สวทช. จับมือ ธ.ก.ส. พิจิตร และภาคีเครือข่าย นำคณะสำนักงบประมาณ ลงพื้นที่พิจิตร โชว์พลัง “พิจิตรโมเดล” ขับเคลื่อน BCG ยกระดับการผลิตข้าวสู่ข้าวคาร์บอนต่ำ

(26 กุมภาพันธ์ 2569) ณ จังหวัดพิจิตร – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดพิจิตร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย นำคณะจากสำนักงบประมาณ นำโดย นางสาวสัมพันธ์ บัวสังข์ นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการพิเศษ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการ “การใช้พหุเทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อน BCG Model ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานการผลิตข้าวรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อโชว์ศักยภาพการผลิตข้าวแนวใหม่ที่เน้นมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนปี 2568 เพื่อแก้ปัญหาความเปราะบางในภาคการผลิตข้าว โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพผ่านกลไกความร่วมมือแบบ 4P (Public-Private-People-Professional partnership) ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์สูงกว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เกษตรกรได้ถึง 2,700 คน (คิดเป็น 180% ของเป้าหมาย) ครอบคลุมทั้งการสร้างชุมชนต้นแบบนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
โดยวันแรกของการลงพื้นที่ เป็นการนำเสนอผลการดำเนินโครงการ พิธีการจัดขึ้น ณ วิทยาลัยชุมชนพิจิตร อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร โดยช่วงแรก ดร.ศรีสวัสดิ์ ขันทอง ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ ไบโอเทค สวทช. ได้นำเสนอภาพรวมความสำเร็จของโครงการฯ ที่มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตข้าวและเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตร ต่อด้วยช่วงเวทีเล่าสู่กันฟัง “พหุเทคโนโลยีเพื่อชุมชนได้อะไรมากกว่าที่คิด” ซึ่งได้นำเสนอความสำเร็จของ “พิจิตรโมเดล” ที่สะท้อนความสำเร็จของโครงการผ่านประสบการณ์จริงของเกษตรกร โดย คุณโชค โตจริง จาก ธ.ก.ส. จังหวัดพิจิตร ระบุว่า จังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่นำร่องสำคัญที่นำเทคโนโลยี เช่น ระบบแนะนำพันธุ์ข้าว RiceFit และการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) มาใช้จริงเพื่อส่งเสริม “การปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ” ซึ่งช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพเมล็ดพันธุ์ได้จริง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ กลุ่มเกษตรกรทับคล้อและบ้านรังนก ที่นำข้าวพันธุ์ใหม่ อาทิ หอมสยาม และหอมชลสิทธิ์ 2 มาทดลองปลูกจนได้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์เดิมถึง 1.5 – 2 เท่า พร้อมสร้างแบรนด์สินค้าชุมชนจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
นอกจากนี้ คณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมชมการแปรรูปข้าวสู่นวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นำโดย อ.สุรพล ใจวงศ์ษา และ อ.กัญญณัช ศิริธัญญา ได้แก่ วิปครีมจากข้าว ไรซ์โยเกิร์ต กราโนล่า (Granola) ข้าวก่ำพอง และแป้งข้าวเหนียวสำหรับอาหารโมเลกุล รวมถึงร่วมชมนิทรรศการแสดงนวัตกรรมเด่น เช่น ระบบ RiceFit สำหรับแนะนำพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม แอปพลิเคชัน Linebot ตรวจวินิจฉัยโรคข้าว และเทคโนโลยีพันธุ์ข้าวพร้อมใช้จากทีมวิจัย สวทช. ได้แก่ พันธุ์หอมชลสิทธิ์ 2 พันธุ์ไบโอเทค 1 พันธุ์หอมสยาม พันธุ์หอมสยาม 2 และพันธุ์หอมนาคา ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านผลิตภัณฑ์แปรรูปนวัตกรรม

![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
จากนั้น คณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมที่ บริษัท ทรี โอ้ส์ ทรี อะกริคัลเจอร์ จำกัด ซึ่งได้รับซื้อข้าวเหนียวพันธุ์ “หอมนาคา” มาแปรรูปเป็นข้าวคั่วและน้ำจิ้มแจ่วส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ก่อนปิดท้ายกิจกรรมวันแรกด้วยการลงพื้นที่แปลงนาอำเภอสามง่าม เพื่อเยี่ยมชมแปลงนาคาร์บอนต่ำ ที่มีการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) การใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์อัจฉริยะ IoT และข้าวพันธุ์ทนทานสภาวะโลกร้อนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เกษตรกรไทยยุคใหม่ที่พร้อมปรับตัวรับความท้าทายจากสภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน

























