวนการผลิตเชื้อรา Beauveria bassiana BCC2660 ที่ได้มาตรฐานสู่ชุมชน และนาฬิกาเวลาตรง ทั้งนี้ มีสถานประกอบการและชุมชนที่นำผลงานวิจัยและพัฒนาด้าน ว และ ท ไปใช้ประโยชน์ จำนวน 176 แห่ง นอกจากนี้ สวทช. ได้ยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 332 คำขอ แบ่งเป็น คำขอสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร ความลับทางการค้า การคุ้มครองพันธุ์พืช และผังภูมิวงจรรวม จำนวน 203, 97, 12, 14 และ 6 คำขอ ตามลำดับ
  • การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้สนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ผ่าน “โครงการทุนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Thailand Graduate Institute of Science and Technology: TGIST)” จำนวน 38 ทุน ผ่าน “โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการวิจัยและพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรม (NU-IRC)” จำนวน 11 ทุน และผ่าน “โครงการทุนสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศไทยและสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (TAIST Tokyo Tech)” จำนวน 72 ทุน ให้การฝึกอบรมบุคลากรในภาคการผลิตและบริการจำนวน 16,755 คน นอกจากนี้ ยังได้จัดค่ายวิทยาศาสต์สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวน 3,602 คน เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เกิดความสนใจด้านวิทยาศาสตร์
  • การสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประชาชนทั่วไป ได้จัดทำรายการโทรทัศน์ 4 รายการ เพื่อให้สังคมไทยมีความตื่นตัว และให้ความสนใจแสวงหาความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งรายการเทคโนโลยีทำเงิน มีผู้ชมเฉลี่ย 0.74 ล้านคนต่อตอน รายการฉลาดล้ำกับงานวิจัยไทยมีจำนวนผู้ชมเฉลี่ย 0.82 ล้านคนต่อตอน
  • การสนับสนุน SMEs ในการนำ ว และ ท มาพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (Industrial Technology Assistant Program: iTAP) โดยอยู่ระหว่างดำเนินการสนับสนุน 324 ราย เป็นรายใหม่ 410 ราย
  • การสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจเทคโนโลยี มีการให้บริการเช่าพื้นที่แก่บริษัทเอกชน จำนวน 125 ราย คิดเป็นพื้นที่ 19,578.61 ตารางเมตร และให้การรับรองโครงการวิจัยของภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ทางภาษี 374 โครงการ มูลค่าโครงการที่ได้รับการรับรองรวม 1,416.85 ล้านบาท นอกจากนี้ สวทช. ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2557 เป็นต้นไป
  • การให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบ จำนวน 43,030 รายการ และให้บริการสารสนเทศองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา จำนวน 95,000 ครั้ง
  • การให้บริการพื้นที่เช่าและบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์รวมทั้งสิ้น 125 ราย

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) มูลค่าการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภาคการผลิตภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม จำนวน 7,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.70 เท่าของการลงทุน ปี 2554 (2) มูลค่าผลกระทบต่อเศรฐกิจและสังคมของประเทศที่เกิดจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เท่ากับ 3.94 เท่าของค่าใช้จ่าย คิดเป็นมูลค่า 16,400 ล้านบาท (3) สัดส่วนบทความวารสารนานาชาติต่อบุคลากรวิจัย คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 32.9 บทความต่อบุคลากรวิจัย 100 คน (จำนวนบทความที่มีการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติตามรายชื่อ Science Citation Index Expanded (SCIE) 401 ฉบับต่อบุคลากรวิจัย 1,217 คน) (4) สัดส่วนทรัพย์สินทางปัญญาต่อบุคลากรวิจัย คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 27.3 คำขอต่อบุคลากรวิจัย 100 คน (จำนวนทรัพย์สินทางปัญญา 332 คำขอต่อบุคลากรวิจัย 1,217 คน) และ (5) การบริการวิเคราะห์ทดสอบ สอบเทียบ และบริการข้อมูลทาง ว และ ท รวม 138,030 รายการ

ผลการใช้จ่ายงบประมาณรวมแล้วทั้งสิ้น 4,747.75 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 90.43 ของแผนรายจ่ายประจำปี 2556 ที่ได้รับอนุมัติจาก กวทช. มีรายได้จากการดำเนินงานทั้งหมด 1,383.81 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 119.29 ของแผนรายได้ประจำปี 2556 (1,160 ล้านบาท)

ภาพรวมผลการดำเนินงานของ สวทช. ปีงบประมาณ 2556 พบว่า ผลการดำเนินงานส่วนใหญ่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ยกเว้น ผลการดำเนินงานด้านบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติของ สวทช. ต่อบุคลากรวิจัย 100 คน ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจำนวนบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติของ สวทช. ปีงบประมาณ 2556 (401 ฉบับ) พบว่า สูงขึ้นกว่าผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2555 (384 ฉบับ) และพบว่าจำนวนบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่มี Impact Factor มากกว่าสอง มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2556 (บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่มี Impact Factor มากกว่าสอง ในปีงบประมาณ 2554, 2555 และ 2556 มีจำนวน 200, 201 และ 219 ตามลำดับ) แสดงให้เห็นว่า สวทช. มุ่งเน้นการผลิตบทความตีพิมพ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสารฉบับสมบูรณ์ – 18.1 MB

รายงานประจำปี 2555

สวทช. ดำเนินงานภายใต้แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับที่ 5 (ปี 2555 ถึง 2559) ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 สาระสำคัญ ของแผนกลยุทธ์ฉบับนี้ คือ มุ่งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ว และ ท) ในภาคการผลิตภาคบริการ และภาคเกษตรกรรม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น จนเกิดเป็นผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่มองเห็นและรับรู้ได้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรม และยกระดับความสามารถขององค์กร ทั้งด้านการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุผลตามแผนกลยุทธ์ฯ สวทช. กำหนดให้มีแผนงาน (โปรแกรม) วิจัย ทั้งสิ้น 35 แผนงาน ใน 5 กลุ่ม ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพในภาคการเกษตร การยกระดับคุณภาพชีวิตและบริการสาธารณสุข พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาและเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน สร้างโอกาสและรายได้แก่เศรษฐกิจชมุ ชน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับยุทธศาสตร์ประเทศ (Cross Cutting Technology) รวมทั้งแผนงานวิจัยและพัฒนา Platform Technology (เทคโนโลยีฐานที่สำคัญในอนาคต) นอกจากนี้ ยังมีแผนงานตามพันธกิจอื่นๆ ได้แก่ พัฒนากำลังคน ถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ว และ ท อีก 9 แผนงาน โดยใช้ Balanced Scorecard (BSC) เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย

ในปีงบประมาณ 2555 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้

  • ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนา จำนวน 1,773 โครงการ (มูลค่าโครงการรวม 3,508.18ล้านบาท) โดยเป็นโครงการใหม่ ๕๖๓ โครงการ โครงการต่อเนื่อง 1,210 โครงการ ในจำนวนนี้ มีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ 481 โครงการ และถ่ายทอดผลงานวิจัยและพัฒนา จำนวน 112 เทคโนโลยี ให้แก่หน่วยงานเอกชน ๑๑๖ แห่ง และภาครัฐ 7 แห่ง รวมทั้งสิ้น 123 แห่งเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา/ปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆ
  • มีบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ 384 ฉบับ และยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 305 คำขอโดยแบ่งเป็น คำขอสิทธิบัตร 158 คำขอ อนุสิทธิบัตร 95 คำขอ ผังภูมิวงจรรวม 7 คำขอความลับทางการค้า ๖ คำขอ และการคุ้มครองพันธ์ุพืช 39 คำขอ
  • พัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดยดำเนินการพัฒนาบุคลากรวิจัย ด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ผ่าน “โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (Junior Science Talent Project : JSTP)” จำนวน 212 ทุน ผ่าน “โครงการทุนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (Thailand Graduate Institute ofScience and Technology :  TGIST)” 394 ทุน และผ่าน “โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อวิจัยและพัฒนาสำหรับภาคอุตสาหกรรม (NU-IRC)” อีก 79 ทุน ให้การฝึกอบรมบุคลากรในภาคการผลิตและบริการ จำนวน 15,054 คน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมเยาวชนให้เกิดความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการจัดค่ายวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กและเยาวชน จำนวน ๒,๓๕๗ คน และดำเนินกิจกรรมสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านสื่อโทรทัศน์ ๔ รายการ เพื่อให้สังคมไทยมีความตื่นตัวและให้ความสนใจ ในการแสวงหาความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งรายการฉลาดสุดสุด (Sponge) และฉลาดล้ำกับงานวิจัยไทยโดย สวทช. มีผู้ชมสูงสุดเฉลี่ย 2.96 ล้านคน/ตอน
  • ให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ และบริการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวน 150,241 รายการ ให้บริการพื้นที่เช่าและบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยแก่บริษัทเอกชนรวมทั้งสิ้น 125 ราย
  • มีผลการใช้จ่ายงบประมาณรวมทั้งสิ้น 4,685.28 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81 ของแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่ได้รับอนุมัติจาก กวทช. มีรายได้ทั้งหมด 1,239.53 ล้านบาท ปัจจุบันมีบุคลากรทั้งสิ้น 2,677 คน แบ่งเป็นพนักงานบุคลากรในสายวิจัยและวิชาการ จำนวน 1,814 คนและบุคลากรที่ไม่ใช่สายวิจัย และวิชาการ จำนวน 863 คน คิดเป็นร้อยละ 68 และ 32 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด ตามลำดับ

ภาพรวมผลการดำเนินงานของ สวทช. ในปี 2555 ส่วนใหญ่ดำเนินการได้ค่อนข้างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยมีผลการดำเนินงานที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แก่ สัดส่วนบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติต่อบุคลากรวิจัย 100 คน โดยเป็นผลบางส่วนมาจากวิกฤติอุทกภัยของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณซึ่ง สวทช. ก็อยู่ในพื้นที่ประสบภัยด้วย

 

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร  – 3.29 MB

รายงานประจำปี 2554

การดำเนินงานในปี 2554 สวทช. มุ่งเน้นการสร้างขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนา โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรเป็นสำคัญ พร้อมกับมุ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมจากการวิจัยและพัฒนา สวทช. ใช้ Balanced Scorecard เป็นเครื่องมือบริหารระดับองค์กรไปสู่เป้าหมาย และได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักที่ใช้เร่งผลักดันให้ สวทช. ก้าวไปสู่ความ สำเร็จพร้อมทั้งส่งมอบผลงานวิจัยและพัฒนาที่สามารถใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ได้แก่

  1. การเพิ่มความเข้มข้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของภาคการผลิตและบริการที่ทำงานร่วมกับ สวทช.
  2. การเพิ่มสัดส่วนบุคลากรวิจัยที่ไม่ใช่พนักงาน สวทช.
  3. การประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green NSTDA)

สวทช. มีบริหารจัดการงานวิจัยในรูปแบบโปรแกรม (Program based) เพื่อให้เกิดบูรณาการที่สามารถตอบโจทย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคลัสเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวทช. มีสำนักบริหารคลัสเตอร์และโปรแกรมวิจัย (CPMO) บริหารจัดการงานวิจัย เป้าหมาย ทิศทาง และการบูรณาการเป็นคลัสเตอร์วิจัย ในขณะเดียวกัน สวทช. มีศูนย์แห่งชาติ 4 ศูนย์ ดำเนินโครงการวิจัยที่ตอบสนองความต้องการของโปรแกรมและคลัสเตอร์ พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีฐาน (platform technology) ที่ครอบคลุม 4 สาขาเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และนาโนเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการอุตสาหกรรมในคลัสเตอร์ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ สวทช. ยังมีกลุ่มงานวิจัย ที่เชื่อมโยงงานวิจัยระหว่างกลุ่มวิจัย คลัสเตอร์มุ่งเป้าและกลุ่มเทคโนโลยีฐาน ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น เรียกว่า “กลุ่มโปรแกรม cross-cutting” ซึ่งเป็นกลุ่มงานวิจัยประยุกต์ที่ได้รับการพัฒนาจากเทคโนโลยีฐานที่พัฒนา ในศูนย์แห่งชาติ จนถึงระดับที่มีศักยภาพในการขยายผลไปใช้ประโยชน์ต่อยอดในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์สร้างผลกระทบในภาคส่วนต่างๆ

นอกจากการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมแล้ว สวทช. ให้ความสำคัญต่อการสร้างฐานของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระยะยาว รวมถึงการช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถนำผลงานวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น สวทช. ได้ดำเนินงานโปรแกรมพันธกิจที่จำเป็นควบคู่ไปด้วย อาทิ โปรแกรมการพัฒนากำลังคนและสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการสร้างและพัฒนาบุคลากรวิจัย ที่จะเป็นผู้สร้างความรู้และนวัตกรรมในอนาคต พร้อมกับสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักถึงประโยชน์ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม โปรแกรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน บำรุงรักษา และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และกลุ่มโปรแกรมกลไกเพื่อการส่งมอบและขยายผลประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศเฉพาะด้าน การบริการวิชาการและทดสอบ การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม การพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยี การฝึกอบรม การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและการตลาด เพื่อให้ผลงานวิจัยไปถึงกลุ่มผู้ใช้ และเชื่อมโยงความต้องการกลับมาที่งานวิจัยได้อีกด้วย

ปีงบประมาณ 2554 สวทช. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

  • ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนา จำนวน 1,748 โครงการ มูลค่ารวม 3,474.03 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการใหม่ 565 โครงการ โครงการต่อเนื่อง 1,183 โครงการ โดยในจำนวนโครงการทั้งหมด มีโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จในปีนี้ 382 โครงการ
  • มูลค่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับการประเมิน 23,746.55 ล้านบาท มีบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ 693 เรื่อง มีการยื่นขอจดสิทธิบัตร 166 เรื่อง และมีมูลค่าโครงการความร่วมมือกับพันธมิตร 972.04 ล้านบาท
  • ดำเนินการถ่ายทอดผลงานวิจัยและพัฒนา จำนวน 67 เทคโนโลยี ให้แก่สถานประกอบการรวม 110 แห่ง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา/ปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ต่างๆ
  • ดำเนินการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก ผ่านโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและเยาวชน (Junior Science Talent Project; JSTP) จำนวน 175 ทุน และโครงการทุนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (Thailand Graduate Institute of Science and Technology; TGIST) จำนวน 411 ทุน ฝึกอบรม จำนวน 17,271 คน และพัฒนาเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยการจัดค่ายวิทยาศาสตร์แก่เยาวชน จำนวน 3,008 คน นอกจากนี้ สวทช. ยังได้ดำเนินการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยดำเนินการเสริมสร้างความรู้ผ่านสื่อโทรทัศน์และวารสารต่างๆ รวมถึงการพัฒนาผู้ผลิตสื่อ
  • ดำเนินการให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ และบริการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 131,121 รายการ ให้บริการพื้นที่เช่า และบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยแก่บริษัทเอกชนรวม 243 ราย
  • มีผลการใช้จ่ายงบประมาณรวมทั้งสิ้น 4,429.48 ล้านบาท แบ่งเป็นงบดำเนินงาน 3,582.42 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง 847.06 ล้านบาท โดยมีรายได้ทั้งหมด 1,103.06 ล้านบาท

ในปีงบประมาณ 2554 มีบุคลากรทั้งสิ้น 2,688 คน แบ่งเป็นพนักงานกลุ่มวิจัยวิชาการ 1,816 คน กลุ่มสนับสนุน 660 คน และกลุ่มบริหาร 212 คน คิดเป็นร้อยละ 68, 24 และ 8 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดตามลำดับ
คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 8.42 MB

รายงานประจำปี 2553

สวทช. เป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศ โดยการผลักดันและเสริมสร้างความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยให้เข้มแข็งและมีศักยภาพ ผ่านการทำงานของศูนย์แห่งชาติทั้ง 4 ได้แก่ ไบโอเทค เอ็มเทค เนคเทค และนาโนเทค อีกทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานวิจัยอื่นๆ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดงานวิจัยและพัฒนา ตลอดจนนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อภาคการผลิตอย่างแท้จริง อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและยกระดับขีดความสามารถให้กับประเทศ

สวทช. ได้บริหารจัดการงานวิจัยและพัฒนาภายใต้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • การวิจัยและพัฒนาคลัสเตอร์ ซึ่งเป็นงานกลุ่มเทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมเฉพาะที่ สวทช. ตั้งเป้าหมายดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลกระทบในระยะเวลาอันใกล้ รวมถึงงานที่ตอบสนองนโยบายการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจของประเทศใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่
    • คลัสเตอร์อาหารและการเกษตร
    • คลัสเตอร์การแพทย์และสาธารณสุข
    • คลัสเตอร์ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป อิเล็กทรอนิกส์
    • คลัสเตอร์ยานยนต์และการจราจร
    • คลัสเตอร์พลังงานทดแทน
    • คลัสเตอร์สิ่งทอ
    • คลัสเตอร์สิ่งแวดล้อม
    • คลัสเตอร์การวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส
  • การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฐาน เพื่อสร้างฐานเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือที่สำคัญในสาขาวิทยาการหลักของศูนย์แห่งชาติ ได้แก่ พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีโลหะและวัสดุ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และนาโนเทคโนโลยี
  • พันธกิจของ สวทช. ได้แก่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะสนับสนุนให้การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาต่างๆ สามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

การดำเนินงานของ สวทช.  ในปีงบประมาณ 2553 สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเกิดการนำผลงานวิจัยและพัฒนาของ สวทช. ไปสู่การประยุกต์ใช้ในภาคการผลิต ส่งผลให้เกิดการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ เกิดการปรับปรุงคุณภาพ ตลอดจนเกิดนวัตกรรมใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการ ก่อให้เกิดการสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าโลก นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการจ้างงานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรไทย ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากความทุ่มเทและการทำงานอย่างมุ่งมั่นของ สวทช. เพื่อตอบสนองภารกิจในการเป็นองค์กรวิจัยที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ในปีงบประมาณ 2553 สวทช. ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนา จำนวน 1,619 โครงการ โดยมีมูลค่ารวมของโครงการทั้งสิ้น 3,569.97 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาตามคลัสเตอร์ จำนวน 943 โครงการ มูลค่ารวมของโครงการ 2,205.14 ล้านบาท แบ่งเป็น
    • อาหารและการเกษตร 290 โครงการ (405.91 ล้านบาท)
    • การแพทย์และสาธารณสุข 160 โครงการ (296.62 ล้านบาท)
    • ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป อิเล็กทรอนิกส์ 87 โครงการ (282.11 ล้านบาท)
    • ยานยนต์และการจราจร 55 โครงการ (120.82 ล้านบาท)
    • พลังงานทดแทน 97 โครงการ (704.43 ล้านบาท)
    • สิ่งทอ 29 โครงการ (29.02 ล้านบาท)
    • ชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส 44 โครงการ (59.97 ล้านบาท)
    • สิ่งแวดล้อม 150 โครงการ (237.34 ล้านบาท)
    • อื่นๆ 31 โครงการ (68.92 ล้านบาท)
  • ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาตามเทคโนโลยีฐาน จำนวน 676 โครงการ มูลค่ารวมของโครงการ 1,364.83 ล้านบาท แบ่งเป็น
    • เทคโนโลยีชีวภาพ 158 โครงการ (254.07 ล้านบาท)
    • เทคโนโลยีวัสดุ 271 โครงการ (225.14 ล้านบาท)
    • เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ 125 โครงการ (433.05 ล้านบาท)
    • นาโนเทคโนโลยี 112 โครงการ (343.16 ล้านบาท)
    • อื่นๆ 10 โครงการ (109.41 ล้านบาท)
  • การสั่งสม บริหารจัดการความรู้และทรัพย์สินทางปัญญา
    • บทความวิชาการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ จำนวน 636 บทความ
    • ผลงานที่ยื่นขอจดสิทธิบัตร จำนวน 178 ผลงาน
    • ผลงานที่ได้รับคู่มือสิทธิบัตร จำนวน 8 ผลงาน
    • ผลงานที่ยื่นขอจดอนุสิทธิบัตร จำนวน 53 ผลงาน
    • ผลงานที่ได้รับคู่มืออนุสิทธิบัตร จำนวน 21 ผลงาน

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 52.27MB

รายงานประจำปี 2552

ในปี 2549 สวทช. ได้ริเริ่มระบบการบริหารจัดการการวิจัยพัฒนาภายใต้นโยบายคลัสเตอร์ ที่เรียกว่า Strategic Planning Alliance (SPA) ซึ่งมุ่งทำวิจัยและพัฒนาคลัสเตอร์เป้าหมาย 7 คลัสเตอร์ ของประเทศเป็นหลัก  สำหรับปี 2551 แม้ สวทช. ยังคงแบ่งกลุ่มโปรแกรมเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ A, B, C, และ D แต่ได้เพิ่มคลัสเตอร์เป้าหมายในการดำเนินงานเป็น 8 คลัสเตอร์ และได้ปรับปรุงคุณสมบัติในแต่ละกลุ่มให้ชัดเจนขึ้น

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำนินงาน สวทช. มีการปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2550 สวทช. ได้เริ่มนำ Balanced scorecard (BSC) มาเป็นเครื่องมือในการนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ (strategy-to-action) และสร้างความสมดุลในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งได้กำหนด 9 เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ (strategic objectives) ใน 5 มุมมอง และเพื่อให้สามารถวัดความสำเร็จในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าว ในปี 2551  สวทช. ได้กำหนดตัวชี้วัดเชิงกลยุทธ์ (Key Strategic Indicators, KS) รวมทั้งสิ้น 9 ตัวชี้วัด โดยตัวชี้วัดที่ สวทช. ให้ความสำคัญและนับเป็นเป้าหมายสูงสุด (Ultimate Goal) ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2 ด้าน ได้แก่

  1. จำนวนผลงานที่สำคัญเชิงเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมองเห็นและรับรู้ได้ชัดเจน (KS1) โดยพิจารณาจากโครงการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจหรือสังคมมูลค่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทต่อปี จำนวนโครงการทั้งใหม่และต่อเนื่อง ที่เกิดจากการรับจ้างวิจัย, ที่ปรึกษา, สิทธิประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ที่ปรึกษา หรือถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งมีรายรับอย่างเป็นทางการตามสัญญาตั้งแต่ 300,000 บาทต่อปีหรือต่อสัญญา
  2. การสั่งสมและบริหารจัดการความรู้ และทรัพย์สินทางปัญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประเทศ ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดเป็น จำนวนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ (KS2) และจำนวนคำขอยื่นจดสิทธิบัตร (KS3)

ในปีงบประมาณ 2552 สวทช. ได้ดำเนินการเพื่อให้เกิดผลงานสำคัญได้จำนวนทั้งสิ้น 310 ผลงาน  คิดเป็นร้อยละ 119 ของเป้าหมายทั้งปี สำหรับในการสั่งสมและบริหารจัดการความรู้ และทรัพย์สินทางปัญญา สวทช. ได้ตีพิมพ์บทความทางวิชาการนานาชาติได้จำนวน 554 บทความ และยื่นขอจดสิทธิบัตรจำนวน 174 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 120 และ 87 ของเป้าหมายทั้งปี ตามลำดับ

ผลการดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนา ปีงบประมาณ 2552 สวทช. ดำเนินโครงการวิจัยฯ รวมทั้งสิ้น 1,733 โครงการ

  1. โครงการต่อเนื่อง 1,032 โครงการ
  2. โครงการใหม่ 434 โครงการ
  3. โครงการที่จบและพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเกิดองค์ความรู้ใหม่ 267 โครงการ

มูลค่ารวมของโครงการวิจัยทุกประเภททั้งสิ้น 4,475.78 ล้านบาท

ตามแผนการดำเนินงานปีงบประมาณ 2552  สวทช. ได้รับอนุมัติแผนรายจ่ายประจำปีจาก กวทช. เป็นงบดำเนินการ 4,700 ล้านบาท และงบก่อสร้าง 971 ล้านบาท  และมีผลการใช้จ่ายงบดำเนินงาน 3,950.66 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 84 ของแผนรายจ่ายประจำปี 2552 ที่ได้รับอนุมัติ และค่าก่อสร้าง 354.58  ล้านบาท นอกจากนี้ สวทช. มีรายได้ทั้งหมด 820.6 ล้านบาท เป็นรายได้ตามพันธกิจหลัก

ณ สิ้นปีงบประมาณ 2552 สวทช. มีบุคลากรทั้งสิ้น 2,573 คน แบ่งเป็นพนักงานในสายวิจัยและวิชาการ 1,761 คน หรือร้อยละ 68 ตำแหน่งปฏิบัติการ 654 คน หรือร้อยละ 26 และตำแหน่งจัดการ 158 คน หรือร้อยละ 6

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 22.94MB

รายงานประจำปี 2551

ในปีงบประมาณ 2551 การบริหารจัดการการวิจัยของ สวทช. ยังคงอยู่ภายใต้นโยบายคลัสเตอร์ ที่เรียกว่า Strategic Planning Alliance (SPA) ซึ่งมุ่งทำวิจัยและพัฒนาคลัสเตอร์เป้าหมายของประเทศเป็นหลัก และสอดรับกับแผนงาน Fast Forward ที่มุ่งเน้นเร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมในประเทศโดย สวทช. และจากความร่วมมือกับพันธมิตร ซึ่งในปี 2551 สวทช. ได้เพิ่มคลัสเตอร์เป้าหมายในการดำเนินงานเป็น 8 คลัสเตอร์ นอกจากนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน สวทช. ได้นำ Balanced scorecard (BSC) มาเป็นเครื่องมือในการนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติและสร้างความสมดุลในการบริหารจัดการองค์กร โดยได้กำหนด 9 เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ใน 5 มุมมอง และได้กำหนดตัวชี้วัดเชิงกลยุทธ์ (Key Strategic Indicators, KS) 9 ตัวชี้วัด เพื่อวัดความสำเร็จในการดำเนินการ ในปีงบประมาณ 2551 สวทช. ดำเนินโครงการวิจัย พัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม จำนวนทั้งสิ้น 1,550 โครงการ โดยมีมูลค่ารวมของโครงการวิจัยทุกประเภททั้งสิ้น 3,410.86 ล้านบาท

 

ดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 8.54MB

รายงานประจำปี 2550

ในปีงบประมาณ 2550 การบริหารจัดการการวิจัยของ สวทช. ยังคงแบ่งกลุ่มโปรแกรมเป็น 4 กลุ่มใหญ่ และดำเนินงานตามแนว 7 คลัสเตอร์หลัก โดยสอดรับกับแผนงาน Fast Forward ที่มุ่งเน้นเร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในประเทศ ทั้งที่สร้างสรรค์โดย สวทช. เอง และจากความร่วมมือกับพันธมิตร นอกจากนี้ในปี 2550 สวทช. ได้นำ Balanced Scorecard (BSC) มาเป็นเครื่องมือบริหารในการนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ (Strategy-to-Action) ซึ่งช่วยให้เกิดการความสมดุลในการบริหารจัดการองค์กร การดำเนินงานส่วนใหญ่สามารถบรรลุค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่วน หนึ่งเป็นเพราะเป็นปีแรกของการกำหนดตัวชี้วัดระดับองค์กรด้วยหลัก การ BSC การตั้งเป้าหมายได้จากการอ้างอิงผลการดำเนินการในปีที่ผ่านมา ตามแผนการดำเนินงานปีงบประมาณ 2550 สวทช. ได้รับอนุมัติแผน รายจ่ายประจำปีจาก กวทช. เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 4,497.57 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • งบดำเนินการ จำนวน 4,000 ล้านบาท
  • งบก่อสร้าง จำนวน 497.57 ล้านบาท

สำหรับค่าใช้จ่ายและรายได้ของ สวทช. ในปี 2550 สรุปได้ดังนี้ ค่าใช้จ่าย มีผลการใช้จ่ายทั้งสิ้น 3,971.87 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.3 ของแผนรายจ่ายประจำปี 2550 ที่ได้รับอนุมัติ โดยแบ่งเป็น

  • ค่าใช้จ่ายงบดำเนินการ จำนวน 3,824.88 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายงบค่าก่อสร้าง จำนวน 146.39 ล้านบาท

รายได้ของ สวทช. ในปีงบประมาณ 2550 รวมทั้งสิ้น 925.63 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • รายได้ตามพันธกิจหลัก (ไม่เน้นรายได้ด้านบริหารจัดการ) จำนวน 823.90 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 127 ของแผนรายได้ที่ตั้งไว้ (731 ล้านบาท)

ในปีงบประมาณ 2550 สวทช. ดำเนินโครงการวิจัย พัฒนาออกแบบและวิศวกรรม จำนวนทั้งสิ้น 1,070 โครงการ โดยมีมูลค่ารวมของโครงการวิจัยทุกประเภท ทั้งสิ้น 2,810 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • โครงการต่อเนื่อง 319 โครงการ
  • โครงการใหม๋ 411 โครงการ
  • โครงการเสร็จสิ้น พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือเกิดองค์ความรู้ใหม่ 340 โครงการ

สำหรับการยื่นขอจดสิทธิบัตรในปีงบประมาณ 2550 นั้น พบว่า สวทช. มีผลงานที่สามารถยื่นขอ จดสิทธิบัตร 84 เรื่อง (เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 70 เรื่อง) และมีผลงานที่ยื่นขอจดอนุสิทธิบัตร จำนวน 18 เรื่อง จำนวนผลงานที่ได้รับคู่มือสิทธิบัตร จำนวน 17 เรื่อง และผลงานที่ได้รับคู่มืออนุสิทธิบัตร จำนวน 13 เรื่อง

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 1.68MB

รายงานประจำปี 2549

ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริหารจัดการงานวิจัย พัฒนาออกแบบและวิศวกรรม โดยมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีเฉพาะทางใน 4 สาขา ได้แก่ สาขาพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ สาขานาโนเทคโนโลยีเพื่อให้ สวทช. สามารถตอบสนองนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่ในปี 2549 จึงปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการงานวิจัยพัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม จากการมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีเฉพาะทางทั้ง 4 เป็น เน้นการวิจัยเพื่อตอบสนองคลัสเตอร์แห่งชาติทั้ง 7 ได้แก่อาหารและการเกษตร การแพทย์และสาธารณสุข ยานยนต์และการขนส่ง ซอฟต์แวร์ ไมโครชิปและอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สิ่งทอและเคมีภัณฑ์ ชุมชนชนทบและผู้ด้วยโอกาส

นอกจากการบริหารจัดการงานวิจัยแบบใหม่จะตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศที่เน้นการพัฒนากลุ่มคลัสเตอร์แล้ว การบริการจัดการงานวิจัยในลักษณะนี้ยังเป็นกลไกในการบูรณาการทำงานภายใน สวทช. ซึ่งประกอบด้วยทั้ง 5 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี อีกทั้งก่อให้เกิดการบูรณาการในการดำเนินการร่วมกับพันธมิตรของ สวทช. ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งพันธมิตรในต่างประเทศอีกด้วย ส่งผลให้งานวิจัยตามโปรแกรมวิจัยหลักสามารถตอบสนองความต้องการของประเทศและยกระดับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของชาวไทยได้อย่างเต็มที่

ผลการดำเนินงาน

  • จำนวนโครงการวิจัย พัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม 1,333 โครงการ เป็นโครงการต่อเนื่อง 459 โครงการ โครงการใหม่ 545 โครงการ มีโครงการที่จบและพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเกิดองค์ความรู้ใหม่ 329 โครงการ
  • เมื่อพิจารณาตามประเภทของงานวิจัย พบว่าแนวโน้มการให้ทุนสนับสนุนการวิจัยของ สวทช. ค่อยๆ ลดลงเหลือเพียง 511 โครงการ ในขณะที่โครงการวิจัยที่ สวทช. ดำเนินเองค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น 530 โครงการ ส่วนโครงการวิจัย และรับจ้างวิจัยก็เติมโตอย่างต่อเนื่อง
  • ขอยื่นจดสิทธิบัตร 56 สิทธิบัตร และได้รับ 14 สิทธิบัตร
  •  ขอยื่นจดอนุสิทธิบัตร 11 อนุสิทธิบัตร และได้รับ 25 สิทธิบัตร

 

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF  – 9.71 MB

 

รายงานประจำปี 2548

การวิจัย พัฒนา ออบแบบและวิศวกรรม

จุดมุ่งหมายในการสนับสนุนและดำเนินการวิจัย พัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม ซึ่ง สวทช. ดำเนินการอยู่นั้นต้องการให้เกิดการนำผลงานไปประยุกต์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากผลผลิตซึ่งหมายถึงจำนวนโครงการวิจัยฯ แล้ว สวทช. ยังมุ่งมั่นที่จะนำผลงานไปก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเชิงสาธารณะอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนและสร้างบรรยากาศเพื่อกระตุ้นนักวิจัยให้นำผลงานวิจัยยื่นจดสิทธิบัตรด้วย

สวทช. ได้ดำเนินงานด้านการวิจัย พัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม ใน 5 สาขา คือ สาขาพันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ สาขาเทคโนโลยีโลหะและวัสดุ สาขาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ สาขานาโนเทคโนโลยี และ สาขาเทคโนโลยีพลังงาน ในปีงบประมาณ 2548 สวทช. ดำเนินการโครงการวิจัยต่อเนื่องมาจากปี 2547 จำนวน 835 โครงการและมีโครงการใหม่เกิดขึ้น 434 โครงการ ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2548 นี้ สวทช. มีการดำเนินงานด้านการวิจัย พัฒนา ออกแบบและวิศวกรรม รวมทั้งสิ้น 1,269 โครงการ

การพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สวทช. ได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีกิจกรรมที่สำคัญได้แก

  1. การสนับสนุนการผลิตบุคลากรด้านการวิจัย โดยให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทและเอก ทุนนักวิจัยอาวุโส รางวัลพัฒนาวิชาชีพนักวิจัย
  2. การสัมมนา การฝึกอบรมเฉพาะทาง รวมถึงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรในด้านการผลิต
  3. การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชนเพื่อให้มีกระบวนการคิดแบบมีเหตุผล และมีทักษะทางวิทยาศาสตร์
  4. การสร้างความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สาธารณชน ได้แก่ การจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ผลงานและความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เป็นต้น

ในปีงบประมาณ 2548 สวทช. มีผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 71,533 คน

การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคการผลิตและชุมชน

กิจกรรมด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคการผลิดและชุมชุนที่สำคัญคือ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (Industrial Technology Assistant Program, ITAP) การนำผลงานวิจัย และพัฒนาไปถ่ายทอดให้กับอุตสากรรมการผลิตหรือชุมชนซึ่งมีทั้งรูปแบบที่เป็นการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ โดยเน้นที่จำนวนผู้ที่นำผลงานไปใช้ประโยชน์ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2548 มีผู้ใช้บริการทางด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีของ สวทช. ทั้งสิ้น 720 หน่วยงาน

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park, TSP) และเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software Park, SWP) เป็นต้นแบบของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่ก่อให้เกิดกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาในประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2548 มีผู้ประกอบการมาเช่าพื้นที่จำนวนทั้งสิ้น 88 ราย โดยเป็นผู้เช่าในเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ จำนวน 56 ราย และเป็นผู้เช่าในอุทยานวิทยาศาสาตร์ประเทศไทย จำนวน 32 ราย

นอกจากนี้ สวทช. ได้ดำเนินงานด้านนโยบายและกฎหมายที่เกียวข้อง สร้างความร่วมมือกับสถาบันเครือข่าย ให้บริการข้อมูลและสร้างฐานข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมู่ลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวทช. ยังได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ทดสอบและสอบเทียบ เพื่อให้บริการแก่ภาครัฐและเอกชน โดยห้องปฏิบัติการดังกล่าวมีทั้งที่ตั้งอยู่ใน สวทช. และสถาบันเครือข่าย กิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งคือการให้การรับรองโครงการวิจัยแก่ภาพเอกชน เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีกับกรมสรรพาการได้ถึงร้อยละ 200

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 12.34 MB

รายงานประจำปี 2547

ตลอดปีงบประมาณ 2547 สำนักงาพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ทุ่มเททรัพยากรบุคคลภายใต้เครือข่าย สวทช. กว่า 1,600 คน ด้วยงบประมาณกว่า 2,600 ล้านบาท ขับเคลื่อนพันธกิจทั้ง 4 ด้านขององค์กร เกิดเป็นผลงาน 9 ด้าน หลักผ่านการดำเนินงานของศูนย์แห่งชาติทั้งสี่ ตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับปฏิบัติงานของเป็นรูปธรรมดังนี้

ด้านนโยบายภายในประเทศ ได้มีการผลักดันจัดทำและดำเนินการแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีหลักๆ 3 แผนคือ แผนกกลยุทธ์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (2547-2556) กรอบนโยบายพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศไทย (2548-2552) และแผนยุทธศาสตร์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (2547-2556) โดยบางแผนเป็นการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านนโยบายระหว่างประเทศ  ได้ร่วมผลักดันให้มีการคาดการณ์เทคโนโลยีอนาคตในระดับภูมิภาคเอเปคใน โครงการสำคัญเรื่องการวิเคราะห์พันธุกรรมของมนุษย์เพื่อสุขภาพ ภายหลังยุคล่วงรู้แผนที่พันธุกรรมมนุษย์

ด้านการสร้างเครือข่าย สวทช. ได้สร้างและถักทอเครือข่ายวิจัยทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยเครือข่ายภายในประเทศนั้น จะเป็นเครือข่ายระหว่างภาครัฐ เอกชนและภาควิชาการดำเนินการภายใต้โครงสร้าง 4 รูปแบบคือ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เครือข่ายห้องปฏิบัติการภายใน สวทช และเครือข่ายห้องปฏิบัติการภายนอกอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ตลอดปีสามารถสร้างเครือข่ายภาคเอกชนกว่า 80 ราย มีเอกชนเข้ามาใช้บริการกว่า 600 รายต่อปี และเครือข่ายห้องปฏิบัติการอีกเกือบ 100 แห่ง

ด้านการสนับสนุนภาคเอกชนในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. ได้ให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบและเปรียบเทียบกว่า 150,000 ตัวอย่างในปี 2547 ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 16 โครงการ (294 ล้านบาท) ร่วมทุนกับเอกชน 1 โครงการ (37 ล้านบาท) ช่วยเอกชนรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี 49 โครงการ (231 ล้านบาท) เข้าไปช่วยเอกชนในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปปรับปรุงการผลิตและผลิตภัณฑ์ (โครงการ ITAP) 194 โครงการ และช่วยเอกชนปรับปรุงการผลิตด้วยเทคโนโลยีสะอาดรวม 65 แห่ง

ด้านการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ได้ทดลองนำผลงานการวิจัยพัฒนา 5 ผลงานเข้าไปใช้จริงในชุมชน คือ การใช้ใส้เดือนกำจัดขยะชุมชนแล้วผลิตเป็นปุ๋ยหมักออกมา การพัฒนาเครื่องสาวไหมไฟฟ้าแบบ 2 หัว การพัฒนากระบวนการผลิตสุราพื้นบ้านชาวภูไท การใช้ฮอร์โมนเหนี่ยวนำเข้าไปแก้ปัญหาแม่พันธุ์วัวติดลูกยาก และการพัฒนาพันธุ์ตันไหลสตรอเบอร์รี่คุณภาพดีด้านการพัฒนาองค์ความรู้และเผยแพร่สู่สังคม ได้มีการผลักดันจนสามารถทำให้งานวิจัยได้รับสิทธิบัตรรวม 19 ผลงาน (อยู่ระหว่างการยื่นอีก 72 ผลงาน) อนุสิทธิบัตร 1 ผลงาน (กำลังยื่นขออีก 1 ผลงาน) ไม่รวมการจัดพิมพ์และเผยแพร่ผ่านหนังสือและวารสาร 89 เล่ม และการเผยแพร่ผ่านบทความ ตำรา และเอกสารวิชาการกว่า 300 ผลงาน

ด้านการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ดำเนินการผ่าน 5 กิจกรรมหลักคือ ให้ทุนการศึกษารวม 1,100 ทุน การฝึกอบรม 626 ครั้ง (27,039 คน) กิจกรรมเยาวชน 6,049 คน การเพิ่มศักยภาพครูวิทยาศาสตร์ 1,932 คน และกิจกรรมรณรงค์จิตสำนักวิทยาศาสตร์สาธารณะผ่านสื่อ 7 ประเภทอีก 1,420 ครั้ง (9,453)

นอกจากนี้ สวทช. ได้ดำเนินกิจกรรมเด่นรวม 7 กิจกรรม โดยมีกิจกรรมสำคัญๆ เช่น การประชุมสุดยอดด้านนาโนเทคโนโลยี 2004 งานมหกรรมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแห่งชาติ ครั้งที่ 6 : Linux Empowerment หรืองานมหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 เป็นต้น ไม่นับผลงานด้านการดูแลใส่ใจต่อสภาพแวดล้อมผ่านการดำเนินงานของศูนย์ซึ่งมีการติดตั้งอุปกรณ์กำจัดของเสียอันตรายจากห้องปฏิบัติการ

ด้านการได้รับการยอมรับ ตลอดปี 2547 ผลงานของนักวิจัยในเครือข่าย สวทช. ได้รับรางวัลและเกียรติบัตรจากทั้งในและนอกประเทศรวมทั้งสิ้น 33 ผลงาน ซึ่งในนี้เป็นการยอมรับนับถือและยกย่องระดับสากล 9 ผลงาน

 

คลิกเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร PDF   – 19.40 MB