หน้าแรก ‘กุ้งชฎา’ โอกาสใหม่ของผู้เพาะเลี้ยงกุ้งไทย ผลิตส่งออกญี่ปุ่น–จีน

‘กุ้งชฎา’ โอกาสใหม่ของผู้เพาะเลี้ยงกุ้งไทย ผลิตส่งออกญี่ปุ่น–จีน

22 ม.ค. 2569
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ
ผลงานวิจัยเด่น

‘กุ้งชฎา’ โอกาสใหม่ของผู้เพาะเลี้ยงกุ้งไทย ผลิตส่งออกญี่ปุ่น–จีน

กุ้งชฎา คือ ชื่อที่คนไทยนิยมใช้เรียกกุ้งขนาดเล็ก ความยาวลำตัว 3–6 เซนติเมตร อยู่ในวงศ์เดียวกับกุ้งก้ามกราม (giant river prawn) พบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งน้ำกร่อยและน้ำจืดของประเทศไทย แต่ยังไม่มีการระบุชนิด กุ้งชฎามีลักษณะภายนอกและรสชาติใกล้เคียงกับกุ้งแม่น้ำญี่ปุ่น (oriental river prawn: Macrobrachium nipponense) ซึ่งเป็นที่นิยมบริโภคทั้งในประเทศญี่ปุ่นและจีน

กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่น ขนาดตัวเล็กประมาณนิ้วก้อย นิยมบริโภคทั้งในประเทศญี่ปุ่นและจีน
กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่น (oriental river prawn: Macrobrachium nipponense)

 

กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นทอด เสิร์ฟพร้อมเลม่อน อาหารญี่ปุ่น
กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นทอด อาหารญี่ปุ่น
กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นผัดซอสสไตล์เสฉวน ผัดกับพริกและต้นหอม อาหารจีน
กุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นผัดซอสสไตล์เสฉวน อาหารจีน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเป็นสัตว์น้ำทางเลือกให้แก่เกษตรกร โดยกุ้งชนิดนี้มีจุดแข็งคือใช้เวลาเพาะเลี้ยงสั้น ราคารับซื้อดี และมีตลาดพร้อมรองรับชัดเจน ทั้งนี้ในการวิจัยและพัฒนาได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. และบริษัทเอเชีย พราวด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ดร.สิรินาถ เตชา นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ไบโอเทค สวทช. นักวิจัยผู้พัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรม
ดร.สิรินาถ เตชา นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ไบโอเทค สวทช.

ดร.สิรินาถ เตชา นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ไบโอเทค สวทช. อธิบายว่า ขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นและจีนเริ่มประสบปัญหาผลิตกุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นได้ไม่ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค เพราะพ่อแม่พันธุ์มีเลือดชิดหรือมีรหัสพันธุกรรมใกล้กันจนลูกกุ้งมีขนาดตัวเล็กลงเรื่อย ๆ ผู้ประกอบการด้านการผลิตและส่งออกอาหารทะเลไทยจึงเล็งเห็นถึงโอกาสในการผลิตกุ้งชฎา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใกล้เคียงกับกุ้งแม่น้ำญี่ปุ่นในระดับอุตสาหกรรม เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่นและจีนที่มีความต้องการสูง และพร้อมรับซื้อกุ้งชฎาจากประเทศไทย

จากนั้นเมื่อทีมวิจัยได้รับโจทย์ความต้องการจากภาคเอกชนไทยจึงได้เดินหน้าพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรมทันที

ดร.สิรินาถ อธิบายว่า แม้กุ้งชฎาจะเป็นกุ้งที่พบได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทย แต่ปริมาณที่มีตามธรรมชาตินั้นไม่เพียงพอต่อการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎา โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์มาพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงลูกกุ้งในห้องปฏิบัติการ พัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโต และพัฒนาสูตรอาหารในการเพาะเลี้ยง จนได้สูตรสำเร็จในการเพาะเลี้ยงลูกกุ้งภายในห้องปฏิบัติการตั้งแต่การเตรียมแม่พันธุ์ การอนุบาลลูกกุ้งแรกฟักจนเข้าสู่ระยะลูกกุ้งวัยอ่อน (postlarva: PL) หรือที่นิยมเรียกว่าลูกกุ้ง PL ซึ่งพร้อมนำไปเลี้ยงในบ่อดินจนเป็นตัวเต็มวัย

“ขณะนี้ทีมวิจัยอยู่ในช่วงขอรับการสนับสนุนทุนวิจัยจากภาครัฐ เพื่อขยายขอบเขตการวิจัยไปสู่เกษตรกรผู้ทำฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ การทำโรงเพาะฟัก การอนุบาลลูกกุ้ง และการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์นี้ เพื่อให้มีองค์ความรู้ที่ครอบคลุมกระบวนการผลิตกุ้งในระดับอุตสาหกรรม ทั้งนี้ทีมวิจัยคาดว่าจะส่งมอบลูกกุ้งชฎาระยะ PL ให้เกษตรกรที่ร่วมทำวิจัยกระบวนการเพาะเลี้ยงในบ่อดินได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2569”

 

กุ้งชฎาวางไว้บนฝ่ามือ ขนาดตัวประมาณนิ้วก้อย
กุ้งชฎา
กุ้งชฎาบนตาข่ายที่ช้อนขึ้นมาจากน้ำ
กุ้งชฎา

ทีมวิจัยไบโอเทค สวทช. ยังได้ร่วมกับภาคเอกชนเดินหน้าสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎา และโอกาสในการก้าวสู่การเป็นกุ้งเศรษฐกิจไทยชนิดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในกลุ่มอุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทยควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนา

ดร.สิรินาถ เล่าทิ้งท้ายถึงการเดินหน้าให้ความรู้เกี่ยวกับกุ้งสายพันธุ์นี้ว่า ทีมวิจัยได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง เพราะกระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งพันธุ์นี้ใกล้เคียงกับกุ้งก้ามกราม ทำให้สามารถแบ่งบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่มีอยู่เดิมมาใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งสายพันธุ์นี้ได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะเลี้ยงมาก

“กุ้งชฎามีจุดแข็ง คือ เลี้ยงได้หนาแน่นกว่าและใช้ระยะในการเพาะเลี้ยงสั้นกว่ากุ้งก้ามกราม ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 60– 90 วัน ขณะที่กุ้งก้ามกรามใช้เวลาเลี้ยงนาน 150–210 วัน ขณะที่ราคารับซื้อต่อกิโลกรัมของกุ้งทั้งสองชนิดนี้ใกล้เคียงกัน กุ้งชฎาจึงเหมาะอย่างยิ่งแก่การเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้หมุนเวียนเร็ว

การพัฒนากุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรมนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกรไทยควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดสากล สำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกรที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชลลดา รุ่งอิทธิวงศ์ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. เบอร์โทรศัพท์ 0 2564 6700 ต่อ 3393 หรืออีเมล chonlada.run@biotec.or.th

นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ไบโอเทค สวทช. ผู้พัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรม
นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล ไบโอเทค สวทช. ผู้พัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงกุ้งชฎาในระดับอุตสาหกรรม

เรียบเรียงโดย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.
อาร์ตเวิร์กโดย ภัทรา สัปปินันทน์
ภาพประกอบโดย ปฏิวัติ อ่อนพุทธา ฝ่ายจัดการความรู้และสร้างความตระหนัก สวทช. และภาพจาก Shutterstock

แชร์หน้านี้: