คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน EECi จังหวัดระยอง หารือผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน วทน. เมืองนวัตกรรมชีวภาพ ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่และอุตสาหกรรมของประเทศ

วันพุธที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 14.00–17.00 น. คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายชูชีพ เอื้อการณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมเมืองนวัตกรรมชีวภาพ (EECi Biopolis) ณ สำนักงานใหญ่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมี นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายวุฒิ ด่านกิตติกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติและผู้อำนวยการ EECi รวมทั้งหัวหน้าหน่วยงานด้านการเกษตร ให้การต้อนรับ

เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

EECi มีหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ ห้องปฏิบัติการ โรงงานต้นแบบ สนามทดสอบ และเครื่องมือวิจัย รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การเข้าใช้และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา การทดสอบ และการรับรองมาตรฐาน ซึ่งช่วยสนับสนุนการต่อยอดผลงานวิจัยจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การทดลองผลิตในโรงงานต้นแบบ และขยายผลไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

EECi มุ่งเน้นการปรับใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคเกษตรและชุมชน โดยส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เช่น ระบบ Smart Farming, IoT และระบบควบคุมสภาพแวดล้อม มาใช้ในการบริหารจัดการการผลิตอย่างแม่นยำ ซึ่งสามารถปรับสภาวะการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดในแต่ละระยะการเจริญเติบโตได้อย่างแม่นยำ แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดความซับซ้อนในการใช้งานเทคโนโลยี แต่ยังสร้างความร่วมมือระหว่างนักพัฒนา เกษตรกร และผู้ประกอบการ ในการร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และระบบที่เหมาะสมกับพื้นที่

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในอำเภอวังจันทร์ให้รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนเห็ดเยื่อไผ่ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิต การบริหารจัดการ และการแปรรูปสารสกัดจากเห็ดเยื่อไผ่ เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
บทบาทสำคัญอีกประการ คือ การส่งเสริมการนำผลผลิตทางการเกษตรและวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรมาใช้เป็นวัตถุดิบในการเพิ่มมูลค่า โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไบโอรีไฟเนอรี่ (Biorefinery) เพื่อแปรรูปชีวมวลอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ระดับการทดลอง การขยายกำลังการผลิต ไปจนถึงการประเมินความเป็นไปได้เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตจริง
นอกจากนี้ เป้าหมายสำคัญคือ การเปลี่ยนวัตถุดิบทางการเกษตรจากการจำหน่ายในรูปสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง เช่น สารเติมแต่งอาหารและโภชนเภสัช เวชสำอาง ตลอดจนเคมีชีวภาพและวัสดุชีวภาพ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงภาคเกษตร งานวิจัย เทคโนโลยี การแปรรูป และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลผลิตและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อย่างครบวงจร

อีกทั้ง EECi ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขยายผลงานวิจัยจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่ระดับก่อนเชิงพาณิชย์ (Pre-Commercial Scale) โดยให้บริการโรงงานต้นแบบสำหรับการขยายขนาดและการตรวจซ้ำกระบวนการเทคโนโลยีก่อนเข้าสู่การผลิตจริง เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ Tidy Bio Plus ซึ่งผ่านกระบวนการวิจัย การพัฒนาสูตร การขยายการผลิตในโรงงานต้นแบบระดับ 750 ลิตร การทดสอบประสิทธิภาพในสถานการณ์จริง และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ รวมทั้งต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ

เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ในโอกาสนี้ ได้นำคณะฯ เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมมุ่งเป้าของประเทศด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology Platform) ของเมืองนวัตกรรม EECi Biopolis ดังนี้
ห้องปฏิบัติการเซลล์เทคโนโลยีด้านพืชและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจ และยังช่วยในการปรับปรุงพันธุ์พืช รวมถึงการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดระยะเวลาการผลิตพืชสายพันธุ์แท้ที่มีลักษณะตามความต้องการของตลาด

โรงงานผลิตพืชและโรงเรือนอัจฉริยะ : ระบบปลูกพืชทั้งระบบปิดและระบบกึ่งปิดที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อม ด้วยระบบอัตโนมัติสำหรับการให้น้ำ ธาตุอาหาร อุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่าง ทำให้สามารถจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบและมีความแม่นยำสูง เพื่อนำไปสู่ข้อมูลที่สามารถวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์
EECi หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การลงพื้นที่เยี่ยมชมของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ในครั้งนี้ จะเป็นอีกแรงสนับสนุนที่จะผลักดันการพัฒนา EECi ให้เป็น “ระบบนิเวศนวัตกรรมชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งผลงานวิจัยและนวัตกรรมนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและความอยู่ดีกินดีของประชาคมอย่างยั่งยืน








