โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

 

 

ประกาศคณะทำงาน

 

แผนปฏิบัติงาน

ผลการดำเนินงาน

 

โครงการตามกรอบและกิจกรรมภายใต้ RSPG Program

กิจกรรม F3A7

  1. โครงการ พิพิธภัณฑ์ตัวอย่างแห้ง (BIOTEC Bangkok Herbarium & Fungarium: BBH)
  2. โครงการ คลังทรัพยากรชีวภาพที่มีชีวิต 
    1. คลังเก็บรักษาจุลินทรีย์ระยะยาว NBT Culture Collection (NBTCC)
    2. คลังเก็บรักษาพืชระยะยาว เช่น คลังเมล็ดพันธุ์ และ คลังเก็บรักษาเนื้อเยื้อพืช Plant Tissue Culutre Bank, Seed Bank และ การเก็บในถิ่นกำเนิด

กิจกรรม F2A4

  1. โครงการ : การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและอนุกรมวิธานเห็ดพื้นที่ป่าชุมชนดงใหญ่จังหวัด อำนาจเจริญ
    ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

กิจกรรม F2A5

  1. โครงการ จัดทำฐานข้อมูล อพ.สธ. และ ธนาคารทรัพยากรชีวภาพ
    สามารถทดลองสืบค้นได้ที่ คลิก 

กิจกรรม F3A8

  1. โครงการฝึกอบรมแและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากร

 

ประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 10 ทรัพยากรไทย

 

เว็บไซต์  เอกสาร และสื่อที่น่าสนใจ

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

(1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 – 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559)

ประวัติการทำงาน

รับราชการในตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประมาณ ปี 2526 ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ประจำสาขาบริหารอุตสาหการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควบกับการดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2537 ได้เข้ารับตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดูแลในส่วนงานพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2539 จนครบวาระ 2 สมัย ในปี พ.ศ. 2547 และได้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในช่วงต่อมาจนถึง พ.ศ. 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ให้ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป โดยได้รับการต่อวาระในปี พ.ศ. 2556 ดร.ทวีศักดิ์ พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รางวัลและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) พ.ศ. 2558
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น 2 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.) พ.ศ. 2533
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้า (ท.จ.) พ.ศ. 2547
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น 3 ตริตราภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) พ.ศ. 2531
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.) พ.ศ. 2543

รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน

รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

(1 กรกฎาคม พ.ศ. 2547- 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553)

ประวัติการทำงาน

รับราชการในตำแหน่งต่างๆ จากหลายหน่วยงาน เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2519 และปี พ.ศ. 2522 ได้รับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และได้รับตำแหน่งบริหาร คือ รองคณบดี (ฝ่ายวิชาการ) ของคณะพลังงานและวัสดุ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ก่อนมารับตำแหน่งที่ สวทช. รศ.ดร.ศักรินทร์ ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. หน่วยงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย วาระที่ 2 (2550-2553) ทั้งนี้วาระแรก ดำรงตำแหน่งในปี 2547-2550 ทั้งนี้ในการทำงานกับ สวทช. รศ.ดร.ศักรินทร์ ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ BIOTEC มาก่อนในช่วงปี 2535-2542

ปัจจุบัน ศักรินทร์ ภูมิรัตน ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

รางวัลและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) พ.ศ. 2552
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) พ.ศ. 2534
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นตติยดิเรกคุณาภรณ์ (ต.ภ.) พ.ศ. 2558
  • เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 (ภ.ป.ร. 4) พ.ศ. 2534

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

(ตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2534 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541)

ประวัติการทำงาน

ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นอาจารย์ที่ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (2512) จนได้รับโปรดเกล้าฯเป็นศาสตราจารย์ (2526) และศาสตราจารย์ระดับ 11 (2532) ตามลำดับ ทำงานวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (2516-8) กับ ศาสตราจารย์พอล บอเยอร์ (ผู้ได้รับรางวัลโนเบล) ได้รับเชิญเป็นศาสตราจารย์เยี่ยม ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (2533) และ Distinguished Scholar-in-Residence ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (2551) งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานด้านการพัฒนายาต้านมาลาเรีย โดยเฉพาะกลุ่มของยาที่เรียกว่า แอนติโฟเลต และชีวเคมีพื้นฐานของมาลาเรีย

นอกจากนั้นแล้วยังเป็นนักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และที่ปรึกษาอาวุโสของผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผลงานที่สำคัญ คือการค้นพบกลไกของการดื้อยาแอนติโฟเลตของเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเอ็นไซม์ในเชื้อที่เป็นเป้าหมายของยา ได้ค้นพบโครงสร้างของเอ็นไซม์นี้ ทำให้สามารถออกแบบและสังเคราะห์ยาใหม่ที่มีฤทธิ์ต่อเชื้อที่ดื้อยาเก่าได้ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ 112 เรื่อง เขียนหนังสือและตำรา 11 เรื่อง สิทธิบัตร 3 เรื่อง เป็นผู้มีผลงานเด่นในเรื่องเกี่ยวกับมาลาเรียและนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น สาขาชีวเคมี เมื่อปี พ.ศ. 2527 เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกของโลกที่ค้นพบโครงสร้าง 3 มิติของโปรตีนของเชื้อมาลาเรีย ที่มีความสำคัญโดยเป็นเป้าหมายของยาต้านมาลาเรีย[3] และค้นพบการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างและคุณสมบัติหลายประการของเยื่อหุ้มเม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อมาลาเรีย และความเกี่ยวโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กับอาการของโรคนี้ทางโลหิตวิทยา ค้นพบเอนไซม์ใหม่และวิถีปฏิกิริยาใหม่ของเชื้อมาลาเรีย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์และใช้สารโฟเลต อันเป็นแนวทางในการพัฒนายาต้านมาลาเรียชนิดใหม่

ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2528 ถึงปี พ.ศ. 2534 และเป็นผู้อำนวยการคนแรกของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2535[5] ถึงปี พ.ศ. 2541 และภายหลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในคณะรัฐมนตรีของ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์[6] และได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตั้งขึ้นหลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 กระทั่งพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ในระดับนานาชาติ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ได้รับการเลือกตั้งให้เป็น Chairman, UNESCO International Bioethics Committee (2012-5) และเป็นกรรมการในคณะกรรมการนานาชาติหลายชุด (WHO, UNESCO, Bill and Melinda Gates Foundation, Roll Back Malaria ฯลฯ)

รางวัลและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • รางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2527) รางวัล ASEAN Science and Technology Meritorious Service Award จากองค์การอาเซียน (2541) รางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลดีเด่น (2545) รางวัลผลงานวิจัยเกียรติยศ สกว. จากการได้รับการอ้างอิงผลงานวิจัยสูงสุด (2546) รางวัล Nikkei Asia Prize for Science, Technology and Innovation จากนิกเกอิ ญี่ปุ่น (2547) ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นของชาติโดยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (2547) และหนังสือพิมพ์ The Nation ได้จัดให้เป็นหนึ่งในสามสิบห้าคนผู้มีบทบาทสูงต่อประเทศไทยในช่วงสามสิบห้าปีที่ผ่านมา (2549)
  • ได้รับการยกย่องเป็น “นักวิทยาศาสตร์อาวุโส” จากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (2554)
  • ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประเภทวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ สาขาวิชาเคมี
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) พ.ศ. 2537
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) พ.ศ. 2534

ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์

ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

(1 กรกฎาคม พ.ศ. 2541- 30 มิถุนายน พ.ศ. 2547)

ประวัติการทำงาน

ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ นักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย ผู้บุกเบิกการจัดตั้งสถาบันวิจัยระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับผู้บุกเบิกท่านอื่นๆ และทำให้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีแบบแผน เป็นระบบ เริ่มรับราชการในปี 2518 เป็นอาจารย์สอนหนังสือและทำวิจัยที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากลกว่า 30 เรื่องใน Proceedings of the IEEE และ IEEE Transactions/Journals

ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ระดับ 10 เมื่ออายุ 39 ปี และระดับ 11 เมื่ออายุ 40 ปีเศษ และดำรงตำแหน่งอธิการบดี 2 สมัยติดต่อกัน ขณะเดียวกัน ก็ได้ไปช่วยงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ซึ่งปัจจุบันสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเป็นผู้อำนวยการคนแรกของเนคเทค ต่อมาเลื่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการ สวทช. จนครบวาระ 2 สมัย ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกษียณอายุราชการเมื่อกันยายน พ.ศ. 2548 แต่ยังทำงานด้านวิจัยและพัฒนา เป็นที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญพิเศษของ สวทช. และดำรงตำแหน่งเป็นภาคีสมาชิก สาขาวิศวกรรมศาสตร์ สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน

รางวัลและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • นักวิจัยดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2527
  • รางวัลนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยม จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2534
  • รางวัลส่งเสริมการใช้ดาวเทียมระหว่างประเทศในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากกระทรวงไปรษณีย์และโทรเลข ประเทศญี่ปุ่น (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงการสื่อสารและกิจกรรมภายใน) พ.ศ. 2541
  • รางวัล “ผู้นำการจัดการเทคโนโลยี” (LTM) เป็นคนแรกของประเทศไทยจาก PICMET (Portland International Center for Management of Engineering and Technology)
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) เมื่อ พ.ศ. 2540 ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.) เมื่อ พ.ศ. 2542 และทุติยจุลจอมเกล้า (ท.จ.) เมื่อ พ.ศ. 2548

ข้อมูลข่าวสาร ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

(8.1) ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

(8.1.1) นโยบายความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สวทช.

(8.1.2) รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน การจัดการของเสียอันตรายจากห้องปฏิบัติการ

(8.1.3) รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน การจัดการน้ำเสียภายในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

 

(8.1.4) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

(8.1.5) คำสั่ง ปรับปรุงคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

(8.1.6) กฎระเบียบด้านความปลอดภัย สวทช.

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับทบทวนที่ 6.4 (พ.ศ. 2564 – 2568)

แผนกลยุทธ์ สวทช. ฉบับทบทวนที่ 6.4 (พ.ศ. 2564 - 2568)
สวทช. ทบทวนแผนกลยุทธ์เป็นประจำทุกปี (Rolling strategic plan) ด้วยตระหนักว่าสถานการณ์ภายนอก มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมีแนวโน้มที่จะรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น การทบทวนแผนกลยุทธ์ที่ 6.4 จึงใช้ แนวทาง การเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน (Disruption) ในทุกระดับ ที่ให้ความสำคัญกับการทบทวน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ต่อภารกิจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ของ สวทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กำลังส่งผลต่อทั่วโลก กระบวนการทบทวนแผนกลยุทธ์ฯ มีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของ สวทช. ในการนำ วทน. ไปตอบโจทย์ของประเทศในมิติต่าง ๆ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนกลยุทธ์ฉบับที่ 6 มีการรวบรวมความคิดเห็นของผู้ทำงานหลักของแผนงานด้าน วทน. จากนั้นวิเคราะห์ โอกาส ความท้าทาย จุดแข็ง และจุดอ่อนของ สวทช. ด้วยกรอบ SWOT และ TOWS Analysis เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่ สวทช. ควรมุ่งเน้นในอีก 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2564 – 2568) นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมของ สวทช. ในการขับเคลื่อน งานด้าน วทน. ในระยะต่อไป สวทช. มีการศึกษาเปรียบเทียบระบบนิเวศ (Ecosystem) ในการดำเนินงานด้าน วทน. ของประเทศไทยและต่างประเทศ และปักหมุดภารกิจของ สวทช. เทียบกับหน่วยงานวิจัยชั้นนำของโลก แผนกลยุทธ์ 6.4 ได้ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนรวมถึงคณะผู้บริหารในการให้ความเห็น ร่วมกำหนด ทิศทาง แผนงาน กลยุทธ์ ซึ่งจะทำให้การนำแผนไปสู่การปฏิบัติของ สวทช. เป็นไปด้วยความราบรื่น บรรลุจุดมุ่งหมาย เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา วทน. ตอบโจทย์ประเทศตามความคาดหวัง

แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการด้านบริหารและพัฒนาบุคลากร สวทช. (พ.ศ. 2563-2567)

แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการด้านบริหารและพัฒนาบุคลากร สวทช.