สวทช. ถอดบทเรียน 20 ปี การออกแบบกิจกรรมเด็กตาบอด “เมื่อวิทยาศาสตร์ไม่ได้มองเห็น แต่ถูกสัมผัสและเข้าใจ”

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมมิโด กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยการประสานงานจากโรงเรียนสอนคนตาบอดในพระราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สอนผู้เรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น จาก 17 โรงเรียนทั่วประเทศ รวมจำนวน 49 คน

การอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยนางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการทางวิชาการและการประเมินหลักสูตรด้านการพัฒนากำลังคน เป็นวิทยากรหลัก ถ่ายทอดประสบการณ์และถอดบทเรียนกว่า 20 ปี ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น

ออกแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงปรับสื่อ
นางฤทัยกล่าวว่า “การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น มิใช่เพียงการปรับสื่อให้เข้าถึงได้เท่านั้น แต่ต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้สอดคล้องกับวิธีการรับรู้และการสร้างความหมายของผู้เรียน โดยแนวทางสำคัญที่นำเสนอในการอบรมประกอบด้วย การใช้วัตถุจริงมากกว่าสื่อจำลอง เพื่อให้ผู้เรียนได้สัมผัส ทดลอง และสร้างความเข้าใจจากประสบการณ์ตรง เช่น การเรียนรู้ชีวเลียนแบบ (Biomimicry) ผ่านผลไม้ พืช และผักใกล้ตัว การออกแบบโมเดลทดแทนเมื่อไม่สามารถใช้วัตถุจริงได้ อาทิ โมเดลโครโมโซมที่มีอักษรเบลล์กำกับ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลผ่านการสัมผัส การจัดกิจกรรมผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งการดมกลิ่น การสัมผัส การฟัง และการชิม ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำซ้ำและใช้เวลาเรียนรู้อย่างเพียงพอ เพื่อพัฒนาความเข้าใจเชิงลึกมากกว่าการจดจำแบบเร่งรีบ”

นอกจากนี้ ยังเน้นการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับสถานการณ์ในชีวิตจริง เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 การดูแลสุขภาพตนเอง และการจำลองปรากฏการณ์โลกร้อนผ่านโมเดลระบบนิเวศ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างอิสระ (Autonomous Learning) และการสร้างองค์ความรู้ร่วมกันตามแนวทาง Co-construction เพื่อเสริมสร้างทั้งความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์และความมั่นใจของผู้เรียน

ภายในงาน แพทย์หญิงอติพร เทอดโยธิน อดีตผู้แทนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของประเทศไทยที่เคยเข้าร่วมประชุมกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลในเวที Lindau Nobel Laureate Meetings ณ เมืองลินเดา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์และสาธิตการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้านชีววิทยาให้แก่ครูผู้เข้าร่วมอบรม
![]() |
![]() |
พญ.อติพรได้นำเสนอแนวทางการสอนเรื่อง “เซลล์และการแบ่งเซลล์” ผ่านการออกแบบโมเดลจากวัสดุและอาหารใกล้ตัว โดยใช้วัตถุที่มีพื้นผิวและรูปทรงแตกต่างกันแทนออร์แกเนลล์ และจัดวางส่วนประกอบเพื่อจำลองกระบวนการแบ่งเซลล์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเนื้อหาทางชีววิทยาที่มีความซับซ้อนเชิงนามธรรม สามารถทำให้เข้าใจได้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การสัมผัส และการอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียน

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ครูเห็นแนวทางการออกแบบสื่อที่เข้าถึงผู้เรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น แต่ยังตอกย้ำหลักการสำคัญว่า การจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงและสร้างความเข้าใจได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเนื้อหาพื้นฐานด้านชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นรากฐานของความรู้ด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน
พญ.อติพรกล่าวว่า การออกแบบกิจกรรมเชิงปฏิบัติช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนตั้งคำถาม สังเกต และสร้างความหมายด้วยตนเอง มากกว่าการจดจำกระบวนการแบ่งเซลล์เพียงอย่างเดียว แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการเรียนรู้แบบ Active Learning และการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน (Co-construction) ที่มุ่งพัฒนาทั้งความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์และความมั่นใจในการเรียนรู้

การมีนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์จากเวทีระดับนานาชาติร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้ครูผู้สอน หากยังสะท้อนให้เห็นว่า เส้นทางวิทยาศาสตร์สามารถเริ่มต้นได้จากห้องเรียนที่ออกแบบอย่างเข้าใจผู้เรียนทุกคนอย่างแท้จริง
เสียงสะท้อนจากครูผู้สอน
ครูผู้เข้าร่วมอบรมจากหลายภูมิภาคสะท้อนว่า แนวทางดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนได้ทันที ทั้งในเนื้อหาพันธุศาสตร์ ชีววิทยา การแพทย์และสุขภาพ อีกทั้งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เฉพาะทางสำหรับผู้เรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น

คุณครูเกศรินทร์ ปัญญาศรี จากโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “ได้เข้าใจแนวทางการออกแบบกิจกรรมมากขึ้น และเห็นว่าการเรียนรู้แบบช่วยเหลือกันระหว่างนักเรียนที่มองเห็นและนักเรียนตาบอด ช่วยให้เด็กตาบอดเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น”
คุณครูกมลวรรณ แก้วเชื้อ โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า “แนวทางการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเนื้อหาพันธุศาสตร์ในชั้นเรียนได้ทันที ทำให้เด็กเรียนอย่างสนุกและเข้าใจมากขึ้น”
คุณครูรัชนีกร ปัทมฤทธิ์ จากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ดเห็นว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของครูในการออกแบบเนื้อหาที่ยากให้เข้าใจง่าย โดยใช้วัสดุใกล้ตัว
ด้านครูนันทยา สมใจ จากโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อน ลพบุรีกล่าวว่า “สิ่งที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้ คือกำลังใจและแรงบันดาลใจในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เฉพาะทาง เพื่อให้เด็กเข้าใจวิทยาศาสตร์อย่างมีความหมาย”
![]() |
![]() |
ต่อยอดสู่ห้องเรียนจริง ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
ภายหลังการอบรม ครูผู้เข้าร่วมได้นำแนวคิดและกิจกรรมที่ได้รับไปทดลองประยุกต์ใช้กับผู้เรียนที่บกพร่องทางการมองเห็น ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ โดยเฉพาะกิจกรรมเรื่อง “เซลล์และการแบ่งเซลล์” ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้สัมผัสโมเดลสามมิติจากวัสดุใกล้ตัว พร้อมการอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียน 
ผลการจัดกิจกรรมพบว่า ผู้เรียนสามารถอธิบายโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์และลำดับขั้นของกระบวนการแบ่งเซลล์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีความกล้าแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้สื่ออธิบายแบบบรรยายเพียงอย่างเดียว ครูผู้สอนสะท้อนว่า การออกแบบกิจกรรมที่เน้นการสัมผัส การจัดวาง และการทำซ้ำ ช่วยให้ผู้เรียนสร้างภาพความเข้าใจเชิงนามธรรมได้ด้วยตนเอง

การนำองค์ความรู้จากการอบรมไปใช้จริงในห้องเรียนครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ สวทช. ในการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครูและขับเคลื่อนแนวคิด “Science for All” เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ผู้สนใจหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน สามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายบริการทางวิชาการและการประเมินหลักสูตรด้านพัฒนากำลังคน (ASI) สวทช. โทรศัพท์ 02 564 7000 ต่อ 77206-7 และ 77215












