หน้าแรก “RiceFit” ระบบประเมินความเสี่ยงการปลูกข้าว ตัวช่วยเกษตรกรทำนาฝ่าวิกฤตในยุคโลกรวน

“RiceFit” ระบบประเมินความเสี่ยงการปลูกข้าว ตัวช่วยเกษตรกรทำนาฝ่าวิกฤตในยุคโลกรวน

7 พ.ค. 2569
0
ข่าว
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น

“RiceFit” ระบบประเมินความเสี่ยงการปลูกข้าว ตัวช่วยเกษตรกรทำนาฝ่าวิกฤตในยุคโลกรวน

 

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการปลูกข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย เกษตรกรต้องเผชิญกับความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศ ปริมาณน้ำฝนไม่เอื้อต่อการทำนา อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น ภัยแล้ง-น้ำท่วมรุนแรงเกินกว่าที่คาด โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดหนักกว่าที่เคย สร้างความไม่แน่นอนให้ผลผลิตในแต่ละฤดูกาล

 

ชาวนากำลังดำนา

 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา RiceFit” ระบบประเมินความเสี่ยงการปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่และฤดูกาล โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ประเมินลักษณะของพันธุ์ข้าว ร่วมกับฐานข้อมูลสภาพแวดล้อม เช่น ข้อมูลสภาพดิน สภาพอากาศ ว่าข้าวพันธุ์ที่เลือกมีความเหมาะสมต่อการปลูกในแต่ละพื้นที่หรือไม่

 

ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์ ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช.
ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์ ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช.

 

ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์ นักวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อธิบายว่า ปัญหาสำคัญของเกษตรกรไทยในปัจจุบันคือการขาดข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยในการวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาเกษตรกรมักอาศัยประสบการณ์หรือความเคยชินในการเพาะปลูก แต่ในยุคที่สภาพอากาศไม่แน่นอน วิธีการเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป จำเป็นต้องใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินใจ ด้วยเหตุนี้ทีมวิจัยจึงพัฒนา RiceFit เพื่อเป็นผู้ช่วยเกษตรกรประเมินความเสี่ยงและวางแผนการปลูกข้าวในแต่ละฤดูกาล เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

“RiceFit เป็นเครื่องมือใช้วางแผนการเพาะปลูกช่วยให้เกษตรกรสามารถประเมินความเสี่ยงได้ล่วงหน้า เช่น ความเสี่ยงจากภัยแล้ง น้ำท่วม อุณหภูมิสูงหรือต่ำผิดปกติ และการระบาดของโรคพืช โดยแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมทั้งแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูกและพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ปัจจุบันรองรับพันธุ์ข้าว 94 พันธุ์”

 

เกษตรกรตรวจดูรวงข้าวที่มีเมล็ดข้าวเต็มรวง

 

เกษตรกรสามารถใช้งาน RiceFit ได้ง่ายโดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เพียงแค่เพิ่มเพื่อนไลน์  @RiceFit ในแอปพลิเคชันไลน์ก็เริ่มใช้งานได้ทันทีโดยระบุพิกัดแปลงปลูกผ่านการแชร์ตำแหน่งบนแผนที่ จากนั้นกำหนดวันเริ่มเพาะปลูก และเลือกพันธุ์ข้าวที่ต้องการดูข้อมูล เมื่อกรอกข้อมูลครบ ระบบจะประมวลผลและแสดงข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เพาะปลูก คำแนะนำพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อผลผลิต เช่น ความเสี่ยงจากโรคระบาด สภาพดิน ภัยแล้ง น้ำท่วม ระยะข้าว และอุณหภูมิสูงหรือต่ำที่มีผลกระทบต่อการออกดอก นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ของระบบ เพื่อปรับแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

อินโฟกราฟิกแนะนำระบบ RiceFit

 

“จุดเด่นของ RiceFit คือการนำข้อมูลหลายมิติมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อให้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละพื้นที่ โดยข้อมูลทั้งหมดผ่านการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมจากหน่วยงานระดับประเทศ เช่น เนคเทค ไบโอเทค สวทช. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมการข้าว เกษตรกรเพียงระบุพิกัดแปลงปลูก ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการได้ผลผลิตที่ดีขึ้น” ดร.ธีระกล่าว ทั้งนี้นักวิจัยยังได้จัดทำ RiceFit API เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถนำระบบ RiceFit ไปพัฒนาต่อยอดได้ เช่น แอปพลิเคชัน Dragonfly แพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเกษตรเชิงพื้นที่ระดับรายแปลง ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มีการประยุกต์ใช้ RiceFit API เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล

 

RiceFit QR code

 

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศกลายเป็นความท้าทายระดับโลก การปรับตัวของภาคการเกษตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เทคโนโลยี RiceFit ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการทำเกษตรแม่นยำที่เน้นการใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการแปลงเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต


เรียบเรียงโดย วีณา ยศวังใจ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ฉัตรทิพย์ สุริยะ และรวิช วีระกุล ฝ่ายผลิตสื่อสมัยใหม่ สวทช.
ภาพประกอบโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์, เนคเทค สวทช. และภาพจาก Shutterstock

แชร์หน้านี้: